ใต้แสงดาว

ฐปนวุธ

เหมือนหยาดแก้วแวววับระยับระย้า
แต้มบุปผาแต่ละเม็ดคล้ายเพ็ชรสี
ลมอรุณพริ้วห่มพรมราตรี
มุกมณีจึงเหือดหายประกายเลือน
ยอดผกาพ้อพลิ้วคลอผิวน้ำ
ร่ายลำนำร่ำจรุงท่ามทุ่งเถื่อน
จะลาแล้วห้วงหาวแล้วดาวเดือน
ฟ้าจะเคลื่อนดาวจะคว้างร้างราไป
สกุณาโบกโบยลมโชยพัด
ปีกกำดัดโผผินจนบินได้
ชำเลืองช่วงรวงรังอยู่ฝั่งใด
ปรารถนาจะไปให้ถึงรัง
เขาร่อนเร่พเนจรค่อนชีวิต
ยังมิคิดยังมิเค้นเพื่อเห็นฝั่ง
ฟ้าลิขิตเพียงนี้จึงจีรัง
มิอาจร้้งนั่นเพราะรู้สู้...ปราชัย
มิเคยเห็นแสงทองส่องเพริศแพร้ว
มิเห็นแววความหวังของวันใหม่
ทนร้างเร่พเนจรนอนกลางไพร
เหมือนบ้าใบมืดบอดตลอดมา
พระจันทร์พริ้มยิ้มพยักทักทายแล้ว
ดั่งวอมแววดาววิบกระพริบจ้า
เขาครวญคำจำข่มก้มหน้ามา
ปาดน้ำตาสองแก้ม...แล้วแย้มยิ้ม...				
comments powered by Disqus
  • เพียงพลิ้ว

    20 กรกฎาคม 2553 11:19 น. - comment id 1147121

    ^___^
    
    ยังยิ้มได้เมื่อภัยมานะคะ 
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

    20 กรกฎาคม 2553 11:24 น. - comment id 1147128

    เพราะมากๆ ครับ
    1.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน