21 ตุลาคม 2548 22:52 น.

ฝนในใจ

เรไร


เ สี ย ง ห วี ด ห วิ ว ดั ง ก้ อ ง ทั่ ว ท้ อ ง ฟ้ า

ส า ย ล ม พ า เ ม ฆ ป ลิ ว ล ะ ลิ่ ว ไ ห ล

ดู มื ด ค รึ้ ม ดั่ ง สิ้ น แ ร ง แ ส ง อุ ทั ย

ค ว า ม ส ว่ า ง ก ร ะ จ่ า ง ใ ส ค ล้ า ย ลั บ ล า


เห มื อ น ใ น ใ จ ด ว ง นี้ ที่ มื ด มิ ด

ดั่ ง ด ว ง จิ ต ติ ด ห้ ว ง บ่ ว งโ ห ย ห า

ด ว ง ก ม ล ห ม่ น เ ศ ร้ า เ ห ง า เ รื่ อ ย ม า

ป ร า ร ถ น า ใ ห้ ฝ น พ รำ ฉ่ำ ฤ ดี


ม า ช ะ ล้ า ง ทุ ก ข์ ต ร ม ที่ ข ม ขื่ น

ค ว า ม ก ล้ำ ก ลื น เ ลื อ น ห า ย ล ะ ล า ย ห นี

ใ ห้ เ อ่ อ ล้ น ล้ า ง ใ จ ไ ป เ สี ย ที

ทุ ก ข์ ท วี ไ ห ล ผ่ า น ธ า ร  น้ำ ต า
				
20 ตุลาคม 2548 22:30 น.

กระต่ายกับเต่า

เรไร


เจ้ากระต่ายป่า
กำเนิดเกิดมา................เขาว่าว่องไว
กระโดดโลดเต้น............เช้าเย็นร่ำไป
อยู่กลางพงไพร..............หาใครเทียมทัน

แม้ราชสีห์
หมายเอาชีวี..................ทุกวี่ทุกวัน
กลับหยิ่งผยอง...............ลำพองว่าฉัน
ผู้ใดไหนกัน..................ไล่ทันมิมี

อยู่มาวันหนึ่ง
กระโดดไปถึง.................ริมบึงวารี
เห็นเต่าเชื่องช้า..............ไปหาทันที
พร้อมเอ่ยวจี...................เจ้านี้เป็นใคร

เจ้าเต่าต้วมเตี้ยม
กระต่ายมาเยี่ยม.............จำเจียมตัวไว้
จึงเอ่ยตอบถ้อย...............ข้าน้อยเต่าไพร
ถิ่นอยู่อาศัย.....................ตรงใกล้ลำธาร

กระต่ายเห็นช่อง
จึงท้าประลอง....................แล้วมองเลยผ่าน
เห็นเต่าเชื่องช้า...............ไปมาต้องคลาน
ท้าอย่างหน้าด้าน...............จะให้เต่าอาย

เต่าไพรก็รู้
เพราะถ้าหากสู้..................อดสูแพ้พ่าย
ไม่อยากมีเรื่อง..................ให้เคืองใจกาย
แข่งกับกระต่าย.................เป็นไงเป็นกัน

พวกสัตว์ใหญ่น้อย
ทั้งหมดก็พลอย..................คอยดูแข่งขัน
กระต่ายวิ่งลิ่ว.....................ตัวปลิวเร็วพลัน
ส่วนเจ่าเต่านั้น..................ค่อยคลานตามมา

เต่ากับกระต่าย
แข่งกันแทบตาย................ที่หมายหวังคว้า
เจ้านกเล่นลม....................บินชมนภา
มองจากฟากฟ้า..................ผ่านมาพอดี

เกิดความสงสัย
จึงถามออกไป.....................เรื่องไรกันนี่
ใยถึงต้องแข่ง.....................แก่งแย่งชิงดี
ทำกันอย่างนี้......................ประโยชน์อันใด

รีบห้อตะบึง
แข่งกันไปถึง......................หมายซึ่งหลักชัย
ถ้าหากชนะ..........................แล้วจะทำไง
แพ้เสียอะไร......................ไม่เข้าใจเลย



ทำไมถึงจักต้อง..................แข่งขัน เพื่อนเฮย
เพื่อสิ่งใดไหนกัน..............อยากรู้
ต่างหาญหักโรมรัน.............หวังพิฆาต
น่าอนาถต่างต่อสู้................เพื่อได้ สิ่งใด

เมื่อต่างความคิดแล้ว..........ต่างทาง ต่างเดิน
มีจุดหมายที่วาง..................ไขว่คว้า
ลืมเสียที่เคยหมาง..............ในจิต
ต่างแสวงสวรรค์ชั้นฟ้า.......พบแล้ว เป็นไง



หันหน้าไปคนละทาง
สร้างดาวกันคนละดวง
ช่วงชิงไปสู่สรรค์ 
ใครไม่ทันเป็นคนหลงทาง

กระต่ายกับเต่า
                      คาราวาน				
16 ตุลาคม 2548 23:58 น.

ลังเล

เรไร


เคยตั้งจิตแน่วแน่มิแปรผัน
ความผูกพันฉันเธอมิเผลอไผล
คำสาบานร่วมกันสัญญาใจ
ว่าจะไม่เลือนลับกับเวลา

แต่เพียงชั่วประเดี๋ยวก็เคี้ยวคด
เธอลืมหมดสิ้นสวาทปรารถนา
ทิ้งไว้เพียงรอยคราบอาบน้ำตา
จนเหว่ว้าไร้คู่อยู่ลำพัง

เป็นคนขาดความมั่นใจในชีวิต
มั่วครุ่นคิดจิตสลดจนหมดหวัง
ตัดสินใจสักคราละล้าละลัง
จะนอนนั่งยังสับสนกระวนกระวาย

บางครั้งดูเซ่อซ่าทำหน้าโง่
ยามอดโซหน้านิ่วหิวกระหาย
เลือกไม่ถูกแม้อาหารทานกันตาย
มีหลากหลายใต้เหนือเหลือคณา

น้ำพริกอ่องแกงโฮ๊ะ..โอ้น่าลิ้ม
อยากจะชิมจอผักกาดเป็นหนักหนา
ทั้งข้าวซอยลาบหลู่ดูเตะตา
ล้วนแต่น่ารับประทานอาหารไทย

นั่นแกงเหลืองแกงไตปลาน่าจะเผ็ด
คงรสเด็ดกลัวลิ้นกินมิไหว
คั่วกลิ้งหมูคงแซบแสบทรวงใน
อาหารใต้มองปั๊ปน่ารับทาน

นั่นแจ่วบองผักแนมแกล้มข้าวจี่
ลาบก็มีหลายหลากภาคอีสาน
 ทั้งปลาส้มปลาร้ามีมานาน
 โน่นตับหวานหม่ำหมูดูน่ากิน

ขนมจีนแกงไก่ใส่มะเขือ
พะแนงเนื้อชิมสักหน่อยอร่อยลิ้น
มั่สมั่นแกงหรูหมูเป็นชิ้น
อาหารถิ่นภาคกลางอย่างไทยไทย

ยังลังเลเรรวนป่วนจิตแท้
ล้วนแล้วแต่เลิศรสอดมิไหว
น่าอร่อยหากทานสำราญใจ
เลือกอย่างไรคิดมิตกอกระทม

ภาคละวันนั้นหนอก็พออิ่ม
ค่อยค่อยชิมกันไปใจสุขสม
ไอ้โน่นนิดนี่หน่อยค่อยรื่นรมย์
คำพูดข่มคงหยุดยั้งเลิกลังเล
				
15 ตุลาคม 2548 21:36 น.

นิรันดร์

เรไร


..๏ แม้เลือกกำเนิดกาย.............สิจะหมายลิขิตว่า
ขอเคียงภิรมย์พา................ก็เพราะปรารถนานาง
	
..๏ หากเจ้าประดุจจันทร์...........ณ สวรรค์นภาภางค์
ส่องแสงสว่างพลาง..............ขณะฉันก็เป็นดาว

..๏ เรียงรายสถิตข้าง................และกระจ่าง ณ กลางหาว
น้อยนิดกระพริบพราว.........ผิว์สกาวมิห่างกัน

..๏ เจ้าเป็นวิหคเหิน.................กวะเพลินดำเนินฝัน
ฉันเป็นพระพายพลัน..........จะระบัดและพัดไป

    ..๏ สู่ฝันพิลาสแพร้ว.................มุติแน่วจะหนไหน
  สุดฟ้านภาลัย.....................ปฐวีนทีธาร

    ..๏ เพียงฉันลิขิตได้..................หฤทัยและวิญญาณ
 เคียงเจ้านิรันดร์กาล.............รติมั่นสถาพร ๚ะ๛  
				
14 ตุลาคม 2548 22:29 น.

แค่หัวใจ

เรไร


ก่อนเธอกอดฉัน
หัวใจเธอนั้น.............กอดกันกับใคร
สัมผัสเพียงร่าง.........อ้างว้างหัวใจ
ที่อยู่ข้างใน................มอบให้ใครกัน

นิยามความรัก
คงได้ประจักษ์...........เจ็บนักชักหวั่น
เวลานี้อยู่....................คลอคู่เคียงมั่น
เป็นได้กี่วัน.................เหมือนฝันนิททรา

ดั่งน้ำค้างพราว
ในคืนเหน็บหนาว.......เกาะขาวยอดหญ้า
รอตะวันฉาย...............ประกายเจิดจ้า
เผาผลาญพัดพา...........ร้างลาจากจร

เท่าที่ทำได้แค่..................เพียงรอ
มิคร่ำครวญร้องขอ.........เหนี่ยวรั้ง
ได้เพียงเท่านี้เกินพอ.......ยอมรับ
อยากจะคิดยับยั้ง............ดั่งเพ้อละเมอฝัน

คงแค่สัมผัสนั้น...............เพียงกาย
ใจ ฤ ที่จะหมาย................กอดไว้
โศกศัลย์สิมิคลาย.............แหนงหน่าย
คงมั่นสถิตให้..................ชอกช้ำเกินทน

หากเธอกอดใคร
อยากให้หัวใจ..................กอดไว้เพียงฉัน
มิต้องสัญญา...................ใช่ว่าสำคัญ
หัวใจเท่านั้น....................ที่ฉันต้องการ

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเรไร