กระท่อม ปลายนา

ม้าก้านกล้วย

ในกระท่อม ปลายนา ประสายาก
จะลำบาก เพียงใดไม่เคยบ่น
หนักและล้า ตรากตรำ ระกำระคน
จะสู้ทน ทำกิน บนถิ่นทอง
ไม่เคยยืม หนี้สิน มากินหรู
ไม่เคยกู้ เกินกำลัง ประทังท้อง
แค่หากิน อยู่ได้ มิก่ายกอง
แค่มิต้อง ดิ้นรน จนเกินไป
เพียงสองเรา รู้จักพอ ก็รื่นรมย์
เสพและสม บนบัลลังค์ ตั่งไม้ไผ่
เสียงกาเหว่า ข้ามผืนนา มาแต่ไกล
วังเวงไหว แข่งเสียงไก่ ในท้ายนา
อึ่งอ่างร้อง ระงมบ่น ยามฝนไล่
แลจั่งจั่น ระงมไกล อยู่ในป่า
มีอาหารอย่างดี มีฝูงปลา
จับเอามา เผาพล่า ก็น่ากิน
ยามนา เหนื่อยหนัก ก็พักกาย
ยามไร่ ลำบากกาย หากได้สิน
ยามพัก ยังร้องเพลง บรรเลงพิณ
 ยามยิน ช่างสุขแสน ปานแดนพรหม
คือชีวิต อย่างที่ มีชีวา
คือชาวนา ชาวดง พงไพรร่ม
คือสันหลัง เรียบง่าย ได้ปลดปลง
ได้สืบพงศ์ วงศ์วาน ทำงานนา 
   (ม้าก้านกล้วย)				
comments powered by Disqus
  • ทะเลขวัญ

    23 มิถุนายน 2545 20:25 น. - comment id 57300

    กระท่อมหวานปลายนารอความหวัง
    สาวนาคืนหลังกลับสู่ถิ่นดินระแหง
    ทุ่งรวงทองผ่านแดดกล้าและลมแรง
    ถึงฝนฟ้าจะแกล้งไม่เห็นใจไม่ท้อเลย
    
    หลังของพี่ถึงจะงอหลังคนสู้
    หยัดยืนอยู่มีศักดิ์ศรีมิอยู่เฉย
    นุ่งกางเกงผ้าขาวม้าคาดพุงถึงจะเชย
    แต่น้องเอ๋ยใจดวงนี้มีรักจริง
    
    กลับเถิดหนากระท่อมนารอรักน้อง
    หวังเกี่ยวข้องดำกล้าท้าทุกสิ่ง
    หากมีน้องคนงามแอบอุ่นอิง
    พี่จะวิ่งไปกลางนาตะโกนบอกฟ้าว่าขอบใจ!
  • ทะเลขวัญ

    23 มิถุนายน 2545 20:42 น. - comment id 57301

    หอมเอยหอมดอกกระถิน
    รวยระรินเคล้ากลิ่นกองฟาง
    เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านาง
    มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง
    
    อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย
    ลองเอื้อมมือค่อยๆก็เอื้อมไม่ถึง
    อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง....
    แปรงได้จะบินไปคลึงเคล้าเจ้าบังตูมบัวบาน..
    
    หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน
    อวลระคนหอมแก้มนงคราญ
    ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล
    มนต์รักเพลงชาวบ้านลูกทุ่งแผ่วมา
    
    ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ
    มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา
    ทุ่งรวงทองของเรานี้มีคุณค่า
    มนต์รักลูกทุ่งบ้านนาหวานแว่วแผ่วดังกังวาน
    
    โอ้เจ้าช่อนกยูง แว่วเสียงเพลงมนต์รักลุกทุ่ง
    ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ..
    
    ขับร้องโดยไพรวัลย์ ลูกเพชร
    บทกวีคำร้องอมตะโดยบรมครูเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่แห่งผืนดินครูไพบูลย์ บุตรขัน..
  • ผีเสื้อปีกบางฯ

    23 มิถุนายน 2545 21:18 น. - comment id 57310

    พี่ม้าฯจ๋า  ดูที่...
    
    http://www.thaipoem.com/web/poemdata.php?id=16799  หน่อยนะจ๊ะ
  • นายผี

    23 มิถุนายน 2545 23:43 น. - comment id 57335

    แวะมาอ่านกลอนของท่านอาจารย์
    เยี่ยมที่สุ้ดดดดดดด..ขอคาราวะจ้า
  • ฟา

    24 มิถุนายน 2545 16:59 น. - comment id 57404

    อบอุ่น่แบบพื้น ๆ  ดีจัง
  • นิติ

    24 มิถุนายน 2545 17:02 น. - comment id 57407

    พอมีพอกิน พออยู่พออาศัย
  • ข้าวปล้อง

    24 มิถุนายน 2545 22:01 น. - comment id 57477

    ป๋มจะช่วยพ่อสืบพงศ์ วงศ์วาน ทำงานนา นะจั๋บ ^-^
    
  • พรระวี

    24 มิถุนายน 2545 23:38 น. - comment id 57489

    หลับตาเห็นภาพทุ่งนาป่าเขา มันสงบเย็น
    จนบอกไม่ถูก บทกลอนที่สร้างสรรค์ทางอารมย์
    ที่ยอดเยี่ยม
  • dokkoon

    25 มิถุนายน 2545 06:50 น. - comment id 57514

    เพียงสองเรา รู้จักพอ ก็รื่นรมย์
    เสพและสม บนบัลลังค์ ตั่งไม้ไผ่
    เสียงกาเหว่า ข้ามผืนนา มาแต่ไกล
    วังเวงไหว แข่งเสียงไก่ ในท้ายนา
    อึ่งอ่างร้อง ระงมบ่น ยามฝนไล่
    แลจั่งจั่น ระงมไกล อยู่ในป่า
    มีอาหารอย่างดี มีฝูงปลา
    จับเอามา เผาพล่า ก็น่ากิน
    
    
    ชอบชีวิตแบบนี้เหมือนกัน  ม้าก้านกล้วย เขียนได้เห็นภาพเลย นับถือจริงๆ
  • ผีเสื้อปีกบางฯ

    25 มิถุนายน 2545 13:22 น. - comment id 57557

    .........
    
    .... อุษาเรือง  เหลืองระยับ  จับขอบฟ้า
    ลมแผ่วรื่น  สุคนธา  มาลาฉาย
    ทะเลข้าว  เขียวพริ้ว  ริ้วริ้วราย
    จนจรดปลาย  ฟ้างาม  ยามอรุณ
    .... ในกระท่อม  ปลายนา  ประสายาก
    ไม่ลำบาก  ตรากตรำ  ซ้ำอบอุ่น
    มีความรัก  ของพี่  นี้เป็นทุน
    ที่เกื้อหนุน  สองเรา  เข้าใจกัน
    .... ร้อนฤทธิ์แดด  แผดเผา  เราดำกร้าน
    ไม่เคยคร้าน  ทำงานดี  ขมีขมัน
    เหงื่อไหลโซม  ชโลมกาย  ไม่วายวัน
    จนสายัณห์  มาเยี่ยมเยือน  เตือนเวลา
    .... เดินเลาะลัด  ตัดคันนา  มาหนองน้ำ
    ลงผุดดำ  ช้ำหาย  คลายเหนื่อยล้า
    เด็ดผักบุ้ง  ช้อนกุ้งฝอย  ที่ลอยมา
    ดูพี่จ๋า  ปลาติดอวน  ล้วนมากมี
    .... ทำแจ่วกุ้ง  ลวกผักบุ้ง  ที่เก็บมา
    ต้มยำปลา  ถ้วยใหญ่  ใส่หอมจี่
    ใบมะขาม  ยอดงามใส  ใส่อีกที
    รสเปรี้ยวดี  นะพี่  ชี้ชวนทาน
    .... ข้าวเหนียวนึ่ง  ร้อนร้อน  ค่อนกระติบ
    เหมือนเปิบหยิบ  ข้าวทิพย์  รสมันหวาน
    หอมกระถิน  กลิ่นตลบ  อบนอกชาน
    สุขใดปาน  บ้านป่า  ปลายนาเรา.....
    
    .........
    
  • sodasasa

    26 มิถุนายน 2545 22:25 น. - comment id 57843

    นามีน้อย ทำน้อย ค่อยปราณีต
    ค่อยผลิต พืชพันธุ์ อันแสนสวย
    เป็นทุ่งข้าว สีทอง ผ่องระรวย
    
    เพื่อหวังช่วย เลี้ยงชีพ กว่าสิบครัว
    
    แต่ฝนฟ้า ไม่เป็นใจ ในปีนี้
    
    นาที่มี  เลยล่ม จมสลัว
    
    หวังจะเห็น ทุ่งสีทอง ต้องหมองมัว
    
    ต้องหมดตัว สิ้นหวัง พังทะลาย
    ในแง่ร้าย ของผืนนา อันน่าเศร้า
    
    หวังวาดเอา สีทอง ผ่องพื้นไร่
    แต่กลับกลาย สูญสิ้น ถิ่นนาไป
    ต้องเร่งขาย ไช้หนี้ ที่ท่วมตัว
    
    แต่งนานพอดูเลยหละค่ะ  ยังไงก้อขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับคำอวยพรวันเกิด 
    

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน