วงจร

ภีม

คือกิเลสและกรรมนำวิบาก
ที่แสนยากจะหลุดหยุดสงสัย
เป็นวงจรไตรวัฏฏ์สัตว์ทั่วไป
เที่ยวหลงใหลเกิดก่อต่อวิญญาณ์
ไม่มีจุดเริ่มต้นให้ค้นพบ
ไม่รู้จบเหตุใดไม่กังขา
วิ่งไปตามแนวทางแห่งมรรคา
ปล่อยเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผันไป
สิ่งที่เริ่มคือจบพบครั้งแรก
แต่ก็แปลกไม่พบจบตรงไหน
สิ่งที่เท็จคือจริงเกินสิ่งใด
สิ่งที่จริงเหตุใดกลับไม่จริง
เพราะใจแคบมืดมนจนไม่เห็น
ปัญญาเร้นอ่อนเยาว์เขลาอย่างยิ่ง
จึงไร้ฐานชีวิตคิดพึ่งพิง
หันเข้าไปแอบอิงอวิชชา
เที่ยววนเวียนต่อไปไม่รู้จบ
ไม่มีวันสยบจบปัญหา
เพราะชีวิตมืดบอดยอดนัยน์ตา
คือปัญญามองเห็น  เช่นนั้นเอง
แต่ละตนจึงต่างเข้าทางวน
ปุถุชชนย่อมถูกทุกข์ข่มเหง
เพราะดวงจิตมืดมัวไม่กลัวเกรง
ไม่รีบเร่งให้ลุผลพ้นวงจรฯ				
comments powered by Disqus
  • windsaint

    27 กรกฎาคม 2545 23:19 น. - comment id 63212

    เขียนดีครับ ชัดเจนดี
  • โคลอน

    27 กรกฎาคม 2545 23:22 น. - comment id 63216

    เยี่ยมไปเลยค่ะ...ภีม...ความหมายลึกซึ้ง...
  • บุษราคัม

    28 กรกฎาคม 2545 00:19 น. - comment id 63253

    มรณานุสติไซร้...............เตือนใจ
    แม้ยิ่งใหญ่  สักเพียงไหน....ไม่พ้น
    สูงสุด กลับคืนสู่ สามัญ..........ทุกคน
    ไม่อาจจัก หลีกพ้น................จิตกาธาน
    
    เกิด แก่ เจ็บ ตาย.................. สงสารวัฏ
    สรรพสัตว์  เวียนว่าย..............วัฏสงสาร
    เวลาอยู่ เร่งสะสม................... แต่บุญทาน
    เพราะนิพพาน พาสราญ........พ้นบ่วงกรรมฯ
    
    ---------------------------------------------------------------------
    ปล. คำว่า จิตกาธาน หมายถึง เชิงตะกอน ค่ะ
    
    บุษ ติดตาม และ ประทับใจ ทุกบทกลอน ของภีม นะคะ แต่งกลอนได้ไพเรา ความหมายดี น่าชื่นชม ค่ะ เห็นด้วย ค่ะ
    http://www.thaipoem.com/web/poemdata.php?id=17948
  • บุษราคัม

    28 กรกฎาคม 2545 00:54 น. - comment id 63264

    มนุษย์เรา  มีกรรม       ติดตามตัว
    ใครทำชั่ว   ผลกรรม     ตามสนอง
    ใครทำบุญ  จิตกุศล       คงสมปอง
    ความดีจัก   ตอบสนอง   การกระทำ 
    -----------------------------------------------------
    งดเว้นบาป  ทำแต่บุญ   จุนเจื้อทรัพย์
    จงน้อมรับ    สดับธรรม   เตือนใช้ย้ำ
    ตามหลัก      ศาสนิกชน  พึงกระทำ
    เป็นเครื่องน้อมนำ..........ให้หลุดพ้น จาก อบาย
    -----------------------------------------------------
    ลดละเลิก...................จาก อบายมุข หก
    ล้างใจสกปรก...........ให้ ผ่องแผ้ว เช่น ตะวันฉาย
    ยึดมั่นในหลักธรรมะ..........จนชีพวาย
    จงอย่าอาย............จะละบาป.......กล้าทำบุญ
    ----------------------------------------------------------
    มี หิริ โอตัปปะ..............เครื่องเตือนจิต
    มี สัมมาสติ...................คอยเกื้อหนุน
    โยนิโสมนสิการ............นั้นเป็นบุญ
    ขอให้คุณพิจารณา .......โดยแยบคาย
    ---------------------------------------------------------
    ประกอบอาชีพ ........ด้วย สัมมาอาชีวะ
    มีสติสัมปชัญญะ.......ไม่หดหาย
    ศรัทธาใน........พุทธศาสนา...ไม่เสื่อมคลาย
    เป็นเช่นสายธารธรรม........ฉ่ำชื่น.....จิตเบิกบาน
    --------------------------------------------------------
    
     
     
     
     
     
         
     
    
  • ธนรัฐ สวัสดิชัย

    28 กรกฎาคม 2545 01:43 น. - comment id 63277

    กลอนรักของภีมก้อหวาน.... กลอนนี้ก้อเขียนได้ดีจ้า.........
  • บุษราคัม

    28 กรกฎาคม 2545 20:55 น. - comment id 63479

    ♥
    ดังเกรียวคลื่น กลืนกลีบม้วน ผวนเป็นสาย
    โถมหาดทราย แล้วคลายเกรียว เลี้ยวคลื่นซ้อน
    อ่อนตัวลง ตรงเข้าโผ ชโลทร
    เป็นวงจร  ย้อนมาหา ชลาลัย
    ♥
    เห็นวัฏจักร ชักชวน หวนให้คิด
    ถึงชีวิต ติดบ่วงกรรม ทำไฉน
    จึงเวียนว่าย ตายเกิดซ้ำ อยู่ร่ำไป
    ที่ตราบใด ไม่หยุดสร้าง ทางอบาย
    ♥
    เพราะวังวน หลงสงสารวัฏ
    เป็นเครื่องมัด สัตว์และคน วนเวียนว่าย
    ให้กลับมา เกิด แก่ และ เจ็บ ตาย
    วิถีทางพ้นทุกข์ได้  คือ  นิพพาน
    ♥
     
     
     
    ได้แรงบันดาลใจ มาจาก กลอนนี้ของภีมค่ะ ขอแจม ด้วยคน นะคะ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>