นึก...ฝัน...ไปวัน ๆ เท่านั้นเอง

สุชาดา โมรา

6:00 น.  ที่บ้าน
                 เสียงนาฬิกาปลุกเรือนที่สองร้องบอกให้คุณรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้อ งลุกจากที่นอน   สำเนียงรบกวนโสตประสาทของมันทำให้คุณนึกอยากจะเขวี้ยงทิ้งอยู่ห ลายครั้ง   แต่ก็ด้วยคุณสมบัติข้อนี้มิใช่หรือคุณจึงเลือกซื้อมันมาจากตลาด ท้ายรถข้างสำนักงาน  วันจันทร์อีกแล้ว  คุณรู้สึกเกลียดเช้าวันจันทร์ยิ่งนัก  ถึงเวลาถูกสนตะพายอีกครั้ง  รีบลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ  บีบยาสีฟันหลอดใหม่ใส่แปรงแล้วนั่งลงบนโถส้วม  รสชาติไม่เลวเหมือนกันแต่แพงเป็นบ้า  ยาสีฟันอะไรหลอดตั้งเกือบสองร้อยบาท  เจ้านายเอามาขายให้คุณถึงที่ทำงาน   คุณจำต้องซื้อทั้งที่รู้ดีว่ามันคงไม่ช่วยให้ฟันคุณขาวเหมือนพร ีเซ็นเตอร์ในโฆษณาหรอก  นอกจากขายแล้วเธอยังคะยั้นคะยอให้คุณมาขายด้วยกันอีกต่างหาก อ้างว่ารายได้ดี  ฝันไปเถอะ  คุณรู้ทันหรอกน่า   ภายใต้หน้ากากแห่งความหวังดีนั้นหล่อนก็หวังเพียงแค่ส่วนแบ่งเป อร์เซ็นต์จากยอดขายของคุณเท่านั้นเอง  ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ธุรกิจ MLM* ฮิตกันเหลือเกินในหมู่สาวออฟฟิศ  คุณคนหนึ่งล่ะที่ขอบายดีกว่า  ห้านาทีผ่านไปยังถ่ายไม่ออก  คุณนึกดูว่าสองสามวันที่ผ่านมาทานผักผลไม้อะไรเข้าไปบ้าง  รึจะเป็นเพราะเครียด  คุณอาจกังวลเรื่องเขามากจนเกินไปก็ได้  แต่ไม่มีเวลาแล้วเห็นทีต้องเก็บไว้ก่อน  รีบอาบน้ำอย่างลวกๆ  แต่งหน้า แต่งตัว ล็อคประตูห้อง เดินไปหยุดรอลิฟต์  เจอไอ้หมอนี่อีกแล้ว มันจะบังเอิญอะไรทุกวันขนาดนั้น  คุณไม่ชอบแววตากรุ้มกริ่มที่มองมาคู่นั้นเลย รู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองไปว่าเป็นเพราะคุณรูปร่างหน้าตาดี  ทั้งที่เห็นอยู่ว่ามันชอบแอบมองหน้าอก  คุณเคยบอกกับเขาเรื่องนี้หวังอยู่ว่าเขาจะหึงหวงบ้าง  แต่กลายเป็นเสียงหัวเราะเฝื่อนๆ ทุกทีไป  เดินมาที่รถ เสียบรูกุญแจอีแก่คันเดิมที่แม่โละมาให้พลางนึกในใจว่าขออย่าให ้มันรวนเลย  เป็นโชคดีที่วันนี้สตาร์ทติดง่าย  คุณรีบบึ่งออกจากที่พักเพราะไม่อยากเข้างานสายอีก   เมื่อก่อนเคยคิดน้อยใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมแม่ถึงไม่ยอมซื้อรถใ หม่ให้   แต่เดี๋ยวนี้คุณเข้าใจดีแล้วว่ามันดีกว่ากันแค่ไหนที่ไม่ต้องไป ทนยืนเบียดยืนร้อนอยู่บนรถเมล์เหมือนคนอื่นเขา 
 
7:55 น.  บนถนน
                 คุณนั่งอยู่ในรถมาเกือบชั่วโมงแล้ว  ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณคงหงุดหงิดงุ่นง่านกลัวไปทำงานไม่ทัน แต่ชีวิตสี่ปีในเมืองหลวงสอนอะไรคุณได้มาก   เดี๋ยวนี้คุณชินเสียแล้วกับการขับรถปาดหน้าเขาหรือถูกเขาปาดหน้ าเอา  คุณชินกับเสียงตะโกนด่าไล่หลัง  ชินกับการทำมือเป็นรูปสัญลักษณ์อวัยวะเพศชายจากฝ่ายตรงข้าม  คุณไม่ยี่หระหรอกอย่างมากก็แค่ทำส่งกลับไป  สติ๊กเกอร์ มือใหม่หัดขับ ที่คุณแกล้งติดเอาไว้ท้ายรถอาจช่วยได้บ้างในบางครั้ง  ทำไงได้ล่ะ  ถ้ามันจะช่วยให้คุณถึงที่หมายเร็วขึ้น  คุณเรียนรู้ที่จะแซงรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวขอทาง  และเรียนรู้ที่จะทำผิดกฎจราจรอีกหลายๆ ข้อ  มันเป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณแก้ตัวว่ามันจำเป็น  คุณอ้างว่าใครๆ เขาก็ทำกัน   แต่ถ้ามีใครทำกับคุณอย่างนั้นบ้างคุณก็จะด่าพวกนั้นอย่างสาดเสี ยเทเสีย   สี่ปีผ่านไปเบ้าหลอมแห่งเมืองเปลี่ยนคุณจากหญิงสาวที่ขาดความเช ื่อมั่นในตัวเอง ให้กลายเป็นมือขับชั้นเซียนที่แม้แต่แท็กซี่ยังต้องอาย  คุณกลายเป็นคนกรุงเทพฯ โดยสมบูรณ์แบบแล้ว  คุณเรียนรู้ว่าเมื่อรถติด ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเปิดวิทยุฟังเพลงเย็นๆ แล้วร้องคลอเบาๆ คิดเสียว่าเป็นการฝึกสมาธิ พยายามมองโลกในแง่ดี แยกนี้เพิ่งติดแค่ห้านาทีเอง  แยกที่แล้วติดตั้งสิบห้านาที คุณหยิบแซนด์วิชขึ้นมากินรองท้อง จิบกาแฟไปพลาง สายตาเหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่งติดอยู่ข้ างรถเมล์คันที่จอดอยู่ถัดไป  เป็นรูปชายแก่คนหนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์หน้าตาดูมีความ
สุข  มันทำให้คุณนึกไปถึงพ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัด  นานแค่ไหนแล้วนะที่คุณไม่ได้กลับไปเยี่ยมพวกท่านเลย  เกือบปีเห็นจะได้  คุณตั้งใจว่าเดือนหน้าจะลาพักร้อนกลับไปเยี่ยมบ้านสักอาทิตย์  รถยังไม่ขยับเลย คุณเริ่มสงสัยแล้วว่าข้างหน้าอาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มันนานผิดปกติ  นั่นไงล่ะ จริงๆ ด้วย  ทำไมเวลาซื้อหวยมันไม่ถูกอย่างนี้นะ คุณบอกกับตัวเอง   คุณกำลังนึกต่อไปว่าน่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือไปให้พ่อกับแม่ใช้ส ักเครื่องจะได้ติดต่อกันได้สะดวกกว่านี้  พลันรู้สึกตัวว่ามีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่  นั่นไง ไอ้เฒ่าหัวงูบนรถเมล์นั่น  มันลอบมองขาอ่อนคุณอีกแล้ว   คุณพยายามดึงกระโปรงตัวจิ๋วลงปิดต้นขาให้ได้มากที่สุดพลางแช่งด ่าในใจ  คุณไม่เข้าใจเลยว่าผู้คนสมัยนี้เป็นอะไรไปกันหมดแล้ว  เสียงแตรจากด้านหลังฉุดคุณขึ้นจากภวังค์แห่งโทสะ  คุณกระชากเกียร์เหยียบคันเร่งส่งตัวรถพุ่งออกไปด้วยความโกรธ
                 
8:45 น.  ที่ทำงาน
                 แม้จะรีบอย่างถึงที่สุดแล้วคุณก็ยังมาทำงานสายไปสิบห้านาทีอยู่ ดี   หยิบบัตรไอดีการ์ดที่คล้องคออยู่จ่อแถบบาร์โค้ดเข้ากับเครื่องอ ่าน  เหล็กกั้นทางเข้าออกจึงยกตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ  คุณเคลื่อนรถเข้าในอาคารภาวนาอยู่ว่าขอให้มีที่จอดเหลือบ้าง   มิเช่นนั้นคุณคงต้องเสียค่าจอดยี่สิบบาทให้กับอาคารฝั่งตรงข้าม อีกตามเคย  เดือนละเกือบหกร้อยไม่ใช่น้อยๆ เลย  โชคยังเข้าข้างพอมีที่จอดเหลืออยู่แม้จะต้องวนรถหาถึงสิบเอ็ดชั้น  เอาป้ายไอดีคล้องคอเหมือนเดิม หอบแฟ้มงานกองเท่าภูเขาย่อมๆ ไว้กับอก  ล็อครถแล้วเดินไปรอลิฟต์  ซวยอะไรอย่างนี้มาเจอหัวหน้าแผนกเข้าจนได้  คุณยิ่งเสียวๆ สันหลังอยู่  ช่วงเดือนที่ผ่านมาคุณสายบ่อยมาก  ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณก็คงไม่กังวลเท่าไหร่หรอก  อย่างมากก็ตัดเงินเดือนงดโบนัส  แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มันอาจหมายถึงการเลย์ออฟ  ปีที่แล้วเพื่อนสนิทของคุณก็โดนไปสองสามคน   คุณรู้ดีว่าแม้คุณจะรอดมาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะโชคดีตลอด ไป  คุณกล่าวทักทายหล่อนอย่างพินอบพิเทา  แกล้งเอ่ยชมว่าเข็มกลัดติดเสื้อของเธอสวย  เธอกลับเหยียดยิ้มให้อย่างกลายๆ  คุณนึกแปลกใจ   การที่คุณช่วยซื้อยาสีฟันของหล่อนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกลับไม่มี ผลอะไรเลยหรือไงนะ  ถึงที่ทำงาน  คุณเดินเอาแฟ้มไปวางไว้ที่โต๊ะ  กล่าวทักทายกับเพื่อนร่วมงานพอเป็นพิธี ตั้งแต่เพื่อนสนิทของคุณถูกเลย์ออฟออกไป  คุณก็ไม่เคยคบหากับใครสนิทจริงจังเลย  มันเป็นเพียงสัมพันธภาพที่ผิวเผินประสาคนที่ทำงานร่วมกันพึงมี  มันเป็นเพียงมิตรภาพชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น  คุณไม่ค่อยชอบสายตาที่พวกเขามองมา  คุณรู้สึกได้ถึงมิตรไมตรีที่ฉาบเคลือบไว้เพียงเปลือกนอก  ลึกลงไปเนื้อแท้นั้นมีแต่ความอิจฉาริษยา   คุณสัมผัสได้ถึงแววหื่นกระหายในนัยน์ตาของพวกผู้ชายที่มองคุณเป ็นเพียงแค่วัตถุทางเพศไร้ความจริงใจให้   ภายใต้มิตรไมตรีที่คุณยื่นตอบกลับไปจึงซุกซ่อนไว้ด้วยเกราะกำบั ง  ที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกทรยศ   คุณคอยระแวดระวังภัยอยู่เสมอด้วยเกรงว่าอาจถูกใครสักคนแทงข้างห ลังเข้าสักวัน   คุณเดินไปชงกาแฟและตอกบัตรลงเวลาเข้าทำงาน...หลายครั้งขณะที่คุ ณกำลังหย่อนบัตรลงไปในเครื่อง  มักมีคำถามเดิมๆ ผุดวาบขึ้นในห้วงคำนึง Whats the hell Im doing here?  I dont belong here* เป็นเนื้อร้องท่อนหนึ่งจากเพลงโปรดของคุณ   มันช่างขัดกันอย่างสิ้นเชิงกับภาพฝันที่คุณเคยจินตนาการเอาไว้ส มัยที่ยังเรียนอยู่  คุณฝันเห็นภาพตัวเองเปิดร้านขายหนังสือและร้านขายดอกไม้เล็กๆ อยู่ในรั้วเดียวกัน  นึกเห็นภาพชายหนุ่มมาเลือกซื้อบทกวีดีๆ สักเล่มคู่กับกุหลาบขาวงามๆ สักดอก  แล้วยื่นให้กับหญิงสาวคนรักของเขา ช่างโรแมนติคยิ่งนัก  คนที่รักอิสระและไม่ชอบอยู่ภายใต้กรอบเกณฑ์ใดๆ จนจะกลายเป็นคนนอกระบบอย่างคุณน่ะหรือ  จะมาทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน  แค่คิดก็ขำกลิ้งแล้ว  แต่กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีหนึ่งคุณก็เข้ามาอยู่ในระบบเป็นปีแล้ว กลาย เป็น Salary Man อย่างเต็มตัว  ระบบขัดเกลาคุณเสียจนไร้สิ้นแล้วซึ่งพิษสง  มอดดับทุกแรงใจและไฟฝัน  คุณยอมจำนนแล้วต่อชะตากรรมตรงหน้า... ยื่นมือไปรับบัตรจากเครื่องลงเวลาแล้วหย่อนลงในช่องสี่เหลี่ยมเ ล็กๆ ที่แขวนอยู่ตรงผนังด้านข้าง   วินาทีนั้นคุณมองเห็นแขนของตัวเองต่ำจากใต้ศอกลงไปกลายเป็นโลหะ สีเงิน  คล้ายมือของหุ่นยนต์  คุณเดินถือถ้วยกาแฟกลับไปที่โต๊ะทำงาน นั่งลง กดปุ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้ยินเสียงมันบู๊ตเครื่องดังปิ๊ป  แขนของคุณหายเป็นปกติแล้ว
                 
10:03 น.  ที่ทำงาน
                 .....1998  1999  2000  2001  2002   DSTV SUBSCRIBER  30,408  39,111  42,817  49,123  58,221   FIBER OPTIC SUBSCRIBER  21,343  25,176  30,452  38,776  42,804  TOTAL  51,751  64,287  73,269  87,899  101,025 ..*
                 คุณเลื่อนเม้าส์พ้อยเตอร์ไปยังไอคอนเล็กๆ ด้านบนซ้ายของจอคอมพิวเตอร์  กดปุ่มเพื่อเลือกคำสั่งเซฟงานลงบนแผ่นดิสเก็ต  เสียงจักรกลครางเบาๆ บอกให้รู้ถึงสภาวะตามคำสั่ง  คุณปิดโปรแกรมการทำงานแล้วเอนหลังลงกับพนักเก้าอี้  ปิดเปลือกตาลงพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ   กว่าชั่วโมงที่คุณนั่งหลังขดหลังแข็งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่ อคีย์ข้อมูลตัวเลขเหล่านั้น  มันทำให้คุณรู้สึกปวดที่เบ้าตา เสียงเคาะรัวแป้นคีย์บอร์ดยังดังแว่วอยู่ในโสตประสาท  ทุกเซลล์สมองยังอัดแน่นไปด้วยข้อมูลตัวเลข  คุณใช้นิ้วมือนวดคลึงเบาๆ บริเวณหางคิ้วทั้งสองข้าง ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่ไม่กี่ปีที่คุณนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอ ร์จะทำให้สายตาคุณเสื่อมสภาพลงได้ถึงเพียงนี้  สี่ปีก่อนสายตาของคุณยังเป็นปกติ  ตอนนี้ซ้ายสั้น 155 ขวา 180 เอียงอีกข้างละนิดหน่อย  คุณเคยพยายามหาวิธีป้องกันแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล โชคดีที่สมัยนี้มีคอนแทคเลนส์ ไม่เช่นนั้นคุณคงต้องกลายเป็นยายแว่นเฉิ่มเบ๊อะ  แว่นตากับใบหน้าคุณช่างไม่ถูกโรคกันเอาเสียเลย  ถอนหายใจอีกครั้งก่อนลืมตาขึ้น  ภาพแบ็คกราวด์บนจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏตรงหน้าต่างออกไปจากเดิม  คุณนึกในใจ ใครกันบังอาจมาแอบใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ  หรืออาจจะเป็นเทคนิเชี่ยนที่มาตรวจเช็คตามปกติก็เป็นได้  แต่จะว่าไปรูปนี้ก็ดูสวยดีเหมือนกัน  มันเป็นภาพเกาะกลางทะเลเล็กๆ เกาะหนึ่ง  สีเขียวอมฟ้าแก่ๆ ของน้ำทะเลรอบๆ เกาะให้ความรู้สึกนุ่มนวลเย็นสบายตา  ข้างใต้ภาพมีอักษรตัวเล็กๆ บอกให้รู้ว่ามันคือเกาะเต่า   จำได้ว่าคุณเคยรบเร้าให้เขาพาไปเที่ยวอยู่หลายทีแต่ก็ไม่เคยได้ มีโอกาส   คุณลองนึกดูว่ามันจะดีแค่ไหนถ้าหากคุณกับเขาได้ไปเที่ยวที่นั่น กันตามลำพัง  มันอาจจะทำให้สถานการณ์อึมครึมระหว่างคุณสองคนดีขึ้นก็ได้  แล้วคุณก็เริ่มฝันเห็นภาพหาดทรายขาวสะอาด  เม็ดทรายละเอียดยิบที่ยวบตัวลงไปตามรอยเท้ายามคุณก้าวย่าง  คุณกำลังเล่นน้ำกับเขาอย่างสนุกสนาน  จับมือกันดำน้ำดูความสวยงามของแนวปะการัง  ดินเนอร์ใต้แสงเทียน  ปิดท้ายด้วยค่ำคืนอันสุดแสนโรแมนติคในบังกะโลหลังเล็ก... เสียงที่เพื่อนโต๊ะข้างๆ ทำแฟ้มหล่นปลุกคุณสะดุ้งตื่นจากภาพฝันกลางวัน  สัญชาตญาณสั่งให้คุณเคาะนิ้วรัวกับแป้นคีย์บอร์ดโดยอัตโนมัติ  ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดโปรแกรมการทำงานใดๆ  คุณแอบยิ้มให้กับความเจ้าเล่ห์ของตัวเองเมื่อรู้สึกตัว  ตอนนี้คุณมีแผนการดีๆ ในหัวแล้ว  เรื่องลาพักร้อนกลับไปเยี่ยมบ้านอาทิตย์หน้าคงต้องพักไว้ก่อน  การกู้สถาน
การณ์ความรักที่กำลังง่อนแง่นย่อมมีความสำคัญกว่า  พ่อกับแม่ยังรอได้ พวกท่านคงเข้าใจ  คุณบอกกับตัวเองอย่างนั้น...
 
12:40 น.  ที่ร้านข้าว
                 กลิ่นหอมฉุยของไข่เจียวที่ลอยมาปะทะจมูกช่างสร้างความอึดอัดใจใ ห้กับคุณยิ่งนัก  มันเหมือนกับบททดสอบความอดทนและความตั้งใจจริงของคุณที่จะไดเอ็ต... ไดเอ็ต คุณเกลียดคำๆ นี้นัก  ใครกันนะอุตริคิดคำๆ นี้ขึ้นมา  แล้วจะไดเอ็ตไปทำไมกัน ไดเอ็ตไปเพื่ออะไร ในเมื่อการได้กินอาหารอร่อยๆ ก็เป็นความสุขเพียงหนึ่งในไม่กี่อย่างที่มนุษย์เรามีอยู่  ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดของเขาที่ทักว่าคุณอ้วนขึ้น  คุณคงไม่ต้องมาทนทรมานอยู่อย่างนี้หรอก  คุณกังวลว่ามันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาดูแปลกๆ ไป  ไม่โทรมาหาคุณบ่อยๆ เหมือนแต่ก่อน ไม่มารับไปเดินเที่ยวไปดูหนังเหมือนอย่างเคย  คล้ายๆ กับเขาจงใจจะหลบหน้าคุณอย่างนั้นแหละ  แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง   ถ้าการที่คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงแค่ห้ากิโลคือสาเหตุที่ทำใ ห้เขาเปลี่ยนไป  ก็แสดงว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เคยรักคุณอย่างแท้จริงเลยน่ะสิ  ถึงได้สนใจแต่เพียงเปลือกและรูปลักษณ์ภายนอก มองข้าม ตัวตน ความเป็นคุณไปอย่างน่าเสียดาย   ภาวนาขออย่าให้มันเป็นอย่างนั้นเลยแค่คิดคุณก็รู้สึกอุ่นที่เบ้ าตาแล้ว   สมัยที่ยังเรียนอยู่คุณเคยหวังว่าสักวันจะได้เจอใครสักคนที่รัก คุณอย่างแท้จริง รักในตัวตน รักในจิตวิญญาณความเป็นคุณ ทั้งในส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดี  ใครที่พร้อมจะให้อภัยในความงี่เง่าของคุณ ใครสักคนที่รักในความไม่สมบูรณ์แบบของคุณ ใครสักคนที่ไม่ได้มองคุณแค่เพียงเปลือก   แต่เดี๋ยวนี้คุณเข้าใจดีแล้วว่ามันเป็นสภาวะอุดมคติที่ยากจะบรร ลุถึงในสังคมที่นิยมบริโภคแต่วัตถุนี้  สังคมที่ตัดสินสิ่งต่างๆ เพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาทีจากเสื้อผ้าที่คุณใส่ จากกระเป๋าที่คุณถือ จากรถที่คุณขับ   คุณเข้าใจดีแล้วว่าตราบใดที่มนุษย์เรายังคงลุ่มหลงอยู่ในโลกของ ผัสสะ เสพ สิ่งต่างๆ รอบกายผ่านเพียงประสาทสัมผัสทั้งห้า ตาดู หูฟัง จมูกดมกลิ่น ลิ้นรับรส กายสัมผัส  ตราบนั้น เปลือก ยังคงมีความสำคัญยิ่งนัก  ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องทนฝืนใจทำในหลายสิ่งที่ไม่สู้เต็มใจนัก   ทั้งการแว็กซ์ขนรักแร้และขนหน้าแข้งเดือนละสองครั้งที่คุณเจ็บแ ทบน้ำตาเล็ด   การผ่าตัดเสริมดั้งให้โด่งขึ้นที่คุณต้องเสียเงินไปหลายหมื่นแถ มยังต้องทนเจ็บนอนหน้าบวมอยู่ที่บ้านอีกเกือบเดือน   รวมถึงการฝืนใจสั่งออกไปว่าสลัดไก่น้ำใสกับน้ำเย็นหนึ่งขวดเมื่ อบริกรเดินเข้ามาถามเมื่อครู่นี้  ทั้งที่ใจจริงคุณอยากกินข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทยไข่ดาวแทบตาย  หลายครั้งที่คุณเคยนึกอิจฉาผู้หญิงที่เกิดในยุคเรเนส์ซองส์  พวกอ้วนๆ ที่นอนเป็นแบบนู้ดให้จิตรกรเอกป้ายปาดฝีแปรงลงบนเฟรมผ้าใบ  ภาพที่คุณเคยเห็นแขวนอยู่ตามแกลเลอรี่บ่อยๆ  พวกเธอคงไม่ต้องมาทนอดๆ อยากๆ เหมือนผู้หญิงสมัยนี้หรอก  ในเมื่อยุคนั้นไขมันหน้าท้องและความอ้วนหมายถึงความสวย  ส่วนร่างผอมสูงหุ่นนางแบบมีความหมายในทางตรงกันข้าม  ถ้าเลือกเกิดได้คุณอยากไปมีชีวิตอยู่ในยุคนั้นเสียจริง  บริกรยกจานสลัดมาวางตรงหน้า   คุณไม่ลืมที่จะดื่มน้ำเปล่านำไปก่อนสองแก้วเพื่อให้น้ำย่อยในกร ะเพาะเจือจางลง ลดความอยากอาหาร   เพื่อนรุ่นน้องที่มาด้วยกันเอ่ยแซวว่ากลัวแฟนไม่รักหรือไงคะถึง ต้องไดเอ็ต   คุณทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ในใจนึกอยากเดินไปตบหน้าหล่อนสัก ฉาด โทษฐานที่แซวไม่รู้กาลเทศะ
                 
13:35 น.  ที่ทำงาน
                 คุณก้มลงสำรวจเงินในกระเป๋าสตางค์  ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาเพียงแค่ยี่สิบนาทีหลังกินข้าว  ที่คุณไปเดินช็อปปิ้งจะผลาญเงินไปได้มากมายถึงเพียงนี้  คุณนึกทบทวนดูว่าซื้ออะไรมาบ้างนอกจากกระเป๋าสะพาย Prada รุ่นใหม่ล่าสุดใบนั้นแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นของปลอมก็เถอะ  หวี  ที่หนีบผม  มาสคาร่า  แล้วก็ครีมทาหน้า  อ้อ ไอ้นี่เองที่แพง  ขวดนิดเดียวตั้งเกือบห้าร้อยบาท  มีส่วนผสมของ Q10 สารสกัดจากธรรมชาติช่วยต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย ลดรอยหมองคล้ำคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า  เห็นผลภายในสามสัปดาห์ถ้าใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง...เฮอะ เฮอะ  นึกๆ ดูคุณก็ขำตัวเองอยู่เหมือนกัน  เสียแรงที่อุตส่าห์เรียนจบมาทางโฆษณาซะเปล่า  กลับตกเป็นทาสของโฆษณาเสียเองนี่   ทั้งที่รู้ดีอยู่ว่ามันเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อเป็นการสร้างภ าพลักษณ์ตราสินค้าให้ประทับอยู่ในใจของผู้บริโภค โดยอาศัยความถี่ในการออกอากาศเป็นตัวกระตุ้น  ปีที่แล้ว Whitening* มาแรง  ทุกยี่ห้อในตลาดเครื่องสำอางต่างใช้สิ่งนี้เป็นจุดขาย   พอมาปีนี้ขาวอย่างเดียวไม่พอเสียแล้วแต่ต้องเป็นขาวอมชมพูซะด้ว ย  นัยว่าบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี  คุณรู้ดีว่าไม่ใช่อื่นใดเลยมันก็แค่หลักจิตวิทยาขั้นพื้นฐาน โฆษณาเล่นกับความกลัวของผู้บริโภค ใช้ความกลัวรอยตีนกา กลัวหน้าหมองคล้ำ กลัวไม่ขาว กลัวไม่สวย เป็นตัวกระตุ้นความต้องการซื้อความอยากทดลองใช้  เมื่อบวกกับการโหมโฆษณาตามสื่อต่างๆ และกลยุทธ์ส่งเสริมการขายอีกนิดหน่อย  ผู้บริโภคก็ยินยอมพร้อมใจจะกลายเป็นหนูทดลองด้วยความยินดี  คุณรู้ดีว่าในบางครั้งมันกลายเป็นการบริโภคในตราสินค้า บริโภคในยี่ห้อ ในภาพลักษณ์  หาใช่การบริโภคในคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์ไม่   แต่ถึงรู้ทั้งรู้คุณก็ยังยินดีจ่ายออกไปเกือบห้าร้อยบาทเพื่อเส ี่ยงดู  เผื่อว่ามันจะทำให้คุณดูดีขึ้นมาบ้าง  นึกปลอบตัวเองอยู่ว่า ในโลกนี้ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก และถึงแม้คุณจะต้องตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาอีกครั้ง  อย่างน้อยคุณก็ยังเป็น เหยื่อผู้รู้เท่าทัน หรอกน่าคุณบอกกับตัวเองอย่างนั้นได้เวลาทำงาน  เอื้อมมือกดปุ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้ยินเสียงมันบู๊ตเครื่องดังปิ๊ป  เสียงเคาะรัวแป้นคีย์บอร์ดดังขึ้นอีกครั้ง
                 
15:38 น.  ที่ทำงาน
                 บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบวังเวงคล้ายป่าช้า ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีการพูดคุย ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ   แต่ละคนนั่งหลังขดหลังแข็งสีหน้าเรียบเฉยราวไร้อารมณ์ความรู้สึ ก  สองตาจ้องเขม็งไม่กระพริบจับนิ่งหน้าจอภาพ   ข้อมูลมหาศาลแปลผ่านคลื่นสมองสู่นิ้วมือทั้งสิบของจักรกลมนุษย์ ที่สลับกระดกขึ้นลงอย่างรวดเร็วแม่นยำ  ป้อนข้อมูลอัดแน่นอยู่ในทุกหน่วยความจำของจักรกลคอมพิวเตอร์
                 51751  64287  เกาะเต่า 73269  87899  ครีมกันแดด 101025   หมวก 7.64  24.22  13.97  แว่นดำน้ำ 19.96  Condom 14.93 
                 เสียงโทรศัพท์ดังอยู่สามครั้งแล้วคุณก็ยังไม่ได้ยิน  จนเมื่อเพื่อนคุณที่นั่งอยู่ติดกันร้องบอกนั่นแหละ   คุณถึงได้รู้สึกตัวเอื้อมมือคว้าหูโทรศัพท์แนบกับแก้มกรอกเสียง ทักทายลงไป...เงียบ ไม่มีสัญญาณตอบรับใด  คุณกล่าวประโยคทักทายอีกครั้ง มีเสียงเรียกชื่อคุณตอบกลับมา  เขานั่นเอง  คุณดีใจที่รู้ว่าเป็นเขา  แต่ก็นึกแปลกใจไม่น้อย  นานแล้วที่เขาไม่เคยโทรมาหาคุณที่ทำงานอีกเลย  นับตั้งแต่คบเป็นแฟนกันมา  คุณตั้งใจจะบอกกับเขาเรื่องเกาะเต่า  แต่เห็นเขามีน้ำเสียงเครียดๆ เลยเก็บเอาไว้ก่อนเขาคงมีเรื่องไม่สบายใจอยากจะระบายกับคุณกระม ัง  ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น  คุณจำได้แต่เพียงประโยคที่เขาบอกว่า ...ผมขอโทษ  ผมมีคนใหม่   เพราะหลังจากนั้นหูของคุณก็กลับกลายเป็นอื้ออึงไร้การรับรู้สรร พสำเนียงใด  หน้าชาไปทั้งแถบจนไร้ความรู้สึก  เบ้าตาอุ่นระอุจนร้อนมีหยาดน้ำเกาะคลออยู่ที่หน่วยตา   คุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่ากระแทกหูโทรศัพท์ลงกับเครื่องรับดังปั งแล้วเดินออกมา  ทิ้งให้พวกที่อยู่ข้างหลังได้แต่นั่งมองหน้ากันทำตาปริบๆ  กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีคุณก็มานั่งร้องไห้อยู่บนโถส้วมนี้แล้ว  คิดอยู่แล้วเชียวว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้  คุณบอกตัวเองอย่างนั้น คุณนึกสังหรณ์ใจตั้งแต่วันที่เห็นเขาลืมตาจูบคุณวันนั้นแล้ว คุณสัมผัสได้เลยว่าเขาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนคนเดิมที่คุณเคยรู้จักเมื่อสามปีก่อน ชายหนุ่มอารมณ์ดี ช่างเอาอกเอาใจและโรแมนติคคนเดิมหายไป  กลายเป็นชายอารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิดและเอาแต่ใจ  คุณรู้สึกได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น  แล้วทุกอย่างก็เป็นจริงดังคาด ผมขอโทษ ผมมีคนใหม่ ช่างเป็นวิธีบอกเลิกที่ง่ายดายสิ้นดี  ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้  เบื่อแล้วก็ทิ้ง แต่ก็ยังดีกว่าแฟนคนก่อนที่พยายามสรรหาเหตุผลมากมายมาบังหน้าเพ ื่อที่จะเลิกกับคุณ โทษว่าคุณไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้   อย่างน้อยที่สุดเขาก็ยังมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะกล้าสาร ภาพออกมาตรงๆ และยอมรับผิด  คุณนึกเสียดายก็แต่เวลาที่คบกันมา  กว่าจะเรียนรู้กว่าจะเข้าใจกันไม่ใช่น้อยๆ เลย  แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นของมันอย่างนั้นเอง  เป็นวิถีที่คุณไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากทำใจยอมรับความจริง  ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนคุณอย่างนั้น  ถึงอย่างไรคุณก็จะไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก   คุณเชื่ออยู่ว่าแม้จะต้องเจ็บปวดอีกสักกี่สิบกี่ร้อยครั้งเพราะ ความรัก  ก็ยังดีกว่าต้องทนเหงา โดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพังเพราะไร้รัก  คุณสรุปกับตัวเองอย่างนั้น  แต่ก็ยังไม่วายร้องไห้ขี้มูกโป่งจนกระดาษชำระเกือบหมดม้วน  พลันรู้สึกปวดท้องขึ้นมาหน่วงๆ จึงลุกเปิดฝาครอบโถส้วมขึ้น  คุณนั่งลงพลางนึกถึงเนื้อร้องของเพลง ทางเดินแห่งรัก ที่มักใช้ปลอบใจตัวเองยามรักคุด  หยดน้ำตาไหลผ่านร่องแก้มพร้อมๆ กับที่สิ่งปฏิกูลหล่นลงสู่คอห่าน  อย่างน้อยที่สุดท่ามกลางเรื่องเลวร้ายทั้งปวง  คุณก็หายจากอาการท้องผูกแล้ว
 
17:58 น.  บนถนน
                 กรุงเทพฯ ยามเย็น  รถยังคงติดเป็นแถวยาวเหยียดเหมือนที่มันเคยติด  เป็นมาอยู่อย่างนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ต่างไปจากดวงอาทิตย์ที่ยังคงปรากฎกายขึ้นทางฟากฟ้าทิศตะวันอ อก แล้วทิ้งตัวลงนอนลับแนวเหลี่ยมมุมตึกสูงระฟ้าทางทิศตะวันตก  สม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง  ลมหายใจแห่งเมืองใหญ่ยังระอุกรุ่นไปด้วยมลพิษทางอากาศ   อณูปรอทล่องลอยปะปนกับคลื่นแห่งมลพิษทางเสียงสู่ประสาทการรับรู ้ของผู้คน แทรกซึม กดดัน บีบคั้น จนกลั่นเป็นมลพิษทางอารมณ์  ฉายฉานอยู่ในสีหน้าและแววตา  บ้างระบายออกกับการขับรถปาดหน้าแซงซ้ายแซงขวา  บีบแตรดังลั่นราวกับอันธพาลบนท้องถนน บ้างพรั่งพรูออกมาเป็นคำสบถนับร้อยพัน... รถจอดนิ่งสนิทอยู่เกือบยี่สิบนาทีแล้ว  คุณกำลังดิ่งลึกลงสู่ภวังค์แห่งความทุกข์  คิดทบทวนถึงเรื่องราวระหว่างคุณกับเขา พยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง  แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งวกวนเหมือนพายเรืออยู่ในอ่างไร้ทางออก  ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นในห้วงคำนึงซ้อนทับกันภาพแล้วภาพเล่า  หยดน้ำที่คลออยู่ที่หน่วยตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว  หยดแหมะลงที่ต้นขา   คุณยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาไม่รู้ตัวเลยว่านั่นยิ่งทำให้เครื่องส ำอางที่ฉาบผิวหน้าไว้เลอะเทอะเต็มไปหมด  สารรูปคุณตอนนี้ไม่ต่างไปจากผีดิบที่เพิ่งลุกจากหลุม   คุณนึกทบทวนต่อไปว่าแต่ก่อนนี้คุณเคยเศร้าโศกเสียใจกับเรื่องรา วต่างๆ มากมายจนคิดสงสัยขึ้นมาว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น   เมื่อคิดไตร่ตรองดูจึงพบว่าสาเหตุแห่งความทุกข์ใจทั้งหลายนั้นล ้วนมาจากสิ่งเดียวกัน  สิ่งนั้นคือความคาดหวัง  คุณมัวแต่คาดหวังเอาจากสิ่งอื่น จากบุคคลอื่นซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมได้  คุณคาดหวังว่าพ่อแม่จะเข้าใจคุณ  คาดหวังว่าเพื่อนจะจริงใจกับคุณ  คาดหวังว่าแฟนจะรักและซื่อสัตย์กับคุณคนเดียว   เมื่อขอบเขตแห่งความคาดหวังที่มากเกินไปปะทะกับโลกแห่งความเป็น จริง  สิ่งที่หวังเอาไว้ไม่เป็นไปดั่งใจหวัง  คุณจึงเป็นทุกข์ ทุกข์ที่เกิดจากความคาดหวัง  คิดได้ดังนั้นคุณจึงเริ่มเข้าใจ  ตั้งแต่นั้นมาคุณก็พยายามคาดหวังจากสิ่งต่างๆ ให้น้อยลง  กับเขาเองคุณก็แทบจะไม่คาดหวังอะไรอยู่แล้ว  แต่นี่มันอะไรกัน ทำไมคุณถึงยังต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้อีก  มันน่าน้อยใจในโชคชะตายิ่งนัก  เสียงข่าวรายงานสภาพการจราจรบนท้องถนนดังขึ้นคั่นรายการเพลง  คุณรู้สึกว่ามันน่ารำคาญ ไม่รู้จะฟังไปทำไม ในเมื่อที่ไหนๆ ก็ติดเหมือนกันหมด เอื้อมมือกดปุ่มเปลี่ยนไปยังสถานีอื่น  บ้าจริง  ทำไมทุกคลื่นถึงได้พร้อมใจกันเปิดแต่เพลงอกหักอย่างนี้  นี่โลกยังกระหน่ำซ้ำเติมคุณไม่พออีกหรือ   นาทีนี้ฟังเพลงไหนคุณก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันถูกแต่งขึ้นมาเพื่ อคุณคนเดียวอย่างนั้นแหละ  คุณชักเริ่มเอะใจว่าทำไมผู้คนบนรถเมล์ถึงหันมามองคุณแปลกๆ  ชะเง้อมองดูหน้าตัวเองในกระจกมองหลังถึงกับผงะ  แม้จะอยู่ในอารมณ์อกหัก  คุณก็ยังอดขำในความสะเพร่าของตัวเองไม่ได้   กำลังจะเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ที่เบาะหลังก็พอดีรถคันหน้าเคล ื่อนตัวออกไป  คุณใส่เกียร์เหยียบคันเร่งส่งตัวรถพุ่งตามไป  เร็วขึ้นและเร็วขึ้น  ทันใดนั้นรถเมล์ทางฝั่งซ้ายก็หักพวงมาลัย ปาดหน้ารถคุณอย่างกะทันหัน  คุณเหยียบเบรคจนตัวเกร็งก่อนแช่งด่าด้วยความโมโห  คุณขับตามรถเมล์คันนั้นไปจนทัน หักเข้าเลนขวา เร่งเครื่องขึ้นไปจนอยู่ในระยะแซง ก่อนหักพวงมาลัยซ้ายปาดหน้ารถเมล์คันนั้นด้วยอาการเดียวกัน แล้วแกล้งเหยียบเบรคกะทันหันในชั่วเสี้ยววินาที   ก่อนจะกระชากเกียร์เหยียบคันเร่งส่งตัวรถพุ่งไปข้างหน้าด้วยควา มรวดเร็วอีกครั้ง  ทิ้งให้รถเมล์คันนั้นจอดนิ่งอยู่ที่สี่แยกไฟแดงข้างหลัง.. รถวิ่งมาหยุดอยู่บนสะพานข้ามแยกถัดมา คุณขับหนีมาไกลแล้ว แต่หัวใจยังเต้นกระชั้นถี่รัวแรง  แวบแรกคุณรู้สึกสะใจที่ได้ทำอย่างนั้น  แต่ภายหลังจากสติกลับคืนมาคุณกลับสำนึกเสียใจ  ผีห่าซาตานตนใดกันเข้าสิงคุณให้ทำอย่างนั้น  คุณไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย  นึกสงสารผู้คนที่อยู่บนรถเมล์คันนั้น ไม่รู้จะมีใครหัวร้างข้างแตกบ้างหรือเปล่า  คนขับรถเมล์ก็เหมือนกัน  เขาอาจจะเครียดกับการทำงานมาทั้งวันก็เป็นได้ ไม่น่าไปถือโทษโกรธเคืองเขาเลย...เสียงเพลงจากวิทยุดังแว่วขึ้นมา  Sometimes I feel like I dont have a partner. Sometimes I feel like my only friend is the city I live in, the city of angels. Lonely as I am, together we cry.**  หยาดน้ำใสๆ ไหลผ่านร่องแก้มลงมาอีกครั้ง
                 
19:20 น.  ที่บ้าน
                 คุณพาสังขารอันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งแรงกายและแรงใจ  กลับมาถึงบ้านด้วยความทุลักทุเล  น่าแปลกใจจริง  ทั้งที่คุณก็แค่นั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น  หาได้ไปแบกค้อนปอนด์ทุบตึกที่ไหนมาแต่กลับอ่อนระโหยโรยแรงอย่างกับเพิ่งเดินข้ามเขามาสักลูก   อาจเป็นเพราะเรื่องของเขากับการเดินทางกว่าสองชั่วโมงบนท้องถนน ที่สูบเอาพลังชีวิตจากคุณไปใช่น้อย  คงจะจริงอย่างที่ใครสักคนว่าไว้ จิตเป็นนาย  กายเป็นบ่าว เมื่อใดก็ตามที่จิตใจอ่อนล้าเศร้าซึม หดหู่และสิ้นไร้กำลังใจ  ร่างกายก็จะพลอยเหี่ยวเฉาไร้เรี่ยวแรงตามไปด้วย  เห็นทีจะได้เวลาเข้ารับการบำบัดอีกครั้ง  คิดได้ดังนั้น  คุณจึงลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำ   สำหรับคุณแล้วยามต้องเจอะเจอกับเรื่องทุกข์ใจหรือประสบกับมรสุม บางอย่างที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิต   ไม่มีอะไรจะช่วยผ่อนคลายได้ดีไปกว่าการได้อาบน้ำชำระล้างร่างกา ย  สายน้ำนับสิบสายที่พุ่งผ่านร่องรูเล็กๆ ของฝักบัวปะทะกับผิวหน้า ไหลผ่านเส้นผมทุกเส้น แทรกซึมสู่ทุกอณูของร่างกาย   ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังกระตุ้นเตือนทุกเซลล์ให้ฟี้นต ื่นจากการหลับใหล  สายน้ำให้ความรู้สึกสดชื่น  คุณมีความสุขกับการได้อาบน้ำครั้งละนานๆ ค่อยๆ บรรจงเทแชมพูลงบนฝ่ามือแล้วนวดคลึงเบาๆ จนทั่วหนังศีรษะ  การได้สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวันไม่มีซ้ำให้ความรู้สึกสุขใจ อย่างประหลาด  ด้วยเหตุนี้ห้องน้ำจึงเปรียบเสมือนสถานบำบัดจิตย่อมๆ ที่เป็นส่วนตัวของคุณเอง   มันจึงเต็มไปด้วยสบู่และครีมอาบน้ำนับสิบกลิ่นกับแชมพูอีกหลากห ลายยี่ห้อที่คุณสรรหามาเก็บไว้  สามสิบนาทีผ่านไป   คุณก้าวออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่คล้ายกับสายน้ำได้ช ำระล้างเอาความทุกข์ใจไหลรวมไปกับสิ่งปฏิกูล   สายน้ำชำระล้างจิตวิญญาณของคุณให้กลับคืนมาบริสุทธิ์เหมือนเดิม อีกครั้งคุณเปิดทีวีดู  เปลี่ยนช่องไปยังสถานีที่มีละครเรื่องที่คุณกำลังติดพันอยู่   ก่อนลงมือละเลียดข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทยไข่ดาวด้วยความเอร็ด อร่อย  ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวทุเรียนเป็นของหวาน  ข้อดีอย่างหนึ่งของการเลิกกับแฟนก็คือไม่ต้องมากังวลกับเรื่องไดเอ็ตอีก  เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน  คุณเอนหลังลงกับที่นอนปิดเปลือกตาลง  ในห้วงคำนึงสุดท้ายคุณนึกอยู่ว่าจะซื้ออะไรไปฝากพ่อกับแม่บ้าง  คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าหลับฝันไป  ในฝันคุณเห็นตัวเองนั่งอยู่บนโถส้วมคุณท้องผูกอีกแล้ว.
..
* = เทคนิคนี้มาจากเรื่องสั้น จั่น โดย นาม มะโรง 
      นิตยสารช่อการะเกด 18 โภคานุวัตร (ไตรมาสที่สอง 2537) 
--------------------------------------------------------------------------------
MLM ( Multi Level Marketing) = กลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ใช้กลวิธีในการขายแบบขายตรง (Direct Sales) 
เพลง Creep ของวง Radio Head
เพลง Under the Bridge ของวง Red Hot Chili Peppers				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน