ทาสกิเลส(ตอนที่2)

สุชาดา โมรา

.......เขียนให้แล้ว เอาไป !
ทนายเกียรติอ่านข้อความในกระดาษซึ่งบอกจำนวนเงินและจุดประสงค์ก ารรับเงิน รวมทั้งลายมือชื่อขยุกขยิกมากของเจ้าหน้าที่สรรพากรคนนี้ แม้จะไม่พอใจที่มิใช่กระดาษของทางราชการ แต่ความร้อนใจกับงานคดีทำให้เขาจำต้องยอมรับมันไว้ แล้วเดินออกไปจากตึกใหญ่นั้น โดยไม่ทันสังเกตเห็นหญิงสูงวัย คู่สนทนาของเขาเมื่อครู่นี้เดินหน้าสลดตามไปด้วย
สองชั่วโมงผ่านไปผู้เสียภาษีส่วนใหญ่ต่างทยอยกลับออกไปเนื่องจา กไม่มีคำตอบแน่ชัดว่าคอมพิวเตอร์จักทำงานต่อไปเมื่อใด ระหว่างการจัดเอกสารบนโต๊ะนั้น พิราวรรณพูดคุยทางมือถือสักครู่ ความกังวลปรากฏบนใบหน้าของหล่อน เจ้าหน้าที่สาวรีบผลักเอกสารลงในลิ้นชักอย่างเร็ว ก่อนจะแจ้งกับปรีดา ผู้เป็นหัวหน้าเพื่อขอลาหยุดไปดูอาการป่วยของลูกสาววัยห้าขวบก่ อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว หล่อนจึงเร่งเดินออกไปโดยลืมมอบหมายงานค้างให้กับเพื่อนร่วมงาน คนอื่น ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นไฟฟ้าจึงกลับสู่สภาพปกติ
ทุกคนต้องบันทึกข้อมูลลงคอมพ์ให้เสร็จในวันนี้ เพื่อประมวลผลทำรายงานส่งเจ้านายตอนเช้าผมต้องได้รายชื่อคนหนีภ าษีให้เร็วที่สุดนะ ปรีดาสั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน
ตอนเย็นวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558 ทนายเกียรติกลับมาถึงห้องพักในคอนโดมิเนียม สีหน้าตกใจยามเห็นหมายยึดทรัพย์ติดไว้ที่หน้าประตูและไม่อาจใช้ กุญแจการ์ดเปิดประตูได้เลย เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐสั่งเจ้าของเปลี่ยนข้อมูลในการ์ดไปแล้ว เมื่อลงมายังสถานที่จอดรถเขาเห็นตำรวจกำลังยึดรถจึงเข้าไปซักถา มรายละเอียดทำให้ทราบอีกว่า เขาถูกยึดรถเพราะคดีไม่จ่ายภาษี คืนนั้นเขาจำต้องใช้เงินสดสามพันบาทที่ติดกระเป๋าไปเช่าห้องพัก ในโรงแรมเล็กแห่งหนึ่ง เพราะกรมสรรพากรสั่งระงับการใช้บัตรเครดิตของเขาด้วย
รุ่งเช้าทนายเกียรติรีบไปที่ตึกกรมสรรพากรเพื่อชี้แจงข้อกล่าวห าพร้อมหลักฐานในมือ เมื่อปรีดา หัวหน้าฝ่ายจัดเก็บภาษียอมให้เข้าพบในห้องทำงาน เขาต้องรูดบัตรประจำตัวเพื่อแสดงตนตามระเบียบ เพื่อให้ข้อมูลปรากฏที่คอมพิวเตอร์ของปรีดา การสนทนาจึงเริ่มต้นได้
ระบบของเราแจ้งว่า คุณไม่เสียภาษีตามกำหนด คุณอยากชี้แจงงั้นรึ?
ทนายเกียรติยื่นนามบัตรพร้อมหลักฐานการรับเงินภาษีให้อีกฝ่าย ผมเป็นทนายความ ขอยืนยันว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ได้มาจ่ายภาษีแล้วจำนวนสามหมื่นบาท ตามเอกสารนี้ครับ
ระบบคอมพ์แจ้งยืนยันว่า ไม่พบข้อมูลนี้เลยนะ...... ปรีดากล่าวย้ำเสียง ดวงตามองกระดาษในมือ แล้วส่ายหน้า .......นี่มิใช่กระดาษของหน่วยงาน ลายเซ็นก็หวัดมากจนอ่านไม่ออกว่าเป็นใคร เราต้องยึดถือข้อมูลในคอมพ์เท่านั้น หากไม่มีเอกสารของคอมพ์ คุณต้องจ่ายค่าปรับและภาษีคงค้าง เราจึงยอมถอนการยึดได้ มันเป็นกฎหมายซึ่งคุณก็รู้ดีนะ
ลูกน้องของคุณที่นั่งตรงนั้น...... เขาชี้ไปยังเคาน์เตอร์ด้านหน้าซึ่งเจ้าหน้าที่สาวเคยรับเงินจาก เขา คิ้วขมวดเข้าหากัน ยามเพ่งมองสาวที่นั่งอยู่ หล่อนมิใช่คนเดิมที่เขาเคยเห็นมาก่อน .....ไม่ใช่คนนี้นะ
คอมพิวเตอร์ของเราไม่มีวันทำงานพลาด เมื่อคุณคิดว่าจ่ายภาษีแล้ว ก็ต้องแสดงหลักฐานหักล้างข้อมูลในคอมพ์เท่านั้น
ปรีดาโยนกระดาษแผ่นเล็กคืนให้ทนายหนุ่มใหญ่ แววตาเยาะชัด ตอนนี้ระบบคอมพ์ตัดเครดิตประจำตัวของคุณไปแล้วนะ
ผม...... เขามีสีหน้ากังวลหนัก ยามรับรู้ว่าจะไม่ได้รับบริการรัฐที่จัดให้ผู้เสียภาษีอีกแล้ว
ถ้าไม่มีพยานที่น่าเชื่อถือ ผมต้องทำตามกฎหมาย
ผมจะฟ้องคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี ทนายเกียรติพูดโพล่งออกมา
มันเป็นสิทธิ์ของคุณ ผมทำงานตามข้อมูลในคอมพ์ครับ
ผมอยากเห็นลูกน้องของคุณทั้งหมด เพื่อหาเจ้าของลายมือนี้ ทนายเกียรติบอกเสียงอ่อนลง
ไม่ได้ คุณต้องเอาหมายศาลมาก่อน ปรีดาเริ่มมีอารมณ์โมโหบ้าง
อ้าว คุณยึดทรัพย์ของผมทันที แต่ผมขอดูลูกน้องคุณ กลับต้องเอากฎหมายมาใช้งั้นรึ?
ผมมีอำนาจยึดทรัพย์ของผู้ไม่จ่ายภาษีได้ทันที มีกฎหมายรองรับไว้นะ คุณทนาย
ทนายเกียรติจำใจต้องเดินกลับออกไปจากห้องทำงานนั้น แม้จะลองสอบถามเจ้าหน้าที่คนอื่นพร้อมให้ดูใบรับเงิน แต่ไม่มีสักคนยอมให้ข้อมูลแก่เขาเลย
ตลอดทั้งวันทนายเกียรติไม่อาจทำงานด้านคดีความได้เลย อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลไทยจัดการยกเล ิกเครดิตส่วนบุคคลของเขาไป จึงมีผลกระทบถึงการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความด้วย มันเป็นมาตรการลงโทษแก่ผู้ที่ไม่เสียภาษีให้รัฐ แม้แต่บัญชีเงินฝากของเขาก็ถูกอายัดไว้ ทำให้เขาไม่มีเงินใช้สอยเลย จึงเพียงดื่มน้ำจากตู้สาธารณะเพื่อประทังความหิวไป ทนายเกียรติจำใจเดินเข้าไปในศูนย์สงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสประจำเข ตแห่งหนึ่งซึ่งจัดอาหารและที่พักชั่วคราวไว้ต้อนรับผู้มีปัญหาท ุกรูปแบบ
ต้องการให้ช่วยอะไรครับ? พนักงานหนุ่มถาม ดวงตามองสำรวจผู้มาใหม่
ทนายเกียรติมองหากล่องรูดบัตร ก่อนจะถามว่า ผมต้องแสดงตนก่อนมิใช่หรือ?
ผู้รับการช่วยเหลือจากที่นี่ ไม่มีเครดิตอยู่แล้ว ไม่ต้องแสดงอะไรหรอก
ผมหิวข้าวและอยากได้ที่นอน เขาบอกโพล่งออกไปด้วยจิตขมขื่นยิ่ง ยามนึกถึงชะตากรรมที่พลิกผันไปในวันเดียว
พนักงานหนุ่มหันไปหยิบผ้าห่มสีหม่นกับจานหลุมส่งแก่ทนายเกียรติ แล้วชี้ไปที่โซฟายาวเก่าคร่ำ อีกสิบห้านาทีจะมีอาหารมาแจก ส่วนที่นอนก็ไปจองด้านในหลังกินเสร็จ คุณนั่งรอที่นั่นล่ะ
ทนายเกียรตินั่งดื่มน้ำเพื่อลดอาการหิวไปเรื่อยๆ สักครู่หญิงสูงวัยคนหนึ่งเดินมาทักทายด้วยรอยยิ้มเศร้า
อ้าว พ่อหนุ่มมาทำอะไรล่ะ?
ผม...... เขาเงยหน้ามองผู้ถาม ดวงตาเบิ่งกว้าง ......ป้าคนนั้นรึ?
หญิงสูงวัยถามเสียงอาทรว่า เกิดอะไรกับคุณล่ะ?
รัฐกล่าวหาว่า ผมไม่จ่ายภาษี แล้วยึดทรัพย์สินของผม ลบเครดิตประจำตัวไปหมด
คุณเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์นี่นา
ทนายเกียรติมองอย่างมีความหวัง ป้าไปเป็นพยานให้ผมทีสิ
ไม่ได้หรอก ป้าถูกลบเครดิตอยู่ คงไม่มีใครฟังหรอก
อ้าว เรื่องของป้ายังไม่จบอีกรึ?
 ไม่มีสักคนยอมรับว่าพนักงานที่ตายเป็นเจ้าของลายเซ็นรับเงินภาษ ี ป้าเหนื่อยล้าเหลือเกิน
มันไม่ยุติธรรมเลยนะครับ เขานึกแปลกใจลึกๆที่ต้องพบปัญหาใกล้เคียงกับหญิงสูงวัยคนนี้อย่ างไม่คาดคิดมาก่อน
 เราจะเอาหลักฐานที่ไหนไปโต้กับคอมพ์ซึ่งรัฐเชื่อมั่นในตัวมันอย ่างมากล่ะ ป้าเป็นคนธรรมดาเท่านั้น หญิงสูงวัยถอนใจเฮือกใหญ่
ทนายเกียรติมองเห็นความท้อแท้ปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่นและดวงตาขอ งอีกฝ่ายชัดเจน
พรุ่งนี้ศูนย์ฯจะส่งป้าไปอยู่บ้านสงเคราะห์ที่สกลนครแล้วนะ
ทำไมล่ะ?
การต่อสู้ของป้าจบแล้ว เครดิตก็ไม่มี ลูกหลานต่างรังเกียจที่ป้าติดคดีภาษี ทำให้มันเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น
ผมจะแพ้เหมือนป้าไหมเนี่ย? เขาชักหวั่นใจ
หญิงสูงวัยยิ้มปลอบโยน หากต้องกลับไปเริ่มต้นสะสมเครดิตใหม่ ขอให้อดทนไว้ ยังมีเวลาสำหรับคนหนุ่มอีกมากนัก
มันไม่ยุติธรรมเลย เขาคิดท้อใจกับการหางานทำเพื่อจ่ายเงินภาษีแล้วสะสมเครดิตของรั ฐอีกครั้ง
พิษจากการกระทำของคน ทำลายความยุติธรรมของคุณและป้า ถ้าคนไร้จิตสำนึกที่ดีมีมาก คุณอาจมีโชคร้ายแบบป้าก็ได้นะ
ป้าคิดจะบอกว่า จิตสำนึกกับความทันสมัยอาจไม่เดินไปด้วยกันงั้นสิ
ใช่แล้ว ยุคนี้คนเป็นทาสระบบ และไม่เชื่อถือคนด้วยกันไง พ่อหนุ่ม
ทนายเกียรตินั่งอึ้งไป ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจชัดถึงความนัยที่ว่า ทาสระบบ ซึ่งหญิงคนนี้เคยพูดมาหนหนึ่งแล้ว				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน