อทิสมานกาย ๗๒

แก้วประเสริฐ

76.gif
                       อทิสมานกาย ๗๒
  ในวันรุ่งขึ้นในห้องทำงานของสารวัตรชัชวาลย์  เมื่อเปิดอ่านจดหมาย
ปิดผนึกจาก หัวหน้าของเขาที่ส่งมาให้นั้น  ครั้นจ่าโฉมนำมายื่นส่ง
มอบให้  พออ่านเสร็จแล้วก็ยิ้มกริ่ม ใบหน้าเบิกบาน 
   พลางหันไปบอกจ่าโฉมทันที
   “จ่าช่วยไปตามผู้กองจรัสและผู้กองจำลองมาพบผมด้วยนะ”
   “ครับผ๊ม และหัวหน้าต้องการอะไรอีกหรือเปล่าล่ะครับ”
   “แค่นั้นก่อนจ่า  ผมมีเรื่องจะปรึกษาเขา อ้อๆๆ...อีกอย่างหนึ่งไปบอก
จ่าชื่นให้ไปบอกให้หมวดวิชิตทราบด้วย แต่อย่าให้ใครๆรู้ได้เป็นอันขาดนะ
ว่าผมขอพบตัวด่วนด้วยในห้องทำงานของผม ส่วนจ่าก็คอยเฝ้าหน้าห้องด้วย”
   “ครับสารวัตร”
     ร่างของจ่าโฉมทำความเคารพแล้วก็รีบเดินไปตามผู้กองทั้งสองและหมวด
วิชิตยังห้องท่านรองผู้กำกับทันที
      เมื่อร่างของทั้งหมดเข้ามายังห้องของสารวัตรชัชวาลย์ต่างก็หาที่นั่งกันเอง
โดยที่ไม่ต้องให้สารวัตรชัชวาลย์เอ่ยแต่อย่างใด  ครั้นทุกๆคนนั่งเรียบร้อยแล้ว
สารวัตรชัชวาลย์ก็ยื่นหนังสือของชายหนุ่มให้ทุกๆคนได้อ่านกัน 
     ครั้นทุกๆคนอ่านแล้วก็ต่างเงยหน้ามองทางสารวัตรทันที
 ผู้กองจรัสก็เอ่ยขึ้นว่า
   “แบบนี้เรียกว่า ตีปลาเข้าไซ่ นะนี่สารวัตร”
   “ใช่แล้วล่ะคุณจรัส  หัวหน้าเราตกปลาล่อเหยื่ออีกด้วยนา
   ให้ปลาได้ตายใจก่อนแล้วค่อยจัดการปลาเสีย”
    “แล้วจะไม่ให้ท่านรองทราบหรือครับ”
หมวดวิชิตถามด้วยความสงสัย
   “ที่ผมเชิญคุณมานะก็เพราะเรื่องนี้แหละ 
ด้วยไม่อยากให้เกิดความสงสัยกระโตกกระตากแก่ตำรวจอื่นๆ
  ผมเองยังไม่แน่ใจพวกเก่าๆเท่านั้นเอง กลัวปลาจะตื่นเสียก่อน”
สารวัตรเอ่ยขึ้น
   “แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะ????...” 
ผู้กองจำลองถามขึ้นบ้าง
   “ผมได้รับรายงานจากสายมาว่า สารวัตรวิเชียรและสารวัตรอำนวย
ได้ไปพบเสี่ยเม้งมาแล้วล่ะ???...  
 คงจะได้รับเงินมาด้วยนาแต่ไม่รู้เท่าไหร่เท่านั้นเอง
ผมได้แอบให้ไปตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่า 
 สารวัตรทั้งสองมีเงินมากมายแถมยังซื้อที่ดินอีกมากมายด้วย”
   “แล้วเรื่องนี้ท่านรองไม่รู้บ้างเชียวหรือครับ???...”  
หมวดวิชิตเอ่ยด้วยความสงสัยจึงหันไปถามดูเพื่อให้แน่ใจ
   “เรื่องนี้ท่านเคยเปรยๆให้ผมฟังเหมือนกันว่า  ทางสายท่านก็รายงาน
ให้ทราบแล้ว       ก่อนหน้าที่สารวัตรทั้งสองจะเข้าไปพบ
 นายเราได้มีหนังสือให้เจ้าแสงสีนำมามอบให้ก่อนหน้านี้แล้วด้วย
 มิฉะนั้นท่านคงจะไม่ยอมให้มีการเยี่ยมการประกันตัวได้หรอก”
เพราะได้มีหนังสือมาถึงผมเช่น เดียวกัน”
    พลางสารวัตรลุกขึ้นไปหยิบเอกสารดังกล่าวที่เก็บซ่อนไว้ในตู้นิรภัย
ใบเล็กอีกชั้นหนึ่งนำมาเปิดต่อหน้าคนทั้งสามทันที
  พร้อมหยิบออกมายยื่นให้คนทั้งสามอ่านด้วย
   “อ้อๆๆผมหมดความสงสัยแล้วครับ  นายเรานี่ช่างวางแผน
ได้แนบเนียนจริงๆนะสารวัตร”
หมวดวิชิตเอ่ยขึ้น
   “และเจ้าแสงสีคนของนายยังมาเอ่ยด้วยวาจาว่า
 อีกสองสามวันนี้เสี่ยเม้งจะมีการขนย้ายของกันเพื่อนำส่งไปทางกรุงเทพฯ
  ให้ทางเราทำเป็นไม่รู้เรื่องราวเฉยๆไว้ก่อนนะ หากได้รับสัญญาณก็ให้
นำตำรวจพวกเราเข้าไปทำการจับกุมพวกมันทันที  เพียงแต่ให้พวกเราสั่ง
เจ้าหน้าที่ของเราให้เตรียมตัวไว้ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น  
  ที่ผมนำมาบอกเพื่อให้พวกเราไม่ต้องสงสัยอะไรอีก”
     สารวัตรชัชวาลย์เอ่ยให้ทั้งหมดฟัง
   “อ้าวหากทางเราไม่จัดการพวกมันก็สะดวกนะซิท่านสารวัตร”
   “เห็นแสงสีพูดแค่นั้น  คงจะมีอะไรที่นายเราต้องจัดการเองกระมังนะ
 ถึงไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวทางนี้ ปล่อยให้มันทำงานกันไป  
ผมเองก็สงสัยเหลือเกินว่านายเราจะทำกันอย่างไร???”
   “เรื่องนี้นายเราไม่ได้แจ้งให้เรารู้ เพียงแค่เขียนแผนที่ไว้บอกวันเวลา
ให้ทางเราทราบเท่านั้น  เดี๋ยวผมจะซีล๊อกซ์แจกจ่ายให้พวกเราไปบอก
พวกของเราต่างๆให้เตรียมพร้อม  ต่างแบ่งกำลังออกเป็นสี่ส่วนด้วย
แต่ว่าทางไปคงจะลำบากมาก  นายยังสั่งให้พวกเราหายาฉุนกับน้ำไปด้วย
และนุ่งกางเกงให้รัดขาไว้ในโอ๊ป หากพวกปลิงทากเกาะก็ให้เอายาฉุน
ชุบน้ำทามันก็จะหลุดไปหมด 
       คงจะไม่มากนักด้วยท่านยังแจ้งมาว่าจะให้คนของท่านไปจัดการ
ให้เรียบร้อยก่อนด้วย  ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่า
ท่านเอาคนมาได้อย่างไร  ตอนเข้าจับกุมพวกไม้เถื่อนคนของท่านผมกะ
คร่าวๆนะเกือบร้อยคน  
      ผู้กองทั้งสองก็เห็นกันมาแล้ว แต่เวลาเสร็จงานจากการจับกุมแล้ว
คนเหล่านี้ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันคิด
อย่างไรก็คิดไม่ออก หรือว่าผู้กองจรัสและผู้กองจำลองจะคิดได้กระมัง???”
   “นั่นซิสารวัตร ผมเองก็เคยใช้คนไปสำรวจดูว่าคนจำนวนมากเป็นร้อย
นั้นไปพักอยู่ที่ไหนกัน  คนกลับมาบอกว่าหาร่อยรอยไม่ได้เลย  พวกเขา
ก็ไปตามหมู่บ้านต่างๆเพื่อสืบเสาะก็ไม่เห็นล้วนแต่เป้นแค่ชาวบ้านธรรมดา
ยกเว้นหมู่บ้านโคกอีแร้ง  นั่นคนฝึกก็คนของเราทั้งสิ้นสอบถามแล้วว่า
ไม่มีคนแปลกปลอมเข้ามา ที่ไปดำเนินการนั้นส่งไปแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น
เองแต่  ผมก็เห็นนับเป็นร้อยเชียวล่ะสารวัตร???.....”
ผู้กองจรัสและผู้กองจำลองเอ่ยพร้อมกันด้วยความสงสัย
   “มีแบบนี้ด้วยหรือครับ  คนจำนวนมากเช่นนั้นหายไปไหนหมดผมมา
คิดดูก็สงสัยเหมือนกันครับ”
   หมวดวิชิตเอ่ยถามด้วยความงุนงง   ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปก็ตามทีแต่ก็
มีเด็กคอยสอดแนมเหมือนกัน
   “ ด้วยท่านรองสั่งกำชับไว้เป็นความลับโดยใช้ผมหาคนที่ไว้ใจได้
ช่วยไปสืบไว้อีกทางหนึ่งเหมือนกันครับ”
   แล้วสารวัตรก็หันมากล่าวกับคนทั้งหมดว่า  
   “ผมคาดว่าพรุ่งนี้คงจะมีคนมาประกันตัวกำนันมั่นแน่นอน
 ซึ่งเป็นไปตามแผน ผมมาคิดๆดูว่าทางด้านกำนันคงจะรวบรวมยาเสพย์ติด
ไว้มากเหมือนกันนะ  มิฉะนั้นเสี่ยเม้งมันคงจะไม่ออกหน้าออกตาเช่นนี้”
   “นั่นซิครับสารวัตร หากไม่มีผลประโยชน์มันหรือจะยอมใช้จ่ายเงิน
จำนวนนี้มากด้วย อีกอย่างหนึ่งมันก็เสี่ยงต่อการเพ่งเล็งจากฝ่ายเราอีก”
   “ผมก็คิดเหมือนคุณนั่นแหละ  แต่นายสั่งมาแล้วก็ต้องทำตามนายด้วย
อาจจะมีแผนการอะไรๆดีๆขึ้นมาก็ได้นา  อย่าคิดมากเดี๋ยวคุณทั้งหมดเมื่อ
ออกไปแล้วก็ไปแอบส่งสัญญาณแก่พวกเรา ส่วนทางท่านรองท่านคงจะ
ไม่เรียกพวกเราไปพบหรอก  ถึงอย่างไรก็ยังมีหมวดวิชิตคอยเป็นสายสืบให้
แก่พวกเราอยู่แล้ว”
   สารวัตรชัชวาลย์เอ่ย
   “ที่ผมเรียกพวกคุณมานี่เพื่อต้องการให้ทราบแผนของนายเราพร้อมทั้งการ
ดำเนินการจับกุมอีกครั้งหนึ่ง  คราวนี้คงจะสิ้นซากเสียที และอาจจะต้องมีการ
เสี่ยงถึงตายกันบ้างล่ะ??.. ขอให้ทุกๆคนระมัดระวังตัวไว้ด้วย หากได้รับสัญญาณ
ก็ไปปฏิบัติยังที่เดิม ซึ่งไม่ใช่ในโรงพักนี้ ค่อยทะยอยๆกันออกไป ส่วนผม
เดี๋ยวจะทำเรื่องขอเบิกอาวุธและกระสุนเพื่อเตรียมพร้อมจากท่านรองด้วย”
   “แต่ผมว่าสารวัตรไม่ต้องไปหรอกครับเรื่องขอเบิกอาวุธกระสุนนั้นเดี๋ยวสารวัตร
เขียนมาแล้วผมจะนำไปยื่นให้ท่านเอง แล้วจะให้จ่าชื่นนำมาให้ก็แล้วกันจะได้
ไม่เป็นที่สงสัย ส่วนสารวัตรจะให้ใครไปเบิกก็ไม่เป็นปัญหาด้วยท่านรองท่านได้
ย้ายคนเก่าเอาคนของเราเข้าไปทำหน้าที่นี้อยู่ก่อนแล้วครับ”
   “อืมม....ดีเหมือนกันหมวด  เดี๋ยวผมจะทำหนังสือขอเบิกให้หมวดนำไปเลยนะ
เพราะหากผมเข้าไป อาจจะทำให้สารวัตรวิเชียรและสารวัตรอำนวยสงสัยก็ได้”
สารวัตรชัชวาลย์กล่าวเสร็จ ก็รีบร่างแล้วพิมพ์หนังสือขอเบิกอาวุธกระสุนต่างๆ
เสร็จยื่นมอบให้หมวดวิชิตทันที”
    เมื่อหมวดวิชิตรับหนังสือมาแล้วก็อ่านดูพลางยิ้มแล้วก็ใส่ซองรีบปิดผนึกทันที
เก็บไว้ในแฟ้มที่ถือเอามาด้วยเพื่อหลอกพวกตำรวจอื่นๆจะสงสัยที่ได้เข้ามาใน
ห้องของสารวัตรชัชวาลย์   แล้วสารวัตรชัชวาลย์ก็เอ่ยขึ้นว่า
   “นี่ๆๆแผนที่ให้ทุกคนนำไปอ่านให้ละเอียด แบ่งกำลังดังนี้
ทิศเหนือที่ภูเขาใกล้ๆน้ำตกนั้น ให้เป็นหน้าที่ของผู้กองจรัสคุมกำลังไปคอยไว้
อย่าพึ่งลงมือจนกว่าจะได้รับสัญญาณนะ
ทิศใต้นั้นมันเก็บของไว้ทีในถ้ำเหมือนกัน ให้ผู้กองจำลองคุมกำลังไปรอคอยไว้
โดยแอบแฝงตัวในป่าไว้ก่อน แยกย้ายกันครั้นได้รับสัญญาณค่อยมารวมพลกัน
ทิศตะวันตกผมจะนำกำลังไปเอง  ส่วนทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ราบมากนั้นให้
จ่าฉลองนำกำลังคนไปจัดการก็แล้วกัน ส่วนหมวดหากไปด้วยก็จะทำให้เกิด
การสงสัยแก่ตำรวจที่ไม่ใช่พวกเดียวกับเรา หมวดก็อย่าคิดมากนะด้วยอยู่ใน
ห้องขอท่านรองอยู่แล้ว หากไปจะทำให้ทางสี่ยเม้งมันจะสงสัยขึ้นไปเท่านั้น  
เพราะมันมีสายเป็นตำรวจเก่าอยู่อีกมาก เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แล้วหมวดเอา
แผนที่ให้ท่านรองดูไว้ด้วยก็ดี  บอกว่าผมขอให้ท่านรองทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น
ด้วยกลัวไก่มันจะตื่นเสียก่อน  เพราะด้านนี้จ่าฉลองกับพวกก็คงจะพอรับได้
ด้วยทางนี้นั้น มันเป็นป่าโปร่งการแลเห็นทางไกลย่อมง่ายๆแก่การเข้าจับกุม
ด้วยทางนี้นั้นไม่เท่าไหร่หรอก เพราะเป็นป่าโปร่งง่ายแก่การสังเกตุการณ์หนี
และการเข้าจับกุม ผมจะสั่งหากมันต่อสู้ก็ยิงทิ้งวิสามัญมันไปเลยผมรับผิด
ชอบเองไม่ต้องห่วงหรอก  ถึงอย่างไรมันก็ทำอะไรทางเราไม่ได้อยู่แล้วล่ะ
   ให้ทุกๆคนทำตามแผนนี้ไปคอยล่วงหน้าก่อนสักหนึ่งวันนะคอยดูลาดเลาไว้ 
 โดยให้เด็กของเราที่ฝากไว้ตามหมู่บ้านนั้นออกไปก่อน เขาชำนาญทางป่าด้วย 
แล้วกำลังเสริมจะตามไปทีหลัง ส่วนพวกคุณไม่ต้องออกไปเดี๋ยวจะผิดสังเกตุ
แผนการณ์จะเสียไปก่อน  ครั้นเมื่อได้รับสัญญาณจากผม
แล้วค่อยทะยอยกันออกไปทำเป็นไปเที่ยวเตร่ก็แล้วกัน”
   “ครับสารวัตร “  ทั้งหมดรับคำทันที
   “ถ้าอย่างงั้นคุณกลับไปกันได้แล้ว เดี๋ยวไอ้พวกตำรวจนอกรีดมันจะสงสัย
แผนงานเราจะแตกเสียก่อน”
    สารวัตรชัชวาลย์สั่งกำชับทันที
   “อ้อๆๆๆ...ค่อยทะยอยออกไปทีละคนนะ ห่างกันสักห้านาทีค่อยไป”
   “ครับสารวัตร”   
    ทั้งหมดรับคำแล้วร่างของของหมวดวิชิตออกไปก่อน รีบเดินถือแฟ้มเองสาร
ออกไปทำท่าคล้ายๆมาส่งเอกสารบางอย่างแก่สารวัตรชัชวาลย์  แล้วสักพักก็
ต่างคนทะยอยออกจากห้องของสารวัตรชัชวาลย์  
   ครั้นทุกๆคนออกไปหมดแล้ว ร่างของเจ้าแสงสีก็ค่อยๆออกมาจากอีกห้องหนึ่ง
ซึ่งเป็นที่เก็บของและใช้เป็นที่พักผ่อนของสารวัตรชัชวาลย์ด้วย
   สารวัตรชัชวาลย์ก็เอ่ยปากกับเจ้าแสงสีว่า
    “ไปบอกนายแล้วว่าทางนี้ไม่ต้องห่วง  หากได้เวลาจะให้ตำรวจจัดการก็ให้ส่ง
สัญญาณมาทางผม     ผมจะได้แจ้งให้ตำรวจทุกๆนายรู้นะแสง”
   “ครับสารวัตรผมจะไปแจ้งให้นายทราบครับ งั้นผมกลับก่อนนะครับ “
   “เรื่องวางแผนนั้นเกี่ยวกับการจับกุมแสงสีคงจะได้ยินหมดแล้วใช่ไหม???...”
   “ครับผมได้ยินหมดแล้วครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับผมจะไปรายงาน
ตามที่ทราบมาให้นายผมรู้ครับ”
   “ดีแล้วล่ะเวลาออกไปให้ระวังตัวไว้ด้วยนะ
 สำหรับจ่าโฉมไม่ต้องห่วงหรอกผมได้กำชับไว้เรียบร้อยแล้ว 
  งั้นไปรายงานนายให้ทราบเร็วเถอะ”
   “ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”
แล้วร่างเจ้าแสงสีก็เดินจะออกจากประตูไป  สารวัตรไม่ทันมอง
ด้วยกำลังตรวจดูแผนที่อยู่
 เมื่อเจ้าแสงสีเห็นสารวัตรไม่ได้มองมาทางมันร่างมันก็หายไปทันที
โดยไม่ต้องออกจากประตูห้องเลย
 ครั้นสารวัตรเงยหน้าก็ไม่แลเห็นเจ้าแสงสีแล้วคิดว่ามันคงจะออกไป
เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้สงสัยอะไรก็รีบวางแผนที่จะลงมือทำงานกันต่อไป
    ภายในห้องชายหนุ่มหลังจากที่เขาได้กินอาหารและคุยกับพ่อแม่
และน้องทั้งสองแล้ว
ชายหนุ่มก็หันไปทางชบาเอ่ยขึ้นว่า
   “น้องชบาวันนี้ไม่ต้องไปห้องพี่ฝึกสมาธินะด้วยน้องสำเร็จแล้ว
เพียงแต่เวลาอยู่ในห้องแม่ก็พยายามทบทวนเอาเองก็ได้หรอก
  เพราะน้องผ่านมาแล้วเพียงทำจิตให้รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว
วางจิตเข้าสู่ขั้นที่ฝึกมาแล้วลงมายังอุปาจาระสมาธิแล้ว
ก็อธิษฐานจิตก็เท่านี้เองผลก็สำเร็จตามปรารถนาของน้องล่ะจ๊ะ”
ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำทางให้สาวชบา
อย่าลืมทำตามที่พี่บอกก็แล้วกันนะ  ด้วยทางพี่วันนี้มีงานยุ่งอีกแล้วล่ะจ๊ะ”
   “จ๊ะพี่???...คงจะมีงานของพี่เข้ามาอีกแล้วหรือ???...”
   “จ๊ะต้องรีบทำด่วนเสียด้วย  เจ้าแสงสีสินชัยมันคงจะรอพี่อยู่ในห้องแล้วล่ะ
 เดี๋ยวพี่ต้องรีบไปสั่งงานมันก่อนนะ”
พลางหันไปทางพ่อแม่เจ้าชัย  พลางเอ่ยปากขอตัวต้องมีงานสำคัญ
ต้องจัดการทำด่วนเสียด้วยซิ
  แม่เข็มก็สงสัยถามขึ้นทันทีว่า
   “อ้าวๆๆลูกไม่ได้ไปไหนทำไมต้องทำงานอะไรอีกหรือลูก”
   “ปล่อยลูกไปเถอแม่เข็ม  ลูกมันมีงานด่วนจริงๆนะต้องทำ
เดี๋ยวงานของลูกเราจะต้องเสียเวลางานของเขานะ”
พ่อเชียรเอ่ยบอกแม่เข็มทันที
   “พี่เชียรรู้หรือว่าเป็นงานอะไร???...ฉันเองไม่รู้จริงเปรยให้ฟังบ้างซิ???...”
   “ก็งานที่มันทำอยู่ แม่เข็มลืมไปแล้วหรือว่าลูกเราเป็นใครกันนะ”
คราวนี้แม่เข็มนึกออก เพียงสงสัยว่าลูกเรามันรู้ได้อย่างไร
 ก็ทำสีหน้าฉงนใจนัก
   “ก็เจ้าแสงสีสินชัยนั่นแหละมือซ้ายขวาเขาล่ะมาบอกให้
  มันทั้งสองไม่ใช่คนธรรมดานี่นาแม่เข็ม  แม่เข็มเองก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นา
จะสงสัยอะไรอีกล่ะ”
   คราวนี้แม่เข็มจึงถึงบางอ้อ  พลางหันไปทางลูกชาย
หัวแก้วหัวแหวนทันที กล่าวขึ้นว่า
   “เรื่องนี้ลูกต้องไปเองหรือเปล่าล่ะลูก”
   “คงจะไม่หรอกครับแม่ ผมจะอยู่ที่นี่แหละครับ
 เพียงสั่งให้พวกเด็กไปทำงานกันเท่านั้นครับ”
   “แล้วเด็กของลูกใครหรือ????...”
พลางนึกขึ้นมาได้ที่พ่อเชียรเอ่ยให้ฟังก็หยุดชะงักไปทันที
ไม่เอ่ยต่ออะไรอีก ด้วยลูกชายไม่ได้ไปในการทำงานครั้งนี้ก็พอใจนัก
   “ถ้าแม่ไม่สงสัยอะไรอีก ผมเข้าไปที่ห้องก่อนนะแม่
 เสร็จแล้วจะรีบออกมานั่งคุยด้วย ไม่ช้าเท่าไหร่หรอกครับ”
   “ไปเถอะลูก ทางนี้พ่อกับแม่และน้องๆจะคอยนะ”
พ่อเชียรเอ่ย
         ดังนั้นชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป  พอเข้าไปถึง
ก็รีบวางแผนการณ์ทันที
แสงสีสินชัยเจ้าพ่วงและเจ้าเริ่ม กำลังดูแผนที่ที่ชายหนุ่มร่างเอาไว้
  ครั้นเมื่อร่างเขาก้าวเข้ามาร่วมด้วย ก็สั่งงานทันที 
   “ ทิศเหนือให้แสงสีไปจัดการ  ให้พวกผีหลอกมันให้ตกใจเสียก่อนแล้ว
ให้เด็กแฝงตัวเอาระเบิดทีเอนทีที่ระเบิดโดยการตั้งเวลาไปวางไว้ที่ลังเก็บของ
ของมันแล้วค่อยออกมา ทางทิศใต้ให้สินชัย 
ทางทิศตะวันออกให้เพิ่มไปทำงานและทาง
ทิศตะวันตกให้เริ่มไปจัดการทำเหมือนกับแสงสีนะ  
ให้บอกพวกผีป่าให้ไปทำการหลอกหลอนพวกที่เฝ้าของไว้
ให้มันตกอกตกใจเสียก่อนด้วย จะได้เกิดการสับสนไม่กังวลด้วยของที่มันเฝ้าไว้
 แล้วให้ตั้งเวลาไว้ให้ตรงๆกันทั้งทุกแห่ง  นำพวกเด็กไปกลุ่มละยี่สิบคน
ก็คงจะเพียงพอแล้วล่ะ พวกเจ้าเข้าใจสงสัยอะไรบ้างล่ะ
หากสงสัยถามมาได้นะ
     อีกอย่างหนึ่งเจ้าก็สั่งให้พวกเด็กๆมันช่วยกำหราบพวกทากกับพวกปลิงให้
แก่ตำรวจด้วยเปิดทางให้เขาเข้าจับกุมพวกเฝ้าไว้ด้วย 
ส่วนของนั้นอาจจะทำลายไม่หมดก็ได้
แต่ควรวางอย่าให้ทำลายให้หมด  ให้เหลือไว้เป็นหลักฐานบ้าง
จะได้เป็นหลักฐานในข้อพิสูจน์ในการจับกุม เพื่อป้องกันการแก้ข้อกล่าวหาไว้ 
อีกทั้งรีดพวกเฝ้าให้มันตกใจแล้วเผยตัวการให้หมด ว่ามีใครที่ร่วมมือกันทั้งหมดด้วย
แล้วทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยนะเพื่อทำสำนวนคดีฟ้องร้องต่อไป”
    “ครับนาย แล้วงานจะเริ่มเมื่อไหร่ล่ะ???....” 
เจ้าแสงสีถามทันที 
     “คงคิดว่าอีกสามวันนั้น  แล้วเป็นคืนเดือนเพ็ญเสียด้วย
พวกหัวหน้ามันก็คงจะมาควบคุมการลำเลียงอยู่ด้วย 
 เพราะงานนี้ทำกลางวันไม่ได้ ข้ารู้มาว่าทางเสี่ยเม้งมันจะรีบระบายงาน
ออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่พวกมันจะทำกันได้  คงจะใช้เวลานานพอควร”
       ชายหนุ่มเอ่ยกับคนทั้งหมดให้รู้ทันที
   “แล้วด้านอาวุธละจะไปเอาที่ไหนล่ะนาย”  สินชัยเอ่ยถามขึ้นบ้าง
   “อาวุธนั้นให้ไปที่บริเวณฝึกไปติดต่อกับคนฝึกชาวบ้าน
พวกเราเก็บรักษาเอาไว้ จะพาให้พวกเราไปเอาเองแหละ
 เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มีทุกๆอย่างพร้อมมูลอยู่แล้วล่ะ”
ชายหนุ่มชี้แจงให้ทั้งหมดทราบ   ถ้าหากเข้าใจไปพักผ่อนกันได้แล้วล่ะ
 เดี๋ยวข้าต้องออกไปคุยกับพ่อแม่น้องๆก่อน ด้วยรับปากเขาไว้แล้ว
    “ครับนายไปเถอะครับทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก
  คงจะเรียบร้อยแหละด้วยไปพร้อมอาวุธครบมือกันทุกๆคน”
  ทั้งสี่เอ่ยพร้อมๆกันแล้วก็พากันจางหายไปเพื่อไปสั่งลูกน้องเพื่อจะทำงาน......
                  *  แก้วประเสริฐ.  * 

qp011.gifCartoon_Animation_08.gifflowers_170.gif692823n68ya60jv9.gif				
comments powered by Disqus
  • กิ่งโศก

    11 มกราคม 2554 20:12 น. - comment id 121261

    หวังว่าครูแก้ว มาเขียนเรื่องสั้นจนจบนะครับครู
  • ...ทางแสงดาว...

    11 มกราคม 2554 21:14 น. - comment id 121262

    แสงดาวก้อหวังเช่นนั้น36.gif
  • แจ้นเอง

    12 มกราคม 2554 23:20 น. - comment id 121289

    36.gif
    
    ตามสองท่านมา 
    
    สบายดีนะคะคุณแก้ว
    
    ใกล้จบยังคะ
    
    พักนี้งานเยอะค่ะ 
    
    แต่ก็ตามอ่านทีหลังไม่ว่ากันนะคะ
    
    31.gif
  • ทางแสงดาว

    14 มกราคม 2554 15:41 น. - comment id 121368

    เอาความคิดถึงมาฝากคุณชายเจ้าค่ะ...57.gif
  • เอื้องอังกูร

    14 มกราคม 2554 16:09 น. - comment id 121369

    หวัดดีครับ
       แล้วผมจะมีโอกาสได้อ่านตอนที่73หรือเปล่าหนอ
  • ทางแสงดาว

    15 มกราคม 2554 10:37 น. - comment id 121405

    ยังไม่ได้อ่านตอนที่73  เห็นคุณกิ่ง...มาลงไว้
    
    
    มาส่งความห่วงใยให้คุณชายฯค่ะ16.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน