เสี้ยวหนึ่งของวิญญาณ (ฉบับปรับแก้)

สุชาดา โมรา

ฉันเรียน ม.ปลายอยู่ที่โรงเรียนชื่อดังของลพบุรี  เป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่  ฉันเรียนไม่เก่งนักแต่ก็ค่อนข้างหัวดี   ตั้งแต่ฉันเรียนมาฉันก็ไม่เคยได้อ่านหนังสือเลยสักครั้งเพราะฉันเป็นคนขี้เกียจ แม่มักจะบ่นฉันอยู่เสมอ ๆ  แต่ฉันก็ทำข้อสอบได้ดีทีเดียว...
	วันนั้นฉันจำได้ว่าถูกแม่ด่าเรื่องไม่อ่านหนังสือ ไม่ทำการบ้าน  รวมทั้งแม่ใช้ให้ทำอะไรก็ไม่ทำด้วย  เมื่อถูกด่ามาก ๆ ฉันก็เลยแอบไปอยู่ข้างบ้านเอามือล้วงกระเป๋ากระโปรงนักเรียนก็พบกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีคนนำมาแจกตรงหน้าโรงเรียน... 
	กระดาษแผ่นนั้เป็นประกาศ  ในประกาศมีการเปิดรับสมัครเรียนยูโด ฉันอยากเรียนมาก ๆ จึงไปปรึกษาแม่ แต่ว่าแม่ไม่สนับสนุน
	"จะเรียนไปทำไม การเรียนของตัวเองก็แย่อยู่แล้วจะเรียนให้มันหมดเงินเปลืองทองไปทำไมกัน  ถ้าหากว่าเทอมนี้เรียนดีแล้วเอาไว้มาคุยกับแม่ทีหลังละกัน"
	ตลอดทั้งเทอมฉันตั้งใจเรียน ขยันเพื่อที่จะเป็นบันไดไต่ไปเล่นยูโด  ผลที่ออกมาคือฉันเรียนดีอย่างไม่คาดฝัน  แม่จึงให้ฉันไปเล่นยูโดที่กองพลรบพิเศษที่ 2 ค่ายเอราวัณ 
	ตั้งแต่มาเรียนยูโดทำให้ฉันได้เรียนรู้เรื่องราวมากมาย ฉันช่วยงานบ้านมากขึ้นทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนนี้ไม่เคย ฉันมีสมาธิมากขึ้น รู้เรื่องชีวิตคนมากขึ้น  เข้าใจผู้คนมากขึ้นเพราะสิ่งที่ฉันไปเห็นที่เบาะยูโดมันมีแต่พวกที่เจนชีวิตมาแล้วทั้งนั้น 
	ฉันก็ได้คบกับผู้ชายคนหนึ่งที่อายุห่างกับฉันถึง 6 ปี เขาเป็นคนที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย  แต่ฉันก็ไม่อาจรู้ได้หรอกว่าลึก ๆ เขาคิดอย่างไร...  เขาทำดีกับฉันทุกอย่าง  แต่เขาก็เป็นคนช่างสอดรู้สอดเห็นและอยากที่จะไปเห็นบ้านของฉันมากเลย...เขาแอบเดินตามฉันไปที่บ้าน  ฉันก็รู้ว่าเขาตามมา  ฉันจึงเฉแวะข้างทางเรื่อย ๆ จนเขาหาที่ซ่อนไม่ได้เราเลยจังหน้ากัน
	"พี่นัทตามฉันมาทำไม..."
	"ปะ...ปะ...เปล่านี่พี่มาเดินเล่น"
	"เดินเล่นในป่าเนี่ยนะ...ท่าจะบ้า...บ้านพี่อยู่แถว ๆ ซอย 77 ไม่ใช่เหรอ  แล้วมาทำไมซอย 4 ล่ะ  แปลกนะถ้าจะบอกว่ามาเดินเล่นกว่าจะถึงบ้านคงจะเดินเป็นวันเลยละ..."
	ฉันบ่นพี่นัทแล้วก็เดินออกมาจากป่าข้างทาง  เขาก็เดินตามฉันมาจนฉันหงุดหงิด
	"นี่...จะตามไปถึงไหน"
	"เปล่าไม่ได้ตาม  ถนนส่วนตัวเหรอถึงห้ามไม่ให้ตามเนี่ย"
	ฉันเงียบแล้วก็เดินจ้ำ ๆๆๆ จนถึงบ้าน  เขาก็ตามฉันมาบ้านเหมือนกัน  เดินเข้ามาถึงรั้วบ้านเลยด้วย  ฉันรู้สึกแย่จริง ๆ เลย
	"ไหนบอกว่าไม่ได้ตามไงล่ะ"
	"ก็มันหิวน้ำนี่เดินมาตั้งไกล..."
	ฉันทำหน้าแบบไม่ค่อยพอใจแล้วก็ไม่ยอมเปิดประตูบ้านด้วย  ฉันเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวทานข้าว
	"ดาว  ใครมาน่ะลูก"
	"สงสัยคนขายประกันมั้ง..."
	"แม่ว่าไม่ใช่มั้ง  เดี๋ยวแม่ออกไปดูเอง"
	ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลย  พี่นัทไม่ยอมออกไปจากหน้าบ้านเสียด้วย  ถ้าแม่รู้นะว่าตามฉันมาละก็แย่เลยละ  เพราะแม่เป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่น  ลูกนี่จะคบกับผู้ชายไม่ได้เลยทั้ง ๆ ที่ลูกสาวก็หน้าตาไม่ดีแต่ยังจะห้ามนั่นห้ามนี่อีก
	"เข้าบ้านก่อนสิลูก...ยายดาวนี่แย่จริง ๆ เลยเพื่อนมาเที่ยวบ้านกลับไม่ให้เข้าบ้าน  ปล่อยให้เพื่อนยืนหิวน้ำคอแห้งอยู่ข้างนอกบ้านอยู่ได้  ร้อนก็ร้อน  ไปดาวเอาน้ำมาให้เพื่อนเราหน่อย"
	"แม่...."
	ฉันร้องเสียงหลงทีเดียว  สิ่งที่ไม่คาดคิดกลับเป็นสิ่งที่....เฮ้อ...นึกว่าจะโดนด่าเสียแล้วสิ
	ตั้งแต่วันนั้นที่พี่นัทได้เข้ามาเหยียบที่บ้าน  แม่ก็โอนอ่อนมากขึ้น  เขาเข้าบ้านฉันราวกับเป็นที่สาธารณะทีเดียว  ฉันรู้สึกไม่ค่อยพอใจเลยละ...แต่ก็ดีที่พี่นัทเขาเข้ากับแม่แล้วก็คุณตาของฉันได้  
	ฉันมีเพื่อนที่ไปเรียนยูโดด้วยอีกคนหนึ่งเธอชื่อเหมี่ยว  เหมี่ยวเป็นคนนิสัยดีเฉพาะต่อหน้าฉัน  แต่พอลับหลังก็หักหลังเพื่อนด้วยการแอบเอายาถ่ายมาใส่แก้วน้ำเพื่อน ทำให้เพื่อนไม่สามารถแข่งยูโดได้ ต้องขอบายไป  พอฉันมารู้ตอนหลังถึงกับมองหน้ากันไม่ติดทีเดียวเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้
	"เหมี่ยวทำไมเธอทำแบบนี้...ฉันอุตส่าหลงไว้ใจเธอ...เธอไม่ใช่เพื่อนฉัน..."
	"เดี๋ยวดาว...ฉันไม่ได้ตั้งใจ  ฉันจะใส่อีกคนนึง"
	"เจตนาเธอมัน...ร้ายกาจที่สุด  ถึงจะฝ่ายนั้นหรือว่าฝ่ายฉันเธอก็ไม่ควรทำ"
	ฉันเดินออกมาจากกลุ่มนักยูโดที่กำลังมุงดูฉันกับเหมี่ยวทะเลาะกัน  ฉันรู้สึกโกรธจนทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัวเลย...
	แต่ไม่ใช่เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวหรอกที่เพื่อนเป็น  แม้แต่แฟนของเพื่อน  เพื่อนยังแย่งชิงเอาไปด้วยการมอบกายถวายตัวให้  แล้วมาอ้อนวอนขอร้องให้เพื่อนเลิกกับแฟนของตัวเองเพียงเพราะเพื่อนบอกว่าเพื่อนท้อง...ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเพื่อนทำกับฉันได้อย่างไร...
	"แววดาว  ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"
	"มีอะไรก็พูดมาสิต่อหน้าคนอื่นเนี่ย...ทำไมไม่กล้าเหรอ"
	"มันสำคัญนะแววดาว"
	"ไม่ต้องมาเรียกฉันเต็มยศขนาดนี้  เรามันไม่ถูกกันอยู่แล้วเธอจะพูดอะไรก็เปิดเผยมาเลยดีกว่า  อย่ามัวอ้ำอึ้งเสียเวลาซ้อมยูโด"
	"เลิกกับพี่นัทเถอะนะ..."
	ฉันถึงกับอึ้งทีเดียว  มันเป็นเพราะอะไรเหมี่ยวถึงได้มาพูดแบบนี้...ฉันไม่เข้าใจเลย  รู้สึกหน้าชาตัวชาทำอะไรไม่ถูก  ฉันคบกับพี่นัทมา 6 เดือนแต่จู่ ๆ ก็มีคนมาบอกให้ฉันเลิก  มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ฉันไม่รู้แน่ ๆ เลย
	"ฉันเป็น...."
	"แหม...เหมี่ยวแกก็บอกยายดาวไปสิว่าแกท้อง"
	คำพูดของแก้มทำให้ฉันสะดุด  ตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าเหมี่ยวจะท้องกับพี่นัท  เพราะพี่นัทไม่เคยมีท่าทีว่าจะรู้สึกอะไรกับเหมี่ยวเลยแม้แต่นิดเดียว  ฉันจึงเดินไปที่สนามฟุตบอล  ซึ่งพวกนักยูโดรุ่นพี่หลายคนกำลังวิ่งรอบสนามกันอยู่  ฉันจึงวิ่งเข้าไปถามพี่นัท  แต่พี่นัทก็ไม่หยุดวิ่งสักที  ฉันจึงต้องวิ่งตาม
	"จริงเหรอที่พี่เป็นแบบที่เขาพูดกัน"
	"อะไร...ไม่เข้าใจ"
	"ก็เรื่องที่เหมี่ยวท้องไง"
	แฮก ๆๆๆๆ...
	พี่เขาถึงหยุดหอบทันที  แล้วพี่นัทก็ก้มหน้าเหมือนกับรับผิดและยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง  ฉันรู้สึกเลยว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับฉันเลย...ฉันเดินห่างออกจาพวกพี่ ๆ แล้วก็เดินไปที่ห้องแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับบ้านทันที
	ฉันกลับบ้านอย่าเศร้าสร้อย เหม่อมองไปนอกหน้าต่างรถตลอดเวลาเพราะฉันรู้สึกว่าฉันสมเพชตัวเองเหลือเกิน  ทำไมฉันถึงโง่ได้ขนาดนี้... ทำไมฉันต้องมารู้จักคนแบบนี้ด้วย เวรกรรมอะไรของฉันนักหนานะที่ต้องมาพบกับเพื่อนแบบนี้...โถ่...สวรรค์...ฉันรู้สึกรับไม่ได้เลยจริง ๆ
	เมื่อฉันเลิกกับแฟนได้ 3 วันฉันก็มีคนใหม่เพื่อที่จะได้ลืมคนเก่า   แต่ก็ดูท่า ทางว่าเพื่อนของฉันจะพยายามแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีตลอด   ฉันไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดีเลย  ฉันทำอะไรไม่ถูกเล่นยูโดไม่ได้เพราะเสียสมาธิ...จะให้ฉันทำอย่างไรดีเนี่ย!
	วันนั้นฉันจำได้ดีว่าเป็นวันแข่งยูโดคัดสาย อาจารย์จากทีมชาติมากันมากมายเพื่อที่จะมาตัดสิน  ฉันแข่งชนะได้ถึง 2 คนแล้ว ถ้าชนะคนที่ 3 ฉันจะได้สายเขียวทันที  แต่ฉันกลับต้องมาประจันหน้ากับเหมี่ยว... จะให้ฉันทำอย่างไรดี...
	ด้วยความที่ฉันทั้งรักทั้งแค้นเพื่อนมาก ฉันจึงคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องชนะให้ได้ ต้องทำให้ได้  ฉันจะไม่ยอมแพ้คนพันนี้หรอก  ฉันจะสู้จนขาดใจทีเดียว...
	"เอี้ย...!!!"  ...เสียงร้องข่มคู่ต่อสู้ของฉันดังขึ้นพร้อม ๆ กับอารมณ์ที่บ้าครั่ง   ฉันไม่รู้สึกตัวเลยว่าฉันกระชากคอเสื้อเพื่อนแรงขนาดไหน ฉันคิดเพียงว่าจะไม่แพ้  ไม่แพ้  และก็ไม่มีวันแพ้... ฉันใส่ท่าโตโมนาเงะทันที
	"อิปโป้ง...!!!"
	เสียงกรรมการบอกว่าฉันชนะแล้วแต่ฉันก็ยังไม่รู้ตัว  ฉันใส่ต่อด้วยท่าล็อกเกซ่ากาตาเมะทันที  ฉันกดด้วยแรงอาฆาตนิด ๆ ของคนที่จะต้องไม่ยอมที่จะแพ้คนอย่างเหมี่ยว  หรือแม้แต่คิดฉันยังไม่ยอมคิดเลย  ทั้ง ๆ ที่ฉันก็ค่อนข้างตาขาวนิด ๆ เพราะเหมี่ยวเป็นคนตัวโต  เหมี่ยวเล่นในรุ่นน้ำหนัก 50 กิโลในขณะที่ฉันเล่นในรุ่น 45 กิโล  แต่คราวนี้มีคนแข่งในรุ่นของฉันน้อย  ฉันจึงต้องพลาสขึ้นไปแข่งกับรุ่นที่ใหญ่กว่า...  แต่ถึงแม้ว่าเหมี่ยวจะตัวใหญ่กว่าแค่ไหน  ถ้าลองให้เลือดสูบฉีดทั่วร่างแบบนี้แล้วรับรองว่าฉันสู้ตายทีเดียว...จนกรรมการต้องเดินเข้ามามาสะกิดบอกว่าฉันชนะแล้ว  ฉันชนะอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าฉันชนะ
	"แววดาว...อิปโป้งแล้วละ..."
	....เฮ้....!!!!...เสียงทุกคนดังกึกก้องขณะที่ทุกคนก็รู้ว่าฉันกับเหมี่ยวไม่ลงรอยกัน ชัยชนะครั้งนั้นจึงทำให้ฉันก้าวขึ้นไปแข่งขันยูโดชิงแช้มเพื่อที่จะเป็นตัวแทนจังหวัด...ฉันมีความสุขมาก วิญญาณสายเลือดยูโดของฉันกล้าหาญและล้มคู่ต่อสู้ได้อย่างที่ฉันตั้งใจ ฉันหวังว่าแข่งนัดต่อไปของการแข่งขันชิงตัวจังหวัดนี้จะราบรื่น...ฉันคิดอย่างนั้น 
  
          ติดตามอ่านตอนต่อไปของเสี้ยวหนึ่งของวิญญาณ  เหตุการณ์จะเข้มข้นมากขึ้น...สาวน้อยนักยูโดจะทำอย่างไร  เหมี่ยวจะตามมาราวีอีกหรือไม่  และแฟนใหม่จะถูกแย่งไปหรือเปล่า  แฟนเก่าจะกลับมาไหม...ติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้ค่ะ...อย่าพลาด!!!!!...
          ขอบคุณที่ติดตามผลงานเสมอมาค่ะ				
comments powered by Disqus
  • rose sad ไม่ลงทะเบียน เพราะขี้เกียจ อิอิ

    17 กรกฎาคม 2547 07:00 น. - comment id 75517

    
    ก็ซาหนุกดี
    
    แต่งต่อไปนะ
    
    จะรออ่าน
    
    :-)
    
    
  • yom

    17 กรกฎาคม 2547 14:16 น. - comment id 75521

    ขอให้ชนะ!
  • yom

    17 กรกฎาคม 2547 14:16 น. - comment id 75522

    ขอให้ชนะ!
  • นิ่ม

    18 กรกฎาคม 2547 17:22 น. - comment id 75554

    มันส์ดีนิ
  • หนิง

    22 กรกฎาคม 2547 14:34 น. - comment id 75631

    เขียนดีมากเลย แล้วเราจะติดตามอ่านงานเขียนของเธอไปเรื่อย ๆ นะ จะเป็นกำลังใจให้เพื่อนเสมอจ๊ะ
  • mm

    6 กุมภาพันธ์ 2552 21:12 น. - comment id 103784

    ขอโทษจริงๆ 
    อย่าอ่านนะขอร้อง 
    ความลับมาบอก เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น 
    เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง 
    แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีได้ 
    จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่เดิม 
    ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ในรร. 
    เป็นเวลาหลาย 10 ปี 
    จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง 
    จึงได้พบวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้ 
    พวกเธอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ 
    แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื้นเข้า 
    จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า 
    เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด 
    วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป 
    จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม. 
    ตอนแรกเราไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุไปแล้ว 5 คน

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน