รุ้งทอฝัน#1

ฝากรักฟากฟ้า

ทอรุ้งรู้สึกรำคาญเล็กน้อยกับการที่ต้องมานั่งรถโดยสารในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวอย่างนี้  สัมภาระแค่กระเป๋าใบใหญ่ใบเดียวเท่านั้นเอง  เด็กท้ายรถช่วยกันยกจนตัวเอียงเก็บไว้ใต้ท้องรถ  ทอรุ้งหิ้วเพียงกระเป๋าโน้ตบุ๊คขึ้นไปบนรถรอเวลารถออก
         ช่วงบ่ายอย่างนี้ผู้โดยสารไม่ค่อยแน่น  นั่งสบายๆ  ทอรุ้งจึงสามารถนั่งเบาะอย่างสบายๆ  คนเดียว  การเตรียมตัวเดินทางวันนี้ทำเอาเธอเพลียมาก  ทั้งยังจะมาเจออากาศอบอ้าวแบบนี้  เธอคิดว่าเดี๋ยวคงจะนั่งหลับแน่เลย  เมื่อคืนก็ยังหลับดึกอีกด้วย  แต่คราวนี้เธอต้องไปรับงานไกลบ้านจึงต้องจัดการสิ่งต่างๆทางบ้านให้เรียบร้อย
         รุ้งสนใจงานดูแลเด็กมั๊ยล่ะ  พี่หมอที่คุ้นเคยกันมานานเอ่ยถามขึ้นมาในวันหนึ่ง
         ดูแลเด็กแบบที่ศูนย์นี่เหรอคะ  เธอย้อนถาม
         ก้อคล้ายๆกัน  แต่คนนี้ผู้ปกครองเขาอยากได้พี่เลี้ยงแบบอยู่ประจำเลย
         วันนั้นเธอลังเลไม่ได้ตอบรับปากไปทันที  งานดูแลเด็กที่เธอไปทำเป็นงานตามความพึงพอใจ  ที่เธอเลือกทำหลังจากการลาออกจากงานประจำ  ประกอบกับรู้จักกับคุณหมอธีรินทร์เป็นการส่วนตัวมานาน  เธอจึงอาสามาช่วยงานดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กแห่งนี้เท่าที่เธอจะสามารถมาได้
         อย่างรุ้งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ  พี่ว่า  เพราะเจ้าลูกชายทั้งสองก้อโตๆ กันแล้ว  คุณหมอพยายามหว่านล้อม พ่อของเด็กเขาอยากได้คนดูแลที่มีอายุแล้วก้อความรู้ในการดูแลเด็กออทิสติกด้วย  รุ้งน่ะเหมาะ
         บทสรุปง่ายๆ  กับข้อเสนอค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร  ทำให้ทอรุ้งนำมาคิดและถามความเห็นของลูกชาย  ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร  ลูกชายคนโตแม้จะเพิ่งเรียนจบก็มีงานทำที่พอจะสามารถดูแลน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา  
         แม่จะไปอยู่ได้เหรอ   ในสวนจะแบบไหนก้อไม่รู้
          เจ้าคนเล็กตัวสูงไม่วายกังวลเล็กๆ
         อยู่ได้สิ  ไม่น่าจะมีอะไรนะ  ทอรุ้งยืนยัน  
          ความจริงเธอก็ตัดสินใจเองได้แต่ด้วยความคุ้นเคยที่อยู่ด้วยกันสามแม่ลูก  ที่มักจะพูดคุยกันเสมอในทุกเรื่อง
          ในที่สุดเธอก็ตอบตกลงกับหมอธีวินทร์ที่จะเดินทางไปทำงานดูแลเด็กในที่ที่เธอยังไม่เคยได้ไปมาก่อน  ข้อมูลรายละเอียด  ข้อตกลงต่างๆ ล้วนสำเร็จลงไปด้วยคุณหมอเป็นผู้จัดการให้  และวันนี้เธอกำลังเดินทางไปทำงานกับนายจ้างที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
         มองไปไกลๆ  ในทิศทางที่กำลังเดินทาง  อดหวั่นวิตกไม่ได้กับเมฆฝนที่ดำทะมึนข้างหน้า  เพราะพี่หมอบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทางมากพอสมควร  แล้วยังต้องเดินทางเข้าไปที่สวนผลไม้อีกต่อหนึ่ง  โชคดีที่ทางนายจ้างจะมารอรับที่ท่ารถ  ทอรุ้งเอาโทรศัพท์มาเช็คหมายเลขติดต่อที่พี่หมอเอื้อเฟื้อให้อีก  ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว
         ทอรุ้งนั่งมองออกไปนอกรถพร้อมกลับคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเพลินๆ  จนเคลิ้มหลับไป  สักพักเธอต้องตกใจตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกมีอะไรมากระทบแขนแรงๆ  จนต้องลืมตาขึ้นมา
         อ๊ะ!  อ๊า!  เสียงร้องใสๆ  ที่ไม่เบานักดังขึ้น  ทอรุ้งลืมตาขึ้นมาก็พบดวงตาดำขลับใสแจ๋วของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง  ซึ่งดูเหมือนถุกอุ้มมาจ่อมวางที่เบาะนั่งเดียวกับเธอโดยไม่ทันระวัง  เท้าคู่น้อยในรองเท้าผ้าใบจึงเหยียบลงบนท่อนแขนของเธอเต็มๆ
         โอ๊ะ!  ขอโทษครับ  นึกว่าว่าง  เสียงห้าวๆ  ดังมาจากด้านหลังก่อนที่จะชะโงกหน้ามา
        ไม่เป็นไรค่ะ  นั่งได้  เธอตอบพลางขยับให้เด็กหญิงตัวน้อย  ขาว  บาง  เหมือนตุ๊กตาแก้ว  ร่างสูงใหญ่จึงนั่งลงอีกด้านหนึ่งก่อนที่จะโอบร่างน้อยๆบางๆนั้นไปกอดอย่างทะนุถนอม
         อ๊ะ!  เด็กน้อยส่งเสียงดังแจ้ว  ทอรุ้งต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง  แก้มใสบาง  ขาวซีดๆ  ปากบางสีแดงสดระบายยิ้มพร้อมกับส่งเสียงที่ฟังไม่เข้าใจ  ผู้เป็นพ่อเหลือบมองดูทอรุ้งอย่างเก้อๆ  
         ขอโทษนะครับ  เขาพูดเบาๆ  ดึงมือลูกสาวที่กำลังเอื้อมไปแตะกำไลหยกที่ข้อมือทอรุ้งอย่างใคร่รู้  แต่ดูเหมือนเด็กน้อยจะไม่สนใจ   ยังคงส่งเสียงคล้ายพยายามพูดแต่เสียงที่เปล่งออกมาไม่มีใครเข้าใจได้เลยนอกจากผู้เป็นพ่อ  
         ลูกสาวพูดไม่ได้ครับ  เพิ่งไปผ่าตัดใต้ลิ้นมาเกือบสองเดือนเองครับ  เขาอธิบายท่าทีผ่อนคลายกว่าทีแรก  เมื่อเห็นทอรุ้งไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจลูกสาว  ทอรุ้งมองด้วยความทึ่ง  เด็กน้อยยังสนใจกำไลหยกโดยพยายามจะเอื้อมมือจับข้อมือของเธอ  ทอรุ้งส่งข้อมือให้อย่างไม่ได้นึกรังเกียจแต่อย่างใด  นอกจากความรู้สึกเอ็นดู
         อดสังเกตลักษณะของเด็กน้อยไม่ได้  อายุไม่น่าเกิน  3  ขวบเพราะตัวเล็กเหลือเกิน  สายตาที่มองดูเลื่อนลอย  เธอมักจะมองเลยไปไกลกว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า  ชี้ดูสิ่งนั้นสิ่งนี้  ส่งเสียงอ้อแอ้วุ่นวาย  ผู้โดยสารหลายคนที่นั่งที่นั่งใกล้ๆ เริ่มหันมาด้วยสายตาที่บอกความรู้สึกที่แตกต่างกัน  ตำหนิติเตียน  รำคาญ  เวทนา  อยากรู้อยากเห็น  ใบหน้าที่รกด้วยหนวดเคราหันมามองทอรุ้งด้วยความรู้สึกอึดอัด  หวาดระแวง  แต่เมื่อเห็นหญิงสาวมีกิริยาที่เป็นมิตรต่อลูกสาว  แววตาที่มองมาจึงคลายความอัดอึดลงไปบ้างหากยังคงหวาดระวัง
         ...อืม  เด็กคนที่จะต้องไปดูแลจะเป็นยังงี้รึป่าวนะ....  ทอรุ้งนึกสงสัย  พี่หมอไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักบอกแค่เพียงว่าเป็นเด็กออทิสติก  อื่นๆ  ก็คงต้องไปพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กเอง  
         เด!  เด!  เด็กน้อยส่งเสียงพร้อมกับเอามือเล็กมือนั้นตีไปที่ท่อนแขนผู้เป็นพ่ออย่างแรง  อ๊า!
          เธอชี้มาที่ทอรุ้ง  พยามยามส่งเสียงที่เข้าใจกันเฉพาะสองพ่อลูก  ผู้เป็นพ่อยิ้มให้อย่างเอ็นดูก่อนที่จะก้มลงพูดกับลูกเบาๆ  แต่ดูท่าทางอีกฝ่ายจะไม่รับรู้กลับส่งเสียงดังมากขึ้นและพยายามดึงมืออกจากการเกาะกุมของพ่อ  มาจับแขนของทอรุ้งและพยายามจะพูดด้วย
          อย่ายุ่งน้าลูก
           คะ!
           เอ่อ....น้องฝันคงสนใจที่คุนกำลังฟังอยู่มั้งครับ  เขาอธิบายเบาๆ กับทอรุ้ง  ด้วยความอึดอัดอีกครั้งกับสายตาของผู้โดยสารสาวสวยเบาะหน้าที่หันมามอง
           อ่อ....ไม่เป็นไรค่ะ  ทอรุ้งตอบ  และถอสายดหูฟังข้างหนึ่งส่งให้เด็กน้อย  ฟังด้วยกันค่ะ
           เธอเหน็บหูฟังให้  เมื่อน้องฝันได้ยินเสียงเพลงจากเครื่องเล่นตัวจิ๋ว  ทุกอย่างจึงดูสงบลง  ผู้เป็นพ่อกล่าวขอบคุณทอรุ้งอย่างเกรงอกเกรงใจ
           ทอรุ้งทิ้งตัวลงบนเตียงที่สะอาดเอี่ยม  ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องพักช่วยผ่อนคลายอาการวิงเวียนและความเหนียวหนับเนื้อตัว  ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงเมืองฝางหลังจากที่นั่งรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ร่วม 3 ร่วมชั่วโมง  เส้นทางที่คดเคี้ยวในขุนเขาทำให้เธอมีอาการวิเวียนเมารถพอสมควร  ทั้งยังต้องหงุดหงิดอีกกับการผิดนัดของนายจ้าง
           ป้อเลี้ยงไปเวียง  ยังบ่ ปิ๊กมาเตื่อ  คำตอบจากแม่บ้านที่รับโทรศัพท์  รถตี้สวนก่อซ้ำมาหลุ  เลยบ่ มีรถไปฮับครู  ครูเข้าพักตี้โรงแรมก่อนเน้อเจ้า
           คุณแม่บ้านก็ได้จัดแจงให้เธออย่างคล่องแคล่วพร้อมแนะนำที่พักให้เสร็จสรรพ  ซึ่งดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการจัดหาที่พักพอสมควร  เพราะเธอสามารถเข้าที่พักตามคำแนะนำอย่างสะดวกสบาย   และยังได้รับคำตอบว่าจะส่งรถมารับในพรุ่งนี้เช้า  เธอจึงรู้สึกคลายกังวลไปพอสมควร  
          ทีแรกทอรุ้งคิดว่าจะออกไปเดินเที่ยวดูร้านรวง  หลังการอาบน้ำเพื่อทำความรู้จักกับถิ่นใหม่ที่เธอจะมาอยู่ร่วมปีตามสัญญาว่าจ้าง  แต่ครั้นทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยจริงทอรุ้งก็เปลี่ยนสั่งอาหารขึ้นมาที่ห้องและพักผ่อนเท่านั้น
.....โปรดติดตามต่อไปวันเสาร์.....				
				
comments powered by Disqus
  • กชมนวรรณ

    8 กันยายน 2550 09:09 น. - comment id 97491

    11.gif สงสัยพระเอกนางเอกจาเจอกันแล้ว อิอิ มีเรือพ่วงซะด้วย 555  ฉากแรกเจอกันบนรถเดี๋ยวหาภาพประกอบหน่อย อิอิ
     
    1167312852cj9.gif
    
    
  • ครูพิม

    8 กันยายน 2550 13:20 น. - comment id 97492

    1.gif
    พระเอกกับนางเอกต้องลงเอยด้วยดีนะคะ
    ห้ามเศร้านะ
    จะติดตามตอนต่อไปค่ะ
    36.gif36.gif
  • พี่ริน-ฝากรักฟากฟ้า

    8 กันยายน 2550 20:34 น. - comment id 97496

    ค่ะ  ขอบคุนที่ให้โอกาส  อิๆๆๆๆๆ  สองคนนี่มาเป็น  face  horse  ให้พี่รินตลอด  แหมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    
    ดีใจอ่ะ
    10.gif
    จะพยายามให้แฮปปี้เอนดิ้งนะคะ  ต้องดูอารมณ์คนแต่งก่อนว่าจาแปลงร่าง  เปลี่ยนอารมณ์ไปกี่รอบ  อิๆๆๆๆๆๆๆๆ
  • บ๊อง

    10 กันยายน 2550 11:49 น. - comment id 97524

    คงจบลงด้วย10.gif10.gif10.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน