ฅนสองเงา ( ตอนที่ 4 )

สุชาดา โมรา

บรืน..............
"เฮ้อ....!กลับบ้านได้ซะทีนะลูก..."
จิรมลเอาข้าวของไปเก็บในบ้านและพยุงพ่อให้นั่งตรงโซฟา
ตู๊ด  ตู๊ด............ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"ฮัลโหล  จิรมลพูดค่ะ"
"จิรมล...เราได้ที่สองนะ  เธออยู่ไหน"
"อยู่บ้านแล้ว...ใครเป็นคนไปรับรางวัลล่ะ"
"ฉันเอง"
"จริงเหรอณัฐ...!!!ได้เงินเท่าไรล่ะ..." จิรมลพูดด้วยน้ำเสียงที่ดีใจมาก ๆ
"แหม...งกจริง ๆ ได้หมื่นนึงจ่ะ"  เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วจิรมลถึงกลับปลื้มใจจนแทบจะลอยทีเดียว
ขณะที่จิรมลกำลังฝันหวานอยู่นั้นพ่อก็เรียกให้ไปหา
"มล ๆ มานี่หน่อยลูกไปตามน้องกับแม่มาหน่อย...พ่อรู้สึกอาการแย่ ๆ ละ"
"ค่ะ ๆ " จิรมลเดินไปตามแม่และน้องมานั่งที่โซฟา
"มีอะไรหรือคะคุณ"  แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
"เอาเรื่องของมลก่อนนะ...พ่อนั่งคิดนอนคิดมาตลอดทางในที่สุดพ่อก็ตัดสินใจไม่อยากดับอนาคตลูก  พ่อตกลงจะให้ลูกไปเรียนที่บริษัทเดดิเอกโปรโมชั่น"
"....คุณพ่อให้เราไปเรียนไม่น่าเชื่อเลย" จิรมลนึก "แต่คุณพ่อคะคุณพ่อรู้ได้ยังไงว่า..." จิรมลถามขึ้นอย่างสงสัย
"เขามาติดต่อพ่อไว้แล้ว  ตอนที่เราลงไปกินข้าวนั่นแหละ  ก่อนหน้าที่ลูกมาถึงได้แป๊บเดียวเขาก็ไป"
"แล้วที่คุณเรียกฉันมา...เอ่อ..."
"อืม...พูดแล้วก็ดีเป็นการเตือนผมว่าต้องพูดอะไร...ผมอยากให้คุณไปดูแลกิจการที่ห้างของเรา  อยู่ช่วยผมทำงานบ้าง  เพราะผมรู้ตัวเลยว่าเวลาของผมมันเหลือน้อยเต็มที  ถ้าคุณไม่ไปดูแลแล้วใครจะทำ...หากผมตายไปครอบครัวไม่ต้องแย่จนขายห้างขายบริษัทเลยเหรอ"
"อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ  ถ้าเป็นความต้องการของคุณฉันก็ต้องไปอยู่แล้ว"
"ผมไม่ได้ว่าแบบนั้นเพียงแต่ผมอยากให้คุณเป็นเสาหลักของบ้านอีกคน  ผมไม่อยากให้คุณมัวทำตัวอยู่กับบ้านเฉย ๆ แบบนี้  คุณเรียนจบก็สูงน่าจะดูแลงานได้"
"ค่ะ" แม่ตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะประชดนิด ๆ
"เมย์...ลูกเรียนแย่มากเลยนะ  หัดเอาอย่างพี่มลบ้างสิลูก  พี่เขาเก่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน  หรืองานอะไรพี่เขาก็ทำได้...พ่อขอร้องนะลูกขยัน ๆ หน่อยนะขอให้พ่อได้ชื่นใจกับการขยันของลูกสักนิดก็ยังดี  เทอมหน้าก็จะขึ้น ป.4 แล้วนะลูก" น้องเมย์ถึงกับทำหน้าซึมทีเดียว
หลังจากนั้นได้ 10 วันโรงเรียนปิดเทอมทุกคนในบ้านอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นจิรมล คุณพ่อมีอาการทรุดลงแต่ก็ไม่บอกใครในบ้าน  
อ๊อด.....อ๊อด...มีชายสองคนมากดออดหน้าบ้าน  คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคน  แต่อีกคนหนึ่งคือคนที่จิรมลเจอที่โรงพยาบาล  ทุกคนในบ้านมาคุยกับชายสองคนนั้นที่ห้องลับแขก
"ผมจะทำอย่างไรดีให้ยายมลไปเรียนที่บริษัทของคุณได้  ช่วงนี้แกค่อนข้างติดเพื่อน  ผมก็อาการไม่ค่อยดีนักผมจะไปรักษาตัวที่อเมริกา"
"คุณก็ไปวันนี้เลยสิ....มันจะได้เข้าแผนเรา  ผมต้องการให้คุณจิรมลไปเรียนให้ได้  ไม่งั้นหุ้นส่วนที่บริษัทเราเทไปผมจะเอาคืน"
คุณพ่อนัดแนะกับชายสองคนนั้นที่มาจากบริษัทเดดิเอกโปรโมชั่น
"มลกลับมาแล้วเหรอลูก...มีคนมาหาน่ะ"
"มาหาหนูเหรอคะ...เอ...แล้วคุณพ่อล่ะคะ"
"ไปอเมริกา...คุณพ่อป่วยหนักมาก  ห้างเราจะถูกบริษัทเดย์ดิเอกโปรโมชั่นเทคโอเวอร์แล้วละเพราะแม่ของเขาเป็นเจ้าของบริษัทแม่ของห้างที่พ่อเราไปลงหุ้นทำ  แม่ผิดเองที่ไม่ไปช่วยบริหารแต่แรก...มลลูกต้องตกลงกับเขานะ  เขาต้องการให้ลูกไปจริง ๆ เขายื่นคำขาดว่าถ้าลูกไม่ไปเขาจะทำแบบที่พูดจริง ๆ"  แม่ทำท่าทางเศร้ามากจนเหมือนจริง
จิรมลนั่งที่โซฟาช้า ๆ แล้วก็ไหว้ชายสองคนนั้น
"คือคุณพ่อของหนูบินไปรักษาตัวที่อเมริกา  พวกเราเป็นตัวแทนมาจากบริษัท เกตติ้ง บอดี้กรุฟ  ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของห้างสรรพสินค้าที่พ่อหนูทำอยู่  พ่อหนูให้ทุนไปเรียนต่อที่บริษัทเดย์ดิเอกโปรโมชั่น  ท่านบอกให้หนูไปให้ได้นะเพราะถ้าไม่ไปบริษัทที่ผมอยู่จะจัดการขั้นเด็ดขาด..."
"คุณพ่ออาการทรุดเหรอคะ...คุณพ่อเป็นอะไรมากไหมคะ"
"อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับ  แต่ท่านบอกให้ผมเป็นทนายส่วนบุคคลจัดสรรค์เงินให้คุณเรียนทุก ๆ สิ้นเดือน"
จิรมลรู้สึกคับแค้นใจมากที่ต้องถูกบีบบังคับให้ไป  แต่ใจจริงลึก ๆ แล้วจิรมลก็อยากจะไปแต่ติดที่ว่าจิรมลมีเพื่อนที่สนิทกันจนแยกจากกันไม่ได้  และช่วงนี้ก็เป็นช่วงเอ็นทรานด้วยถ้าจิรมลต้องไปก็หมายความว่าเธอจะไม่ได้สอบ  เธอจะต้องหยุดเรียนไปหนึ่งไป  เธอจึงรู้สึกรับไม่ได้แล้ววิ่งออกจากบ้านไป...
ตึก...ตึก...ตึก...เธอวิ่งออกมาจนเหนื่อยและมาหยุดอยู่ตรงสวนสาธารณะ  อากาศที่นี่โปร่งและเงียบสงบทำให้จิรมลเริ่มใจเย็นลงบ้าง  เธอค่อย ๆ เดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อนแล้วก็เหม่อมองดูผู้คนมากมายที่กำลังมีความสุขกับครอบครัวด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น  เธอคิดอยู่เพียงว่าถ้าวันนั้นพ่อไม่ไปดูเธอแสดงพ่อก็คงไม่เป็นแบบนี้
"อยู่นี่เอง..."  ชายคนนั้นตามเธอมา  เธอสงสัยมากเลยว่าชายคนนั้นตามมาทำไม
"ผมขอคุยด้วยได้ไหม...คุณรู้ไหมว่าตอนที่คุณแสดงเรื่องโรมิโอแอนด์จูเลียตน่ะมีชายคนนึงเขาประทับใจในตัวคุณมาก  เขาชื่ออาสาฬห์  ประชุมเดชา  เป็นลูกชายของเจ้าของบริษัท เกตติ้ง บอดี้ กรุฟ  เขาอยากให้คุณไปเรียนการแสดงกับเขานะ  เขาตั้งใจไว้ว่าเขาจะปั้นคุณให้เป็นดาวเจิดจรัสอยู่ในวงการบันเทิง  คุณจึงควรไปเรียนนะ  เออ...ก่อนที่พ่อคุณจะไปท่านบอกกับผมว่า  ฝากคุณด้วยนะ  ฉะนั้นผมจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องและดูแลคุณรวมทั้งครอบครัวของคุณเป็นอย่างดี..."
"แต่...ฉันเป็นคนทำให้พ่อป่วย"
"ไม่เอาน่า...ท่านป่วยมานานแล้ว  ทุกคนก็รู้ดี  ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกนะ...คุณเป็นคนมีพรสวรรค์เมื่อโอกาสมาถึงคุณควรที่จะไขว่คว้ามันเอาไว้...อีกสองวันผมจะมารับนะ"
บรื๋น..............เอี๊ยด..........!!!! เสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน....ปรี้น.......ปรี้น........ปรี้น.......
"เอ่อ...ยายมลยังหลับอยู่เลยค่ะ"
"ครับ"  ชายคนนั้นพยักหน้าแต่ก็เดินขึ้นไปที่บันไดทันที
"คุณคะขึ้นไม่ได้นะคะ...คุณ....!!!!" แม่ทำท่าตกใจมากทีเดียว
แอ๊ด................เสียงประตูห้องของจิรมลเปิดออกก่อนที่ชายคนนั้นจะบุกไปถึงห้อง
"เอ่อ......คุณ.......แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอ  เชิญครับ..." ชายคนนั้นทำท่านอบน้อมอย่างน่าแปลก  ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกทำท่าขึงขังเตรียมตัวจะบุกขึ้นไป  ทำให้แม่ได้แต่ยืนมอง...
"แม่...หนูไปนะคะ" จิรมลพูดขึ้นก่อนที่จะขึ้นรถไป
บรื๋น..............พอรถเคลื่อนตัวออกจากบ้านจิรมลก้ทำท่ารู้สึกหงอย ๆ เพราะคิดถึงบ้านคิดถึงเพื่อน  รวมทั้งต้องมานั่งกับคนแปลกหน้าจึงเหงาและไม่รู้จะคุยกับใครดี
"ผมชื่อพลนะ...คุณมล"  ชายคนนั้นแนะนำตัวกับเธอแต่เธอก็ไม่พูดอะไรตอบจนกระทั่งมาถึงกรุงเทพฯ เขาจึงพูดอีกครั้ง
"นี่ไงครับโรงเรียนที่คุณจะต้องเรียน..."
"แวะดูก่อนไม่ได้เหรอคะ"
"คุณเดย์รออยู่ครับต้องไปพบท่านก่อน"
"คุณเดย์เหรอ  ใครกัน..." จิรมลทำท่าสงสัย
"ก็คุณอาสาฬห์นั่นแหละครับ"
".....จริงเหรอ  เขาชื่อเดย์เหรอ  งั้นเขาคงเอาชื่อเล่นมาตั้งชื่อบริษัทละสิ  แล้วคำว่าเอกล่ะ  หรือว่าเขาจะมีพี่ชายหรือน้องชายอีกคนนะ..." จิรมลนั่งนึกสงสัยจนกระทั่งรถมาจอดถึงหน้าบริษัท
"....โอ้โห...! บริษัทใหญ่จริง ๆ ผู้คนก็เข้า ๆ ออก ๆ เยอะแยะไปหมด..." จิรมลยืนตะลึงอยู่ตรงหน้าบริษัท
                      ความต่อไปจะเป็นเช่นไร  จิรมลจะทนอยู่กับที่นี่ได้นานเพียงใด  โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ  ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามผลงานมาโดยตลอด				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน