คิดจะรัก...ต้องพักรบ ( ตอนที่ 21 )

สุชาดา โมรา

เขาว่ากันว่ากาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ในรัก  ฉันก็เชื่อว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น...  เพราะฉันมีความฝันในหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องทำให้สำเร็จ  ฉันเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างหัวดื้อเกเร  แต่ก็เป็นคนที่เข้มแข็ง  กล้าและพร้อมที่จะลุยอยู่ทุกเมื่ออยู่แล้ว  งานวันนี้เราคงจะมุให้หนักเพื่อเคลียร์ทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดสิ้นก่อนที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องพี่ชายคนนั้นที่เขาไม่เคยคิดว่าเราเป็นน้องเลย  ไม่อย่างนั้นเขาจะกล้าที่จะโกงบริษัทได้ถึงขนาดนี้เหรอ...กัญญานึกในขณะที่เธอเดินมาแปรงฟันในห้องน้ำ  เธอยิ้มกับกระจกเงาบานใหญ่แล้วก็ก้มมองดูแหวนด้วยความภาคภูมิใจ
กัญญาลงมาทานอาหารมื้อเช้าพร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ  เขามาสะดุดที่หนังสือพิมพ์ของ  Pu.insine ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่เกริกไกรได้มาสัมภาษณ์เธอเมื่อคืนนี้กับคุณภูริ  เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นการพาดหัวข่าวที่ดีที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
เปิดใจหนุ่มเนื้อหอมเจ้าของ N.TV  กับสาวหน้าหวานนอกวงการ  คู่รักใหม่แห่งวงการบันเทิงซึ่งสร้างความฮือฮาไปทั่ววงการว่าสาวเจ้าเสน่ห์คนนี้คือใคร
เมื่อค่ำวานนี้คุณภูริได้ขอความรักจากเธอด้วยแหวนราคาประเมินค่าไม่ได้ให้กับเธอ  เป็นการขอหมั้นในห้องหนังสือธรรมชาติบ้านของว่าที่เจ้าสาวแสนสวยด้วยบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก
อ่านให้จบสิลูก  แม่ชอบคอลัมน์นี้มากเลย
โธ่คุณแม่  หนูเขินนะคะขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ
อ้าวแล้วจะถือหนังสือพิมพ์ไปไหนล่ะแหมทำเป็นเขิน  นี่ลูกอย่าลืมอ่านนิตยสารพูนะลูกแม่ขั้นหน้าของลูกเอาไว้ในรถน่ะ
กัญญายิ้มแล้วก็เดินไปยังรถ  เธอหยิบนิตยสารพูออกมาอ่านก่อนที่จะขับรถออกไปที่บริษัทซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บ้านในขณะที่คุณแม่ของเธอและแม่ประนอมแม่บ้านของเธอกำลังแอบยืนมองเธออยู่ที่ข้าง ๆ หน้าต่างด้วยท่าทางอิ่มเอิบใจ
มาแล้วคุณกัญญาขอถามหน่อยได้ไหมคะเอ่อเรื่องข่าวที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นลงเป็นเรื่องจริงเหรอคะ  แล้วคุณพบรักกันครั้งแรกที่ไหนคะ
นักข่าวมากหน้าหลายตาเข้ามารุมถามเธอจนเธอต้องชี้นิ้วเรียก ร.ป.ภ.ให้เข้ามาคุ้มกันเธอ  ร.ป.ภ.หลายคนจึงต้องวิ่งเข้ามากันนักข่าวกับเธอโดยที่เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเลย  ก่อนเธอจะเดินเข้าประตูของบริษัทนั้นเธอก็หันกลับมายิ้มกับนักข่าวแล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล
ลองกลับไปคิดดูนะคะและลองถามคุณภูริดูเถอะค่ะว่าข่าวนั้นมีมูลความจริงแค่ไหน  อ้อ!!!!  ฝากขอบคุณนักข่าวฝึกหัดที่ชื่อ  ชื่อ  อ๋อเกริกไกรด้วยนะคะที่ทำให้เราไม่ต้องโปรโมทเรื่องนี้กับผู้สื่อข่าว
กัญญาเดินขึ้นลิฟท์ไป  ทุกคนในลิฟท์ต่างก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน  เมื่อเธอก้าวออกจากลิฟท์พนักงานหลายคนลุกขึ้นสวัสดีพร้อมทั้งแสดงความยินดีกับเธอในคราวเดียวกัน
ยินดีด้วยนะคะ  ยินดีด้วยนะครับ
กัญญายิ้มกับพวกเขาก่อนที่จะเดินเข้าห้องเพื่อเข้าไปนั่งทำงานตามปกติ  เธอนั่งลงที่โต๊ะทำงานโดยไม่ได้สังเกตว่าคนที่นั่งหันหลังให้เธอซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของคุณวจีคือใคร
	ยินดีด้วยนะกัญญากับเรื่องความรักพี่ขอแสดงความดีใจด้วย
ท่าน สส.ธนิต!!!!  กัญญาร้องขึ้นด้วยความตกใจ  สส.ธนิตค่อย ๆ หมุนเก้าอี้หันมามองเธอแล้วก็ยิ้มแปลก ๆ ทำให้เธอรู้สึกกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
ท่านเลยเหรอ  ทำไมต้องเรียกซะน่าเกลียดขนาดนั้นด้วยล่ะ  ในเมื่อเราเองก็เป็นพี่น้องที่แทบจะคลานตามออกมาด้วยซ้ำ
บ้าน่าคุณพ่อมีฉันเป็นลูกคนเดียว  คุณจะมาพูดจามั่ว ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ  กัญญาแกล้งพูดทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าเขาเป็นพี่ชายเธอ  แต่เธอต้องการอยากจะรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าเธอไม่รู้เรื่องนี้เลยอีกอย่างเธอก็อยากจะรู้ว่าสิ่งที่ใครหลายคนพูดกันนั้นมีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน
นี่อย่าบอกนะว่าแม่ของเธอไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลยตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีเนี่ย
กัญญาได้แต่ส่ายหน้าและจ้องมอง สส.ธนิตที่กำลังเดินวนไปวนมาในห้องทำงานของเธอพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง
ในเมื่อเธอไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร  งั้นก็ดีฉันจะได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่าฉันเป็นลูกที่ถูกลืมถึงขนาดวันเผาฉันยังไม่มีสิทธิ์ที่จะย่างก้าวเข้าไปเผาด้วยเลยมันน่าเศร้าไหมล่ะแม่น้องสาวสุดสวย
มีหลักฐานอะไรมาแสดงหรือเปล่าฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าคุณพ่อจะไม่บอกฉันเรื่องฉันมีพี่ชาย
มีสินี่ไง
สส.ธนิตหยิบบัตรประชาชนซึ่งมเป็นนามสกุลเดียวกันกับเธอออกมาให้เธอดูพร้อมทั้งรูปถ่ายซึ่งเป็นภาพเมื่อครั้งเป็นเด็กของเขากับคุณพ่อออกมาให้เธอดู  เธอถึงกับอึ้งน้ำตาไหลทีเดียว
นี่หมายความว่าคุณเป็นพี่จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ
ใช่คุณพ่อเคยกอดเคยอุ้มพี่  เคยดูแลเอาใจใส่พี่เมื่อครั้งเป็นเด็ก  แต่นั่นก็นานมาแล้ว  พอท่านเลิกกับแม่ของพี่  ท่านก็มีเมียใหม่แล้วก็ลืมพี่ไว้เบื้องหลัง  ท่านได้แต่ส่งเสียเงินทางให้เราอยู่ดีกินดีเท่านั้นเอง  แล้วก็ลืมว่าพี่เป็นลูกของท่านไปเสียแล้วพี่กลับมาในวันนี้เพื่อที่จะทวงถามสิทธิ์อันชอบธรรมของพี่ที่ได้สูญเสียไปมานานเกือบจะ 30 ปี  พอ ๆ กับอายุของเธอเลยก็ว่าได้
แล้วคุณจะเอาไงเรามาช่วยกันบริหารบริษัทเอาไหมเพราะยังไง ๆ ครึ่งนึงนี่ก็เป็นของคุณจนกว่าจะถึงวันเปิดพินัยกรรมในอีก 2 ปีข้างหน้า  ซึ่งจะต้องไม่มีคนใดคนหนึ่งหายไปไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถเปิดพินัยกรรมนั้นได้  เพราะต้องรอจนกว่าคน ๆ นั้นจะกลับมา
ไม่เห็นคุณทนายมานพบอกเลยเธอโกหก
ฉันจะโกหกไปทำไมจุดประสงที่คุณพ่อทำแบบนั้นฉันก็เพิ่งรู้วันนี้นี่เองว่าคุณพ่ออยากให้เรารู้จักกัน  คุณพ่อต้องการให้เราร่วมกันบริหารบริษัทให้ไปด้วยดีไม่ใช่ในทางที่เลวลง  ไม่ใช่นั้นคุณพ่อท่านคงนอนตายตาไม่หลับ
กัญญาฉลาดพูดเอาตัวรอด  เธอพูดเพื่อดักคอเขาเพื่อไม่ให้เขาคิดทำร้ายเธอและก็แม่ของเธอก่อนที่จะถึงวันเปิดพินัยกรรม  และเธอยังต้องการให้เขาล้มเลิกในสิ่งที่กำลังทำอยู่ซึ่งจะนำพาผลร้ายมาสู่บริษัท  เธอจึงใช้กลยุทธและจิตวิทยาในการพูดเพื่อให้เขาหันมาช่วยเธอบริหารบริษัทแทนการโกงบริษัททำให้ สส.ธนิตยืนคิดอยู่นานจนกระทั่งคุณวจีเดินเข้ามาในห้องทำงาน
ทำอะไรอยู่คะ  รู้สึกว่าบรรยากาศจะเครียดเป็นพิเศษนะคะ  คุณวจีพูดขึ้น
ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  คือพี่ชายของฉันเขาจะมาช่วยเราพัฒนาบริษัทเพื่อคุณพ่อน่ะค่ะ
กัญญาพูดขึ้นแล้วก็ยิ้มอย่างคนจริงใจทำให้  สส.ธนิตเห็นความอ่อนโยนและความไร้เดียงสาของเธอที่บ่งบอกบนสีหน้าอันอ่อนเยาว์ของเธอแล้วถึงกับเปลี่ยนความคิดโอ่นอ่อนต่อน้องสาวที่ไม่เคยจะคุยหรือรู้จักกันเลยสักนิด
หมายความว่าคุณจะเข้ามาช่วยคุณกัญญาที่บริษัทอย่างนั้นเหรอ  แล้วงานของผู้แทนฯ ล่ะคุณจะไม่สนใจเลยเหรอ  
คุณวจีถามขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ  และแสดงความสนิทสนมออกมาจนกัญญารู้ได้ว่าคุณวจีหลอกลวงเธอมาตลอด  คุณวจีก็เป็นตัวอันตรายคนหนึ่งที่พยายามจะกอบโกยผลประโยชน์จากบริษัทไปเช่นกัน
ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเข้ามาช่วยเธอในเบื้องหลัง  ส่วนเบื้องหน้าก็ยังคงทำงานรับใช้ประชาชนอยู่โดยให้น้องสาวคนนี้ช่วยหนุนหลังพี่ชายไม่ให้ล้ม  และพี่ชายคนนี้จะมาช่วยในส่วนที่น้องสาวทำไม่ได้และเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คู่แข่งเข้ามาแทรกซึม
สส.ธนิตพูดขึ้นพร้อมกับขยี้หัวห้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู  สายเลือดเดียวกันยังไง ๆ ก็ต้องรักกันถึงแม้ว่าจะต่างแม่กัน  ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  แต่ถ้าพี่ชายรู้ว่าน้องสาวเป็นคนดี  พี่ชายก็ไม่อยากจะทำร้ายน้องสาวหรอกทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยทำร้ายบริษัทมานานถึง 5 ปีก็ตามกัญญานึก
กัญญาไม่พยามที่จะตรวจสอบบัญชีย้อนหลังอีกแล้วเพราะเธอไม่อยากจะรื้อฟื้นความหลังเพื่อไม่ให้พี่ชายไม่สบายใจ  เธอยอมให้พี่ชายเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกันกับเธอ  แต่เขาไม่มาเพราะเขาไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโลกส่วนตัวของน้องสาวแต่เขาขอมาช่วยงานในบริษัทเป็นบางครั้งบางคราวจนกระทั่งงานในไตรมาศนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
นักข่าวมากหน้าหลายตาพยายามเข้ามาขอสัมภาษณ์เธอเกี่ยวกับเรื่องความรักและคุณภูริจนเวลาล่วงเลยมา 3 เดือนแล้วนักข่าวก็ยังคงอออยู่ที่หน้าประตูบริษัทอย่างหนาแน่น  แม้กระทั่งหน้า N.TV  ก็ยังคงมีนักข่าวเข้ามาออขอสัมภาษณ์เป็นการใหญ่  แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ออกมาโต้ข่าวกับนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นลงไปเลย  ทำให้นิตยสารของพูทำยอดขายติดอันดับจนคุณภูริต้องมีโครงการทำหนังสือเกี่ยวกับความรักของเขาและเธอเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คส์ออกมาวางจำหน่ายเพื่อตีขนาบกับนิตยสารพูจนหนังสือขายดิบขายดีเป็นอย่างมาก
เกริกไกรได้เข้ามาร่วมงานกับคุณภูริ  เขาเรียนรู้งานของบริษัทหลายอย่างทั้งเรื่องการทำหนังสือ  วารสาร  นิตยสาร  หนังสือประเภทบันเทิง  สารคดี  บทความ  และข่าวต่าง ๆ รวมทั้งงานทางด้านทีวี  ซึ่งเขาก็ทำได้ด้วยดีและได้ออกหนังสือเกี่ยวกับความรักและผลงานสุดยอดการทำข่าวของเขาออกมาวางจำหน่ายในนามของบริษัทของคุณภูริจนทำให้ชื่อเสียงของ N.TV  ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศเลยทีเดียว จนใคร ๆ ก็อยากจะได้นักข่าวมือหนึ่งคนนี้ไปทำข่าวทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
ลีลาการอ่านข่าวของเขาก็ไม่เบา  เป็นลีลาสนุกสนานพร้อมกับลีลาดุเด็จเผ็ดมันครบรส  ซึ่งเป็นแนวการอ่านข่าวที่ไม่ซ้ำใครออกมาเผยแพร่ทำให้สำนักข่าวหลายช่องต้องการจะซื้อตัวเขาไปทำข่าวและเป็นพิธีกรแต่เขาก็ไม่ไป  เขายังคงยืนกรานที่จะอยู่ N.TV  กับคุณภูริผูเซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักข่าวที่ดังก้องฟ้าอยู่อย่างนี้ตลอดไป
..21.
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามผลงานมาโดยตลอดค่ะ				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน