* แดนพิศวง ตอน ๔ *

แก้วประเสริฐ


              แดนพิศวง ๔
             (ค้นคว้าศึกษา)
   หลังจากได้รับคำยืนยันจากแม่ม่อมแล้วชายหนุ่ม
ก็พลันพลิกตำราเพื่อศึกษาค้นความ  ทั้งสามเล่มนั้น
ว่าด้วยอำนาจของพลังจิตต่างๆตลอดจนเวทย์มนต์
ของนครต้องสาปด้วย  พร้อมทั้งสอนวิธีฝึกขั้นพื้นฐาน
ในการใช้อำนาจของพลังงานต่างๆ ตลอดวิธีการแก้ไข
อำนาจของเวทย์มนต์อื่นๆอีกด้วย โดยแบ่งแยกเป็น
แขนงๆไปตามลำดับ  โดยกำหนดวิธีปฏิบัติการใช้
    ด้วยการฝึกสมาธิเพื่อเรียกใช้พลังงานที่ถูก
เก็บไว้ให้ออกมาตามใจนึกคิดของผู้นั้น
     วิธีการใช้เรียกและการถ่ายเทพลังงานทั้งหลาย
เสริมสร้างพลังงานจากจิตบังคับเป็นอนุภาคของ
อณูทั้งหลายที่หมุนเวียนโดยรอบพลังงานดึงดูดของ
สุริยะจักรวาลและจักรวาลอื่นๆในแกแลคซีนั้นๆ
เมื่อฝึกถึงขั้นเรียกใช้ได้ย่อมมีอนุภาพเหนือเวทย์
มนต์ทั้งหลายซึ่ง  ก็ต้องอาศัยพลังงานเร้นลับแต่ไม่
มากนักเกิดบังคับจิตใจมนุษย์สัตว์ได้ และบางสิ่ง
บางอย่างสร้างเป็นภาพหลอนก็ย่อมสามารถทำได้
หากสามารถเรียกใช้พลังงานดึงดูดจากแกลแล๊คซี่
ทั้งหลายได้อีกด้วยได้แล้วย่อมมีอานุภาพร้ายแรง
     ดังนั้นชายหนุ่มที่ได้ผ่านการค้นคว้าเกี่ยวกับ
จักรวาลในตำราที่เคยศึกษาร่ำเรียนก็ยังอดทึ่งต่อสิ่ง
ที่เขาเห็น ณ บัดนี้เสียมิได้ มันละเอียดยิ่ง
กว่าตำราใดๆที่เขาผ่านการค้นหามาอย่างสิ้นเชิง  จึง
หลงใหลต่อหนังสือเล่มนี้จนแทบจะไม่ออกไปไหน
เลย มุมานะคร่ำเคร่งอ่านอย่างช้าๆไปตามขั้นตอน
เพื่อทำความเข้าใจและให้ซาบซึ้งต่อทุกๆตัวหนังสือ  
โดยเฉพาะเล่มเดียวนี้เขาศึกษาอย่างละเอียด
เวลาผ่านไป หนึ่งเดือนอย่างไม่รู้สึกตัวเว้นว่าง
ต่อเมื่อได้รับปากสัญญาไว้
กับชายทั้งสามในวันเพ็ญขึ้นสิบห้าค่ำเท่านั้นที่ได้
ออก ไปรับการถ่ายทอดวิชาบางอย่างให้เขาเกี่ยวกับ
พลังงานต่างๆ  และขอคำแนะนำจากพวกเขาซึ่ง
ได้รับไม่มากเท่าใดนัก  เพราะถูกบังคับเอาไว้ซึ่ง
    เขาแจ้งว่าไม่สามารถอ่านหนังสือทั้งสามเล่มได้
นอกจากเล่มสุดท้ายเท่านั้นตามท่านผู้เฒ่าแจ้งไว้
ซึ่งเป็นการบันทึกของอาจารย์ผู้เฒ่าเท่านั้นเอง  แต่
ทั้งสามก็ยังถ่ายทอดพลังงานของทั้งสามมอบให้แก่
เขาอธิบายถึงพลังงานจิตที่เขารู้ให้ทราบจนหมดสิ้น 
พร้อมทั้งการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆวิชาการต่อสู้
ของมวลเหล่าพลังงานจิตทั้งหลายอย่างไม่ปิดบัง   
นอกนั้นเขาจะหมกตัวอยู่ เพื่อศึกษาตำราต่างๆเพียง
แต่ในห้องค้นคว้าศึกษาเล่มต่อๆไปซึ่งก็เกี่ยว
เนื่องกันและกัน เล่มสองนี้พร้อมภาพประกอบด้วย
อธิบายถึงการใช้พลังงานด้วยอำนาจแห่งพลังจิต  ที่
ทางโลกปัจจุบันกำลังค้นคว้ากันอยู่เรียกว่าอำนาจ
แห่งโทรจิต ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น  
       ซึ่งอำนาจนี้มีมาตั้งแต่สมัยที่ทวีปแอสแลนติค
เคยใช้แต่ล่มสลายไป การเดินทางด้วยยานพาหนะ
นั้นไม่ต้องใช้น้ำมัน  เพียงแค่ใช้พลังงานทางจิต
เท่านั้นก็สามารถใช้วัตถุต่างๆให้เดินทางได้ตลอด
จนอาวุธต่างๆ ก็แตกต่างไปจากปัจจุบันนี้มากนัก
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพลังงานแสงทำลายกันและกัน
แล้วจากบันทึกที่หลงเหลือของชาวเผ่ามายา อินคา 
และชาวแอสติส ซึ่งบางตอนได้ขาดหายไป ยิ่ง
ของชาวแอตตีสแทบจะไม่เหลืออยู่เลย จะ
คงไว้ของเผ่ามายา และเผ่าอินคาก็น้อยเต็มที ซึ่ง
ชาวอียิปต์โบราณก็เลียนแบบของชนเผ่าทั้งสองไว้
ต่อมาได้หายสาปสูญไปอย่างไม่ปรากฏขึ้นอีกเลย
คงเหลือไว้เพียงชาวมายา อินคาที่อาศัยอยู่ในทวีป
อเมริกาตอนกลาง  และด้านเอเซียบางแห่งไว้
ซึ่ง บันทึกไว้ในถ้ำเมืองโบราณที่ล่มสลายไปแล้ว 
จากนักโบราณคดีที่ตรวจพบโดยบังเอิญจากชาว
อเมริกาในแถบทวีปตอนกลางด้านที่เต็มไปด้วย
ภูเขาอันมากมายสลับซับซ้อนในถ่ำๆหนึ่ง  ใน
บันทึกที่เป็นภาพวาดค้นพบโดย
อาจารย์แผนกโบราณคดีถึงสาเหตุของต้นกำเนิด
ของพวกเขาบรรยายไว้ว่า
     ต้นกำเนิดของพวกเขาที่ต่างทะยอยหนีออกจาก
ทวีปแอตแลนติคก่อนจะเกิดการล่มสลาย  แบ่งแยก
เป็นสามเผ่าด้วยกันซึ่งคนในทวีปแอตแลนติคนั้น
เรียกพวกตนว่า  เป็นชาวแอตแลนติสเป็นดินแดน
แห่งอารยธรรมดำเนินตามรอยชาวทวีปแอตแลนติค
มีศีลธรรมอันดีงาม และทุกๆอย่างล้วนใช้พลังงาน
จิตเป็นเครื่องมือในการใช้ทั้งสิ้นในการบังคับวัตถุ
ต่างๆเป็นพลังงานอำนาจจิตทั้งหมด  
    ความเจริญถึงขีดสุดชาวเมืองบางส่วนใช้อำนาจพลังงาน
ผิดเกิดการไร้ศีลธรรมเพราะหลงตนเองเกินไปมัว
เมากามราคะ  ด้วยการใช้อำนาจจิตในทางที่ผิด
สร้างสิ่งลามกต่างๆขึ้นไม่ดำเนินตามอารยธรรมใช้
อำนาจพลังงานในทางที่ผิดจึงเกิดกระแสจากเล็กๆ
ไปหามากขัดกันก่อเกิดพลังงานทำลายขึ้นที่
ประกอบกับแกนโลกได้เอียงไปตามระบบสุริยะ
จักรวาล ดังนั้นแรงโน้มถ่วงจึงขัดกัน ตลอดจน
พลังงานของชาวแอตแลนตีสใช้ขัดกับกระแสของ
พลังงานแห่งจักรวาลจึง ทำให้ทวีปแอตแลนติคถึง
กาลวิบัติสิ้นสุดจมลงไปในมหาสมุทร  จะพบก็
เพียงคำจารึกไว้ในบางส่วนเท่านั้น   และเรียกขาน
ตราบทุกวันนี้ว่า มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่ง
ประชาชนทวีปนี้เรียกตัวเองว่าชนชาวแอตแลนตีส
   ต้นตะกูลแห่งชาว มายา  อินคา   แอสติส
โดยเฉพาะชาวแอสแลนติสซึ่งคัดค้านผู้นำในการ
ควบคุมทวีปนั้นไว้มิให้ผิดศีลธรรมจนเกิดการ
ต่อต้านและต้องนำพรรคพวกหลบหนีออกจาก
ดินแดนแห่งนี้    โดยสร้างเรือขนาดใหญ่หนีออก
จากดินแดนแอตแลนติค  ต่อมากระแสพลังงาน
พลิกผันทำให้ทั้งหมดต่างกระจัดกระจายกัน เป็น
ส่วนมากไปในที่ต่างๆของมุมโลก.............
          * แก้วประเสริฐ. *  

Cartoon_Animation_08.gif1139348gm3744qpip.gif76.gif				
comments powered by Disqus
  • อนงค์นาง

    19 กุมภาพันธ์ 2555 16:38 น. - comment id 128504

    ตอนนี้อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นด้วยค่ะครู  รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    
    36.gif36.gif36.gif29.gif
  • แก้วประเสริฐ

    19 กุมภาพันธ์ 2555 17:58 น. - comment id 128506

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ อนงค์นาง
    
           เรื่องนี้เป็นเรื่องมิติการต่อสู้ระหว่างเวทมนต์
    กับพลังงานในอีกมิติหนึ่ง ว่าใครจะดีกว่าระหว่าง
    วิทยาศาสตร์กับไสย์ศาสตร์จ้า รักศิษย์เราเสมอ
    
                    16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • สอง

    20 กุมภาพันธ์ 2555 07:31 น. - comment id 128507

    11.gif
  • แก้วประเสริฐ

    20 กุมภาพันธ์ 2555 13:55 น. - comment id 128508

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ สอง
    
              น้องสาวสุดสวย ขอบใจมาจ้าที่มาเยี่ยม
    รักน้องพี่เสมอ
    
                       16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • กิ่งโศก

    23 กุมภาพันธ์ 2555 17:12 น. - comment id 128527

    อ่านจบไปอีกตอนครับครู
    ตอนนี้ เล่าเรื่องราว ความลึกลับ ของผู้คนในอดีต ชาวแอตแลนติส มายา อินคา
    
    น่าติดตามครับครู
  • แก้วประเสริฐ

    23 กุมภาพันธ์ 2555 20:01 น. - comment id 128531

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ กิื่งโศก
    
          อันที่จริงพลังงานนี้ในโลกเราก็เคยมีมาก่อน
    แล้วและได้หายสาปสูญไปคงเหลือเพียงเ่วทย์
    มนต์ซึี่งเกิดขึ้นในภายหลัง  ก่อนจะเดินเรื่องก็
    ควรให้คนอ่านทราบเบื้องหน้าเบื้องหลังเสีย
    ก่อน ถึงภูมิปัญญาของชาวโลกเราไว้ด้วยจ้า
             รักศิษย์เรามากเสมอ
    
                 16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน