17 กุมภาพันธ์ 2554 08:40 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เพราะความไม่จีรังของหนังหน้า
หรือ เวลา อำมหิต..ผิดวิสัย
ฆาตกรรมชำเรา..ความเยาว์วัย
ยิ้มสะใจเย้ยผิว..ยับริ้วรอย
ของเคยเต่งเคยตึงถึงกำหนด
ก็โรยราปรากฏ การถดถอย
โอ้..ชีวิต! อนิจจัง ร้อยทั้งร้อย
สังขารย่อมหย่อนคล้อย..คือสัจธรรม
และเสมือนสัจธรรมอันต่ำเตี้ย
ผู้เป็นเมียเสียเปรียบถูกเหยียบย่ำ
พอแก่ตัวผัวเบื่อเหลือระกำ
ถูกกระทำต่างต่างถูกหมางเมิน
ถูกสะสมถมทับขยับขยาย
คนทั้งหลายคล้ายเห็นเป็นผิวเผิน
แต่เมียต้องซึมซับความยับเยิน
สู้เผชิญชะตากรรม..อย่างจำยอม
สูตรสำเร็จทั้งหมดคืออดกลั้น
เพื่อลูกน้อยเท่านั้นทะนุถนอม
ทั้งรักทั้งขื่นขมทั้งตรมตรอม
เหมือนถูกล้อมกรงปิดเหมือนติดคุก
ต้องทำดีต่อผัวโดยทั่วด้าน
ถ้าต่อต้าน ตี-น่วม ซ้อม บวม,จุก
หลั่งน้ำตาก่อนหลับไว้ปรับทุกข์
มิอาจลุกหนีจาก..วิบากกรรม
โอ้..อยุติธรรมยังดำรง
อยู่ได้อย่างซื่อตรง..ต่อตกต่ำ
ความเคยชินเคยชอบเข้าครอบงำ
กลายเป็นความ 'ชอบทำ' ในสังคม
ที่ผัวต้องเป็นใหญ่ใช้อำนาจ
เมียเหมือนตกเป็นทาส..ถูกสั่งสม
โดยระบอบครอบครัวผัวนิยม
ปกครองด้วยอารมณ์..เผด็จการ
.....................
ด้วยระบอบข่มขู่..กูนิยม
อันโสมมเบ็ดเสร็จเผด็จการ
~ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~
14 กุมภาพันธ์ 2554 14:24 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เราสองคนอาจยังไม่ถึงไหน
มองออกไปเบื้องหน้าฟ้าสลัว
อนาคตคำตอบ..ของครอบครัว
เหมือนหมอกมัวมืดมน..ปนหนาวเย็น
ฉันจับมือเธอมั่น..(เธอสั่นนี่)
เธอคงกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น
ครั้งจะไปลูบคลำความลำเค็ญ
ไปเพื่อเป็น..คู่ยากฝากชีวิต
ไปกันเถอะไปเดินเผชิญหน้า
จะเป็นเราหรือว่าฟ้าลิขิต
ก็วันนี้ได้อยู่เป็นคู่คิด
แม้มืดมิดเห็นไหม..ใช่!! ยิ้มเรา
เส้นทางฝันยังไปไม่ถึงไหน
มองออกไปเบื้องหน้า..ฟ้าสีเก่า
แต่มองลึกเบื้องล่างใจบางเบา
เห็นแสงเงางดงาม...เห็นความรัก
และเห็นมือผ่อนคลายจนหายสั่น
เกาะเกี่ยวกันฟันฝ่าอุปสรรค
บอกลาความเดียวดายที่ทายทัก
เราเป็นหลักให้แก่..กันและกัน
ถึงตกต่ำลำบากหลากรูปแบบ
ความเพียบพร้อมคับแคบแทบปิดกั้น
แต่เชื่อว่าถ้ารักแล้วสักวัน
เราจะไปเหยียบฝันเย้ยหยันฟ้า
ความอิ่มหนำจำกัดตามอัตภาพ
แต่อิ่มอาบชิดใกล้เชยใบหน้า
อัตราเร่งแรงหวังอาจยังช้า
ใช้อัตราแรงรัก..ช่วยผลักดัน
อนาคตคำตอบของครอบครัว
เริ่มก่อร่างสร้างตัวทีละขั้น
เราจะไปทางออกสุดหมอกควัน
ไปยลแสงตะวันอันเรืองรอง
เราจะไป..ไปเพื่อ..กันและกัน
เก็บความฝัน ใส่กรอบ..เพื่อครอบครัว
~ วันแห่งความรัก ๒๕๕๔ ~
11 กุมภาพันธ์ 2554 15:57 น.
จ้อง - เจรียงคำ
แด่ผู้จิตผิดแผกแปลกมนุษย์
ชอบแย่งยุดจ้องคิดข่ายวิตถาร
ยิ่งท้าทายยิ่งเห็นเป็นผลงาน
คอยระรานแทะโลมจ้องโจมตี
ลากตาตามแทะเล็มเบิกเต็มเบ้า
ไม่สนเขามีแฟน...คิดแทนที่
เห็นแก่ตัวหัวจิตคิดอัปรีย์
จ้องอยากได้อยากมีทำชีกอ
หญิงอื่นโสดถมไป..มีไม่คิด
เหิมเกริมวิปริตลอบติดต่อ
บาปกรรมมองไม่เห็น...ได้เป็นพอ
ไม่สนหนามงิ้วรอ..ในนรก
แด่ผู้จิตผิดแผก..แปลกอีกคน
รู้ว่าตนมีคู่อยู่เต็มอก
ยอมเป็นหญิงหลายใจไม่สะทก
ถึงแอบปกปิดลายซ่อนชายชู้
ถ้าทางเดินเดิมไม่อยากไปต่อ
ถ้าไม่รู้จักพอไม่ขอสู้
อยากเป็นหญิงใจสองอยากลองดู
เชิญทั้งคู่สู่เปล...อเวจี
อุบัติกรรมเวรีเวิ้งชีวิต
เปลื้องมืดมนแปดทิศอันมิดหมี
ถือเป็นทานเมตตาบารมี
แก่สัมภเวสี..ผู้หิวโซ
ของที่เราใช้แล้วจนหายอยาก
บริจาค..เอาบุญ คุณอักโข
อย่าได้คิดขอบใจเสียใหญ่โต
ทานโก้โก้..ให้โอกาส..พวกขาดแคลน
ของเหลือเหลือเมื่อละซึ่งประโยชน์
เช่นหญิงโฉดไม่หวงรั้งควงแขน
ชายชั่วด้อยโอกาส..หากขาดแฟน
อยากจะรับช่วงแทน..ก็เถอะรับ
~ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~
9 กุมภาพันธ์ 2554 16:07 น.
จ้อง - เจรียงคำ
ในแววตาชาเฉยคล้ายเอ่ยไล่
ดวงฤทัยรานรอนแสนอ่อนล้า
รักเคยหวานผ่านไปไกลลับตา
ทรมาชีวินแทบสิ้นใจ
ภาพวันวานผ่านลับกับความหลัง
คงต้องฝังยังหล่มใจตรมไหม้
รักสิ้นเชื้อเหลือเถ้าเหงาเกินใคร
หวานเปลี่ยนไปเป็นขมระทมเกิน
เอ๋ยยามรักหักสิ้น...ถวิลหา
ช่างเหมือนหมาหัวเน่าเขาห่างเหิน
สวมบทในฐานะผู้เผชิญ
ความยับเยินสีดำเพียงลำพัง
เมื่อถูกเติมหัวใจในช่องว่าง
อันเวิ้งว้างแหวกงมความสมหวัง
ประหนึ่งงมเข็มเขลอะโคลนเกรอะกรัง
ในทะเลเลนฝังลิบฝั่งฟ้า
คว้าแต่ความโสมมในตมเหม็น
ดุจความเน่าที่เห็นในหัวหมา
แหวกเคลื่อนไหวต่อเนื่องแต่เชื่องช้า
ปาดน้ำตาฟูมฟายอยู่ดายเดียว
จากแววตาชาเฉยคล้ายเอ่ยไล่
ก็เปลี่ยนไปเป็นตวาดและกราดเกรี้ยว
สะบั้นหักใจหดอย่างลดเลี้ยว
เหมือนถูกเขี้ยวฝังคอ...อสรพิษ!
แรกผูกรักผักขมยังชมหวาน
นี่อ้อยตาลนานเปลี่ยนรสเพี้ยนผิด
กาลเวลาวารีมีเปลี่ยนทิศ
เอาอะไรหัวจิตอิสตรี
ผู้ลบคำสัญญานอกกระดาษ
ผู้ฉีกจิตพิศวาสขาดป่นปี้
ผู้ลืมซึ่งใจช้ำ..ที่ย่ำยี
คือใจที่คงมั่นเคยสัญญา
อยากย่ำยีใจนั้นมันง่ายมาก
แค่เดินจากร้างเลือนก็เหมือนฆ่า
แต่นี่ควงคนใหม่เย้ยสายตา
เหมือนดังว่าหมายฝัง...กันทั้งเป็น
~ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ ~
9 กุมภาพันธ์ 2554 12:02 น.
จ้อง - เจรียงคำ
พี่เจ้าบทเจ้ากลอนน้องย้อนเยาะ
พูดไพเราะคล้องจองน้องย้อนใหญ่
จำมาจากลิเก..เวทีใด
น้องคลื่นไส้จริงค่ะ อยากอาเจียน
คุณพี่พูดอะไร..ฟังไม่ชัด
ตีสำบัดสำนวน..ชวนคลื่นเหียน
ซ้ำยังชอบหยิบยก..พูดวกเวียน
พี่คงเรียนจบด้าน..โบราณคดี
เชยแล้วค่ะเขียนกลอนมันย้อนยุค
เดี๋ยวนี้ต้องเฟสบุ๊คค่ะคุณพี่
ทวิตเตอร์ต้องแอดแชทบีบี
เขียนกลอนคุยน้องยี้..แบบนี้เอ๊าท์
มัวเขียนกลอนคุยกันมันยืดเยื้อ
บอกน่าเบื่อยากเย็นช้าเป็นเต่า
ไฮสปีดเร็วแรงพุ่งแซงเงา-
ของรากเหง้าเก่าแก่แต่โบราณ
พี่เสียอกเสียใจรู้ไหมเอ่ย
ว่าพี่เชยเฉิ่มนัก..พูดหักหาญ
ไม่อินเทรนไม่รัก..พี่ดักดาน
น้องขอผ่าน..หาอื่นมาชื่นชู
พี่จึงมาเขียนกลอนสะท้อนพจน์
บรรยายความสลดและอดสู
ใช่เพราะแปลบใจปวดชวดพธู
แต่หดหู่เหลือเกินน้องเมินกลอน
หากพี่ปองน้องเมิน..ก็เชิญน้อง
แต่ขอร้องอย่าหักเมินอักษร
อย่าทอดทิ้งชิงชังแววสังวร
เถิดอาทรกาพย์กานท์..สืบสานที
ส่วนตัวพี่นี้แม้..น้องแลข้าม
จะไปตามทางหม่น..ที่ป่นปี้
หากน้องเห็นสักยาม..ถึงความดี
กลับมาอ่านงานพี่..แค่นี้พอ
~ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~