25 กรกฎาคม 2550 07:47 น.

ทีฆามาอนัมพร

บุญนำ

เมื่อพระนารายณ์เสด็จเหาะผ่านเขาไกรลาศพร้อมกับพระอุมาเทวี ขณะที่ทั้งสององค์กำลังหยอกล้อกันพลันสองพระเนตรของพระอุมาก็เหลือบไปเห็นมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งกำลังลอยละล่องลงสู่หุบเหวด้านล่าง แต่ทว่าเหตุใดหน้าของชายคนนั้นกลับอิ่มเอมด้วยความสุข พระอุมาเทวีจึงได้ทูลถามพระสวามี
    เมื่อนั้นพระนารายณ์ท่านก็แย้มให้พระอุมาเทวีชายารักของท่านแล้วกล่าวว่า มันผู้นั้นชื่อทีฆามาอนัมพร มันเป็นมานพหนุ่มแห่งแคว้นกาลิงคราช ผู้ซึ่งได้พบกับความวิบัติมาแล้วอย่างถึงที่สุด และได้พบกับความเจริญอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน และในการนี้ก็เป็นการแสวงหาอย่างใหม่ของเขา
   พระอุมเทวีอึ้งไปสักครู่นิดหนึ่ง แล้วก็ครุ่นคิด แล้วพระองค์ท่านก็โอมอ่านมนตราออกไปคำรพหนึ่ง ฝ่ายพระนารายณ์เห็นก็อมยิ้มแล้วก็กอดตระกองท้าวเธอมุ่งหน้าต่อไปยังวิมานเขาไกรลาศต่อไป
   เมื่อชายหนุ่มได้ตกมาถึงพื้น ร่างกายของเขามิได้กระแทกกับพื้นหุบเหวแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกับเหมือนกับล้มตัวลงกับบรรณจถรณ์ขนนกฉันนั้น ชายหนุ่มสงสัยและรู้ด้วยญานของตนว่าเป็นเพราะความสงสัยของพระชายาแห่งราชาเทพนั่นเอง ว่าแล้วมานพหนุ่มก็ก้าวล่วงไปในหุบอย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นของหนทางใหม่ๆ				
10 เมษายน 2550 08:17 น.

...สมน้ำหน้านัก...

บุญนำ

ความฉลาดของคนไม่ได้อยู่ที่ตนเองจะคิดเองว่าตนเองฉลาดหรือตนเองโง่ 
การพินอบพิเทาการเอาอกเอาใจการเลียการเสนอหน้าการแสดงตนเองว่ายอมเป็นขี้ข้าอย่างน้อยก็ทำให้คิดได้เช่นนั้น บางคนยอมได้แม้กระทั่งฆ่าลูกของตนเอง เพื่อจะได้มา ได้มาในสิ่งที่ตนต้องการ
ในเส้นทางของการเดินของเขา ไม่ได้ปูด้วยดอกกุหลาบจริงแล้ว หากแต่เป็นเศษเลือดเศษเนื้อของคน น้ำตาของคน ความซื่อสัตย์ของคน ที่ถูกเขาหักหลัง และสร้างเป็นบันไดเหยียบย่ำขึ้นสูงต่อไป
มันยังไม่เข้าใจ ถึงตอนนี้แล้วมันยังไม่เข้าใจ
...สงสัยแล้วว่า ขนาดเห็นโลงศพแล้วยังมิยอมหลั่งน้ำตาแล้วจะหลั่งหรือจะมีเวลาหลั่งหรือไม่...
...เมื่อชอบแต่ความหวานของลิ้น แล้วก็ย่อมต้องโง่เง่าเป็นธรรดา....
...การทำร้ายคนลับหลัง ไม่ใช่นิสัยของคน...
ความช้ำใจของข้าพเจ้า นับกระไรได้ เป็นแต่เพียงความช้ำใจของมดตัวหนึ่ง
ความช้ำใจของมดหลายๆตัวก็อาจจะทำร้ายสัตว์ใหญ่ได้
...ตอนนี้ทำอะไรอาจไม่คิดถึงคนอื่น เพราะว่ากำลังมัวเมาเลยเถิดและไม่ทันได้คิด...
สมน้ำหน้าผู้ที่คิดว่าตนเองฉลาดนัก โปรดอย่าลืมว่า หากมิใช่ข้อมูลจริงในการพิจารณาแก้ปัญหา ชาตินี้ก็อย่าหวังจะแก้อะไรได้
...แม้ผมจะต้องลำบากกับคนที่คิดว่าตนเองฉลาด แต่ผมก็จะทนลำบากให้ได้ ว่าไปแล้วบางที ในโลกนี้อาจมีเพียงคำว่า ผู้ชนะ หรือ ผู้แพ้ เท่านั้นก็เป็นได้
...เมื่อยังมีหมูมามามองก็คงบ้าต่อไป
แต่ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีหมูมามามองแล้วก็คงบ้าไม่ออก..
ฮ่าๆ...สมน้ำหน้าตนเองนัก...				
2 เมษายน 2550 10:46 น.

ซึ้งใจไม่มีวันลืม

บุญนำ

..สูจงอย่าประพฤติปฏิบัติในทางใดที่สูคิดว่าเป็นผลดี หากว่าสิ่งนั้นจะทำให้สูต้องเสียสัตย์เสียความน่านับถือ....มาร์คัส ยูเรลิอุส อันโทนิอุส
เอี้ยก้วย...นั่งบนหินใหญ่กลางสายน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกแล้วนั่งคิดพิจารณาถึงความรักของเขากับแม่นางเสียวเหล่งนึ่งในสุสาน
   ตั้งแต่ได้สอนวิชาให้กับเขาจนเขาสามารถพิชิตนักบวชเกเรในสำนักช่วนจินได้ไม่ต้องถูกจมูกโคเฒ่ารังแกเหมือนเมื่อก่อน มิหนำซ้ำวิชาฝีมือในปัจจุบบัน ยังสามารถกลั่นแกล้งไอ้พวกนักพรตได้อย่างสาสมใจยิ่งอีกตากหาก
   ความรักมันก็แปลกมาก จากสองเพศที่แตกต่างกัน ได้มาอยู่ใกล้ชิดกันแม้ฐานะทางสังคมจะแตกต่างกัน ก็ทำให้เกิดความรักต่อกันได้ 
   โดยเฉพาะความรักอย่างเดียวก็จะมีวิถีเป็นไปตามครรลองของมันเองตามธรรมชาติ แต่ทว่ากับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปตามวันเวลาได้กระทำให้เกิดการลืมเลือนเป้าหมายของความรักกัน เกิดการเปลี่ยนแนวเปลี่ยนความคิดทำให้ความรักเกิดการเบี่ยงเบนมากเกินกว่าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือมีระดับความรักต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางก็เป็นได้
   แต่ทว่าการซึ้งใจในการดูแลเอาใจใส่กัน ไม่ได้ดูถูกกัน และห่วงหาอาทรกันอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้เกิดความรักที่มิใช่แต่รักกันที่รูปร่างภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทว่ามีความสุขที่ได้ไกล้ชิดกอดหอม
   ทว่าในตอนนี้ท่านอาเซียวเล่งหนึงได้จากไปแล้ว ที่ได้น้อยใจว่าข้าไม่ยอมเรียกหานางว่าเป็นเมีย จะให้เรียกคำวาอาเฉยๆนั้นไม่ได้เสียแล้ว แล้วจะทำอย่างไรดี นี่เองเรียกว่าผู้ใดมีความรักก็มักจะเหมือนตาบอดไม่สามารถหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับตนเองได้ แต่ทว่าอีกตัวหนึ่งก็คือความคิดถึงนี่เอง อดีตเก่าๆที่หวานชื่นได้หวนระลึกเข้ามาเป็นวีดีโอสคริ๊ป เป็นฉากๆ บ้างก็ทำให้เอี้ยก้วยอมยิ้มหน้าบาน บ้างก็ทำให้หน้าเศร้าโศรกไปอีก
   ดังนั้นเอี้ยก้วยจึงลุกยืนขึ้นแล้วกู่ตะโกนก้องไปทั่วหุบเขาน้ำตก เสียงของเขาลั่นสะท้องออกไปไกลแว่วๆอยู่ในบริเวณแนวชายป่านั้น
    เมื่อต่างคนต่างคิดถึง ต่างคนต่างตามหา และแล้วก็ได้มาประสบพบกัน เขาและเธอไม่อาจจะทำอะไรได้อีก นอกจากวิ่งเข้ากุมมือกัน หัวใจทั้งสองก็กุมกัน ความอบอุ่นได้ถ่ายทอดจากร่างกายหนึ่งสู่อีกร่างกายหนึ่งทำให้ความต่างศักดิ์แห่งความอบอุ่นเท่ากัน สายตาที่มองต่อกันได้เปิดช่องว่างถึงกันยิ่งกว่ารถไฟฟ้าบีทีเอสที่แล่นอย่างไรก็ไปถึงกันจากต้นสายไปปลายสายตามเวลาไม่สะดุดติดขัดและราบเรียบไม่ส่งเสียงและผลิตมลพิษเพิ่ม
   ในตอนนี้เขาไม่สนใจสภาพแวดล้อมรอบตัวเขาอีกแล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรคกระยาจกพรรคกระยาจอก ข้ากะแม่นางก็ไม่สนใจอีกแล้ว ในขณะนี้เมื่อความคิดถึงสองดวงมาพบกัน และได้เห็นคุณค่าของความคิดถึงแล้ว ใยเล่าจะโง่งมเพียงพอที่จะหันเหดวงใจไปสนใจหรือกระทำเรือ่งราวอื่นได้อีก
   แม้บทกวีของไป๋จวีอี้ที่เขียนเอาไว้นานแล้วว่าเจียงหนานแสนงามก็ยังไม่สามารถขย่มจิตใจให้ไขว้เขวออกไปได้แม้เพียงครู่ยามรำๆจะสวมหัวใจของกวีแต่งเองออกมาจากใจได้ว่า
   ท่านอาเหล่งแสนงาม
   ดวงหน้าดวงตาปากพริ้มที่คุ้นเคยนัก
   แม้แดดจะออกหรือว่าฝนหรือหิมะจะตก
   ฤดูใดๆจะผ่านมาก็ตาม
   คิดถึงแต่เจ้าทุกชั่วยาม
เมื่อคิดถึงตอนนี้เอี้ยก้วยยิ้มและแม่นางเสียวเหล่งนึ่งก็ยิ้มต่างฝ่ายต่างก็โอบกอดกัน สองมือต่างก็รัดกันแน่นเข้าแน่นเข้าเหมือนดังคีมเนื้อแกนกระดูก ที่ตรงข้ามแทนที่จะหน้าแดงเพราะความอึดอัดแต่ทว่ากลับหน้าแดงเพราะความซาบซ่านด้วยความสุข 
มีกี่เวลากันที่เราจะมีห้วงเวลาอย่างนี้
มีกี่เวลากันที่เราจะได้เกี่ยวก้อยพัวพันกันไปในที่ต่างๆด้วยความหฤหันต์
มีกี่เวลากันที่เราต่างจะได้เห็นใบหน้าอิ่มสุขสดชื่นของกันและกัน
เวลามันได้เดินมาเรื่อยๆและผ่านไปเรื่อยไม่ได้รอผู้ใด
สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดเหมือนกันอย่างนี้ตลอดไปเหมือนเดิมเมื่อไหร่
คงมีแต่ดวงใจข้าและเจ้าเท่านั้นที่อบอุ่น
เหมือนกับได้ฉีดเซรุ่มแห่งความทนความอึดไว้แล้ว
พร้อมแล้วที่จะเผชิญกับโลกธรรมแปดประการที่จะพรั่งพรูมา
พร้อมแล้วที่รับคลื่นลูกหลังที่มาพร้อมกับความไม่ชอบใจอย่างอื่น
เราหวังไว้ด้วยสองเราว่า
หัวใจของเราสองดวงจะยืนยงคงอยู่ด้วยความหฤหรรษ์อย่างนี้ทุกวี่วัน
....ปัจจุบัน....แม้ว่าร่างกายสองเราจะเปื่อยไปแล้วก็ตาม
แต่นามธรรมของความรักของเรายังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวโลกต่อต่อไป จนกระทั่งโลกนี้จะแตกสลายไปเท่านั้นเอง....				
28 มีนาคม 2550 09:44 น.

บันทึกแห่งความเจ็บช้ำ

บุญนำ

ขอเพียงไม่ทำอะไรส่งผลที่เลวร้ายต่อผู้อื่นก็นับว่าเป็นคนดีได้
การต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดของนายช่างใหญ่โมกราซูช่างละบากนัก ไม่มีใครหรอกจะรับราชการเพื่อผลประโยชน์ของปวงชนมากไปกว่าเขาอีกแล้วคิดดูซิครับ ขนาดยึดมั่นในหลักการรับใช้ปวงชน ไม่คำนึงถึงลาภยศส่วนตัว ถึงแม้ผู้บังคับบัญชาจะสั่งแล้วมิอาจขัดได้ก็ตามก็ยังนับว่าพอใช้ได้อยู่
   แต่อย่างว่าละครับต้องเข้าใขบูยอซุนหน่อย เพราะท่านเป็นคนที่กระตือรือล้นต่อการเมือง ไม่รู้ว่ามัวเมาหรือบ้าอำนาจหรือเปล่า หรือว่ามีความพยายามสูงกว่านี้ที่จะทะเยอทะยานกระทำเรื่องราวอื่นที่ผิดคุณธรรม
   หนักใจพวกคิรูมากกว่าที่เห็นแก่ลาภยศสรรเสริญส่วนตัว ทำร้ายคนทำร้ายประชาชนได้ลงคอ
   อาชางตัวเอกของเรื่องหัวเราะงอหาย เมื่อเห็นการกระทำต่างๆ โดยเฉพาะกับหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ซึ่งไร้สาระสิ้นดี อาชางบอกวาวีระบุรุษผู้กล้าจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องมีฐานะเลอเลิศแต่อย่างใด ขอเพียงมีจริยะสูงส่งก็พอ
   คำว่า จริยะสูงส่ง เป็นพื้นฐานแห่งคนจริงๆ คนดีๆเขาจะไม่มีร่องรอยความชั่วร้ายอยู่บนใบหน้า เช่นร่องรอยของความพยาบาท รอยยิ้มแห่งความละโมภ ตัวอย่างในรูปภาพข้างบน และร่องรอยของความลุ่มหลง
  อาชางก็พูดมากไปแล้วนึกได้ว่าพูดไปพูดมาแล้วเข้าตัวเอง คือเราก็ลุ่มหลงองค์หญิงธันว่าซะเว่อมากเกินไป แต่ก็เป็นธงชัยสำหรับจิตใจของชางอยู่แล้ว ก็นับว่าคนเราจะไม่มีใครที่ดีครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน ฟันธงได้
   อ้าวแล้วแพ็กเจจะเป็นอย่างไรต่อไป อาชางหัวเราะกิ๊ก แล้วบุ้ยปากไปทางนายช่างใหญ่โมกราซู ที่จริงอาชางน่าจะคิดเองนะในฐานะที่เป็นองค์ชายโมกุง แต่เอาละเมื่อถามซือแป๋ๆก็จะว่าให้ นี่เอาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเงี่ยวเต้เลยไหม อาชางซูฮกอาจารย์แล้วเรียนว่าขอเนื้อๆจะดีกว่าครับท่าน
   โมกราซู " ผู้นำต้องเป็นคนดีก่อน ความดีขั้นต้นคือต้องมีศีลธรรมประจำใจ การแต่งตั้งคนมาทำงานเป็นหัวหน้าก็ต้องมีวิธีคิด ไม่ใช่เอาลูกตัวเองมาตั้ง แต่ต้องเอาคนดีที่เป็นแล้วไม่ทำให้หน่วยงานนั้นฉิบหล่นหาไม่เจอ ในกรณีนี้ที่ผิดคือ เอาเมียเก็บมาตั้ง เอากิ๋กมาตั้งอย่างเงี้ยแล้วก็ชิบหล่นหาไม่เจอ หรือเอาคนที่ไม่มีความรู้ในงานนั้นมาตั้งมันก็มั่วแหลก แล้วผลของมันก็คือเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานไอ้คนตั้งเองก็ต้องรับกรรม เพราะไอ้ความที่มีลูกน้องแต่ ถูกครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน เกิดเป็นนายต้องมีลูกน้องก็ต้องเลี้ยงลูกน้องหลายๆแบบที่ชั่วๆสุด จนถึง ที่ดีเลิศประเสริฐศรี ถามว่าทำไม อันนี้ต้องลองเอง
 "
   ละแล้วคิรู้ก็ยิ้มกริ่มเดินเข้ามา แล้วยื่นเอกสารให้อาชางอ่าน ในเอกสารเป็นคำสั่งกองทัพแพ็กเจ ให้อาชาง ปลดจากตำแหน่งไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง อาชางมองหน้านายช่างใหญ่ และเดินคอตกออกจากไป ก่อนจะออกจากห้องอาชางเงยหน้าถามคิรูว่า รู้ไหมเขาย้ายข้าเพราะอะไร คิรู หัวเราะเยาะ แล้วตอบว่า ข้าก็ไม่รู้ 
   วีระบุรุษยามตกยาก ไม่ชอบสนทนาถึงความตกยาก นี่แตกต่างกับผู้คนธรรมดาที่เผชิญอุปสรรคขวากหนามเล็กน้อยก็ตัดพ้อตำหนิไม่รู้จักจบสิ้น หรือเป็นพวกที่เอาเปรียบคนอื่นเขามามากตลอดชีวิตพอตนเองโดนอะไรเข้าหน่อยก็เรียกร้องขอความเห็นใจ 
   อาชางสบัดหัวเลิกคิด คนเราหากคิดมีชีวิตสืบต่อไปก็ต้องมีเงินทองไว้จับจ่าย ดังนั้นเมือค่าสมองไหลจากเดิม หนึ่งหมื่นบาทหายไป เหลือแค่สามพันห้า ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบใหม่ๆง่ายๆพอเพียงและเปี่ยมด้วยความสุขใจ เนื่องจากว่า อาชาง มักไม่ค่อยเห่อเหิมบ้ายศอยู่แล้วเรียบง่ายอยู่แล้วจึงไม่ต้องปรับอะไรมากมายก็เข้าที่ไม่นานนัก แต่ทว่าอนาคตของแพ็กเจจะเป็นอย่างไร
   อาชางนั่งมองไปในอนาคต จากที่จบการศึกษาจากโรงฝึกช่างมา ในเรื่องวิชาบริหารของโลกตะวันตก หรือคิดแบบชาวบ้านชาวบ้านเอา ใช้มุมมองจากนกมอง ใช้มุมมองของรากแก้วมอง ใช้มุมมองของบูยอซุนมอง ใช้มุมมองของเจ้าเมืองที่มีอิทธิพลแล้วก็พอจะสังเคราะห์ออกมาเป็นคำทำนายได้ว่า
   เจ๊ง เจ๊ง และ เจ๊ง
   นับตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว ไม่รู้มีผู้กล้ามากน้อยเท่าใดที่ต้องเจ็บช้ำ แทนที่จะได้ชื่อเสียงมาส่งเสริมบารมีวงศ์ตระกูลกลับต้องมาเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลใหม่ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า ไม่ได้จริงใจที่จะทำเพื่อประโยชน์ของมวลชนจริง และดูถูกความรู้สึกนึกคิดของปวงชน
   หากยังไม่เข้าใจโปรดติดตาม เรื่องซอดองโย ต่อไป ว่าวิธีการคิดของอาชางสุดยอดแค่ไหน และถ้าเอาตามอย่างที่ดีๆของข้าแล้วแพ็กเจไปรอดแน่ อย่าลืมว่าแพ๊กเจต้องรอด.......				
25 มีนาคม 2550 05:55 น.

รู้ว่าเธอรักฉัน

บุญนำ

เธอมักจะเข้าหาใกล้เมื่อเธอได้เห็นโอกาส ความพยายามใกล้ชิด กลิ่นกายเธอที่บ่งบอกถึงความต้องการใกล้ชิดอย่างมาก คำพูดหน้าตาและรอยยิ้มที่สุดฝืนต้านทานความต้องการจริงแท้จากภายในจิตใจได้ 
ก็ไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่ จากความรู้สึกทางผิวหนังเมื่ออยู่ใกล้ๆกัน และการส่งผ่านกลิ่นตามธรรมชาติของมนุษย์ผู้ชายไปสู่มนุษย์ผู้หญิง ในสภาพนี้ฉันรับรู้ได้ว่าเธอพร้อมที่จะได้ผสมความเป็นหยินเข้ากับหยางหรือการผสมความอ่อนเข้ากับความแข็ง หากแต่วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนั้นเป็นกำแพงขวางกั้นเอาไว้ แต่ทว่าเมื่ออยู่ในที่รโหฐานเช่นนี้ กำแพงก็คล้ายหมอกควันจางๆสายหนึ่งเท่านั้น
ผมใช้มือคว้าที่ถันของเธอข้างหนึ่ง จับต้องแล้วด้วยความแผ่วเบา แต่ทว่าดวงใจกลับคิดถึงบุรุษด้วยกันอีกคนหนึ่งซึ่งอาจจะรอการกลับของหญิงผู้นี้อยู่ก็ได้ กลับคิดถึงศักดิ์ศรีของหญิงที่บัดนี้ได้ทอดกายพร้อมที่จะให้กระทำการอันเป็นการกบฏ ถึงขั้นนี้แล้วจิตใจฝ่ายที่ค่อนข้างจะดำได้บอกกลอกหูว่าให้กระทำตามใจหื่นของตน แต่ทว่าเกียรติของเราก็มีอยู่เต็มที่จะรักศักดิ์สงวนไว้จากความพึงพอใจในชั่วประเดี๋ยวประด๋าวมาเป็นความภาคภูมิใจแห่งการเอาชนะกามฉันทะที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักได้ 
อารมณ์ของเธอได้กระเจิดกระเจิงไปแล้ว ร่างกายที่เข้ามาเบียดเสียดเหมือนกับแสดงว่าต้องการให้ร่างกายของเรานั้นติดกันให้จงได้ การชนะธรรมชาติแห่งความต้องการนั้นจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างมาก ในแง่คิดของผู้ชายทั่วไปอาจจะมองว่าถ้าเนื้อมาถึงปากเสือแล้วเสือไม่งาบก็แสดงว่าเสือนั้นโง่เขลาอย่างยิ่ง ก็จริงอาจจะจริงอย่างเขาว่าก็เป็นได้ แต่ทว่าคนเรานั้นสำคัญที่จิตใจที่จะตีแผ่กันก่อนไม่ใช่เข้ากันได้ด้วยตัณหานำพา ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่กันได้ด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันเท่านั้น แต่ทว่าก็ต้องมีเมื่อยามต้องการก็จริง แต่ทว่าจะมีกับท่านใดก็ต้องคิดพิจารณากันให้ดีดีทีเดียว
ละแล้วคืนนั้นผ่านไป แต่ทว่าคืนต่อมาเล่า ใครเล่าจะสามารถต้านทานความปรารถนาแห่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดใดในโลกได้เล่า
เมื่อเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างนี้ ก็ต้องปล่อยไปตามความเป็นไปอย่างธรรมดาของโลก เสพสุขกันให้หนำใจ และเตรียมตัวให้พร้อมแล้วสำหรับโลกธรรมแปดที่จะเข้ามากระทบตามความเข้าใจว่า ยิ่งเมื่อสุขมากก็ต้องเตรียมตนรับทุกข์ก้อนที่เท่ากันไว้ด้วยอย่างแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม ได้แต่แค่นี้เท่านั้น เพราะว่าฉันรักใครไม่ได้ เนื่องจากว่าได้กระทำให้คนที่ฉันรักเจ็บปวดทั้งกายใจมามากแล้ว และฉันตั้งใจว่าจะไม่ทำให้เธอที่ฉันรักต้องเจ็บปวดรวดร้าวทรมานกายใจอีกเป็นอันขาด
ก็คงให้ได้แต่เท่านี้เท่านั้น ซึ่งก็ดีเป็นเพียงแค่รอยรักติดตรึงใจฝากไว้ก่อน หรือเป็นสิ่งที่ดีดีเพียงอย่างเดียวที่จะฝากไว้ให้เป็นของที่ระลึก คล้ายการ์ดแห่งความคึดคำนึงนึกถึงเมื่อใดก็จะได้รอยยิ้มสุขสมหวังเมื่อนั้น อย่างน้อยก็ปลอบโยนจิตเศร้าเครียดในเรื่องอื่นได้ และคิดถึงกันแต่สิ่งที่ดีๆ
แต่เมื่อเจอกันอีก ถ่านไฟเก่าก็จะลุกโชนพรึบพรับในทันที แต่ทว่าพระกามเทพชอบเหลือเกินที่จะเล่นตลกหรือแกล้งคน คือทำให้คนสองคนรักกัน และทำให้คนสองคนที่รักกันต้องมีอันแคล้วคลาดจากกัน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟบุญนำ
Lovings  บุญนำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟบุญนำ
Lovings  บุญนำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟบุญนำ
Lovings  บุญนำ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงบุญนำ