26 กุมภาพันธ์ 2557 01:00 น.

ผู้ควรบูชา

Parinya

  การแต่งกายทุกหนคนเลือกสรร
สวมแพรพรรณที่คิดวินิจฉัย
ว่าสวมแล้วพริ้งเพริศเลิศวิไล
กระจกใดชมคนตนชมเอง
มีความรู้อยู่บ้างเท่าหางอึ่ง
คิดว่าถึงท้นท่วมหัวบวมเป่ง
จึงสรุปโดยไม่ขวยว่าสวยเช้ง
ยืดไม่เกรงกระจกเงาเพราะเรามอง
การแต่งกลอนคล้ายกันคือสรรแล้ว
ว่าแจ่มแจ๋วยอดเยี่ยมและเอี่ยมอ่อง
ใจจึงปลงลงแรงแต่งร้อยกรอง
ในมุมมองของกระจกที่ยกตน
มุมมองตนคนเดียวเหลียวกี่ครั้ง
กลอนก็ยังใสสุกเสียทุกหน
จึงอาจหาญส่งมาอวดตาชน
พอขึ้นบนเวทีริบหรี่นัก
คอที่ยืดค่อยค่อยลดอย่างหดหู่
เมื่อมีคู่อยู่เทียบเปรียบน้ำหนัก
วนฉงนฉงายอยู่หลายพัก
ยืนอึกอักอัดอั้น...นั้นขบคิด
อยากมีใครสักคนช่วยค้นหา
กรุณาบอกด้วยช่วยสะกิด
ในมุมใดมุมหนึ่งซึ่งซุ่มพิศ
ช่วยชี้ถูกชี้ผิดสะกิดติง
มือจึงควรพนมก้มลงกราบ
อย่างซึ้งซาบพระคุณการุณย์ยิ่ง
คนที่มีใจงามบอกความจริง
คือมิตรมิ่งคือครู...ควรบูชา
25 กุมภาพันธ์ 2557 20:54 น.

อันใดในกาพย์กลอน

Parinya

   เอาความคิดนิดน้อยร้อยอักษร
ฝากนักกลอนอ่อนแอยอมแพ้พ่าย
ยังไม่ถึงที่สุดหยุดตะกาย
เหมือนตกน้ำไม่ว่ายตายจริงจริง
เพียงสายตาสังคมไม่ชมชื่น
สะอึกสะอื้นจำนนจนหยุดนิ่ง
คิดน้อยอกน้อยใจมิไหวติง
ตนจะยิ่งดิ่งทะเลทุกเวลา
คำเรียงร้อยถ้อยทองที่กรองถัก มีค่านักต่อผู้ที่รู้ค่า
แต่บางทีมีใครไม่เข้าตา
ธรรมดา ฉะนั้น ทำฉันใด
อันกาพย์กลอนสะท้อนงามที่ความคิด
ที่ไม่ผิด กาล ยุคสมัย
ที่มิปิด บิดเบือน เงื่อนงำภัย
มิต้องใครเข้าตาฮือฮากัน  
และการเขียนบทกวีใช่ตีปี๊บ
ที่เตะถีบทุกครั้งเสียงดังลั่น
มิใช่เครื่องประเทืองตนจนสำคัญ
เป็นเพียงฝันธรรมดาตามอารมณ์
หมั่นสังเกต " เจตคติ" ที่ริเริ่ม
เพียงเพื่อเพิ่มบทกวีที่เหมาะสม
หรือเพื่อตนเด่นดังคับสังคม
ตกชลาอารมณ์...จมเพราะใคร
27 มีนาคม 2557 16:28 น.

เธอคือลมหายใจ

Parinya

  วาดโลกนี้สีชมพูอยู่เสมอ
จนไผลเผลอเชื่อมั่นถึงฝันหา
ให้โลกนี้พิเศษตามเจตนา
แม้รู้ว่าโลกนี้เป็นสีเทา
วาดความรักสุขสันต์ในฝันสวย
อบอุ่นด้วยคืนวันอันไม่เหงา
จึงยอมรับสัมพันธ์อันเป็นเรา
จนมีลูกมีเต้ามีเหย้าเรือน
ฝันยืดยาวเท่าที่จิตอยากคิดฝัน
ว่าถึงวันแก่เฒ่าเรามีเพื่อน
อยู่ร่วมเตียงเคียงกันทุกวันเดือน
ต่างเป็นเหมือนไม้เท้าเฝ้าผดุง
คอยประคับประคองกันสองเฒ่า
คอยเป็นเงาตามกันคืนยันรุ่ง
ยามเข้าไฟเข้าไต้ไล่ริ้นยุง
ช่วยหาหุงข้าวปลารักษากัน
แม้มิอาจไปสวรรค์พร้อมกันได้
วันร้องไห้หงอยเหงาเราคงสั้น
เวลาไม่มีใครในชีวัน
อย่าให้มันยาวถึงหนึ่งอึดใจ
เพราะอยู่อย่างโศกศัลย์กับวันเหงา
อึดใจเราก็ทนจนหม่นไหม้
นานกว่านั้นมิรู้อยู่อย่างไร
ลมหายใจของชีวี...ไม่มีแล้ว
23 กุมภาพันธ์ 2557 23:35 น.

รักเอย

Parinya

  "รักเอย...เคยรักประจักษ์จิต
รักเป็นพิษฤทธิ์แผ่แย่ไฉน
ทั้งเคืองขุ่นฉุนเฉียวเปลี่ยวอาลัย
มิมีใครซึ้งเท่าที่เรามี "
ที่จริงแล้ว รักเอย ไม่เคยผิด
บางคนคิดว่ารักมักชิ่งหนี
ถึงขั้นกล่าวหาหนัก รักไม่ดี
มิโทษที่ความคาดหวังตนตั้งมา
น่าแปลกที่หัวใจ ไวต่อทุกข์
ลืมความสุขได้ง่ายเหมือนไร้ค่า
พาชีวิตติดหนับกับน้ำตา
แถมไม่กล้าพยายามรับความจริง
ถ้ารับความจริงได้ทุกข์หายขาด
เป็นโอกาสคว้าชัยอันใหญ่ยิ่ง
เพื่อเปลี่ยนแปลงแหล่งหลักพึงพักพิง
อยู่กับสิ่งรอบข้างอย่างเข้าใจ
รักเคยสวยอย่างไร ใสอย่างนั้น
มิเคยผันจนหยาบเป็นภาพใหม่
แต่เจ็บ-รัก มักอยู่คู่กันไป
ห่มหัวใจอุ่น-เย็นเป็นพักพัก
ใครที่เคยมีรักจึงมักเจ็บ
ผ่านมาแล้วก็ยังเก็บมาเจ็บหนัก
จำเถิดจำ รักเอย ที่เคยรัก
แต่ต้องพัก ความเจ็บ เก็บแค่จำ
( แด่ ปลากัด และผู้เคยรักแล้วเจ็บทุกคน )
22 กุมภาพันธ์ 2557 22:35 น.

ช่วยหนูด้วย

Parinya

   คนชอบสร้างนิยายบนชายหาด
ถือโอกาสกินลมชมยามบ่าย
ละอองฝนฝอยฝอยหล่นปรอยปราย
พรมพื้นทรายพรายแดดทอคลอละออง
รำไรไกลลิบลิบฟ้าขลิบน้ำ
เรือดำดำลำน้อยลอยลำล่อง
ลมไล้เรียวเหนี่ยวนำคลื่นลำยอง
เป็นเกลียวฟองล่องสาดทบหาดทราย
แว่วเสียงเพลงทะเลเห่ ซ่า ซ่า
กล่อมน้ำฟ้าชายหาดไม่ขาดหาย
เป็นจังหวะทยอยลอยลมชาย
บ่งความหมายแผ่นดินถิ่นลำเนา
ตะวันบังหลังสนเงาต้นทอด
รายตลอดเรียงร่มห่มหาดเหงา
เป็นช่วงตอนอ่อนแก่คล้ายแรเงา
สีเทาเทาระบายลายเข้มจาง
ต้นมะพร้าวเรียงแถวหลังแนวสน
ระหว่างต้นจนแถวมีแนวห่าง
บ้านหนึ่งหลังตั้งซุ่มตะคุ่มราง
อยู่ท่ามกลางหว่างพงดงมะพร้าว
บ้านที่เคย "เล่นเล่น" อย่างเป็นสุข
ที่เคยปลุกความฝันวันเริ่มสาว
ที่ปลุกจิตคิดไต่ "บันไดดาว"
เขียนเรื่องราว "ลอยคอทรมาน"
แถบสีโค้งเหนือน้ำข้ามหาวห้วง
มาตกช่วงกึ่งกลางกั้นทางผ่าน
เหมือนนิยายอิทธิฤทธิ์พิสดาร
ใจสั่นปานจะหลุด ...หยุดก้าวปั๊บ
แนวโค้งรุ้งพุ่งลงอยู่ตรงหน้า
กลัวรุ้งดูดขึ้นฟ้าไม่กล้าขยับ
ตกใจกลัวร้องจ้า แม่มารับ
รุ้งลี้ลับ เด็กงี่เง่าไม่เข้าใจ .
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟParinya
Lovings  Parinya เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟParinya
Lovings  Parinya เลิฟ 0 คน
  Parinya
ไม่มีข้อความส่งถึงParinya