ตชด.ที่รัก 1

ลิลิต

ผู้หมวดหนุ่มกำลังเดินตรวจที่พักนอนและหลุมบังเกอร์รอบ ๆ ฐานปฏิบัติการเมื่อตอนเช้ามืด เห็นลูกน้องหลายคนตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา บ้างกำลังทำความสะอาดปืนประจำกายกันอย่างขะมักเขม้น บ้างกำลังดื่มกาแฟร้อน ๆ และนั่งพูดคุยกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ ความอ่อนเพลีย ความเหนื่อยหล้า ปรากฏให้เห็นในแววตาของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน สภาพชีวิตที่ต้องมาทุกข์ทน นอนกลางดินกินกลางป่า เนื่องเพราะเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทำให้คนเหล่านั้นมีแต่ความเคร่งเครียด แต่พวกเขาก็ไม่เคยปริปากบ่นออกมาให้ได้ยิน อากาศยามเช้ามันเย็นยะเยือก ขนาดใส่เสื้อแจกเก็ตตัวหนาห่อหุ้มร่างกาย แต่ความหนาวมันก็แหวกเข้าไปกระทบเนื้อให้หนาวสั่นระรัวได้ ด้านหลังเป็นเทือกเขาบูโด แลสูงตระหง่าน ถ้าไม่มีเรื่องราวเหตุการณ์การก่อการร้ายที่น่าสะพึงกลัวในพื้นที่     ภูเขาและป่าผืนนั้นมันจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามทีเดียว 
       ตอนเจ็ดโมงเช้า  เมื่อพวกเขารับประทานอาหารเช้ากันเสร็จ เขาซึ่งเป็นผู้บังคับหมวดได้เรียกกำลังพลมาเข้าแถวเพื่อชี้แจงภารกิจ แบ่งสายลูกน้องออกไปปฏิบัติการตามที่ผู้บังคับบัญชาเบื้องบนได้มอบหมายไว้ให้ นั้นคือภารกิจการรักษาความปลอดภัยคุ้มครองครูตามเส้นทางจากบ้านพักเพื่อไปสอนนักเรียนยังโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่สีแดงในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ 
     เขากับลูกน้องนั่งรถยนต์กระบะโฟวิลสี่ประตู ออกจากฐานปฏิบัติการไปในตัวอำเภอซึ่งเป็นบ้านพักครู เพื่อไปรับครูไปยังโรงเรียนต่าง ๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นชุดปฏิบัติการคุ้มกันอยู่ที่โรงเรียนจนกว่าจะเสร็จภารกิจ ตอนเย็นเมื่อเลิกเรียนแล้วก็มีหน้าที่คุ้มกันครูมาส่งที่บ้านพัก เป็นประจำทุกวัน เขากับพวกต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในภารกิจนี้ เพราะถ้าไม่ระมัดระวัง มีการประมาทเลินเล่อ เกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ชีวิตของครูแม่พิมพ์ของชาติก็จะต้องมีอันตรายเกิดขึ้นได้ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลาย ๆ ครั้ง ระหว่างทางซึ่งเป็นถนนลาดยางริมถนนเป็นป่ารกทึบ สลับกับสวนยางพารา,สวนลองกอง และสวนเงาะ ปกคลุมอยู่สองข้างทาง มีบ้านชาวบ้านอยู่ห่างกันเป็นระยะ ๆ เมื่อคราใดที่ขับผ่านตลาดซึ่งเป็นเขตชุมชนใจของเขาก็ชื้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะที่ชุมชนมีชาวบ้านอาศัยอยู่มาก คนร้ายน่าจะไม่มาลอบทำร้ายพวกเขา แต่ก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะที่ที่ปลอดภัยที่สุด อาจจะเป็นที่ที่อันตรายที่สุด เพราะเมื่อพวกมันทำอันตรายในเส้นทางเปลี่ยวไม่ได้ เพราะมีการตรวจตราอย่างเส้นทางอย่างละเอียด พวกมันอาจจะกลับมาซุ่มในเขตชุมชน ถึงแม้ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบโดนลูกหลง พวกมันก็คงจะไม่สนใจ เพียงแค่ให้ได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เพียงพอแล้ว  เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับครูและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ โดยส่วนมากจะถูกผู้ก่อความไม่สงบซุ่มยิง หรือวางกับระเบิด ขณะเดินทางไปส่งครูที่โรงเรียน แต่แม้ว่าครูทุกคนจะมีความหวาดกลัว แต่ครูก็ไม่ได้ย่อท้อ เพราะความจำเป็น และหน้าที่มันบังคับ นึกถึงภาพนักเรียนตัวน้อย ๆ กำลังคอยครูไปสอนอยู่ที่หน้าโรงเรียนอย่างใจจดใจจ่อทุกเช้าแล้ว ความหวาดกลัวนั้นก็ไม่อาจมาขวางกั้นคุณครูไม่ให้ทำหน้าที่ได้ 
    เมื่อเคารพธงชาติเสร็จแล้ว เขากับพวกอีก ๒-๓ คน ก็จะออกลาดตระเวนหาข่าวในหมู่บ้านใกล้ ๆ โรงเรียน เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงนักเรียนจะพักกินอาหารกลางวันตามโครงการอาหารกลางวันที่โรงเรียนจัดให้ เขากับพวกก็จะมาร่วมรับประทานอาหารเที่ยงพร้อมกับครูที่ห้องประชุม ครูใหญ่ดูเป็นคนใจดี เป็นคนในพื้นที่ เขาเป็นคนพุทธซึ่งเป็นคนส่วนน้อยในหมู่บ้านนี้ อีกปีเดียวครูใหญ่ก็จะเกษียณแล้ว ส่วนครูที่เหลือทั้งหมดเป็นคนนอกพื้นที่ บางคนมาจากจังหวัดอื่น ๆ ของภาคใต้ มีครูเพ็ญ คนเดียวเท่านั้น ที่เป็นคนภาคกลาง และเป็นครูคนใหม่ล่าสุดของโรงเรียนในอำเภอนี้ ครูทุกคนอยู่กันแบบไม่ประมาทต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เพราะในพื้นที่มีเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับครูอยู่เป็นประจำ ครูและเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกทำร้ายถูกลอบฆ่าจากผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งในแต่ละปีมีมากมายจริง ๆ ช่วงหลังมานี้แม้แต่พระภิกษุ ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม มันก็ไม่เคยละเว้น 
      ชุดคุ้มครองครู ซึ่งเป็นตำรวจชั้นประทวนนั้น หลายคนเป็นคนในพื้นที่ เว้นแต่ผู้หมวดหนุ่มหัวหน้าชุด เขาจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่นล่าสุด ได้รับการบรรจุเป็น ตำรวจตระเวนชายแดน ( ตชด.) สังกัดตำรวจพลร่ม ชุดรบพิเศษ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งส่งเขามาเป็นผู้บังคับหมวดเพื่อปฏิบัติภารกิจครั้งแรกที่นี่ ได้สักประมาณ ๕ เดือน ตั้งแต่ฟังข่าวเรื่องราวของครูจูหลิง และสองนาวิกโยธินที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้ว เขาตัดสินใจเลือกที่จะลงบรรจุเป็น ตชด. เพื่อจะสมัครใจมาที่นี่ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของครอบครัวทางบ้าน แต่ก็ไม่อาจทัดทานความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขาได้ ทั้ง ๆ ที่เขามีสิทธิเลือกที่จะลงในเขตนครบาล หรือเมืองศิวิไลซ์ นั่งทำงานในห้องแอร์สบาย ๆ แต่เขาคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตวัยหนุ่ม มันสมควรจะทำงานทดแทนคุณแผ่นดิน ไปรับใช้ชาติ และจะได้ไปศึกษาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันเป็นอย่างไรกันแน่ 
       พวกเขาทั้งหมดนั้นเปรียบเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีแต่ความสนิทสนม มีความห่วงหาอาทร ห่วงใยซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา ผู้ปกครองนักเรียนทุกคนก็มีความเป็นกันเอง ช่วยเหลือทางโรงเรียนมาตลอด ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้ปกครองอยู่กันแบบฉันท์พี่น้อง ไม่เคยมีปัญหากันแต่อย่างใด แต่ระยะหลัง ๆ ก็มีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นมา สังเกตเห็นได้ว่ามีผู้ปกครองนักเรียนบางคน มักไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนเหมือนแต่ก่อน โดยบางคนแสดงอาการเฉยชากับพวกครู และเจ้าหน้าที่ของรัฐออกมาให้เห็นโดยไม่ทราบสาเหตุ
     ผู้หมวดกับพวกทานข้าวมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เขากำลังนั่งคุยกับครูใหญ่ และครูเพ็ญ ที่ม้าหินอ่อนข้างอาคารเรียน ครูใหญ่ได้พูดแซวเขากับครูเพ็ญว่า คนหนึ่งเป็นตำรวจหนุ่มไฟแรง อีกคนเป็นครูสาวสวยมีความรู้ความสามารถ มาบรรจุในเวลาใกล้เคียงกันที่อำเภอนี้ ดู ๆ แล้วเหมาะสมกันดี และพูดเป็นนัย ๆว่าอาจจะเป็นเนื้อคู่มาพบเจอกันก็ได้ เพราะทั้งคู่มีพื้นเพเดิมเป็นคนภาคเดียวกันอีกต่างหาก คำพูดแซวของครูใหญ่ทำให้เขาและเธอเขินอาย ฝ่ายหญิงหน้าแดงก่ำเหมือนลูกตำลึงสุก ดู ๆ น่ารักยิ่งนัก นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ลูกน้องของเขาก็เคย     แซวแบบเดียวกันมาก่อน และคอยเชียร์ให้ทั้งคู่มีอะไรกันจริง ๆ ส่วนฝ่ายครูเพ็ญก็ใช่น้อยหน้า พี่ ๆ เพื่อน ๆ ครูก็คอยส่งเสียงเชียร์กันอย่างออกหน้าออกตา จนทั้งคู่ต้องอึดอัดวางตัวไม่ถูก  จากที่เคยพูดคุยกันอย่างปกติ หยอกล้อเล่นกันเหมือนกับพี่น้อง ต้องมาทำตัวเหนียม ๆ ในบางครั้ง แต่ในใจของทั้งเขาและเธอ กลับเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 
    เจ้าตัวน้อยจอมซน ชื่ออะหมัด อยู่ชั้นประถม ๔ ชั้นเรียนของครูเพ็ญ แกเป็นเด็กน่ารักช่างพูดช่างจา ชอบเข้ามาพูดเล่นกับเขาอยู่เป็นประจำ 
   “ น้าหมวดครับ …ปืนของน้าหมวดสวยจัง เขาเรียกว่าปืนอะไรครับ “ อะหมัด ถามขึ้นอย่างไร้เดียงสา  คำพูดของเด็กน้อย เป็นสำเนียงภาคกลางปนภาษายาวี ดังกระท่อนกระแท่น ทำให้เขานึกยิ้ม
   “ ทำไมหนูชอบหรือครับ “
   “ ครับ ผมชอบ ผมเคยเห็นปืนมีแต่สีดำ ๆ   แต่ของน้าหมวดทำไมสีขาวแวววาว แปลกดีครับ “
    เขาหัวเราะ ไม่ได้คิดอะไรมาก และไม่ได้ถามด้วยว่า หนูเคยเห็นปืนสีดำที่ไหน เพราะในพื้นที่นี้ เด็กทุกคนได้ยิน ได้เห็นในสิ่งเลวร้ายมาเกือบทุกวัน  ไหนจะเป็นกลิ่นเลือด ควันระเบิด เสียงปืน คนตาย และคนบาดเจ็บ จิปาถะ นึก ๆ แล้วสงสารพวกเด็ก ๆ พวกนี้ ที่ต้องมาอยู่ มาเรียนหนังสือในสภาพที่เหมือนอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง ไหนโรงเรียนจะเคยถูกเผาจนต้องหยุดเรียน ก็เคยเห็น เคยประสบมาแล้ว
    “ เขาเรียกว่า ปืนแมกกาซีน ขนาด ๑๑ มม. แบบแสตนเลส “ เขาบอกอะหมัด ไม่ได้คิดว่าเขาจะเข้าใจที่เขาบอกหรือไม่  เพราะดู ๆ แกก็ยังเด็กมากนักที่จะเข้าใจในเรื่องเหล่านี้
   สำหรับเด็กชายอะหมัด เป็นนักเรียนที่เป็นที่รักของครูทุกคน โดยเฉพาะเป็นคนโปรดของครูเพ็ญ มะแอพ่อของอะหมัดก็เคยมาช่วยครูใหญ่ทำงานที่โรงเรียน และเคยพูดคุยกับครูเพ็ญ และผู้หมวดอย่างสนิทสนม โดยได้ฝากอะหมัด กับครูเพ็ญ ช่วยดูแลด้วย เพราะมันเป็นเด็กกำพร้าแม่ มาตั้งแต่เล็ก ตอนพักเที่ยง และเวลาว่าง อะหมัดแกจะมาช่วยครูเพ็ญ ทำงาน เก็บข้าวของอยู่เป็นประจำ แล้วแกมักจะสอนภาษายาวีให้ครูเพ็ญ พูดตาม จนครูเพ็ญพูดภาษายาวีได้และสามารถสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้บ้างแล้ว 
     เพราะอะหมัดเป็น เด็กตัวเล็ก รูปร่างแบบมะขามข้อเดียว ผิวดำ จมูกโด่ง ตาคมขำ เหมือนเด็กมุสลิมทั่ว ๆ ไป  ครูเพ็ญ จะเรียกแกว่า “ ไอ้ตัวเล็ก “
     แม้ไอ้ตัวเล็ก อะหมัด จะเป็นบุคคลสำคัญสำหรับคนหลายคน แต่แกก็กลายเป็นคนสำคัญสำหรับผู้หมวดหนุ่ม อย่างมาก ๆ  เพราะแกเป็นคน ที่ทำให้เขาได้สนิมสนมกับครู ชาวบ้าน  และครูเพ็ญ ได้มาก และเร็วยิ่งขึ้น
    “ มาแก นาซิ ….แปลว่า   กินข้าว..” อะหมัด สอนให้เขาพูด โดยครูเพ็ญ นั่งยิ้ม อยู่ข้าง ๆ ทำไม่นะตอนนี้ เมื่อครูคนสวย ได้อยู่ข้าง ๆ ผู้หมวดหนุ่ม ความหวาดกลัวทีครูเคยมีมาก่อน กลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง
    “ สดาดู แปลว่า ตำรวจ “ อะหมัดเอ่ยขึ้น เขาก็พูดตามอะหมัด ไปทีละคำ โดยหันไปถามครูเพ็ญ ว่า เข้าใจภาษายาวีที่อะหมัด บอกหรือไม่    ครูเพ็ญ พยักหน้าหงึก ๆ 
    “ ก็พอจะพูดได้หลายประโยค ค่ะ ถ้าพูดเร็ว ๆ และมีคำยาก ๆ ก็จะไม่ค่อยเข้าใจมากนัก “				
comments powered by Disqus
  • ฉางน้อย

    7 พฤศจิกายน 2551 18:53 น. - comment id 102315

    พี่ลิลิตๆๆ....ฉางน้อยอยากเรียนรู้ภาษายาวีค่ะ   
    
    พูดจริงๆนะคะไม่ได้พูดเล่น น่าสนใจจังคะ 
    
    เพื่อนฉางน้อยอยู่ที่ปัตตานีด้วย นราธิวาสด้วยนะคะพี่ 
    
    41.gif41.gif41.gif
  • ลิลิต

    7 พฤศจิกายน 2551 20:19 น. - comment id 102318

    บอกฉางน้อยตรง ๆ ว่าพี่ก็ไม่ถนัดภาษายาวี...
    อะไรมากหรอก..ถนัดแต่ภาษาราวี..อิอิ
    
    ที่เขียนมาทั้งหมด ก็โทร.ถามพวก เขามาอีกทีหนึ่ง.....ถ้าผิดพลาดไป ยังงัย ๆ ก็ขออภัยด้วย..
  • ฉางน้อย

    7 พฤศจิกายน 2551 20:51 น. - comment id 102320

    17.gif.....อ่าวววว.....แล้วกันนิพี่บาว อิอิ
    
    ไม่พรือๆๆ ไม่ว่ากันคะ ... แค่รู้สึกว่าน่าจะสนุกไงคะ เรียนรู้ภาษาอื่น
    
    65.gif74.gif
  • แก้วประภัสสร

    8 พฤศจิกายน 2551 18:25 น. - comment id 102325

    มาแก..นาซิ..ทานข้าวกันก่อนค่ะ
    แล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาอ่านภาคสองนะคะ
    
    11.gif36.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน