26 กันยายน 2550 05:33 น.

รุ้งทอฝัน#2

ฝากรักฟากฟ้า

ภาพทิวทัศน์สองข้างเปลี่ยนไปเรื่อยๆตั้งแต่รถขับเคลื่อนเข้าทางแยกจากถนนใหญ่  ด้วยเพราะเป็นเส้นทางขึ้นสู่ดอยอ่างขาง     ซึ่งมักมีรถของชาวต่างถิ่นมาเที่ยวตลอดทั้งปี  สภาพท้องถนนจึงดีกว่าถนนสายเล็กๆ อื่นที่ไม่สำคัญ  จากปากทางเข้าสู่สวนส้มที่อยู่เชิงดอยมีหมู่บ้านใหญ่ๆหลายแห่ง  สังเกตจากการปลูกที่อยู่อาศัย  ล้วนแต่โอ่อ่าใหญ่โตแสดงถึงสภาพฐานะของผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน  ทอรุ้งอดรู้สึกทึ่งไม่ได้  คิดไว้ว่าตนคงจะได้มาอยู่ในสวนที่มีสภาพเรือกสวน  หมู่บ้านแบบเกษตรกรทั่วไป  กลับมาเห็นบ้านเรือนที่ทันสมัย  บางหลังเป็นเรือนไทยไม้สักหลัง  บางหลังทันสมัยอย่างหมู่บ้านจัดสรรในเมืองกรุง
          เจ้าของสวนส้มเป็นส่วนใหญ่  สวนลิ้นจี่น้อยลงแล้วค่ะ  แม่บ้านร่างท้วมหันมาเล่าให้ทอรุ้งฟังเป็นระยะ  ตั้งแต่ตรงหมู่บ้านปากทางเข้ามาก้อเป็นสวนส้มหมดแหละ    บางสวนก้อมีโรงแว๊กซ์ของตัวเองด้วยนะคะ
           ทอรุ้งได้แต่พยักหน้ารับฟัง  อีกไม่นานเธอคงจะรู้จักมากขึ้นเอง
พ้นจากหมู่บ้านก็เป็นสวนส้มที่เรียงรายตามเส้นทาง  แต่ละสวนดูกว้างใหญ่ไปจนสุดสายตา  กินอาณาบริเวณไปจนถึงไหล่เนินเขา   
          ครูมาช่วงนี้ก้อวายไปล่ะ  แต่บางสวนเขาบังคับให้ออกได้ตลอดปีก้อมี  เสียงมัคคุเทศก์เฉพาะกิจอธิบายเสริมอีก  ที่สวนคุณปราชญ์มีทั้งส้ม  ลิ้นจี่  แล้วก้อองุ่น
          มีองุ่นด้วยเหรอคะ   ทอรุ้งเอ่ยถามด้วยความสนใจ
          ค่ะ  ก้อเริ่มปลูกได้สักสองปี  กำลังขยายออกไปอีก
          ระยะทางจากตัวอำเภอเข้ามาที่สวนนับว่าไกลพอสมควร  จนกระทั่งสุดท้ายพาหนะสีน้ำตาลคันหรูเลี้ยวเข้าประตูรั้วสวน   ผ่านแปลงต้มส้มไปหลายแปลงแล้วจนดูเหมือนรถกำลังวิ่งขึ้นเนิน  ผู้โดยสารต่างถิ่นหันมองผ่านกระจก  เห็นแต่ต้นส้มสูงเป็นทิวแถว  มีคนงานกำลังตัดแต่งกิ่งส้มตามแปลง  
          รถแล่นผ่านไปตามถนนโรยกรวด  บ้านไม้ขนาดย่อมตั้งอยู่บนเนิน  รูปทรงตามแบบบ้านทรงยุโรปที่ทอรุ้งเคยเห็นในหนังสือประเภทบ้านในสวน  หน้าบ้านประดับด้วยซุ้มเฟื่องฟ้าอวดสีสันแข่งแสงแดดเจิดจ้าฤดูร้อน  คนขับรถขับขึ้นไปจอดพอดีหน้าบ้าน  ที่มีบันไดไม้ยาวลงมา 4-5 ขั้น  ไปสู่ระเบียงกว้างก่อนเข้าถึงตัวบ้าน
         ครูลงมาก่อนนะคะ  เดี๋ยวให้นายหรุ่งขนกระเป๋าไปไว้ที่บ้าน
         แม่บ้านตุบตับลงรถก่อนที่จะหันมาขยับเลื่อนเบาะให้ทอรุ้งก้าวลงรถ  เธอกล่าวขอบคุณเบาๆ  ขณะนายหรุ่งคนขับรถเดินอ้อมไปยกกระเป๋าลงจากกระบะท้ายรถคันใหญ่  เธอยังคงหิ้วเพียงกระเป๋าโน้ตบุ๊คเดินตามแม่บ้านขึ้นบันไดไป  มีทางเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านซึ่งมีเรือนหลังเล็กแบ่งเป็นส่วนของครัวหลังหนึ่ง  และเรือนพักหลังเล็กอีก 2 หลัง  เป็นสัดส่วน  แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ทำให้ดูร่มรื่น 
         หลังนี้ค่ะครู  ป้าพรรณเรียกทอรุ้งพร้อมกับเปิดประตูเรือนเล็กชั้นเดียว  ทอรุ้งเดินตามเข้าไปในห้อง  เป็นบ้านพักที่ไม่กว้างอะไรมากมาย  ห้องนอนเป็นสัดส่วน  มีห้องน้ำในตัว  พื้นที่สำหรับนั่งเล่นหรือทำงานกว้างพอสมควร  
          ครูมีกระเป๋าแค่นี้เหรอคะ
           ค่ะ  ก้อไม่ได้เอาอะไรมามาก  ทอรุ้งตอบยังนึกขำในใจ  กระเป๋าแค่นี้ก็คือใบใหญ่ยักษ์  ที่อุตส่าห์แบกลากมาอย่างทุลักทุเล  แต่พอเปิดกระเป๋าออกมาก็จะเห็นว่าเธอมีแต่เสื้อผ้ามาพอประมาณ   หนังสือต่างๆ  ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือสำหรับเด็กมากกว่า
            ทอรุ้งค่อยหยิบออกมาวางเป็นสัดส่วน  ตู้เสื้อใบขนาดย่อมเข้าชุดกับเครื่องเรือนภายในห้องนอน  เรียบๆ ง่ายๆ  ดูสบายตา  เธอจัดหนังสือวางบนบนโต๊ะใกล้หน้าต่างข้างเตียงนอน  
            มองออกไปเห็นสนามหญ้าบริเวณไม่กว้างนัก  ตกแต่งบริเวณด้วยพุ่มไม้ดอกหลากพันธุ์หลายสี  มีชิงช้าสำหรับเด็กใกล้ชุดโต๊ะสนาม  ที่ดูเหมือนจะตัดแต่งจากรากไม้  เธอมองดูอย่างมาดหมายว่าจะต้องหาเวลาลงไปสำรวจให้ได้ในเร็ววัน  
           เมื่อเดินออกจากห้องนอนก็จะเป็นส่วนอเนกประสงค์  มีชุดโต๊ะเก้าอี้จากไม้ไผ่สีเหลืองทอง  ชั้นวางโทรทัศน์และเครื่องเสียงชุดเล็ก  ทำให้นึกสงสัยอยู่คร้ามครันว่า  เรือนพักหลังนี้เจ้าของบ้านคงจะจัดไว้สำหรับรับแขกเหรื่อที่น่าจะมากันบ่อยๆ  มีเคาน์เตอร์วางเครื่องดื่ม  ทอรุ้งแทบไม่ต้องคิดร้องขออะไรเพิ่มเติม
           พ่อเลี้ยง  ทอรุ้งนึกถึงภาพไม่ออกว่าจะเหมือนอาเสี่ยพุงพลุ้ยหรือคนคุมงานสวนดี  แต่ดูจากการจัดบริเวณบ้าน  หากไม่ใช่เป็นการว่าจ้างมัณฑนากรมาออกแบบ  ก็ถือว่าเจ้าของบ้านเป็นคนที่มีรสนิยมดีคนหนึ่งทีเดียว  
          แล้วไปได้กับคำว่าพ่อเลี้ยงเหร๊อ เธอนึกขันในใจอยู่คนเดียว

          เสียงเพลงดังขึ้นเบาๆ  ทอรุ้งรีบก้าวเท้ากลับไปที่ห้องนอน  มองหาโทรศัพท์มือถือ  เมื่อหยิบออกจากกระเป๋าถือจึงรู้ว่าไม่ใช่จากเครื่องของเธอ  เสียงนั้นยังดังอยู่เรื่อยๆ  เธอหมุนกลับออกมาจากห้องอีกที  ยืนหันรีหันขวางหาที่มาของเสียงก่อนจะเหลือบเห็นเครื่องโทรศัพทืสีเหลืองอ่อนแขวนติดอยู่ที่ผนังเหนือเคาน์เตอร์
          สวัสดีค่ะ  เธอกล่าวทักทายทันทีที่หยิบออกมาจากที่แขวน
          ครูเจ้า  ป้อเลี้ยงมาล่ะ  เปิ้นไค่ปะครูเน้อเจ้า  เสียงป้าพรรณดังจากปลายสาย  
          จะให้ไปพบตอนนี้เลยเหรอคะ  ทอรุ้งถาม
          ครูสะดวกก่อเจ้า
          ....ไม่สะดวกได้เหรอ  นายจ้างจะขอดูตัว....  ทอรุ้งแย้งขำๆ  ในใจ  หากพูดไปว่า
          ได้ค่ะ  ขอเวลา 10  นาทีค่ะ
          เจ้า  กำเดียวป้าจะฮื้อนางซอไปฮับเน้อ  ป้าพรรณสั่งอย่างเป็นการเป็นงาน  
           ทอรุ้งจึงรีบวางโทรศัพท์  เข้าไปหยิบซองเอกสารจากกระเป๋า  ก่อนที่จะหันไปสำรวจความเรียบร้อยของใบหน้าและเครื่องแต่งกาย  เสื้อยืดโปโลสีฟ้าสดใส  เพ้นท์ลายกล้วยไม้สีเหลือง  กับกางเกงยีนส์ลูกฟูกสีน้ำตาลเข้มที่ดูทะมัดทะแมง   เธอไม่ได้คิดว่าต้องเปลี่ยนใหม่เพราะชุดที่แต่งอยู่ก็น่าจะเรียบร้อยพอแล้ว   
           นางซอที่ป้าพรรณเป็นผู้หญิงร่างท้วมอีกคนหนึ่ง  ...อยู่ที่นี่คงอ้วนไปตามๆ กัน...  ทอรุ้งไพล่นึกไปนึก  พ่อเลี้ยง  พุงพลุ้ยอีกคนเช่นกัน  หน้าตาซื่อๆ  ยิ้มง่าย  คงเป็นหญิงต่างด้าว  เธอสังเกตจากสำเนียงที่พูด  
          นางซอเดินนำเธอจากเรือนที่พัก  เดินอ้อมเรือนหลังใหญ่ที่ด้านหน้า  เมื่อผลักบานประตูกระจกสีทึบเข้าไป  สัมผัสความเย็นที่ได้จากการออกแบบบ้านให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดี  ไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศแต่อย่างใด
         จากเครื่องเรือนไม้เพื่อรับแขกสีน้ำตาลที่ออกแบบอย่างกลมกลืน เรียบๆ  ง่ายๆ  สร้างความรู้สึกอบอุ่นให้กับผู้ที่เข้ามาเยือน  ห้องโถงส่วนหนึ่งถูกกันไว้สำหรับเป็นที่ทำงาน  โต๊ะทำงานขนาดใหญ่  มีเพียงกล่องใส่เอกสาร  เครื่องจอคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุด  หลังเก้าอี้ทำงาน  เป็นตู้เก็บเอกสารขนาดสามชั้น  
         ที่สะดุดตาคือกรอบรูปไม้สักทองสลักเสลาเป็นเครือไม้อ่อนช้อยขนาดย่อมที่ประดับภาพถ่ายผู้หญิงคนหนึ่ง  ใบหน้าหวานซึ้ง  สังเกตจากรูปดวงตาที่เรียวรี  ชั้นเดียว  ตลอดจนลักษณะเครื่องประดับผม  เดาว่าคงเป็นคนที่มีเชื้อสายจีน  ทอรุ้งรู้สึกคุ้นๆ  คล้ายเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
         ขณะที่ทอรุ้งกำลังจะทรุดลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน  เสียงฝีเท้าหนักๆ กับเสียงพูดเบาๆ  จากข้างหลังทำให้เธอชะงักพร้อมกับหันไปมอง  
         ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ  เพราะคนที่เข้ามาใหม่นั้นคือ  ชายที่เธอได้พบแล้วเมื่อวานนี้  บนรถโดยสารที่เธอนั่งจากตัวจังหวัดมานั่นเอง
         อ้าว!  เอ๊ะ...  กลับเป็นเขาที่อุทานขึ้นก่อนทันทีที่เห็นหน้าเธอ
         คุณเองเหรอ โธ่เอ๊ย!
          นางซอเหลียวมองกลับไปกลับมาด้วยความงุนงง  
         เชิญนั่งเลยครับ  เขารีบเดินตรงมาและนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะทำงานอย่างไม่พิธีรีตอง  พร้อมกับเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงเช่นกัน				
8 กันยายน 2550 06:55 น.

รุ้งทอฝัน#1

ฝากรักฟากฟ้า

ทอรุ้งรู้สึกรำคาญเล็กน้อยกับการที่ต้องมานั่งรถโดยสารในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวอย่างนี้  สัมภาระแค่กระเป๋าใบใหญ่ใบเดียวเท่านั้นเอง  เด็กท้ายรถช่วยกันยกจนตัวเอียงเก็บไว้ใต้ท้องรถ  ทอรุ้งหิ้วเพียงกระเป๋าโน้ตบุ๊คขึ้นไปบนรถรอเวลารถออก
         ช่วงบ่ายอย่างนี้ผู้โดยสารไม่ค่อยแน่น  นั่งสบายๆ  ทอรุ้งจึงสามารถนั่งเบาะอย่างสบายๆ  คนเดียว  การเตรียมตัวเดินทางวันนี้ทำเอาเธอเพลียมาก  ทั้งยังจะมาเจออากาศอบอ้าวแบบนี้  เธอคิดว่าเดี๋ยวคงจะนั่งหลับแน่เลย  เมื่อคืนก็ยังหลับดึกอีกด้วย  แต่คราวนี้เธอต้องไปรับงานไกลบ้านจึงต้องจัดการสิ่งต่างๆทางบ้านให้เรียบร้อย
         รุ้งสนใจงานดูแลเด็กมั๊ยล่ะ  พี่หมอที่คุ้นเคยกันมานานเอ่ยถามขึ้นมาในวันหนึ่ง
         ดูแลเด็กแบบที่ศูนย์นี่เหรอคะ  เธอย้อนถาม
         ก้อคล้ายๆกัน  แต่คนนี้ผู้ปกครองเขาอยากได้พี่เลี้ยงแบบอยู่ประจำเลย
         วันนั้นเธอลังเลไม่ได้ตอบรับปากไปทันที  งานดูแลเด็กที่เธอไปทำเป็นงานตามความพึงพอใจ  ที่เธอเลือกทำหลังจากการลาออกจากงานประจำ  ประกอบกับรู้จักกับคุณหมอธีรินทร์เป็นการส่วนตัวมานาน  เธอจึงอาสามาช่วยงานดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กแห่งนี้เท่าที่เธอจะสามารถมาได้
         อย่างรุ้งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ  พี่ว่า  เพราะเจ้าลูกชายทั้งสองก้อโตๆ กันแล้ว  คุณหมอพยายามหว่านล้อม พ่อของเด็กเขาอยากได้คนดูแลที่มีอายุแล้วก้อความรู้ในการดูแลเด็กออทิสติกด้วย  รุ้งน่ะเหมาะ
         บทสรุปง่ายๆ  กับข้อเสนอค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร  ทำให้ทอรุ้งนำมาคิดและถามความเห็นของลูกชาย  ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร  ลูกชายคนโตแม้จะเพิ่งเรียนจบก็มีงานทำที่พอจะสามารถดูแลน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา  
         แม่จะไปอยู่ได้เหรอ   ในสวนจะแบบไหนก้อไม่รู้
          เจ้าคนเล็กตัวสูงไม่วายกังวลเล็กๆ
         อยู่ได้สิ  ไม่น่าจะมีอะไรนะ  ทอรุ้งยืนยัน  
          ความจริงเธอก็ตัดสินใจเองได้แต่ด้วยความคุ้นเคยที่อยู่ด้วยกันสามแม่ลูก  ที่มักจะพูดคุยกันเสมอในทุกเรื่อง
          ในที่สุดเธอก็ตอบตกลงกับหมอธีวินทร์ที่จะเดินทางไปทำงานดูแลเด็กในที่ที่เธอยังไม่เคยได้ไปมาก่อน  ข้อมูลรายละเอียด  ข้อตกลงต่างๆ ล้วนสำเร็จลงไปด้วยคุณหมอเป็นผู้จัดการให้  และวันนี้เธอกำลังเดินทางไปทำงานกับนายจ้างที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
         มองไปไกลๆ  ในทิศทางที่กำลังเดินทาง  อดหวั่นวิตกไม่ได้กับเมฆฝนที่ดำทะมึนข้างหน้า  เพราะพี่หมอบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทางมากพอสมควร  แล้วยังต้องเดินทางเข้าไปที่สวนผลไม้อีกต่อหนึ่ง  โชคดีที่ทางนายจ้างจะมารอรับที่ท่ารถ  ทอรุ้งเอาโทรศัพท์มาเช็คหมายเลขติดต่อที่พี่หมอเอื้อเฟื้อให้อีก  ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว
         ทอรุ้งนั่งมองออกไปนอกรถพร้อมกลับคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเพลินๆ  จนเคลิ้มหลับไป  สักพักเธอต้องตกใจตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกมีอะไรมากระทบแขนแรงๆ  จนต้องลืมตาขึ้นมา
         อ๊ะ!  อ๊า!  เสียงร้องใสๆ  ที่ไม่เบานักดังขึ้น  ทอรุ้งลืมตาขึ้นมาก็พบดวงตาดำขลับใสแจ๋วของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง  ซึ่งดูเหมือนถุกอุ้มมาจ่อมวางที่เบาะนั่งเดียวกับเธอโดยไม่ทันระวัง  เท้าคู่น้อยในรองเท้าผ้าใบจึงเหยียบลงบนท่อนแขนของเธอเต็มๆ
         โอ๊ะ!  ขอโทษครับ  นึกว่าว่าง  เสียงห้าวๆ  ดังมาจากด้านหลังก่อนที่จะชะโงกหน้ามา
        ไม่เป็นไรค่ะ  นั่งได้  เธอตอบพลางขยับให้เด็กหญิงตัวน้อย  ขาว  บาง  เหมือนตุ๊กตาแก้ว  ร่างสูงใหญ่จึงนั่งลงอีกด้านหนึ่งก่อนที่จะโอบร่างน้อยๆบางๆนั้นไปกอดอย่างทะนุถนอม
         อ๊ะ!  เด็กน้อยส่งเสียงดังแจ้ว  ทอรุ้งต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง  แก้มใสบาง  ขาวซีดๆ  ปากบางสีแดงสดระบายยิ้มพร้อมกับส่งเสียงที่ฟังไม่เข้าใจ  ผู้เป็นพ่อเหลือบมองดูทอรุ้งอย่างเก้อๆ  
         ขอโทษนะครับ  เขาพูดเบาๆ  ดึงมือลูกสาวที่กำลังเอื้อมไปแตะกำไลหยกที่ข้อมือทอรุ้งอย่างใคร่รู้  แต่ดูเหมือนเด็กน้อยจะไม่สนใจ   ยังคงส่งเสียงคล้ายพยายามพูดแต่เสียงที่เปล่งออกมาไม่มีใครเข้าใจได้เลยนอกจากผู้เป็นพ่อ  
         ลูกสาวพูดไม่ได้ครับ  เพิ่งไปผ่าตัดใต้ลิ้นมาเกือบสองเดือนเองครับ  เขาอธิบายท่าทีผ่อนคลายกว่าทีแรก  เมื่อเห็นทอรุ้งไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจลูกสาว  ทอรุ้งมองด้วยความทึ่ง  เด็กน้อยยังสนใจกำไลหยกโดยพยายามจะเอื้อมมือจับข้อมือของเธอ  ทอรุ้งส่งข้อมือให้อย่างไม่ได้นึกรังเกียจแต่อย่างใด  นอกจากความรู้สึกเอ็นดู
         อดสังเกตลักษณะของเด็กน้อยไม่ได้  อายุไม่น่าเกิน  3  ขวบเพราะตัวเล็กเหลือเกิน  สายตาที่มองดูเลื่อนลอย  เธอมักจะมองเลยไปไกลกว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า  ชี้ดูสิ่งนั้นสิ่งนี้  ส่งเสียงอ้อแอ้วุ่นวาย  ผู้โดยสารหลายคนที่นั่งที่นั่งใกล้ๆ เริ่มหันมาด้วยสายตาที่บอกความรู้สึกที่แตกต่างกัน  ตำหนิติเตียน  รำคาญ  เวทนา  อยากรู้อยากเห็น  ใบหน้าที่รกด้วยหนวดเคราหันมามองทอรุ้งด้วยความรู้สึกอึดอัด  หวาดระแวง  แต่เมื่อเห็นหญิงสาวมีกิริยาที่เป็นมิตรต่อลูกสาว  แววตาที่มองมาจึงคลายความอัดอึดลงไปบ้างหากยังคงหวาดระวัง
         ...อืม  เด็กคนที่จะต้องไปดูแลจะเป็นยังงี้รึป่าวนะ....  ทอรุ้งนึกสงสัย  พี่หมอไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักบอกแค่เพียงว่าเป็นเด็กออทิสติก  อื่นๆ  ก็คงต้องไปพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กเอง  
         เด!  เด!  เด็กน้อยส่งเสียงพร้อมกับเอามือเล็กมือนั้นตีไปที่ท่อนแขนผู้เป็นพ่ออย่างแรง  อ๊า!
          เธอชี้มาที่ทอรุ้ง  พยามยามส่งเสียงที่เข้าใจกันเฉพาะสองพ่อลูก  ผู้เป็นพ่อยิ้มให้อย่างเอ็นดูก่อนที่จะก้มลงพูดกับลูกเบาๆ  แต่ดูท่าทางอีกฝ่ายจะไม่รับรู้กลับส่งเสียงดังมากขึ้นและพยายามดึงมืออกจากการเกาะกุมของพ่อ  มาจับแขนของทอรุ้งและพยายามจะพูดด้วย
          อย่ายุ่งน้าลูก
           คะ!
           เอ่อ....น้องฝันคงสนใจที่คุนกำลังฟังอยู่มั้งครับ  เขาอธิบายเบาๆ กับทอรุ้ง  ด้วยความอึดอัดอีกครั้งกับสายตาของผู้โดยสารสาวสวยเบาะหน้าที่หันมามอง
           อ่อ....ไม่เป็นไรค่ะ  ทอรุ้งตอบ  และถอสายดหูฟังข้างหนึ่งส่งให้เด็กน้อย  ฟังด้วยกันค่ะ
           เธอเหน็บหูฟังให้  เมื่อน้องฝันได้ยินเสียงเพลงจากเครื่องเล่นตัวจิ๋ว  ทุกอย่างจึงดูสงบลง  ผู้เป็นพ่อกล่าวขอบคุณทอรุ้งอย่างเกรงอกเกรงใจ


           ทอรุ้งทิ้งตัวลงบนเตียงที่สะอาดเอี่ยม  ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องพักช่วยผ่อนคลายอาการวิงเวียนและความเหนียวหนับเนื้อตัว  ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงเมืองฝางหลังจากที่นั่งรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ร่วม 3 ร่วมชั่วโมง  เส้นทางที่คดเคี้ยวในขุนเขาทำให้เธอมีอาการวิเวียนเมารถพอสมควร  ทั้งยังต้องหงุดหงิดอีกกับการผิดนัดของนายจ้าง
           ป้อเลี้ยงไปเวียง  ยังบ่ ปิ๊กมาเตื่อ  คำตอบจากแม่บ้านที่รับโทรศัพท์  รถตี้สวนก่อซ้ำมาหลุ  เลยบ่ มีรถไปฮับครู  ครูเข้าพักตี้โรงแรมก่อนเน้อเจ้า
           คุณแม่บ้านก็ได้จัดแจงให้เธออย่างคล่องแคล่วพร้อมแนะนำที่พักให้เสร็จสรรพ  ซึ่งดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการจัดหาที่พักพอสมควร  เพราะเธอสามารถเข้าที่พักตามคำแนะนำอย่างสะดวกสบาย   และยังได้รับคำตอบว่าจะส่งรถมารับในพรุ่งนี้เช้า  เธอจึงรู้สึกคลายกังวลไปพอสมควร  
          ทีแรกทอรุ้งคิดว่าจะออกไปเดินเที่ยวดูร้านรวง  หลังการอาบน้ำเพื่อทำความรู้จักกับถิ่นใหม่ที่เธอจะมาอยู่ร่วมปีตามสัญญาว่าจ้าง  แต่ครั้นทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยจริงทอรุ้งก็เปลี่ยนสั่งอาหารขึ้นมาที่ห้องและพักผ่อนเท่านั้น


.....โปรดติดตามต่อไปวันเสาร์.....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฝากรักฟากฟ้า
Lovings  ฝากรักฟากฟ้า เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฝากรักฟากฟ้า
Lovings  ฝากรักฟากฟ้า เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฝากรักฟากฟ้า
Lovings  ฝากรักฟากฟ้า เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฝากรักฟากฟ้า
>