12 มีนาคม 2553 11:22 น.

ไอ้เลว..เอ้ย

เทพธัญญ์

...ส่งเสียงก้อง ร้องป่าว กราวไปทั่ว
บอกว่าตัว ไม่ชั่วช้า อย่าใส่สี
ถูกกลั่นแกล้ง แทงหลัง ไม่หวังดี
โดนย่ำยี มีพวกรุม สุมใส่ไฟ
...ขบวนการ ศาลไม่โปร่ง โกงคำสั่ง
ไม่เชื่อฟัง ยังลบหลู่ คอยถูไถ
เหมือนหมาบ้า ท้าทาย คล้ายย่ามใจ
เที่ยวสุมไฟ ให้ร้ายเขต ประเทศตน
...หลอกประชา ตาดำดำ ทำเพื่อข้า
ใช้เงินตรา มาจุนเจือ เพื่อหวังผล
ไอ้สามตัว หัวหมา ล่าฝูงชน
รวมผู้คน ชนกับรัฐ แล้ววัดดวง
...โดยไม่สน คนศรัทธา มาปกป้อง
บอกพี่น้อง ต้องกรอบกู้ สู้กับหลวง
หวังสร้างเหตุ เพศภัย ให้หนักหน่วง
เพื่อลุล่วง ทวงอำนาจ ฟาดเงินตรา
...แต่ตัวมัน ดันไม่อยู่ สู้กับพ้อง
ปล่อยพี่น้อง ต้องมาสู้ ดูเถิดหนา
ปากคอยหลอก บอกจะสู้ อยู่เคียงบ่า
เคยเห็นหน้า มันมาไหม ไอ้อัปรีย์
...แล้ววันนี้ ที่บอกนัก รักประเทศ
โถไอ้เปรต ประเทศไหน ใช่ไทยนี้
เผาบ้านเมือง สร้างเรื่องทุกข์ เกิดยุคกรี
เพื่ออะไร ไอ้คนดี ที่ดูไบ				
22 กุมภาพันธ์ 2553 18:48 น.

ส่งเธอได้แค่นี้

เทพธัญญ์

...เริ่มจากศูนย์ พูนเพิ่ม เติมต่อรัก
จากต่างใจไม่รู้จัก จนรักหวาน
บ้างเจอทุกข์ สุขสม ล้มคลุกคลาน
ผูกสองใจให้ผสาน กาลเวลา
เดินเคียงคู่ สู้บนทาง อย่างมุ่งมั่น
มีความฝัน อันแสนไกล ให้เดินหา
เรามีกัน ฉันมีเธอ เสมอมา
ร่วมเคียงบ่า ฝ่าฟันพบ จบเส้นชัย
...ผ่านเวลา มานานเนิ่น เดินใกล้ฝั่ง
ที่คาดหวัง ตั้งมั่น เริ่มหวั่นไหว
ที่ร่วมก่อ ทอรัก ถักสายใย
เริ่มเปลี่ยนไป ใจเธอ เผลอเปลี่ยนทาง
...ที่มีอยู่ ไม่คู่ควร ชวนเธอใฝ่
หลายปัจจัย ไม่ทั่วถึง จึงเมินหมาง
เธอมีฝัน นั้นมากมาย หลายหนทาง
ที่เธอร่าง วางไว้ อยากให้เป็น
...จนวันนี้ ที่เป็นอยู่ ดูแตกต่าง
ระยะห่าง ระหว่างเรา เค้าเริ่มเห็น
จากซาบซ่าน หวานหยด รดกระเซ็น
กลับเปลี่ยนเป็น เย็นชา ระอาใจ
...เพราะตัวฉัน นั้นหรือ คือจุดเปลี่ยน
ที่ไม่อาจ วาดเขียน เปลี่ยนสิ่งไหน
ไม่อาจเป็น เช่นเธอหวัง ได้ดั่งใจ
ฉันทำได้ ไม่พอ เท่าขอมา
...แค่ผู้ชาย ขายวิชา หาเลี้ยงชีพ
เธอจะบีบ ถีบส่งไป ไม่ถือสา
ทุ่มกายใจ ให้คนดี ที่ผ่านมา
คงไร้ค่า ถ้าเธอเมิน เดินจากไป
...ตัวฉันคง ส่งเธอไกล ได้แค่นี้ 
ขอคนดี มีทางฝัน อันสดใส
ส่วนตัวฉัน มันอาจเศร้า เหงาเรื่อยไป
แต่ภูมิใจ ได้รักเธอ เสมอมา				
16 ตุลาคม 2552 12:41 น.

เมื่อ..ลมหนาวพัดหวน

เทพธัญญ์

ออกพรรษา สิ้นหน้าฝน ชนหน้าหนาว      
ลมพัดผ่าว เป่าสำเนียง เสียงลมหวน
ลมหนาวพัด สะบัดมา พารัญจวน
เหมันต์หวน ป่วนฤทัย ให้เดียวดาย
          ท้องฟ้าคราม ยามสายัญ ตะวันคล้อย
หมู่เมฆลอย คล้อยเคลื่อน เลื่อนลาหาย
สายลมโบก โยกทิวไผ่ ไหวเอนปลาย
อ่อนตามลาย สายลมพัด สะบัดเบา
           อัสดง ทรงกรด จรดค่ำ
ฟ้าเริ่มดำ นำราตรี ที่เงียบเหงา
ลมรัญจวน ครวญสำเนียง เสียงแผ่วเบา
สายลมเป่า เหงาทั้งหนาว ร้าวทรวงใน
           ในราตรี ที่เงียบเหงา เรานั่งเหม่อ
ใจพร่ำเพ้อ ละเมอคิด จิตหวั่นไหว
ลมพัดแผ่ว แว่วสำเนียง เสียงเรไร
เหงาจับใจ ในค่ำคืน ยืนรำพึง
           หนาวครานี้ ฤดีเศร้า เหงาดวงจิต
ลมเปลี่ยนทิศ หวนจิตใจ ให้คิดถึง
ภาพหน้าหนาว คราวก่อนนั้น มันตราตรึง
ให้คะนึง ถึงอดีต คอยกรีดใจ
           เมื่อหน้าหนาว คราวก่อน ตอนลมล่อง
คืนจันทร์ส่อง ท้องฟ้าคราม งามสดใส
มีเราสอง นั่งมองจันทร์ สันต์สุขใจ
ลมพัดไหว ใจสะท้าน ซ่านผิวกาย
           แม้ลมหนาว แต่เราอุ่น กรุ่นไอรัก
แม้หนาวนัก รักคอยคลุม ห่มให้หาย
ในคืนหนาว เราอิงแอบ แนบชิดกาย
หนาวก็คลาย หายไป ใจชื่นบาน
           เราโอบกอด พรอดพร่ำ รำพันรัก
สุขใจนัก กับรักนี้ ที่แสนหวาน
อยากพร่ำพรอด กอดกันไว้ ให้แสนนาน
รักเบ่งบาน ปานแสงจันทร์ อันวิไล
         เอ่ยวาจา สัญญามั่น คืนจันทร์ผ่อง
ให้เราสอง ปองใจมั่น ไม่หวั่นไหว
ขอจันทร์เพ็ญ เป็นพยาน ผสานใจ
แม้ต้องไกล ไปห่างกัน จะมั่นคง
           สิ้นลมหนาว เจ้าก็ไกล ไปเหินห่าง
ต้องไกลทาง ห่างกันไป ไม่ประสงค์
ลมหนาวจาก พรากเจ้าไกล ใจพะวง
หวั่นอนงค์ จะหลงทาง ห่างหัวใจ
           สุดอาลัย ในวันลา น้ำตาหล่น
โอ้ใจเราเศร้าเหลือทน จนอ่อนไหว
เจ้า สัญญา ถึงหน้าหนาว คราวถัดไป
จะหอบใจ ให้หวนมา คราเหมันต์
           เหมันต์นี้ มีเพียงเรา เฝ้ามองฟ้า
ลมพัดมา คราใด ใจแสบสัน
มันหนาวเหน็บ เจ็บหัวใจ ให้รำพัน
ลมพัดไหวใจหนาวสั่น สะบั้นกาย
           แม้ผิงไฟ ให้คลายหนาว แค่คราวครั้ง
แต่หนาวใจ ไม่ประทัง ยังไม่หาย
ยิ่งลมพัด ปัดปลิว คลอผิวกาย
แทบวางวาย กายใจเหน็บ เจ็บซ้ำทรวง
           เจ้าอยู่ไหน จึงไม่หวน ทวนท้องทุ่ง
หรือหลงกรุง มุ่งฝักใฝ่ ในเมืองหลวง
ทิ้งหนุ่มนา น้ำตาคลอ รอพุ่มพวง
หวั่นในทรวง ห่วงคนไกล จะไม่มา
           หรือลืมแล้ว หนอแก้วตา สัญญาเก่า
ที่สองเรา เฝ้ารำพึง คะนึงหา
เมื่อคราวครั้ง นั่งมองจันทร์ เอ่ยสัญญา
จะคืนมา คราลมหวน ทวนเหมันต์
           คงเที่ยวท่อง ล่องแสงสี ที่เมืองฟ้า
ลืมทุ่งนา สัญญาเดิม เริ่มเปลี่ยนผัน
อยู่เมืองไกล ใจก็ต่าง ห่างสัมพันธ์
คงลืมกัน ลืมวันวาน ลืมบ้านไพร
           นี่ก็ผ่าน กาลเหมันต์ หลายวันเข้า         
ยังคอยเฝ้า เจ้าแก้วตา จะมาไหม
คอยจดจ้อง มองทาง อย่างท้อใจ
เจ้าอยู่ไหน จึงไม่มา หาคนคอย
            กลอยรู้ไหม ใครคนหนึ่ง คิดถึงเจ้า
ทุกค่ำเช้า เฝ้าห่วงใย จนใจหงอย
จะผ่านหนาว กี่คราวครั้ง ยังเฝ้าคอย
ใจเหม่อลอย คอยสัญญา เมื่อสายัญ
           ทุกถ้อยคำ ยังย้ำเตือน เหมือนมีดกรีด
รอยอดีต ขีดกลางใจ ให้โศกสันต์
ลืมไม่ลง คงฝังใจ ไปทุกวัน
สัญญามั่น วันคืนก่อน ย้อนแทงใจ
           ภาพวันเก่า เฝ้าเวียนวน ปนในจิต      
ยิ่งห้ามใจไม่หวนคิด จิตหวั่นไหว
ใจเจ้ากรรม ทำไม่ลง คงฝังใจ
ลืมไม่ได้ ใจไม่พร้อม ยอมรับมัน
           ลมเปลี่ยนทิศ แต่จิตใจ ยังไม่เปลี่ยน
ฤดูเวียน เปลี่ยนหมุนไป ใจไม่ผัน
ยังจดจำ คำสัญญา คราเหมันต์
คำเหล่านั้น มันแทงใจ ให้ค่ำครวญ
           วอนลมหนาว ข่าวคนไกล ให้สักหน่อย
ว่าหนุ่มนา ตั้งตาคอย กลอยให้หวน
ทวงสัญญา คราเหมันต์ อันรัญจวน
ฝาก ลมหวน ชวนขวัญยืน คืนบ้านนา
          เนิ่นนานวัน ผันเป็นเดือน เคลื่อนเป็นปี
จนวันนี้ กี่ลมหนาว เฝ้าคอยหา
เหมันต์เข้า หนาวก็ทวน หวนทุกครา
แต่เจ้าใยไม่หวนมา......หาคนคอย				
6 สิงหาคม 2552 09:50 น.

แม่จ๋า

เทพธัญญ์

...จากมานาน ผ่านกี่ปี ที่ไกลห่าง
จนหนทาง ที่วางไว้ ได้พบฝัน
ในดวงจิต คิดถึงแม่อยู่ทุกวัน
ลูกแม่นั้น มีวันนี้เพราะแม่ไง
...ยังจำได้ ในวันลา น้ำตาหลั่ง
แม่ลงนั่ง สั่งสอนลูก ปลูกนิสัย
บอกหนักหนา คราก่อนพราก จากมาไกล
จงตั้งใจ ในสิ่งหวัง แม่สั่งมา
...ลูกก้มกราบ ทาบเท้า เข้ากอดแม่
ใจป้อแป้ ห่วงแม่นัก รักหนักหนา
เพราะความฝัน มันไกลมาก จำจากมา
หลั่งน้ำตา ลาแม่พ่อ ขอเดินทาง
...นั่งรถไฟ ไกลถิ่นฐาน บ้านเคยอยู่
มันหวั่นไหวใจหดหู่ ดูหน้าต่าง
นั่งรถไป ได้แต่มอง สองข้างทาง
จนรุ่งสาง ทางเดินใหม่ ใช่บ้านนา
...อยู่เมืองกรุง มุ่งทำงาน สานฝันต่อ
หนักแค่ไหน ไม่เคยท้อ ต่อปัญหา
ล้มหลายครั้ง พังกี่หน ทนเรื่อยมา
เหนื่อยหนักหนา มาอยู่แดน แสนห่างไกล
...ยังยิ้มได้ ไม่เคยท้อ ขอยืนอยู่
ลูกพร้อมสู้ อยู่เพื่อฝัน ไม่หวั่นไหว
เอาความดี ที่แม่สอนสู้ฝ่าไป
หากความหวัง ยังไม่ได้ ไม่คืนคอน
...รูปแม่ให้ ในกระเป๋า เอาใส่กรอบ
เขียนตรงขอบ กรอบรูปถ่าย หลายคำสอน
เพื่อเตือนใจ ให้ทราบ กราบก่อนนอน
ลูกขอพร วอนไหว้ ให้คุ้มภัย
...คืนเหน็บหนาว ร้าวรุมกาย สายลมเป่า
หนาวรุกเร้า เข้ากระดูก ลูกสั่นไหว
หวนดวงจิต คิดถึงอุ่น กรุ่นทรวงใน
จากอุ่นไอ ในอกแม่ แต่วัยเยาว์
... อยากกลับไป ได้เห็นหน้า แววตาอุ่น
ตักเคยคุ้น อุ่นหัวใจ ให้คลายเหงา
เหนื่อยมามาก อยากนอนพัก ตักแม่เรา
สุขอื่นใดไหนเล่า เท่าคืนนา
...จะซื้อเสื้อผืนใหม่ ไปฝากแม่
ซื้อผ้าแพร ที่แม่ชอบ หอบไปหา
นำความดี ที่ได้รับ กลับคืนนา
โอ้แม่จ๋า สัญญาไว้ ไม่เคยลืม				
15 กรกฎาคม 2552 15:44 น.

หนุ่มลำปาว สาวเพชรบูรณ์ (เทพธัญญ์)+(somebody)

เทพธัญญ์

...พบเนื้อนวล ชวนให้ ใจหลงรัก
เจ้างามนัก รักน้องแล้ว แก้วตาเอ๋ย
เจ้าอยู่แคว้น แดนใดเล่า  เจ้าทรามเชย
โปรดเฉลย เอ่ยออก บอกพี่มา ( โดย เทพธัญญ์ )
  พี่เป็นหนุ่ม ลุ่มน้ำปาว ชาวอุดร
ขอออดอ้อน วอนถาม ห้ามถือสา
อยากผูกมิตร ชิดใกล้ ใจกานดา
โปรดเมตตา อย่าผลักใส ให้เอ็นดู ( โดย เทพธัญญ์ )
   
   เพียงประสบ พบหน้า พี่มาทัก 
ว่างามนัก ส่งคำรักไมตรีสู่
ออดอ้อนคำ จำนรรจา อย่างพร่างพรู
ดังกูรู ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ( โดย Somebody )
 น้องเป็นสาวเพชรบูรณ์ ลำน้ำสัก
คนรู้จัก เป็นเมือง มะขามหวาน
เพราะขึ้นชื่อ มีมา แต่ช้านาน
และกล่าวขาน ให้รู้ โดยทั่วกัน ( โดย Somebody )
   
   น้องยกยอ ปอปั้น นั้นเกินหน้า
น้องบอกมา ว่ากูรู ผู้รังสรรค์
ใช่คารม คมคาย หมายหลอกกัน
ทุกคำนั้น มันเผยบอก ออกจากใจ( โดย เทพธัญญ์ )
   หนุ่มลำปาว ชาวอุดร อ้อนคำรัก
สาวลำสัก จักเอ็นดู อยู่บ้างไหม
จะอาสา มาทำสวน พรวนดินให้
ช่วยทำไร่ มะขามหวาน บ้านแก้วตา ( โดย เทพธัญญ์ )
  
   อยากรู้นัก ถ้อยคำเอ่ย จริงแค่ไหน
พิสูจน์ได้ ทำอย่างไร ต้องค้นหา
ถ้อยคำนั้น ที่พี่พร่ำ พรรณนา
บอกกล่าวมา จะเชื่อได้ ต้องเห็นจริง( โดย Somebody )
 ต้องให้ลอง ได้ทำ อย่างคำเอ่ย
คงได้เผย ว่าจริงแท้ ที่บอกหญิง
หากทำได้ อดทนไหว ให้แอบอิง
ขอพี่เป็นที่พักพิง ตลอดไป ( โดย Somebody )
  
   พี่พูดจริง ทำจริง ดั่งสิ่งบอก
ไม่ลวงดอก บอกแก้วตา อย่าหวั่นไหว
ขอน้องเจ้า เฝ้าเตรียมตัว เตรียมหัวใจ
จะอ้อนพ่อขอแม่ให้ ไปแต่งนาง( โดย เทพธัญญ์ )
  ขอเพียงแค่ ทำได้ ดังเอ่ยบอก
ไม่มาหลอก ให้น้องต้อง หมองหมาง
เชื่อได้ว่า สักวัน ได้ร่วมทาง
ทุกทุกอย่าง จะสมดัง พี่ตั้งใจ( โดย Somebody )				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเทพธัญญ์
Lovings  เทพธัญญ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเทพธัญญ์
Lovings  เทพธัญญ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเทพธัญญ์
Lovings  เทพธัญญ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเทพธัญญ์
>