สารภาพบาป(ตอนที่3เสนอเป็นตอนจบค่ะ)

สุชาดา โมรา

ห้าทุ่มกว่า...หนังจบลงด้วยความขนพองสยองเกล้า ใจยังเต้นรัวไม่หายและความรู้สึกบางอย่างยังคงค้างคา ทั้งสองเดินออกมาจากโรงหนัง แต่ทั้งเขาและเธอต่างก็ยังอิดออดที่จะล่ำลาจากกันในเวลาอันรวดเร็วเพียงนี้ จึงตกลงกันว่าจะไปหาร้านเล็กๆ เงียบๆ ที่เปิดเพลงเบาๆ นั่งดื่มกินและพูดคุยกันต่ออีกสักพัก รถเคลื่อนตัวออกจากที่จอดอย่างช้าๆ เหมือนอยากจะให้เวลาในคืนนี้ยืดยาวออกไปอีกนานเท่านาน ทั้งคู่ยังคงขับรถวนไปเวียนมาอย่างไร้จุดหมาย ด้วยต่างก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายตัดสินใจเลือกร้าน แต่กว่าจะไปถึงก็เสียเวลาขับวนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เขาสั่งเบียร์มากลั้วคอ ส่วนเธอสั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่อ่อนๆ นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะ ซักถามเรื่องส่วนตัวของกันและกันอยู่ได้ไม่นาน ก็จำใจต้องเช็คบิลเปลี่ยนไปร้านใหม่ ด้วยที่นั่นเปิดเพลงดังเกินกว่าที่จะพูดคุยกันรู้เรื่อง 
คราวนี้เธอเป็นฝ่ายเลือกร้านบ้าง มันเป็นร้านเล็กๆ บรรยากาศดีเหมาะแก่การนั่งคุยกัน เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว ทั้งร้านจึงเหลือพวกเขาอยู่เพียงโต๊ะเดียว ทั้งคู่พยายามหาเรื่องมาพูดคุยกันเพื่อทำลายความเงียบงันอันน่า อึดอัด แต่ในบางครั้งต่างก็ดิ่งลึกลงสู่โลกส่วนตัวภายใน พูดคุยกับตัวเอง ขบคิดถึงปมปัญหาบางอย่าง ใคร่ครวญและหาเหตุผลมาโต้แย้งกับสำนึกของตัวเอง ต่อสู้กับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในจิตใจ บางหนเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากันด้วยความบังเอิญ ต่างก็ยิ้มให้แก่กันอย่างเก้อเขิน ไม่นานนักก็ถึงเวลาต้องปิดร้าน จำใจจ่ายตังค์แล้วลุกเดินออกไปขึ้นรถ แต่แล้วด้วยอะไรบางอย่างที่ดึงดูดคนทั้งคู่ให้เข้าหากัน รถจึงเคลื่อนตัวออกไปโดยมีจุดหมายอยู่ที่ฟู๊ดแลนด์สาขาที่ใกล้ท ี่สุด โดยต่างก็หวังเพียงว่าอยากจะต่อเวลาให้ค่ำคืนนี้ยาวนานออกไปอีก แม้เพียงนิด...หลังจากจัดการกับอาหารมื้อกึ่งดึกกึ่งเช้าเสร็จ เขาและเธอก็กล่าวคำอำลาแก่กันในเวลาเกือบตีสี่ ก่อนนอนวันนั้นเขาได้รับเมสเสจจากเธอ เป็นการขอบคุณสำหรับหนังผีเรื่องนั้น เขากดอ่านมันด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วนอนหลับไปด้วยความรู้สึกสุ ขใจ...
เรื่องทั้งหมดน่าจะจบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง เมื่อโชคชะตากำหนดให้คนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเกี่ยวพันกันไม่ว่าจะในด้านไหน ต้องโคจรมาพบกัน ตกหลุมรักกันและกัน และต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือจิตวิญญาณส่วนที่ขาดหายไปของตัว เอง ถ้าหากเพียงแต่ว่าทั้งเขาและเธอจะไม่ได้มีคนรักอยู่ก่อนแล้วทั้ งคู่... หลังจากวันนั้นเขาและเธอยังคงนัดเจอ ไปกินไปเที่ยวดูหนังฟังเพลงด้วยกันอีกหลายครั้ง แต่ก็เป็นไปด้วยความรู้สึกคลุมเครือ กระอักกระอ่วนใจ มันทั้งสุขและทุกข์ระคนกัน เพราะต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นผิด มันเป็นการทำร้ายความรู้สึกของบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ ที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย...ครั้งหนึ่งเขาเคยเอ่ยถามเธอว่า เคยไหมเวลาที่อยู่กับใครบางคนแล้วมันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เธอนิ่งไป ก่อนตอบกับเขาว่า เคย...ตอนที่อยู่กับคุณไง ผมยังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี...
ช่วงนั้นเขาผ่านพ้นแต่ละคืนวันในชีวิตไปด้วยความยากลำบาก คืนแล้วคืนเล่าที่เขาเมามายหลับใหลไปอย่างไร้สติ เขาต้องรับมือกับความว้าวุ่น สับสน และทางออกที่ดูจะมืดมิดอับจน ในที่สุดเมื่อทนอยู่กับการหลอกลวงและความรู้สึกผิดในจิตใจต่อไป ไม่ไหว เขาจึงตัดสินใจพาผมก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งแห่งศีลธรรมอันดีงามทั้ งหลายทั้งปวง เขาฉีกกฎทุกกฎทิ้ง ขยี้ทำลายทุกกรอบเกณฑ์ความเชื่อลงจนป่นปี้เป็นผุยผงไม่มีชิ้นดี เขาหันหลังให้กับถ้อยคำประณามหยามหมิ่น ไม่แยแสกับสิ่งใดๆ รอบตัวอีกต่อไป เพื่อความรักแล้วเขายินดีสละได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต... 
เขาตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดกับคนรักของเขา หล่อนรับฟังด้วยน้ำตานองหน้า เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน นึกเกลียดตัวเองที่เป็นคนแบบนี้ ด่าทอโชคชะตาที่กลั่นแกล้งให้เขาต้องมาตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ขั นขื่น ที่ชักนำให้เขามาเจอเธอในเวลาที่สายเกินไป... ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็แยกทางกับคนรักของเขา เขาเลือกที่จะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองและซื่อสัตย์กับค นรักของเขาอย่างถึงที่สุด เพราะเขาไม่อยากที่จะหลอกลวงด้วยการอยู่กับหล่อนเพียงตัวแต่ใจไ ปอยู่กับคนอื่นอีกต่อไป...
แล้วเขาก็กลายมาเป็นคนเลวอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีครั้งไหนในชีวิตที่เขาจะเลวได้มากเท่านี้อีกแล้ว...เรื่อง น่าจะจบลงด้วยดีใช่ไหมครับ ถ้าหากเพียงแต่ว่าเธอคนนั้นจะตัดสินใจทำในแบบเดียวกันกับเขา... บอกเลิกกับคนรักเก่าหันมาคบกับเขา แล้วก็ครองรักกันไปตราบจนชั่วฟ้าดินสลายเหมือนอย่างในนิยาย...แ ต่...ฮะ ฮะ ฮะ...แน่นอนครับ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผมจะมานอนกองอยู่กับพื้น หายใจระรินอยู่อย่างนี้ได้ยังไง...เธอตัดสินใจอยู่เหมือนกันครั บ เพียงแต่คนที่เธอตัดสินใจบอกเลิกนั้น ไม่ใช่คนรักเก่าที่อยู่เมืองนอก แถมยังไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบสามปีแล้ว แต่กลับเป็น เขา ผู้ที่ยอมทิ้งทุกอย่างมา เพราะหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับเธอ
ฮะ ฮะ ฮะ...มันเป็นตอนจบที่โคตรจะสะใจผมเลยครับ คนเลวๆ อย่างเขาสมควรแล้วที่จะได้รับจุดจบแบบนี้ แต่แปลกแฮะ...คราวนี้ไม่เห็นว่าเขาจะร้องไห้ฟูมฟายเหมือนอย่างเ คย รู้สึกว่าแวบหนึ่งผมจะแอบเห็นรอยยิ้มในแววตาของเขาด้วยซ้ำไป ครั้งนี้ดูเขานิ่งและสงบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...เขากระซิบกับผ มว่ามันเป็นเรื่องของ ชะตากรรม และ การลงทัณฑ์ เป็นเวลาที่เขาจะต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้กับผู้หญิง คนอื่นๆ เขาว่ามันเป็นการลงโทษที่สาสมดีแล้ว เขาสมควรที่จะได้รับในสิ่งนี้ เขายังบอกอีกว่า เขาไม่นึกโกรธเธอคนนั้นหรอก เธอเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ทำทุกอย่างไปด้วยความไม่รู้ เธอเป็นเพียงเครื่องมือของใครบางคนในการลงโทษเขาเท่านั้น เขาชื่นชมในความรักอันยิ่งใหญ่ของเธอ เธอตัดสินใจถูกต้องแล้วที่เลือกคนรักเก่าแทนที่จะเป็นเขา เขายินดีไปกับเธอด้วย เขายังบอกกับผมอีกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะยอมให้กับมัน - ชะตากรรม... ชีวิตนี้เขาเกิดมา อาจจะยอมให้กับอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่มัน เขาไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อก้มหน้ายอมรับชะตากรรม...ก่อนที่จะหม ดสติไป ผมได้ยินเขาสบถออกมาเบาๆ เป็นครั้งสุดท้ายว่า..._uck Destiny ! 
ฮะ ฮะ ฮะ...ฮะ ฮะ ฮะ...ฮะ ฮะ ฮะ...นั่นล่ะครับ เรื่องราวของเขา...
ผมคือหัวใจของผู้ชายคนหนึ่ง...และผมกำลังจะตาย.
...................................................
* = ภาพยนตร์เรื่อง Legend of the Fall
** = ภาพยนตร์เรื่อง Waking Life
*** = เป็นเอก รัตนเรือง (บทสัมภาษณ์จากนิตยสาร Open ฉบับที่ 34)				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน