26 พฤศจิกายน 2551 06:48 น.

เงางามของใบไม้

ดอกบัว

R2257-3.jpgระบัดใบพลิ้วไหวลู่ใบมน
ไม้ใบหล่นปลิดปลิวริ้วจากก้าน
ใบไม้ร่วงลากิ่งคงถึงกาล
ประดุจภาคถึงควรจะโรยรา

จากผลิตุ่มผลิช่อมาต่อกิ่ง
จากความจริงเริ่มรากความแน่นหนา
จากแตกหน่อกอเกื้อลำต้นมา
จนเติบกล้าคงทนต้านลมไกว

ผลิใบอ่อนอ่อนโยนแล้วโอนอ่อน
เอื้ออาทรสรรพสัตว์ทั้งน้อยใหญ่
อาศัยร่มใบบังแรงลมไร้
รอดชีวิตอยู่ได้ใบไม้บัง

คุณประโยชน์ธรรมชาติ(ต่อ)สรรพสัตว์
มิจำกัดเลือกใครให้พึงหวัง
เรียนรู้โลกวัฎฎะให้จีรัง
เป็นที่หวังผ่อนผันนัยอัตตา

เราเกิดมาครบถ้วนสามสิบสอง
เป็นบุญกรองต่อร่างวาสนา
ครบกระบวนเที่ยงแท้ที่เกิดมา
มิสิ้นขาสิ้นแขนตอนก่อตน

ยามล่ะจากลมสิ้นกลิ่นทั้งหลาย
กับมลายรู้สึกความขื่นขม
นิ่งนิ่งอยู่ดูกายชั่งชอบกล
หากไร้คนขยับจับเอาไป

ก็เหมือนไม้ผุผุที่ไร้ค่า
ยามชีวิตลืมตามิฝันใฝ่
ปล่อยเวลาผ่านเลยให้เสียไป
มิขวักไขว่ศิลธรรมนำชีวา

ระบัดระใบพลิ้วไหวใบหม่น
ใบไม้หล่นเพ่งพิศคิดคุณค่า
เป็นปุ๋ยดินหล่อเลี้ยงพืชนานา
ทรงคุณค่าสรรพสิ่งอิงชีวัน

เรามนุษย์สุดรู้จะหลงทิศ
ยามดวงจิตหลุดร่างเคว้งคว้างฝัน
ทิ้งสิ่งใดเหลือไว้ให้รำพัน
ค่าอนันต์อย่าหลง(ทาง)ร้างความดี

จงเหลือซากทองแท้เผื่อแผ่โลก
ใบไม้ยังโยนโชคแผ่รังสี
ยังเหลือซากหมักหมมจุลินทรีย์
มนุษย์เราเหลือความดีให้เหลนชม


1227179424.jpg				
17 พฤศจิกายน 2551 07:43 น.

เพียรเพาะ

ดอกบัว

R2234-2.jpgดอกปัญญาอยู่ไหนใครรู้บ้าง
อยู่รายทางตามทุ่งตามป่าเขา
อยู่ห้วยหนองคลองบึงหรือตัวเรา
โปรดจงเฝ้าเพียรหาก่อนล่ะไป

พระพุทธองค์ทรงโปรดเหล่ามนุษย์
ให้เพียรขุดเสาะหาปัญญาใส่
ดำริชอบกล่อมเกลาเผาจิตใจ
ส่วนกิเลสสลัดไล่ไปจากตัว

สรรพชีวิตในโลกล้วนสังสารวัฏ
การเกิดเวียนเกิดดับสลับขั้ว
หมุนเวียนผันดำรงจนพันพัว
แล้วแต่ขั้วก่อกรรมทำสิ่งใด

สัตว์ทั้งหลายเกิดมาใช้กรรมเก่า
มีเร่งเร้าเข้าฉุดให้หมองไหม้
ดำริชอบกอบผลอันอำไพ
ก็ผ่อนคลายหายขึงจิตปลงเปรอ

ความอดกลั่นเป็นทานบารมีธรรม
อาศัยย้ำความเพียรปรุงเสนอ
วาจาใจสว่างทางพบเจอ
บริสุทธิ์เสมอตัดอารมณ์

				
14 พฤศจิกายน 2551 08:47 น.

สู่วิมานทอง

ดอกบัว

17.jpgทวยราษฎร์น้อมนบสู่สวรรค์คาลัยลา
ลับองค์มิลับลาไทยทั้งผอง
สถิตรอยจารึกนวลละออง
ไทยทั้งผองกล่าวร่ำคำอาลัย

ทิพย์สถานพิมานสรวงสวรรค์
สู่สถานชั้นทวยเทพพราวไสว
ทิพย์แดนทองรอรับกลับเทวาลัย
แสงดาวพรายทอกระจ่างทั้งนภา

ธ. ลาจากแดนดินถิ่นสยาม
สถิตสู่เทวสถานวิมานชั้นฟ้า
ทิพย์สถานเมืองแมนทิพย์ธารา
แก้วกัลยาเสด็จสู่วิมานทอง


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ 				
10 พฤศจิกายน 2551 19:07 น.

หนาวไม่หนาวไม่รู้

ดอกบัว

1174466955.jpgรู้ไหมค่ะค่ำคืนที่เหน็บหนาว
มีเพียงแสงดาวพรายให้ไออุ่น
แต่ส่วนลึกอบไออ่อนละมุน
ยังมีคุณอบอุ่นกรุ่นภายใน

จะเวียนผ่านขวบปีกี่กาลหมุน
ยังละไมไอกรุ่นคุณไสว
เฝ้าอบอวลชวนชื่นระรื่นใจ
ให้หวั่นไหวยามหวนครวญคะนึง

ยังพอมีหัวใจให้ไตร่ถาม
ในทุกยามว่างเว้นพานคิดถึง
ทุกวังวนชีวิตห้วงรำพึง
ยังลึกซึ้งแน่นหนักภักดิ์มิแปร

รู้ไหมล่ะคำเอยที่เผยบอก
มิได้หลอกพูดจริงอย่างแน่วแน่
คำเอื้อนเอยเฉลยในดวงแด
มิผันแปรยังแน่แค่เพียงคุณ

จะผ่านกาลฤดูมิรู้ลบ
คุณบรรจบเจิมจิตพิศซาบซึ้ง
ผ่านกี่ภพสบภาคอกอื้ออึง
เพราะใจหนึ่งข้องเกี่ยวมิเหลียวใคร

ถึงห้วงกาลเหมันต์มาบรรจบ
หนาวเวียนครบจบปีไม่หวั่นไหว
ใจยังอวลคุกรุ่นละมุนละไม
ก็ไออุ่นฟ้าไกลยังห่มกัน

				
5 พฤศจิกายน 2551 20:10 น.

ทุกคนมีทุกข์เป็นของตัวเอง

ดอกบัว

R2188-4.jpgเพราะใจคนปรนเปลเล่ห์หาบาป
จิตใจหยาบหยามหยิ่งอิงผยอง
ใฝ่ตัณหาราคะมาครอบครอง
สุดท้ายหมองมอดไหม้เพราะใจตน

มีปัญญาล้ำเลิศประเสริฐยิ่ง
กับแอบอิงกิเลสอาเภทผล
เคล้าทิฏฐิริชอบเวรลามรน
ปฏิเสธผลบุญนำค้ำชีวา

เราเกิดมาทุกข์ยากลำบากหนัก
จงเพียรภักดิ์ความดีไว้รักษา
ประกอบกรรมวจีศรีศรัทธา
ดีกว่ามาแบ่งสันวรรณะใด

ยามปลิดปลงสังขารวิญญาณล่ะ
ดวงจิตผละไกลห่างร่างเผาไหม้
เหลือวิญญาณล่องลอยไร้ทางไป
มิฝักใฝ่สายภพสถิตย์ดี

เรามนุษย์สุดเพริศเลิศกว่าสัตว์
เพียรปฏิบัติมรรคผลดลวิถี
เร่งกำจัดกรรมเก่าเฝ้าราวี
ผ่อนผันพลีล้างมลลดปฏิกูล

ก่อนจะทำสิ่งใดให้ได้คิด
ถูกหรือผิดอย่างไรให้เสื่อมสูญ
ทุกข์เกาะกินกร่อนในใจอาดูร
ภายในจิตสิ้นสูญพูนระทม

เมื่อสิ้นลมละลายจิตไร้ร่าง
จะอ้างว้างเดียวดายให้ขื่นขม
จะพึงพาผู้ใดไม่นิยม
วิญญาณจมจ่อมกรรมที่นำพา

ญาติส่งส่วนกุศลเพียงน้อยนิด
ได้เพียงวิบริบหรี่มิสรรค์หา
เก็บกอบบุญหนุนนำดวงวิญญาณ์
สู่ภพหน้าฟ้าใหม่ได้พอกพูน

ทรัพย์สมบัติหาบไปไม่แน่
ได้เพียงแต่บุญบาปมิสาบสูญ
เลือกเถิด ดี หรือ ชั่วมาเกื้อกูล
เสริมสมดุลปัญญาคราร้อนใจ
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟดอกบัว
Lovings  ดอกบัว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟดอกบัว
Lovings  ดอกบัว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟดอกบัว
Lovings  ดอกบัว เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงดอกบัว