...เสมอมิตร สนิทมน...

รัถยา



จำหลักลึกลงในกลางใจแล้ว
ดั่งพฤกษ์แพรวผ่องผาย พรายไสว
แผ่สยายใบพลิ้วระริ้วไกว
ระย้าดอกแย้มใน ดวงวิญญา
คงหยัดสูงล้อแสงสุรีย์สาด
มั่นผงาดเย้ยลมที่พรมผา
มีร่มเย็นหลบร้อน ผ่อนอุรา
เพื่อกำลังแกร่งกล้าสู่ทางไกล
กาลเวลาหมุนเลยมิเคยหลับ
เพียงขยับหมุนยามเพียงความไข
สรรพสิ่งสับเลื่อน ได้เคลื่อนไคล
ไม่อาจพรากดวงใจให้จากจร
บางจังหวะแห่งวารหยุดขานขับ
เพื่อจัดจับใจพลั้งให้รั้งถอน
จัดวิถีถูกอันไม่สั่นคลอน
มอบอาทรเสมอมิตรสนิทมน 
   				
comments powered by Disqus
  • ม.ปณิธาน

    7 กรกฎาคม 2547 03:32 น. - comment id 294314

    อ่านสัมผัสจนตาลาย สัมผัสดีครับ
  • เรนโมเมจัง...

    7 กรกฎาคม 2547 08:11 น. - comment id 294334

    ..เรน..อรุณสวัสดิ์..พี่รัถยา..นะคะ..
    
  • อัลมิตรา

    7 กรกฎาคม 2547 08:40 น. - comment id 294336

    ..๏ สมัคร...รักร่วมคล้อง.................โคลงกานท์
    สมาน...มั่นศัพท์ผสาน..................แซ่ซ้อง
    เสมอ...สืบสิทธานต์สนาน..............โศลกท่วง  
    สมร...มาตรอาจรัดคล้อง................เกี่ยวใกล้สนิทสนม ฯ
    
    ..๏ ปราศรูปลักษณ์ร่วมร้อย............พจน์พยางค์
    ปราศชื่อเสียงอำพราง...................รื่นล้อ
    ปราศตนหากอางขนาง.................กานท์กล่าว แลฤา
    ปราศสิ่งสิงทรวงฉ้อ.....................เล่ห์ไร้หลอกหลอน ฯ
    
    :)
    
  • ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

    7 กรกฎาคม 2547 09:31 น. - comment id 294346

    ยินดีนักที่กลับมา กลอนงดงาม ชื่นชมครับ
  • ชายต๊อง

    7 กรกฎาคม 2547 09:54 น. - comment id 294349

    ...เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดระหว่างมิตรภาพคือ การที่ไม่สามารถจะให้ได้แม้แต่คำว่าเพื่อนสนิท..
       นิทานเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างคนต่อคน  มีเล่าไว้ว่า 
      มีเพื่อนสองคนที่รักกันมาก สนิทกันมาก  ทั้งสองได้ต่างนำหัวใจของแต่ละคน สร้างออกมาเป็นแก้วสองใบ แล้วแลกให้แก่กันและกัน แก้วสองใบนั้นเรียกว่า แก้วแห่งมิตรภาพ  แก้วใบนี้ไม่มีอะไรจะทำลายได้ ยกเว้นว่า เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายได้ทำร้ายจิตใจกันและกัน เมื่อนั้นแก้วใบนั้นจะแตกสลาย เช่นเดียวกับหัวใจของเจ้าของแก้ว
    
      แต่แล้ววันหนึ่ง เพื่อนคนหนึ่งได้ทำแก้วใบนั้นแตกไป  ขณะที่เพื่อนอีกคนนั้นรักษาแก้วอีกใบนั้นด้วยหัวใจแห่งรัก  เมื่อเพื่อนคนนั้นทราบว่า เพื่อนของเขาทำแก้วหัวใจที่เป็นตัวแทนของเขาแตกไปแล้ว  แม้จะรู้สึกเสียใจ แต่ก็พยายามที่จะทำความเข้าใจและให้อภัยกับเพื่อนคนนั้น  เขาเองสามารถที่จะให้อภัยได้ แต่ว่า  เขาก็รู้ดีว่า เมื่อแก้วใบนั้นแตกไปแล้ว และเพื่อนคนนั้นรวมทั้งเขาเองได้พยายามที่จะเอาเศษแก้วมาต่อกันทีละชิ้นจนมันสามารถกลับมาเป็นรูปแก้วได้เหมือนเดิม  ทว่า  รอยแตกของแก้วที่ปรากฏอยู่นั้น ไม่สามารถจะลบไปได้เลย
    
    ..และแก้วใบใหม่นี้ดูเปราะบางเหลือเกิน  แม้เพื่อนคนที่ทำแก้วแตกไปแล้ว จะพยายามบอกกับเพื่อนของเขาว่า   เขาจะรักษาดูแลแก้วใบนี้อย่างดี  เขาจะไม่ทำให้มันแตกอีก 
    ...แต่ว่ามันก็สายเกินกว่าที่เขาจะดึงความรู้สึกที่เสียไปของเพื่อนคนนั้นได้อีกแล้ว
    
    ..ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเสียใจว่า
    ทำไมนะ....ความรู้สึกนี้จะต้องมาเกิดกับเพื่อนคนนี้ เพื่อนคนที่ครั้งหนึ่งที่เขาวางหัวใจที่บริสุทธิ์ไว้ทั้งหมด   นี่เป็นเพียงสิ่งเดียว ที่เขารู้สึกเสียใจ และรู้สึกปวดร้าวกับความจริง ที่ตัวเองก็ไม่สามารถจะทำได้ และมอบคำว่า  เพื่อนสนิทให้อีกเป็นครั้งที่สอง  เพราะในส่วนลึกจิตใจของเขา  เขาไม่มีความมั่นใจกับมิตรภาพที่เริ่มต้นอีกครั้ง.....เพราะเขาไม่อยากจะรับความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดเป็นครั้งที่สอง  เพราะเขายังอยากจะเหลือความรู้สึกดีดีไว้ในส่วนหนึ่งของจิตใจ ให้กับเพื่อนคนนั้น
    
    ....อยากน้อยเขาคิดว่า  เขาไม่อยากให้ในชีวิตนี้เกิดมาพบกับเพื่อนสนิทมากๆในครั้งหนึ่ง  แต่แล้ววันหนึ่ง เพื่อนคนนี้กลับเป็นคนเดียวกันที่ เขาจะไม่มีความรู้สึกดีดีเหลือให้เลย  ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมาก และคงไม่มีอะไรปวดร้าวเท่ากับจุดจบของมิตรภาพแบบนี้
    
    .....ตอนจบนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   มิตรภาพที่งดงาม และบริสุทธิ์ใจไม่ว่าจะในรูปแบบใดๆก็ตาม คนรัก เพื่อน พี่ น้อง  จะต้องเริ่มต้นมาจากความซื่อสัตย์ และจริงใจเสมอ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จัก..หากการเริ่มต้นตั้งแต่วันแรก ไม่ได้เกิดมาจากความจริงใจแล้ว.....เมื่อทุกอย่างมันสายเกินกว่าที่จะไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมาได้...ถึงแม้จะพยายามเรียกร้องหรือทำให้สิ่งที่จะยืนยันกับความจริงใจหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนั้นมาแล้ว....แต่มันก็ไม่สามารถจะเรียกร้องความรู้สึกที่เสียใจไปได้กลับคืนมาอีกเลย..
    
    ...มันก็เหมือนกับความรู้สึกที่ว่า   วันหนึ่งที่รู้สึกว่าถูกคนที่เรารักหักหลัง  ..ความรักที่เคยมีสามารถให้อภัยได้กับสิ่งที่คนที่เรารักทำให้แต่....คำว่าเพื่อนสนิท หรือ สนิทใจ  มันได้หมดไปกับเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว
    ..และโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดคือ ..ไม่มีอะไรรู้สึกแย่ไปกว่า คนที่เรารักที่สุดกลับเป็นคนที่วันหนึ่งไม่เหลืออะไรให้อีกเลย..หมดใจแล้วกระนั้น....
    
    ............................................................
    อ่านกลอนของคุณรัถยาแล้วรู้สึกสะทกสะท้อน  จึงนึกถึงนิทานเรื่องนี้ขึ้นมา  บนโลกนี้คงมีหลาย ๆคน ที่ พบกับความรู้สึกแบบนี้  เราจึงรู้สึกว่า  บนทางหัวใจของมนุษย์เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรม
  • เมกกะ

    7 กรกฎาคม 2547 10:16 น. - comment id 294351

          สวัสดีครับคุณรัถยา 
    
       อรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ   สดชื่น แจ่มใสทั้งวันนะครับ
          คุณคือนักกลอนที่เมกชื่นชมมากครับ  จะติดตามผลงาน
    ของคุณมิได้ขาด  ทั้งหนังสือ หรือตามลิงซ์ต่าง ๆ เห็นชื่อ
    ก็ต้องหยุดอ่าน  
          เสียดายครับ  เสียดายที่เมกไม่เคยเรียนการเขียนกลอน
    มาก่อน  ที่เขียนทุกวันนี้  คือ เขียนตามใจไม่มีสัมผัสหรือ
    อะไรทั้งนั้น  ก็ฉันจะเขียน  ฮิ ๆๆๆๆ
          โชคดีครับ  นักกลอนในดวงใจเมก
    
    เคียงดาว เคียงจันทร์ เคียงฝัน 
    ปลอบขวัญฝันค้างด้วยเสียง 
    คงเพราะว่าเราเป็นเพียง 
    หนึ่งเสียงของคนบนดิน ฯ
  • ลี่...ชวนมาเยือน

    7 กรกฎาคม 2547 13:21 น. - comment id 294425

    พี่รัน...ใช้คำได้อ่อนหวาน ระรื่นหู และ ไพเราะ เสมอเลยนะคะ
    ..เป็นแบบฉบับของภาษาที่ละมุน...ละไม...
    ที่ลี่...กำลังพยายามหาเทคนิคมาหัดแต่งบ้างจ้า..อิอิ..
    ..........................................................................
    ลี่...ผู้มาเยือน
    .
    
  • ผู้หญิงไร้เงา

    7 กรกฎาคม 2547 17:36 น. - comment id 294579

    กลอนไพเราะมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ ชื่นชมในผลงานนะค่ะ คิดถึงจังหายไปนานเลยนะค่ะ
  • คีตาญชลี

    7 กรกฎาคม 2547 19:38 น. - comment id 294614

    กลอนไพเราะจังค่ะ ..อ่านแล้วสัมผัสได้ว่าผู้แต่งผู้นี้  ช่างมีอารมณ์สุนทรีไม่เบาทีเดียว   เก้าอาจจะไม่เก่งเรื่องกาพย์-กลอนนัก  แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประพันธ์.. ได้รังสรรค์ผลงานอันน่ารื่นรมย์   แด่มิตรที่มีใจรักการเรียงร้อยอักษราแห่งนี้เสมอไปจ๊ะ..   ^___^
  • สายลมที่หวังดี

    7 กรกฎาคม 2547 22:28 น. - comment id 294662

    กลอนไพเราะจัง ถึงแม้ว่าจะไม่มีหัวทางนี้แต่ก็ชอบนะ 
    แล้วจะตามมาอ่านอีกจ้า
  • รัถยา

    7 กรกฎาคม 2547 22:39 น. - comment id 294669

    อ่านสัมผัสจนตาลาย สัมผัสดีครับ  
     จาก : รหัสสมาชิก : 8530 - ม.ปณิธาน  
     รหัส - วัน เวลา : 299091 - 07 ก.ค. 47 - 03:32  
    ....คุณม.ปณิธาณ....ตาลายเลยเหรอ...ขอบคุณมากนะ ที่มาเยี่ยมชม
    
    
       ..เรน..อรุณสวัสดิ์..พี่รัถยา..นะคะ..
     
     จาก : เรนโมเมจัง...  
    .....สวัสดีตอน 21.47 นะเรน....
    
    
    
    ยินดีนักที่กลับมา กลอนงดงาม ชื่นชมครับ  
     จาก : รหัสสมาชิก : 4068 - ฤกษ์ ชัยพฤกษ์  
     รหัส - วัน เวลา : 299125 - 07 ก.ค. 47 - 09:31  
    
     รหัส - วัน เวลา : 299112 - 07 ก.ค. 47 - 08:11 
    ..................ขอบคุณมากนะ คุณฤกษ์ ชัยพฤกษ์  ก็ไปไม่นาน
    
    
    
     ๏ สมัคร...รักร่วมคล้อง.................โคลงกานท์
    สมาน...มั่นศัพท์ผสาน..................แซ่ซ้อง
    เสมอ...สืบสิทธานต์สนาน..............โศลกท่วง  
    สมร...มาตรอาจรัดคล้อง................เกี่ยวใกล้สนิทสนม ฯ
    
    ..๏ ปราศรูปลักษณ์ร่วมร้อย............พจน์พยางค์
    ปราศชื่อเสียงอำพราง...................รื่นล้อ
    ปราศตนหากอางขนาง.................กานท์กล่าว แลฤา
    ปราศสิ่งสิงทรวงฉ้อ.....................เล่ห์ไร้หลอกหลอน ฯ
    :)
     จาก : รหัสสมาชิก : 2189 - อัลมิตรา  
     รหัส - วัน เวลา : 299114 - 07 ก.ค. 47 - 08:40  
    ............ก็คงเป็นไปได้แค่ ดังโคลงที่คุณอัลมิตรา ตอบ มาให้นี่ละ   และขอบคุณในความปรารถนาดี
       
    
  • รัถยา

    7 กรกฎาคม 2547 23:02 น. - comment id 294689

    อ่านกลอนของคุณรัถยาแล้วรู้สึกสะทกสะท้อน  จึงนึกถึงนิทานเรื่องนี้ขึ้นมา  บนโลกนี้คงมีหลาย ๆคน ที่ พบกับความรู้สึกแบบนี้  เราจึงรู้สึกว่า  บนทางหัวใจของมนุษย์เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรม  
     จาก : ชายต๊อง  
     รหัส - วัน เวลา : 299128 - 07 ก.ค. 47 - 09:54  
    .......................................ขอบคุณมากนะคุณชายต๊อง  ที่เอานิทานมาสอนใจ
    
    
    
    สวัสดีครับคุณรัถยา 
       อรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ   สดชื่น แจ่มใสทั้งวันนะครับ
          คุณคือนักกลอนที่เมกชื่นชมมากครับ  จะติดตามผลงาน
    ของคุณมิได้ขาด  ทั้งหนังสือ หรือตามลิงซ์ต่าง ๆ เห็นชื่อ
    ก็ต้องหยุดอ่าน  
          เสียดายครับ  เสียดายที่เมกไม่เคยเรียนการเขียนกลอน
    มาก่อน  ที่เขียนทุกวันนี้  คือ เขียนตามใจไม่มีสัมผัสหรือ
    อะไรทั้งนั้น  ก็ฉันจะเขียน  ฮิ ๆๆๆๆ
          โชคดีครับ  นักกลอนในดวงใจเมก
    
    เคียงดาว เคียงจันทร์ เคียงฝัน 
    ปลอบขวัญฝันค้างด้วยเสียง 
    คงเพราะว่าเราเป็นเพียง 
    หนึ่งเสียงของคนบนดิน ฯ  
     จาก : รหัสสมาชิก : 7555 - เมกกะ  
    ..............................ไม่เคยมี หนังสือ หรือลงที่ไหนเลยนะ แต่งแปะๆ ไว้แถวๆนี้แหล่ะ สงสัย ชื่อไปว้ำกับใคร แน่เลย..คุณเมกกะ
    
    
    
    พี่รัน...ใช้คำได้อ่อนหวาน ระรื่นหู และ ไพเราะ เสมอเลยนะคะ
    ..เป็นแบบฉบับของภาษาที่ละมุน...ละไม...
    ที่ลี่...กำลังพยายามหาเทคนิคมาหัดแต่งบ้างจ้า..อิอิ..
    ลี่...ผู้มาเยือน
     จาก : รหัสสมาชิก : 7877 - ลี่...ชวนมาเยือน  
     รหัส - วัน เวลา : 299207 - 07 ก.ค. 47 - 13:21  
    .................ขอบใจมากจ้ะลี่  เก่งกว่าพี่อีกยังมาถล่มตัว  เอ๊ย ถ่อมตัว
    
    
    
    กลอนไพเราะมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ ชื่นชมในผลงานนะค่ะ คิดถึงจังหายไปนานเลยนะค่ะ  
     จาก : รหัสสมาชิก : 4521 - ผู้หญิงไร้เงา  
     รหัส - วัน เวลา : 299370 - 07 ก.ค. 47 - 17:36  
    ....................ขอคุณมากนะคุณผู้หญิงไร้เงา ก็เหตุบังเอิญต้องไปไกลนะ
    
    
    กลอนไพเราะจังค่ะ ..อ่านแล้วสัมผัสได้ว่าผู้แต่งผู้นี้  ช่างมีอารมณ์สุนทรีไม่เบาทีเดียว   เก้าอาจจะไม่เก่งเรื่องกาพย์-กลอนนัก  แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประพันธ์.. ได้รังสรรค์ผลงานอันน่ารื่นรมย์   แด่มิตรที่มีใจรักการเรียงร้อยอักษราแห่งนี้เสมอไปจ๊ะ..   ^___^      
     จาก : คีตาญชลี  
     รหัส - วัน เวลา : 299407 - 07 ก.ค. 47 - 19:38  
    ...................คุณคีตาอัญชลี แต่งไม่ได้ ใช่ว่าเขาจะไม่ให้อ่านซะเมื่อไร    รับปากไว้ไม่ใช่เหรอว่า จะแต่งมาให้อ่าน..จะรอนะ  อิอิ 
     
    
     
     ความคิดเห็น : กลอนไพเราะจัง ถึงแม้ว่าจะไม่มีหัวทางนี้แต่ก็ชอบนะ 
    แล้วจะตามมาอ่านอีกจ้า  
     จาก : สายลมที่หวังดี  
     รหัส - วัน เวลา : 299462 - 07 ก.ค. 47 - 22:28  
    ..............ถึงว่าวันนี้ เย็นๆ มีสายลมที่หวังดี มาเยี่ยมมนี่เอง  ขอบใจมากนะ...
    
  • รัถยา

    8 กรกฎาคม 2547 23:26 น. - comment id 295339

    .
    
    ..นิรมลนิวัตแล้ว        นิรันดร
    
    นฤมิตนิราศสมร       หม่นม้าง
    
    ผลาญฉลก่นกลกร     กลบเล่ห์
    
    แสงเรื่ออรุณล้าง         รื่นแล้วฤทัยศรี
    
    .
  • สโรชา

    10 กรกฎาคม 2547 13:54 น. - comment id 295973

    นิราศร้างจิรกาลแล้ว   นิจนิรันดร์
    
    สู่มรคาพระทรงธรรม์   แต่เบื้อง
    
    ทางใดเคยถลำ            ละจาก แล้วนา
    
    มีแต่ธรรมอะเคื้อ         ณ จิตนี้ สุขเกษม
    
    ...................................................
    เรามาเยี่ยมเพื่อนนะ
    เข้ามายิ้มแย้ม เดี๋ยวนี้เรายิ้มสวยที่สุดในโลกแล้วนะ (ชมตัวเองนะ..อิอิ)
    แต่งโคลงไม่เป็นเลย ถูกไม่ถูกไม่รู้ล่ะ..อิอิ
    แล้วจะเข้ามาเยี่ยมเธออีกนะ  ตามเวลาจะอำนวย
  • สายลมที่หวังดี

    10 กรกฎาคม 2547 21:19 น. - comment id 296134

    วันนี้ก็มาเยี่ยมเยือนด้วยเหมือนกัน 
    แล้วสายลมก็พัดกลับมาอีกครั้งพร้อมกับนำฝนมาด้วยนิดหน่อย ให้พอหายแห้งแล้งเท่านั้นแหละ มาตามผลงานของพี่นะค่ะ
  • รัถยา

    12 กรกฎาคม 2547 20:17 น. - comment id 297317

    
    ..ขอบคุณมากนะ เพื่อนสโรชา ดีใจจังที่ได้เห็นรอยยิ้มที่สวยที่สุด ขอบใจมากนะที่มาเยือน
    
    
    ...สายสมที่หวังดี..พัดมาแต่ตอนไหนเนี่ย  ขอบใจมากนะ
    .
  • สโรชา

    13 กรกฎาคม 2547 09:47 น. - comment id 297538

    วันนี้เข้ามาอ่านโสมน้อยแล้วน๊า
    กะว่าขอตัวปลีกวิเวกไปเรื่อยๆ
    คงไม่ได้เข้ามาอ่านกลอนงามๆของเพื่อนอีก
    แต่ก็เชื่อว่า  เพื่อนก็คงมีความฝันของเพื่อนเอง
    และมีมิตรมากมายตามเส้นทางของเพื่อน เพราะนั่นคงเป็นสิ่งที่เพื่อนปรารถนามาตลอด แล้วเราเองก็ขอให้เธอมีความสุข กับสิ่งที่เธอชอบ
    
    ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา..อิอิ   จริงบ่
    เราคงไม่ติดค้างอะไรเพื่อนแล้วนะ ที่รับปากไว้ก็ทำให้หมดแล้วเน้อ  
    
    รักษาใจให้ดีเน้อ   เราไปแล้วล่ะเพื่อน  วันหนึ่งเราก็ต้องไปอย่างนี้   เธอเก่งนะ  มองเห็นอนาคตของเราด้วย...อิอิ
    
    ทุกอย่างมันก็มีเวลา และจุดสิ้นสุดหยุดอยู่ล่ะนะ
    ..อดีตคือ ความเศร้าที่จะกลับมาไม่ได้
    อนาคตคือ ความเพ้อฝันอันเลือนลอย
    ...ระงับอารมณ์ ตัดอารมณ์อาลัยอาวรณ์ ไปเสียได้  ก็ถึงฝั่ง
    
    ..ทางที่ไม่ใช่ทางของเรา พอเดินๆ มันก็ สะดุดไปมา  แถมทุกข์อีกต่างหาก   พอเรากลับมาทางของเรา  วิถีเดิมของเรา เราก็พบสิ่งที่เราควรจะเป็น   นั่นแหละ ชะตาชีวิต ที่เราฝืนไม่ได้เลย  
    แต่ก็ ดีใจนะ ที่ในชีวิตช่วงหนึ่ง ได้มีโอกาส รู้จักเพื่อนดีดี อย่างเธอ
    
    ขอให้เธอและครอบครัวมีความสุขตลอดไปนะเพื่อนรัถยา
    
    ...รอยยิ้มนี้แหละ ที่เราจะมอบให้ ทุกคนบนโลกใบนี้  ขอบใจมากนะรัถยา 
    
    0^_________________________^
  • รัถยา

    15 กรกฎาคม 2547 00:29 น. - comment id 298592

    
    
    
    ...........อิอิ...เพราะเราอยู่บนโลก ใบเดียวกันนะ เพื่อนสโรชา....สุข....ทุกข์ พึงแบ่งปัน...รักเกลียด คือส่วนหนึ่งของสายสัมพันธ์....วงเวียนชีวิตหมุนไปพร้อมโลก...วิญญาณประกอบร่าง ก้ยังเห็นกัน.....ละสังขาร คงไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นแล้วละ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน