11 กุมภาพันธ์ 2554 15:57 น.

º ไปเถิดทั้งคู่ º

จ้อง - เจรียงคำ

แด่ผู้จิตผิดแผกแปลกมนุษย์
ชอบแย่งยุดจ้องคิดข่ายวิตถาร
ยิ่งท้าทายยิ่งเห็นเป็นผลงาน
คอยระรานแทะโลมจ้องโจมตี

ลากตาตามแทะเล็มเบิกเต็มเบ้า
ไม่สนเขามีแฟน...คิดแทนที่
เห็นแก่ตัวหัวจิตคิดอัปรีย์
จ้องอยากได้อยากมีทำชีกอ

หญิงอื่นโสดถมไป..มีไม่คิด
เหิมเกริมวิปริตลอบติดต่อ
บาปกรรมมองไม่เห็น...ได้เป็นพอ
ไม่สนหนามงิ้วรอ..ในนรก

แด่ผู้จิตผิดแผก..แปลกอีกคน
รู้ว่าตนมีคู่อยู่เต็มอก
ยอมเป็นหญิงหลายใจไม่สะทก
ถึงแอบปกปิดลายซ่อนชายชู้

ถ้าทางเดินเดิมไม่อยากไปต่อ
ถ้าไม่รู้จักพอไม่ขอสู้
อยากเป็นหญิงใจสองอยากลองดู
เชิญทั้งคู่สู่เปล...อเวจี

อุบัติกรรมเวรีเวิ้งชีวิต
เปลื้องมืดมนแปดทิศอันมิดหมี
ถือเป็นทานเมตตาบารมี
แก่สัมภเวสี..ผู้หิวโซ

ของที่เราใช้แล้วจนหายอยาก
บริจาค..เอาบุญ คุณอักโข
อย่าได้คิดขอบใจเสียใหญ่โต
ทานโก้โก้..ให้โอกาส..พวกขาดแคลน

ของเหลือเหลือเมื่อละซึ่งประโยชน์
เช่นหญิงโฉดไม่หวงรั้งควงแขน
ชายชั่วด้อยโอกาส..หากขาดแฟน
อยากจะรับช่วงแทน..ก็เถอะรับ


~ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~				
9 กุมภาพันธ์ 2554 16:07 น.

ในแววตาชาเฉยคล้ายเอ่ยไล่

จ้อง - เจรียงคำ

ในแววตาชาเฉยคล้ายเอ่ยไล่
ดวงฤทัยรานรอนแสนอ่อนล้า
รักเคยหวานผ่านไปไกลลับตา
ทรมาชีวินแทบสิ้นใจ

ภาพวันวานผ่านลับกับความหลัง
คงต้องฝังยังหล่มใจตรมไหม้
รักสิ้นเชื้อเหลือเถ้าเหงาเกินใคร
หวานเปลี่ยนไปเป็นขมระทมเกิน

เอ๋ยยามรักหักสิ้น...ถวิลหา
ช่างเหมือนหมาหัวเน่าเขาห่างเหิน
สวมบทในฐานะผู้เผชิญ
ความยับเยินสีดำเพียงลำพัง

เมื่อถูกเติมหัวใจในช่องว่าง
อันเวิ้งว้างแหวกงมความสมหวัง
ประหนึ่งงมเข็มเขลอะโคลนเกรอะกรัง
ในทะเลเลนฝังลิบฝั่งฟ้า

คว้าแต่ความโสมมในตมเหม็น
ดุจความเน่าที่เห็นในหัวหมา
แหวกเคลื่อนไหวต่อเนื่องแต่เชื่องช้า
ปาดน้ำตาฟูมฟายอยู่ดายเดียว

จากแววตาชาเฉยคล้ายเอ่ยไล่
ก็เปลี่ยนไปเป็นตวาดและกราดเกรี้ยว
สะบั้นหักใจหดอย่างลดเลี้ยว
เหมือนถูกเขี้ยวฝังคอ...อสรพิษ!

แรกผูกรักผักขมยังชมหวาน
นี่อ้อยตาลนานเปลี่ยนรสเพี้ยนผิด
กาลเวลาวารีมีเปลี่ยนทิศ
เอาอะไรหัวจิตอิสตรี

ผู้ลบคำสัญญานอกกระดาษ
ผู้ฉีกจิตพิศวาสขาดป่นปี้
ผู้ลืมซึ่งใจช้ำ..ที่ย่ำยี
คือใจที่คงมั่นเคยสัญญา

อยากย่ำยีใจนั้นมันง่ายมาก
แค่เดินจากร้างเลือนก็เหมือนฆ่า
แต่นี่ควงคนใหม่เย้ยสายตา
เหมือนดังว่าหมายฝัง...กันทั้งเป็น


~ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ ~				
9 กุมภาพันธ์ 2554 12:02 น.

เจ้าบทเจ้ากลอน

จ้อง - เจรียงคำ

พี่เจ้าบทเจ้ากลอนน้องย้อนเยาะ
พูดไพเราะคล้องจองน้องย้อนใหญ่
จำมาจากลิเก..เวทีใด
น้องคลื่นไส้จริงค่ะ อยากอาเจียน

คุณพี่พูดอะไร..ฟังไม่ชัด
ตีสำบัดสำนวน..ชวนคลื่นเหียน
ซ้ำยังชอบหยิบยก..พูดวกเวียน
พี่คงเรียนจบด้าน..โบราณคดี

เชยแล้วค่ะเขียนกลอนมันย้อนยุค
เดี๋ยวนี้ต้องเฟสบุ๊คค่ะคุณพี่
ทวิตเตอร์ต้องแอดแชทบีบี
เขียนกลอนคุยน้องยี้..แบบนี้เอ๊าท์

มัวเขียนกลอนคุยกันมันยืดเยื้อ
บอกน่าเบื่อยากเย็นช้าเป็นเต่า
ไฮสปีดเร็วแรงพุ่งแซงเงา-
ของรากเหง้าเก่าแก่แต่โบราณ

พี่เสียอกเสียใจรู้ไหมเอ่ย
ว่าพี่เชยเฉิ่มนัก..พูดหักหาญ
ไม่อินเทรนไม่รัก..พี่ดักดาน
น้องขอผ่าน..หาอื่นมาชื่นชู

พี่จึงมาเขียนกลอนสะท้อนพจน์
บรรยายความสลดและอดสู
ใช่เพราะแปลบใจปวดชวดพธู
แต่หดหู่เหลือเกินน้องเมินกลอน

หากพี่ปองน้องเมิน..ก็เชิญน้อง
แต่ขอร้องอย่าหักเมินอักษร
อย่าทอดทิ้งชิงชังแววสังวร
เถิดอาทรกาพย์กานท์..สืบสานที

ส่วนตัวพี่นี้แม้..น้องแลข้าม
จะไปตามทางหม่น..ที่ป่นปี้
หากน้องเห็นสักยาม..ถึงความดี
กลับมาอ่านงานพี่..แค่นี้พอ


~ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~				
4 กุมภาพันธ์ 2554 10:50 น.

o น้ำใจมิตร 2 o

จ้อง - เจรียงคำ

~ นี่แหละเสี้ยวเบี้ยวบิด...โลกมนุษย์ ~


ก็มีบ้างบางคราวเราดุด่า
รำคาญหมาของเราชอบเห่าหอน
มันชม้อยสร้อยเศร้าแกมเว้าวอน
สักพักอ้อนประจบก็ลบเลือน

มันจะแค้นเคืองไหม?..ก็ไม่รู้
แต่.ยังนอนคุดคู้อยู่เป็นเพื่อน
ในยามทุกข์ยามยากไม่จากเรือน
น้ำใจมันไม่เหมือน...คนบางคน-

ที่แม้เลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่อง
ติ! ก็เคืองขุ่นใจเก็บไปบ่น
ประโยชน์คิดประมวล..แค่ส่วนตน
คราวอับจนถีบส่ง..ลืมหลงแล้ว-

ว่าตนมาจากไหนในวันก่อน
จากกรวดก้อนเคี่ยวเข็ญกลายเป็นแก้ว
ลืมสิ้นเบ้าเตาหลอมผู้ย้อมแวว
จนเพริศแพร้ว ไฉไลในวันนี้

มันจะแค้นเคืองไหม!?...ก็ไม่รู้
ไม่มาดูสักหน ตอนป่นปี้
ไม่เยี่ยมหน้ารับรู้  ดูดำดูดี
โถน้ำใจไม่มี..แม้สักนิด

เอาอะไร..มากมายมาแน่นอน
บทละคร..คงฟ้าประกาศิต
เอาแน่นอนอะไรในชีวิต
หรือ!นี่เสี้ยวเบี้ยวบิด...โลกมนุษย์


~ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~				
3 กุมภาพันธ์ 2554 16:58 น.

น้ำใจมิตร

จ้อง - เจรียงคำ

ชีวิตคนเออมัน...ก็พรรณ์นี้
ตอนสุขังมั่งมี...โถดีถม
ตอนเงินถึงมิตรเทียว...โถเกลียวกลม
ได้ครับพี่ดีครับผมนิยมมี

ตอนมีเงินมีทองมันคล่องแท้
พรรคพวกแห่แหนบึ่งมาถึงที่
ยามเรียกหารีบห้อไม่รอรี
แม้ไม่เรียกบางที..ยังรี่มา

จะทำโน่นนี่นั่นมันดีมาก
แค่เอ่ยปากออกงบแห่คบหา
แถมประดังทั้งประเดเจรจา
ขันอาสาสนองเสียว่องไว

มีเงินเหมือนมีบุญ..คุณอเนก
เหมือนเป่ามนตร์ปลุกเสกทำคุณไสย
เมื่อเงินหายคลายมนตร์บันดลใด
บารมีหมดไซร้ในบัดดล

ชีวิตคนเออมันก็พรรณ์นี้
เงินไม่มี..มิตรไหน..ก็ไม่สน
สิ้นไร้เพื่อนเบือนหน้าเข้าตาจน
มิตรสักคนเคยเอื้อ..ไม่เหลือแล

นึกถึงยาม อู้ฟู่..อันซู่ซ่า
คนนับหน้าแถกเหงือกถ่อเถือกแถ
เกาะติดหนึบเหนียวหนับจับแน่นแท้
ยามย่ำแย่แหยงหยามยามยับเยิน

พวกประจบประแจงเลียแข้งขา
พกมารยาพาพลิ้วเพียงผิวเผิน
มองน้ำมิตรทั้งมวลคือส่วนเกิน
มองค่าคนประเมินด้วยเงินตรา

หนอหัวจิตหัวใจ..ใครเคยเอื้อ
คราวแห้งเหือดเลือดเนื้อไม่เหลือค่า
ผลประโยชน์หดหายหลบสายตา
ครึ่งของหมาถึงไหม..น้ำใจมิตร


~ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงจ้อง - เจรียงคำ