26 กุมภาพันธ์ 2553 08:28 น.

อีเมล์ถึงนางฟ้า.......เด้อ..

สุรศรี

อีเมล์ถึงนางฟ้า
ซำบายดีน้องหล่า	คำแพงนางฟ้าพี่
เขียนอีเมล์มามื้อนี้	ฟังอ้ายสิกล่าวขาน
มือนี้เขียนจากห้อง	มอสองอยูหม่องเก่า
หัวใจอุกอั่งเอ้า	คึดฮอดเจ้าอยู่สู่ยาม
กินข้าวงายกับหยังหล่า	กับปิ้งปลาหรือปิ้งไก่
กับทอดไข่บ่น้อง	หรือนางหล่ากินอีหยัง
หรือเจ้ากินบ่ได้	อาหารไทยพื้นบ้านเก่า
กินสปาเก็ตตี้		กินแต่อบพิซซ่านางหล่าจั่งสิไล
เข้าแต่ในเซเว่น	กินอาหารญี่ปุ่น
คั่วจินูนแกงหน่อไม้	เจ้าลืมได้ก้อยกะปอม
น้องอย่าไลลืมถิ่ม	มูลมังแต่ครั้งเก่า
ลืมพ่อแม่อ้ายน้อง	ไปหลงย้องผู้อื่นดี
เงินเดือนหลายอยู่บ่หล่า	สิ้นเดือนมาเหลือจักบาท
เงินเขินขาดอยู่บ่น้อง	ส่งทางบ้านเดือนท่อได๋
คันเหลือกินเหลือใซ้	ให้เก็บกำไว้แหน่
พ่อแม่เฮาอยู่บ้าน	ยังคอยท่าหม่อมพะนาง
มือนี้พอส่ำนี้		อ้ายขอลานางฟ้าก่อน
สอนนักเรียนก่อนเด้อน้อง นางฟ้าให้อยู่ดี
คันมือนี้เจ้าว่าง	ให้โทรหาอ้ายแหน่
คันแม่นอ้ายว่างว่าง	โทรหาเจ้าคือเก่าหลัง...เด้อ.......
.................
คำเรียกผู้หญิงที่เป็นที่รัก
1..นางหล่า  คำหล้า   หม่อมพะนาง   คำแพง (คำ...ทองคำ  แพง...รัก  หวง)
2. หม่องเก่า.......ที่เก่า
3..อุกอั่งเอ้า........กลัดกลุ้มมาก
4..ฮึดฮอด...........คิดถึง
5..สู่ยาม..............ทุกเวลา
6..หยัง  อีหยัง......อะไร
7..ไล.........ละทิ้ง  ลืม
8...คั่วจินูน.......คั่วแมลงชนิดหนึ่งโรยเกลือนิด ๆ
9...มูลมัง.........มรดกเก่าแก่
10..ย้อง............ยกย่อง
11..ท่อได๋.........เท่าไร
12...ใซ้........ใช้
13...แหน่.....หน่อย
14..คัน..........ถ้าหาก
15..พอส่ำนี้........พอแค่นี้				
25 กุมภาพันธ์ 2553 08:55 น.

ผญา (11/53)

สุรศรี

ผญา
	ว่าบ่มีควมเว้า	เจ้าเอาหยังมาว่า
	ว่าบ่มีผู้ท่า	แม่นไผแท้นั่งอยู่นำ
	ว่าบ่มีซายซ้อน เซิงแพรสังมาก่าน
	หรือว่าลูกเจ้าด้าน  หรือว่าหลานเจ้าดื้อ
	แพรเจ้าจั่งก่านเซิง
	ว่าบ่มีเครือเกี้ยว  สังมาเป็นแหยบแย่ง
	ว่าน้ำแก่งบ่ขึ้น    สังมาได้ส่วงเฮือ....ฯ
             ....................
         อธิบาย
             ควมเว้า.........คำพูด
	ผู้ท่า..............ผู้รอคอย
	แม่นไผ.........แล้วใครหละ
	นั่งอยู่นำ........นั่งอยู่ด้วย
	ซายซ้อน.......คู่เชยชม
	เซิงแพร..........ชายผ้านุ่ง  ชายผ้าถือ
	ก่าน...............สกปรก  เปื้อน
	ด้าน.............ดื้อด้าน  ซุกซน
	จั่ง.............จึง
	เครือเกี้ยว.......ต้นไม้  เครือไม้ กระกวัด
	แหยบแย่ง.......ขาดวิ่น
	น้ำแก่ง.............น้ำขึ้น  น้ำท่วม
	สัง...................ทำไมถึง
	ส่วงเฮือ............แข่งเรือ
          .........................
	ความหมาย
	1..ปากน้องว่าไม่มีอะไรจะพูด  แล้วน้องเอาอะไรมาพูดว่าไม่มีคนผู้คอยอยู่ข้างหลัง แล้วใครหละ
	    ที่นั่งพูดคุยด้วยกัน
	2..ปากน้องว่าไม่มีแฟน   แต่ทำไมชายผ้าน้องถึงเปื้อนหละ หรือว่าลูกหลานน้องมันซน ก็เลยทำ ให้ชายผ้าสกปรก
	 3..ปากน้องพูดว่าไม่มีแฟน  ทำไมแฟนถึงเป็นพุ่มเป็นพวง  ถ้าน้ำมันไม่ขึ้น ทำไมถึงไดแข่งเรือ
	เป็นผญาเกี้ยวครับ  ตัดพ้อต่อว่าของฝ่ายชายที่พูดให้ผู้หญิงว่าไม่มีคู่แต่ที่จริงแล้วไม่จริงเลยฝ่ายชายรู้ดีว่าผู้หญิงโกหกครับ				
22 กุมภาพันธ์ 2553 12:10 น.

ใยฉันจะรักเธอ....มิได้ (กาพย์แสงสุริศรี)

สุรศรี

**บุญประจำปี		เขามีหมอลำ
นั้นมีประจำ		ทุกปี
**พระเวสสันดร	มีตอนเดือนสี่
เป็นประเพณี		นิยม
**ดาวเป็นแดนซ์เซอร์	หุ่นเธอเหมาะสม
ผู้คนชื่นชม		ยิ่งนัก
**อยู่บนเวที		สวยดีน่ารัก
กระชึกกระชัก		เร้าใจ
.**ดอนมาเที่ยวงาน	สะท้านฤทัย
เมื่อเหลือบมองไป	สบตา
**ศรรักปักทรวง	ทะลวงอุรา
ยากใครจะมา		ไถ่ถอน
**เมื่อรักเข้าใจ	อย่างไม่แคลนคลอน
มั่นคงแน่นอน		สัมพันธ์
**อุปสรรคใดใด	คงไม่สำคัญ
แม้จะห่างกัน		หลายปี
**ดาวสามสิบห้า	แก่กว่าสิบสี่
แต่ก็ใช่ที่		สำคัญ
**เมื่อรักสุกงอม	หวานหอมเข้าขั้น
จึงแต่งงานกัน		ทันใด
**ดาวเลิกเต้นรำ	ที่ทำงานงานไว้
หันมาใส่ใจ		ครอบครัว
**การเรือนการบ้าน	ชำนาญไม่กลัว
ทุกอย่างลงตัว		สมบูรณ์
**ทั้งสองครองรัก	ประจักษ์เพิ่มพูน
รักไม่เสื่อมสูญ	โรยรา
**ไม่แปลกอย่างได	ถ้าไม่รู้ว่า
ดาวคนนี้หนา		เป็นชาย
**ไม่แปลกอย่างไร	เมื่อใครทั้งหลาย
รู้ว่าเป็นชาย		แต่งกัน
**ไม่เคยบาดหมาง	เลิกร้างเดียดฉันท์
ครองรักผูกพัน	มิวาย
**แล้วเธอกับฉัน	ผูกพันมั่นหมาย
เธอหญิงฉันชาย	มีรัก
**จะแปลกไฉน	ถ้าใจประจักษ์	
สวามิภักดิ์		ต่อเธอ
**ทุกค่ำยันเช้า	ฉันเฝ้าแต่เพ้อ
ห่วงหาเสมอ		คะนึง
**หันมองพวกเรา	ควรเฝ้ารำพึง
หญิงชายคือหนึ่ง	คู่กัน
**รักใคร่ปรองดอง	คู่ครองผูกพัน
แผ่นผืนฟ้านั้น		ดินเดียว...ฯ				
22 กุมภาพันธ์ 2553 08:06 น.

ผญา (11/53)

สุรศรี

ผญา
	สิบสิฮ้างซาวสิฮ้าง	อย่าได้ห่างไกลกัน
	ขอให้พอเหลียวเห็น	ให้ส่วงใจแลงเซ้า
	สิบสิเว้าซาวสิเว้า	ให้จาแต่ควมสิเอา
	อย่าสิพาทีไข		ไส่แต่ความทางนี้   หลายเด้อ
	สิบสิถิ่มซาวสิถิ่ม	อย่าโยนไส่หนามหวาย
	สิบสิตายซาวสิตาย	ซาติสิมาให้เห็นเจ้า  แน่แม  ฯ
...................................
อธิบาย
            สิ............จะ
           ฮ้าง..........ร้าง  เลิกรา
          พอเหลียวเห็น.............ขอให้ตาได้มองเห็น
         ส่วง.........สร่างใจ   วางใจได้
         แลง........ตอนเย็น เซ้า......เช้า
         ซาว...........ยี่สิบ
         จา.............พูดจา
         ควม.............ความ
      ทางนี้...........ข้างฝ่ายพี่
         เว้า.............พูด  จา
       ความสิเอา..............เรื่องที่จะได้แต่งงานกัน  ได้เป็นแฟนกัน
        ถิ่ม...............ทิ้งกัน
      ซาติสิมา........ชาติที่จะมาถึง
       แน่แม...........ด้วยนะ
     ใส่ควม.......ใส่ความ
........................
ความหมาย
-ถึงจะเลิกร้างกันไป  ทอดทิ้งกัน  ก็ขออย่าได้ห่างกันไกลเลย  ให้พอเห็นหน้ากัน
-ไหน ๆ จะพูดกันให้พูดแต่เรื่องที่ดีที่จะได้เป็นแฟนกัน  อย่าได้พูดใส่ความพี่เลย
-ไหน ๆ ถ้าจะทอดทิ้งกัน  อย่าได้โยนพี่ ขว้างปาพี่ ใส่กอหวายเลย ไหน ๆ จะตายจากกันในชาตินี้       ชาติหน้าขอให้ได้พบกัน  ด้วยนะ				
21 กุมภาพันธ์ 2553 10:53 น.

ผญา (10/53)

สุรศรี

ผญา ภาษิต
- หย่องแหย่งเข้าฟันงูขาดเคิ่ง  พื้นท้องขาดยังแต่สันหลัง
งูก็มรณังตาย		   แล่นหนีบ่เห็นส้น
- นกอีเอี้ยงกินหมากโพธิ์ไฮ	แซวแซวเสียงบ่มีโตฮ้อง
แซวแซวฮ้อง		โตเดียวเหมิดหมู่ ฯ
......................................
            อธิบาย
            หย่องแหย่ง...........เดินกะย่องกะแย่ง
            ขาดเคิ่ง.............ขาดครึ่งตัว
            พื้นท้อง...............หนังท้อง
            แล่น.....................วิ่งหนีไป
            ส้น.................น่องขา  เวลาคนเราวิ่งเราจะมองเห็นน่อง  บ่เห็นส้น  ก็หมายถึงไม่เห็นตัว
            นกอีเอี้ยง.............นกเอี้ยง
            หมากโพธิ์ไฮ.......ผลของต้นไทรครับ ลูกเล็ก  เท่าลูกตะขบ เวลาสุกจะมีสีแดงคล้ำนกชอบกิน
            แซวแซว.............ส่งเสียงร้องจอแจ
           ฮ้อง....................ร้อง
           โตเดียว..............ตัวเดียว
           เหมิดหมู่............ทั้งฝูง
................................
             ความหมาย
-เดินย่องแย่งเข้าไปฟันงูขาดไปครึ่งตัว  พื้นท้องขาด  แต่เหลือสันหลัง  จนงูตาย แต่ก็วิ่งหนีไปได้
-ฝูงนกเอี้ยงพากันมากินลูกไทร  ส่งเสียงร้องจอแจ  แต่ไม่ตัวร้อง  แต่พอส่งเสียงร้องตัวเดียว     ก็ได้ยินทั้งฝูงเสียงร้องทั้งฝูง
        เป็นผญาปริศนาครับส่วนมากจะเป็นปริศนาธรรมะ  ผมเองก็แปลไม่ค่อยได้ครับต้องอาศัยตำรา
          บทที่หนึ่งอธิบายว่า  การกำจัดความชั่ว (การฆ่างู) ออกจากใจตนเองนั้นสามารถทำได้ งูตายแล้วเราก็มองไม่เห็นศพงู(งูวิ่งหนีไปแล้ว)เพราะศพของความชั่วนั้นมองไม่เห็นครับ
	  บทที่สองอธิบายว่า  ความชั่วที่อยู่ในใจถึงแม้ไม่มีใครรู้ (นกเอี้ยงมันส่งเสียงอยู่แต่ไม่มีตัวไหนร้องออกมาให้คนรู้ว่ามันร้อง)ปกปิดไว้ก็ไม่มีใครรู้  แต่พอจับได้ว่ามีความชั่วข้อเดียว ความชั่วอย่างอื่นก็ปรากฏตามกันออกมามากมาย (ส่งเสียงตัวเดียว  แต่ก็ร้องกันทั้งฝูง)
                เป็นปริศนาที่ลึกซึ้งผญาพวกนี้มีอยู่มากครับ  แต่ก็ไม่ค่อยมีคนที่รู้และคอยมาอธิบายให้ใครรู้ใครเข้าใจครับ  ผมก็พอรู้บ้างนิดหน่อยครับอาศัยเปิดตำราครับ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุรศรี
Lovings  สุรศรี เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุรศรี
Lovings  สุรศรี เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุรศรี
Lovings  สุรศรี เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุรศรี