12 กันยายน 2552 19:10 น.

นึกไม่ออกแล้ว

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผม สะพั่ง สะท้านไมภพ ขับรถมาสด้า สามสองสาม จีแอลเอ็ก สีเทา แล่นตะบึงควันคละคลุ้ง ผ่านไปบนถนนพหลโยธิน และเป็นเส้นทางที่ใช้ทุกวันแบบไม่ต้องคิด ขับทุกวัน จากราชดำเนิน ถึง สพานใหม่ 
อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นรถใหม่มันจะไม่ดีกว่าที่เป็นอยู่หรอกหรือ
แล้วสะพั่ง ก็คิดขึ้นได้ว่า มีตังค์แค่เติมน้ำมันก็พอแล้วละมั๊ง
ผมอดชื่นชมความรู้เรื่องรถยนต์คู่ใจของผมไม่ได้ เวลาที่มีอาการอย่างนี้ผมก็รู้เลยว่าจะต้องทำอะไร เรียกได้ว่า หากมุกเก่ามาละก็ยิ้มไม่ต้องอาศัยช่างรถยนตร์มาวิเคราะห์ตีความ แต่ทว่าหากเป็นมุกใหม่ละก็ ต้องค่อยๆคิดอีกที
ไฟแดงตรงที่แห่งหนึ่ง
มันเป็นความเจ็บปวดปนขบขัน
มันทำให้ผมโดนค่าปรับ ห้าร้อยบาท และ โดนไปรษณีย์ แฮฟไปอีกราว แปดสิบ
แต่มันก็ทำให้ผมไม่ลืมว่า 
ณ ที่แห่งนี้ จะต้องค่อยๆ ใจเย็นๆ มิฉะนั้นเงินเดือนอาจไม่พอใช้
ตำรวจชอบตั้งกลุ่มโบกรถ
แล้วมันจะโบกทำไมว่ะ
แต่เมื่อเขาเห็นรถของผมแล้วก็โบกมือให้ผ่านไปได้เลย
แม้แต่วันหนึงลืมเปิดกระจกรถทิ้งไว้
ทีแรกค่อนข้างจะตกใจ
แต่พอนึกได้ว่าจะตกใจไปทำไม
ก็เลยไม่รู้จะตกใจไปทำไม
เพราะสิงที่มีค่ามากที่สุดก็คือ รองเท้าทำงาน คู่หนึ่ง เก่าแล้วด้วย
ผมเพียงเกรงแต่ว่า มันจะสะบัดไม่มองด้วยซ้ำไป
น้ำมันก็ลดราคาลงแล้ว
แต่เติมแล้วก็เป็นพันอยู่ดี
คำพูดของช่างติดฟิลม์กรองแสงคนหนึ่งบอกว่า
เปิดแอร์ไปเถอะครับ เย็นสบายกว่าไม่ต้องร้อน
แต่ทว่าผมก็ไม่ยอมเปิดหากไม่จำเป็นจริงๆ เช่น ฝนตก หรือ มีครอบครัวผมโดยสารไปด้วย
มองผ่านกระจก
นึกๆแล้วก็ขำๆ
และบ้าบอจริงจริง
ผมถามตัวเองว่า แล้วเอ็งจะรีบไปไหน
เออ ผมนึกถามตัวเองตอบตัวเอง
ไม่รู้เหมือนกันวะ
อ้าว งั้นก็เรื่อยๆมาเรียงๆก็แล้วกัน
แต่ก็เป็นศิลปะเหมือนกันนะที่จะขับรถแบบไม่ใจร้อน ไม่ขับเร็วและไม่ขับช้า
ถึงตอนหนึ่ง ก็ขับไปเรื่อยๆ 
มีโอกาสก็ชะลอให้รถคันอื่นๆที่เปิดไฟขอเข้าเลนส์เข้ามาบ้าง
ขับตามๆกันไปไม่ต้องออกไปนอกแนวทางอื่นๆ
เอาเวลาไปคิดเรื่องอื่นๆ
เปิดเพลงลูกกรุงเย็นๆ ผิวปาก หรือ ฮัมเพลงไปด้วย
สะพานข้ามแยกก็ปิดครึ่งเปิดครึ่งหนึ่งเพื่อทำการซ่อม
แต่ทว่าก็เกี่ยวข้องนิดหน่อย แต่ผมก็เลี้ยวออกได้และก็ไม่เกี่ยว
ในค่ำคืนหลังจากที่เพลิดเพลินกับอินเตรนแล้ว
ก็หลับนอน
พอนอนก็นึกอะไรไม่ออกแล้ว
ขอบพระคุณที่ติดตามผลงาน				
10 กันยายน 2552 09:42 น.

แปลง

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผมนั่งฟังตัวแบบยุทธศาสตร์ในคลาส
มองไปมองมามันก็เหมือนกับ การบริหารงานในอดีต
แล้วจะทำอย่างไรดี 
ผมเสนอให้ สมาชิก ในคลาสฟัง
ผลปรากฏว่า กลับกลายเป็นคอนเซอร์เวทีฟไป
แต่ทว่าในสิ่งที่ทำ กลับได้รับความเห็นชอบ เป็นแม่แบบในการก๊อปเพื่อนำไปใช้อย่างกว้างขวาง
เรื่องราวในตอนนี้เพียงแค่อยากเสนอแนวคิดก็แค่นั้น
แนวคิดของคนธรรมดาคนหนึ่ง ในบริบทของสังคมข้อมูลข่าวสาร และงมงาย
ในการจัดทำตัวชี้วัด
จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องให้คนปฏิบัติงานทำ
ทำแล้วจะรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้าใหม
ทำแล้วกระดาษจะกองโตเท่าภูเขาไหม
มันเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น
ผมขอเสนอว่ามันเป็นเครื่องมือของคนบางคนเท่านั้น
ดังนั้น การจัดทำเรื่องราวที่เป็นแบบนี้ทุกรูปแบบแห่งความงง
ไม่ควรกระจายออกทางล่างทางข้างมากเกินไป
แต่เก็บไว้กับคนที่เสนอแนะออกมา
และรับผิดชอบแปลง
ยุทธศาสตร์ เป็นนโยบาย
และนโยบาย ออกมาเป็นแผน
การต่อสู้ของผู้ปฏิบัติงานในยามนี้
เมื่อต้องต่อสู้กับหลายเรื่องเช่น สิทธิมนุษยชน และ อนาธิปไตยแล้ว
ก็ยิ่งยากจนท้อที่คร้านแม้แต่จะคิด และไม่ต้องห่วงเรื่องการปฏิบัติ
แต่สิ่งหนึ่งที่ละเลยลืมเลือนไป
ก็คือ การให้คนดีเป็นหัวหน้า
ในโลกทุกวันนี้ การหาคนดีเป็นเรื่องที่ยากเข็ญและสลับซับซ้อนยิ่งมากมายด้วยความเบี่ยงเบนเป้า
แต่คนดีก็ยังมีอีกเยอะแยะ
ถึงเวลาแล้วกระมังที่เราจะใช้แนวคิดประชาธิปไตยเข้ามา โดยความยึดถือว่า เป็นระบอบที่ดีที่สุดในโลก
ถึงเวลาที่เราจะเลือกหัวหน้าหน่วยงานของเราเอง
เลือกจากคุณความดี ที่ลูกน้องเห็น
บางทีอาจหมดสมัยแล้วก็ได้ที่หัวหน้าระดับสูงเลือกหัวหน้าระดับล่าง
เพราะดูเหมือนว่า ไม่ได้ผล
บางท่านให้ความหมายในสิ่งที่ผมพูดว่า ปฏิวัติ
ผม สะพั่ง สะท้านไมภพ หัวเราะเคี๊ยกๆ พร้อมกับดูดโอเลี้ยงโบราณ ราคา สิบบาท และระบายเสียงแห่งความอิ่มเอมชื่นใจ และให้รอยยิ้มแก่คนถาม
แล้วผมก็ตอบว่า
ไม่เบื่อกันมั่งหรือไง แบบเดิมเนี่ย
เบื่อแต่ต้องทน เบื่อเหมือนกัน บางท่านก็บอกว่า ไม่รู้ดิ
ผมไม่รู้เหมือนกัน หากสามารถขึ้นเป็นใหญ่กะเขามั่ง
สิ่งที่ห่วงก็คือ กลัวจะชั่วกว่าคนที่เราด่าเท่านั้นเอง
เพราะว่าจริงๆแล้ว มันมีวิธีแก้ปัญหาได้อย่างได้ผล
แต่ทว่าผู้รู้จริงก็พูดบ่ายเบี่ยง
ผู้ไม่รู้จริงก็ว่าของเขาไปเรื่อย
แม้แต่ข้อมูลต่างๆที่ได้รับ หากฉลาดก็จะไม่หลงเชื่อ
ลำบาก
แต่ก็เป็นความมันในการดำเนินชีวิต
เพียงแค่รู้ว่าต้องการอะไรแค่ไหน
ได้แค่คิดไว้ซึ่งไม่ใหญ่ แต่ค่อนข้างจะเล็ก
สำเร็จตามคิดแล้วก็โอเค
ขอบพระคุณที่ติดตามผลงาน				
10 กันยายน 2552 09:26 น.

หัวโต๊ะ

สะพั่งสะท้านไมภพ

ประธานคนที่หนึ่ง ท่านได้นั่งหัวโต๊ะในท่ามกลางผู้เข้าร่วมประชุม ที่มาประชุมเรื่องราวที่ไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง ในวิชาชีพของตน ดูตามเอกสารที่แจกจ่ายให้ ก็ดูแล้วจะรู้สึกง่วงทันที
แต่ทว่าเมื่อเรื่องราวจะดำเนิน ท่านได้ออกตัวว่า ไม่ค่อยรู้เรื่อง
และก็อ้างอิงเพื่อนของท่านว่าไม่รู้เรื่อง
แต่ท่านกลับหยิบยกสิ่งหนึ่งขึ้นมาและก็กำหนดขึ้นในแต่ละเรื่องที่ต้องดำเนินการนั่นก็คือ เจ้าภาพ
ในเรื่องราวที่แสนจะน่าเบื่อในยามบ่าย ท่านกลับสอดแทรกมุขขำขันไว้เล็กน้อย ก็ทำให้หนังตาที่ปรือใกล้จะปิดของผมสั่นไหวและเผยอขึ้นมา 
ท่านใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย คาดว่าท่านคงจะนำไปโปรเสส ในสมองของท่านและกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูด
แม้แต่ศัพท์แสงท่านก็ได้ทักให้ว่ากันตัวเต็มๆเพราะในโลกนี้มีคำย่อมามากมาย หากไม่ว่าตัวเต็มท่านก็จะคาดเดาตัวย่อแบบติดตลก
และท่านสามารถใช้เวลาในการประชุมได้รวดเร็วอย่างไม่คาดคิด
รวมทั้งให้คนที่เข้าร่วมประชุมได้เห็นตัวอย่างที่ถูกต้อง

ประธานอีกคนหนึ่งนั่งหัวโต๊ะๆที่ใหญ่มาก ในห้องหับสุดหรูแห่งหนึ่ง
ท่านเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง
ทีแรก ผมก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นใด
เมื่อการประชุมนั้นมีสองฝ่ายหลักๆ
ฝ่ายแรก เป็นฝ่ายที่ต้องผลักดันข้อเสนอให้ปรากฏชัดเป็นรูปธรรมให้ได้
และฝ่ายหลัง เป็นฝ่ายที่พะวงกลัวว่าข้อเสนอของฝ่ายแรกจะกระทบกระเทือนการทำงานของฝ่ายหลัง
แต่การกลับชัดเจนขึ้น 
เมื่อท่านประธานเองก็มีความรอบรู้ในสถานการณ์ เข้าใจเจตนาของแต่ละฝ่าย และก็ได้กลั่นกรองริดรอนการสร้างอำนาจในทางที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบออกไป
ประธานคนนี้ เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมแล้วท่านก็ทำในสิ่งที่ต้องทำและสมควรทำ

ผมดีใจที่ได้มีโอกาสเห็นเรื่องราวคลาสสิคเหล่านี้
เรื่องราวคลาสสิคที่สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างได้
ผมไม่ได้ห่วงเรื่องการแต่งกายว่าต้องสูทสากล แต่ห่วงเรื่องความเรียบร้อย
ผมเห็นท่าทางของแต่ละผู้เข้าร่วมประชุม
ท่าทีที่รู้มาก
ท่าทีที่รู้น้อย
ท่าทีที่ไม่รู้อะไรเลย
แม้จากการศึกษาในสถาบันต่างๆหลายๆที่ ก็มีโอกาสฝึกทำหน้าที่ประธานการประชุม แม้ว่าคะแนนในการเป็นประธานทุกครั้งจะได้ เอบวก แต่ทว่าสิ่งที่เห็นนั้นทำให้พัฒนา
การพัฒนาแบบพลวัตรทีเดียว
แม้ว่าประชุมใช้เวลาน้อยๆจะเป็นเรื่องดี
แต่จะมีสักกี่ครั้งที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ของการเป็นประธาน หรือ ผู้ร่วมประชุมได้อย่างมีฝีมือ
บางที่ก็ขยะแขยงกับความน่ารังเกียจของประธาน
แม้แต่เรื่องเล็กๆสนุกสนานอย่างนี้
นอกจากสั้นใช้เวลาน้อย ได้ผลสรุปชัดเจน แถมท้ายต้องไม่น่าเบื่อ ได้รับความรู้ และสนุก ด้วยนี่แหละจึงจะเป็นสุ๊ดยอดเลย
ขอบพระคุณที่ติดตามผลงาน
เรื่องของความรัก เช่นหญิงชาย มีให้เฉพาะภรรยาเท่านั้น
ที่เหลือก็จะเป็นความรักที่จะทุ่มเทให้กับคนที่มีความรู้ และ ความดี ครับผม				
8 กันยายน 2552 07:33 น.

มุม

สะพั่งสะท้านไมภพ

ความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ มักจะต้องมีสิ่งท้าทายยั่วเย้า เย้าแหย่ กวนโทสะ ลองของ ลองภูมิ ดูใจ กันเสมอ ยิ่งความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องมีสิ่งที่ตามมาดังกล่าวยิ่งใหญ่ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ว่ากันว่าเป็นการทดสอบของสวรรค์
เปรียบเหมือนกับเรื่องราวของความรัก เมื่อมีความรัก ย่อมต้องมี ความสมหวัง ความผิดหวัง ความน้อยอกน้อยใจ ดีใจ อกหัก ฯลฯ ตามมาอย่างแน่นอน
สมอง และดาต้า หรือ สิ่งที่บรรจุเข้าไป ก็เหมือนกัน การเซฟเก็บไว้ส่งเดช ตามเรื่องตามราว พอถึงเวลาก็หาไม่เจอก็ต้องหากันใหม่ 
แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการลองผิดลองถูกกันก่อน การที่ดูทีวีมากเกินไปก็ทำให้เราเคลิบเคลิ้มได้ว่าเราเป็นยอดมนุษย์ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ การลองทำแล้วมีความผิดพลาดขึ้นก็จะเกิดทักษะของจอมยุทธต่อไปในอนาคต แต่หากลองแล้วโป๊ะสำเร็จ นับว่าเป็นเรื่องตลกจริงๆ
ในสมัยก่อน เจตนารมณ์ของแต่ละบุคคลก็เป็นเรื่องที่ไม่มีเหมือนกัน รุนแรง ก้าวร้าว นุ่มนวล หรืออะไรก็แล้วแต่จะคิดกันออก แต่ทว่าเมื่อแก่หรือมีประสบการณ์มากขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความรับรู้ใหม่เกิดขึ้น ก็ทำให้ท่าที และทัศนคติแปลเปลี่ยนได้
คนที่ใช้ชีวิตในรูปแบบใดนานๆ มันก็จะค่อยๆกลับกลายทุกอย่าง เช่น การแต่งการ หน้าตา การพูด การจา อุปนิสัย การตัดสินใจ ลักษณะท่าทางที่แสดงออกอย่างเอาเป็นว่าเจ้าของร่างกายและความคิดไม่มีทางรู้ตัวเลยได้ก็แล้วกัน
สิ่งต่างๆที่เห็นในโลก อย่าเพิ่งหัวเราะเยาะว่า แปลกประหลาด พิสดาร หรือโง่เง่าเต่าตุ่น หรือ สุดยอดทางความคิด สักวันเมื่อถึงเวลา เราก็อาจจะเป็นแบบนั้นบ้างก็ได้ เพราะว่า มันไม่ใช่สิ่งที่แปลกประหลาด แต่มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องได้ทำสักครั้งเมื่อถึงเวลาของมัน
การมองให้เข้าไปในจิตใจของคนที่ถูกเรียกว่า ชั่ว เลว คนไม่ดี โจร ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ไม่มีคนดีอย่างเดียว และไม่มีคนชั่วอย่างเดียว บางครั้งการทำอะไรผิดผิดๆลงไปสักอย่าง หรือ อะไรที่ดีๆสักอย่างก็เป็นเพราะว่าถูกบังคับจากสิ่งแวดล้อมก็เป็นได้
มุมมองของคนบางคนที่คนในโลกเกียจ แต่คนอีกกลุ่มจะนับถือสรรเสริญว่าเป็นวีวีระบุรุษก็เป็นได้
ปรมารจารย์กล่าวย้ำหนักหนาก่อนออกมาจากหุบเขาปีศาจว่า อย่าได้ถึงกลับฟันธงว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ผิด แต่จงหาเหตุผลออกมาให้ได้ว่า ทำไม
ศาสตร์แห่งการร่วมรัก ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายในสายตาของฝ่ายธรรมมะ หรือผู้ที่แบกป้ายยี่ห้อว่าเป็นฝ่ายธรรมมะ
แต่ทว่าปรมารจารย์ในหุบเขา ท่านก็หัวเราะเยาะเอา ว่า อย่าไปเชื่อถือหลงคารมเป็นอันขาด แต่ให้ลองใช้ปัญญาคิด
ถึงแม้ว่าจะเชื่อหัวปักหัวปำในตอนนี้แล้วก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเวลาก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง เพราะว่า ธรรมชาติของคนไม่มีทางที่จะโง่หลงโกรธโทสะหรืออะไรก็แล้วแต่อย่างถาวร
ขอบคุณที่ติดตามผลงานครับ				
7 กันยายน 2552 08:14 น.

เพียงติ๊ดเดียว

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผมหลงทางไปในความแปลกแยกทางความคิดเห็นที่หลงละเมอเพ้อพกไปว่าอาจมีหลักการหรือทฆษฏีที่เราไม่รู้
แต่ทว่าเมื่อทนทำไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทนทำไป จนกระทั่งได้คิด มันทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ
หนนี้ก็เช่นเดียวกัน
แม้หน้าที่การงานจะแสนกระจอกงอกง่อย
แม้หน้าตาท่าทางบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีบารมีสูง
แต่ทว่างานการที่ทำก็กระจอกปอกกล้วยกว่าที่คนไหนอื่นๆจะคาดคิด
แต่ทว่าในท่ามกลางความกระจอกนั้น ย่อมต้องมีสักหนึ่งสิ่งที่จะต้องทบทวน
ผมได้เข้าประชุมในที่สูงสุด ผู้เข้าร่วมประชุมมีชื่อเสียงในทางที่เลิศสติปัญญาที่สุด
เมื่อหันกลับมามองตนเองแล้วก็พบว่ามีข้อไม่ถึงกับบกพร่องแต่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และสนใจบางเรื่องให้มากว่าเดิม
มันบังเกิดเป็นความสุข
มันเป็นการใช้ชีวิตให้ได้อย่างมีความสุข และมีองค์ประกอบมีงานด้วย
มันทำให้คิดต่อได้ว่าความรู้ที่ต้องการเพิ่มอีกคืออะไร
การอ่านจะต้องเสียเวลามากมาย แต่การฟังเขาพูดคนที่เก่งๆพูดเนี่ยสามารถย่นย่อระยะเวลาได้มากมาย
สิ่งที่ไม่ยากที่จะรู้ในยามอยู่ท่ามกลางคนหลายๆฝ่าย
ความต้องการของเขาคืออะไร
เมื่อนึกก็รู้ได้อย่างไม่ยาก
เมื่อรู้แล้วก็ยิ้ม
เวลาอยู่บ้านก็พูดเจื้อยแจ้ว แต่เวลาอยู่ในการประชุมแล้วเงียบเป็นเป่าสาก
อ๋อ ไม่ใช่เพราะว่า วิปลาส แต่เป็นเพราะ อยากฟังเขาพูดกันมากกว่า
และนั่งมองดูวิสัยทัสน์ คำว่าวิสัยทัศน์เนี่ยแปลว่าพูดแล้วจะต้องทำได้จริงๆ หากพูดแล้วทำไม่ได้หรือไม่มีร่องรอยว่าจะทำได้เลยเนี่ยเรียกว่า เพ้อเจ้อ
เพียงนิดเดียวเท่านั้นที่ทำให้คนเราออกนอกแนวทาง
แม้วที่บาดเจ็บไปหาหมอ แล้วพร่ำบ่นกับหมอว่า ช่างโชคดีแท้ ที่อ่านภาษาไทยเป็น พอเห็นป้ายบอกโค้งว่าโค้งอันตราย เขาจึงขับไปอย่างซื่อๆ มิงั้นคงตายไปแล้ว
เมื่อถึงเวลารับผล กลับดีใจจนลืมตัว หรือ เสียใจจนเกินไป
แต่เวลาทำเหตุต่างๆกลับไม่ได้ยั้งคิด
เหตุเล็กๆหลายๆครั้งก็กลับกลายเป็นผลจากเหตุเล็กๆที่มีขนาดใหญ่ได้
ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานครับ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสะพั่งสะท้านไมภพ
Lovings  สะพั่งสะท้านไมภพ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสะพั่งสะท้านไมภพ
Lovings  สะพั่งสะท้านไมภพ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสะพั่งสะท้านไมภพ
Lovings  สะพั่งสะท้านไมภพ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสะพั่งสะท้านไมภพ