ซึ้งใจไม่มีวันลืม

บุญนำ

..สูจงอย่าประพฤติปฏิบัติในทางใดที่สูคิดว่าเป็นผลดี หากว่าสิ่งนั้นจะทำให้สูต้องเสียสัตย์เสียความน่านับถือ....มาร์คัส ยูเรลิอุส อันโทนิอุส
เอี้ยก้วย...นั่งบนหินใหญ่กลางสายน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกแล้วนั่งคิดพิจารณาถึงความรักของเขากับแม่นางเสียวเหล่งนึ่งในสุสาน
   ตั้งแต่ได้สอนวิชาให้กับเขาจนเขาสามารถพิชิตนักบวชเกเรในสำนักช่วนจินได้ไม่ต้องถูกจมูกโคเฒ่ารังแกเหมือนเมื่อก่อน มิหนำซ้ำวิชาฝีมือในปัจจุบบัน ยังสามารถกลั่นแกล้งไอ้พวกนักพรตได้อย่างสาสมใจยิ่งอีกตากหาก
   ความรักมันก็แปลกมาก จากสองเพศที่แตกต่างกัน ได้มาอยู่ใกล้ชิดกันแม้ฐานะทางสังคมจะแตกต่างกัน ก็ทำให้เกิดความรักต่อกันได้ 
   โดยเฉพาะความรักอย่างเดียวก็จะมีวิถีเป็นไปตามครรลองของมันเองตามธรรมชาติ แต่ทว่ากับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปตามวันเวลาได้กระทำให้เกิดการลืมเลือนเป้าหมายของความรักกัน เกิดการเปลี่ยนแนวเปลี่ยนความคิดทำให้ความรักเกิดการเบี่ยงเบนมากเกินกว่าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือมีระดับความรักต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางก็เป็นได้
   แต่ทว่าการซึ้งใจในการดูแลเอาใจใส่กัน ไม่ได้ดูถูกกัน และห่วงหาอาทรกันอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้เกิดความรักที่มิใช่แต่รักกันที่รูปร่างภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทว่ามีความสุขที่ได้ไกล้ชิดกอดหอม
   ทว่าในตอนนี้ท่านอาเซียวเล่งหนึงได้จากไปแล้ว ที่ได้น้อยใจว่าข้าไม่ยอมเรียกหานางว่าเป็นเมีย จะให้เรียกคำวาอาเฉยๆนั้นไม่ได้เสียแล้ว แล้วจะทำอย่างไรดี นี่เองเรียกว่าผู้ใดมีความรักก็มักจะเหมือนตาบอดไม่สามารถหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับตนเองได้ แต่ทว่าอีกตัวหนึ่งก็คือความคิดถึงนี่เอง อดีตเก่าๆที่หวานชื่นได้หวนระลึกเข้ามาเป็นวีดีโอสคริ๊ป เป็นฉากๆ บ้างก็ทำให้เอี้ยก้วยอมยิ้มหน้าบาน บ้างก็ทำให้หน้าเศร้าโศรกไปอีก
   ดังนั้นเอี้ยก้วยจึงลุกยืนขึ้นแล้วกู่ตะโกนก้องไปทั่วหุบเขาน้ำตก เสียงของเขาลั่นสะท้องออกไปไกลแว่วๆอยู่ในบริเวณแนวชายป่านั้น
    เมื่อต่างคนต่างคิดถึง ต่างคนต่างตามหา และแล้วก็ได้มาประสบพบกัน เขาและเธอไม่อาจจะทำอะไรได้อีก นอกจากวิ่งเข้ากุมมือกัน หัวใจทั้งสองก็กุมกัน ความอบอุ่นได้ถ่ายทอดจากร่างกายหนึ่งสู่อีกร่างกายหนึ่งทำให้ความต่างศักดิ์แห่งความอบอุ่นเท่ากัน สายตาที่มองต่อกันได้เปิดช่องว่างถึงกันยิ่งกว่ารถไฟฟ้าบีทีเอสที่แล่นอย่างไรก็ไปถึงกันจากต้นสายไปปลายสายตามเวลาไม่สะดุดติดขัดและราบเรียบไม่ส่งเสียงและผลิตมลพิษเพิ่ม
   ในตอนนี้เขาไม่สนใจสภาพแวดล้อมรอบตัวเขาอีกแล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรคกระยาจกพรรคกระยาจอก ข้ากะแม่นางก็ไม่สนใจอีกแล้ว ในขณะนี้เมื่อความคิดถึงสองดวงมาพบกัน และได้เห็นคุณค่าของความคิดถึงแล้ว ใยเล่าจะโง่งมเพียงพอที่จะหันเหดวงใจไปสนใจหรือกระทำเรือ่งราวอื่นได้อีก
   แม้บทกวีของไป๋จวีอี้ที่เขียนเอาไว้นานแล้วว่าเจียงหนานแสนงามก็ยังไม่สามารถขย่มจิตใจให้ไขว้เขวออกไปได้แม้เพียงครู่ยามรำๆจะสวมหัวใจของกวีแต่งเองออกมาจากใจได้ว่า
   ท่านอาเหล่งแสนงาม
   ดวงหน้าดวงตาปากพริ้มที่คุ้นเคยนัก
   แม้แดดจะออกหรือว่าฝนหรือหิมะจะตก
   ฤดูใดๆจะผ่านมาก็ตาม
   คิดถึงแต่เจ้าทุกชั่วยาม
เมื่อคิดถึงตอนนี้เอี้ยก้วยยิ้มและแม่นางเสียวเหล่งนึ่งก็ยิ้มต่างฝ่ายต่างก็โอบกอดกัน สองมือต่างก็รัดกันแน่นเข้าแน่นเข้าเหมือนดังคีมเนื้อแกนกระดูก ที่ตรงข้ามแทนที่จะหน้าแดงเพราะความอึดอัดแต่ทว่ากลับหน้าแดงเพราะความซาบซ่านด้วยความสุข 
มีกี่เวลากันที่เราจะมีห้วงเวลาอย่างนี้
มีกี่เวลากันที่เราจะได้เกี่ยวก้อยพัวพันกันไปในที่ต่างๆด้วยความหฤหันต์
มีกี่เวลากันที่เราต่างจะได้เห็นใบหน้าอิ่มสุขสดชื่นของกันและกัน
เวลามันได้เดินมาเรื่อยๆและผ่านไปเรื่อยไม่ได้รอผู้ใด
สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดเหมือนกันอย่างนี้ตลอดไปเหมือนเดิมเมื่อไหร่
คงมีแต่ดวงใจข้าและเจ้าเท่านั้นที่อบอุ่น
เหมือนกับได้ฉีดเซรุ่มแห่งความทนความอึดไว้แล้ว
พร้อมแล้วที่จะเผชิญกับโลกธรรมแปดประการที่จะพรั่งพรูมา
พร้อมแล้วที่รับคลื่นลูกหลังที่มาพร้อมกับความไม่ชอบใจอย่างอื่น
เราหวังไว้ด้วยสองเราว่า
หัวใจของเราสองดวงจะยืนยงคงอยู่ด้วยความหฤหรรษ์อย่างนี้ทุกวี่วัน
....ปัจจุบัน....แม้ว่าร่างกายสองเราจะเปื่อยไปแล้วก็ตาม
แต่นามธรรมของความรักของเรายังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวโลกต่อต่อไป จนกระทั่งโลกนี้จะแตกสลายไปเท่านั้นเอง....				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน