7 มีนาคม 2553 13:06 น.

..เพราะมีหมาเป็นเพื่อน

เรไร


คิดถึงไอ้ชาช่ามัน...

..มันเป็นหมาดัลเมเชี่ยนตัวเมีย มันมาอยู่กับผมในสถานะ
หมาถูกทิ้ง 
และคนถูกทิ้งเหมือนกัน..

คงมีสหายหลายคนที่เข้ามาอ่านตรงนี้ คงเกิดคำถามว่า
..... แกไม่มีคนหรือใครให้คิดถึงแล้วหรือไง.....

ผม คงตอบสหายผู้นั้นกลับไปว่า คิดถึงคนมันเจ็บปวดนักสหาย
บางทีเราแค่อยากมีหมาเป็นเพื่อน..เพราะว่า


มันไม่ได้อยากกินอะไรดีๆ แพงๆ 

มันไม่ได้อยากบ้านที่ซุกหัวนอนใหญ่โต

มันไม่สนด้วยว่าเราเป็นยังไง ดีหรือเลว

มันไม่ได้สนใจด้วยว่าเรารักใคร
 
มันไม่จดจำว่ามันเคยถูกเตะ ตียังไง เจ็บแค่ไหน

มันไม่เคยใส่ใจว่า เราไปไหนมา

..เพียงแต่ว่า..

..... มันรับรู้ว่าเรารักมัน และมันก็รักเรา

มันต้องการเพียงเศษข้าวก้นจาน กับเศษอาหารนิดหน่อย

กับผ้าขี้ริ้วเก่าๆเอาไว้นอนรอเจ้าของ

มันไม่ได้มองว่าเราทำอะไรมา แค่มันรอเรากลับมา เท่านั้นเอง
 
มันก็แค่รักเรา ไม่มีข้อแม้ ไม่เหตุผล

มันตาย ตายเพราะความรักเจ้าของ

มันจเดินตามไปสงผมทุกครั้งที่ผมไปทำงาน 
....มันเดินตามไปส่งที่ป้ายรถเมล์เป็นประจำ 

วันนั้นมันก็เดินตามไปส่งอย่างที่มันเคยทำทุกวัน พอผมขึ้นรถไปถึงที่ทำงานแม่โทรไปบอกว่าชาช่าโดนรถชนตายเพราะถูกหมาตัวอื่นไล่..
.....มันตกใจวิ่งลงไปบนถนน

มันก็จบชีวิตหมาๆของมัน ชีวิตของหมาถูกทิ้งเพียงเท่านั้น แต่ที่มังทิ้งไว้ให้ผม

...คือความผูกพันที่ไร้ขอบเขต และเหตุผล

เพราะบางทีชีวิตที่เคว้งคว้าง ไม่รู้ว่าจะลอ่งลอยไปในทิศทางใด เราได้อาศัยความผูกพันยึดเหนี่ยวเราไว้

....เพียงแต่ เราจะเลือกผูกพันกับสิ่งใด หรืออะไรเท่านั้นเอง?				
21 พฤษภาคม 2551 23:44 น.

อยากอ่านเพลง wall in your heart ( มีรางวัลเล็กๆน้อยๆ)

เรไร


....หากใครเคยฟังเพลง...Wall inyour heart    ของ  Shelby lynne

http://www.naronk.net/uboard/play.php?&id=E41

ผมอยากอ่านเพลงนี้ ในอารมณ์ของผู้ฟัง 
แล้วเขียนตามจินตนาการ จากเพลงที่ได้ยิน

หาใครสัก....หากใครสักคน...อยากเขียน ให้คนอยากอ่านอย่างผม
ผมมีของขัวญเล็กๆน้อย เป็นตุ๊กตาคนตรี ตามรูปนี้เลยครับ(เรียกไม่ถูก)

กฎ กติกา 

1.ขอเป็นกลอนสุภาพ(กลอนแปด)
2.ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ที่บังคับ
3.ไม่จำกัดใครจะเขียนกี่บทก็ได้ ขอให้จบอารมณ์เพลง และอารมณ์กลอน
4.หมดเขต 12 มิ.ย.2551
5.จะเขียนใช้พื้นที่ ณ ตรงนี้ หรือว่าจะไปตั้งกระทู้ใหม่ก็ได้ครับ

กรรมกร เอ้ย กรรมการจากเวทีราชดำเนินเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด
..คือผมเองครับ..อิอิอิ

...ผมไม่อยากได้คำแปลตรงตัว เอาแค่พอเข้ากับเนื้อเพลง

...ผมไม่สามารถเขียนเพลงนี้ได้ แม้จะพยายามยามแค่ไหน
....แค่ร่วมสนุกกันครับ 
อย่าคิดอะไรมากกว่าคนจะตะเกียกตะกายไปบนเส้นทาง

....วรรณกรรม ....เหมือนกัน

ขอบคุณครับ				
2 พฤศจิกายน 2550 08:53 น.

ที่...อ่าวอุดม

เรไร


ข้างหน้าอ่าวอุดมแล้วเดี๋ยวแวะหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า 
เกือบสองทุ่มแล้ว ชักหิว....โต้งเพื่อนผมมันบอก
ขณะผมกำลังขับรถ ปลายทางคือสุดเขตภาคตะวันออก....จังหวัดตราด
เออ.... ดีเหมือนกัน ผ่านหลายครั้งแล้วยังไม่เคยแวะกินสักทีเหมือนกัน 
เดี๋ยวจะได้เปลี่ยนให้เอ็งขับบ้าง..... 
เอ็งเล่นเปิดเครื่องย่นระยะทางมาตลอดเลยนี่หว่า
เออๆๆๆๆ เอ็งรีบจอดก่อนเถอะ
........ผมเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเข้าจอดข้างฟุตบาท ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงสักร้อยเมตร...
ไอ้โต้งสะกิดว่า ...เฮ้ยทำไมญาติเอ็งมองหน้าอย่างนั้นละว่ะ 
....ไปจอด ขาว- แดงหรือเปล่า
...เปล่านี่ไม่ได้ทับเส้นขาวแดง...ผมบอกพร้อมกับเปิดประตูรถลงไปดู 
ตายละทับเส้นขาวแดงไปสักคืบได้มั้ง...รีบขึ้นมาถอยหลังไปสักสองคืบ ไม่ทับเส้นขาวแดง
....ญาติผู้ใหญ่คงเสียอารมณ์ไม่น้อยเพราะได้หยิบสมุดเขียนใบสั่งออกมาแล้ว 
ผมลงจากรถพร้อมไอ้โต้งเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก หันไปยิ้มหวานๆให้กับญาติผู้ใหญ่.....อิอิอิอิ

.......หาข้าวต้มปลาชลบุรีกินดีกว่าร้านไหนดีว่ะ ...โต้งมันถาม
.......เออร้านไหนก็ข้าวต้มปลาชลบุรีทั้งนั้นแหละ นี่เมืองชลนี่หว่า....(นี่ถ้าไม่ได้มาด้วยกันสงสัยมีวิวาท)..ผมคิดอยู่ในใจ
ร้านนี้แหละ ท่าทางน่ากินใกล้ร้านขนมด้วย ขี้เกียจเดินไกล...โต้งบอก
....เราเลือกโต๊ะข้างหน้าร้านข้าวต้มในตลาดโต้รุ่งอ่าวอุดม สั่งข้ามต้มปลาคนละชาม
ต้มยำหัวปลา ปลาลวก และอีกหลายๆอย่างกินกันเหมือนตาย อดตายอยากกันมาจากป่าจากเขาที่ไหน......จนอิ่ม....
โต้งพูดขึ้นมา.....ข้างๆมีร้านขนมเอ็งเอาอะไรเดี๋ยวข้าไปสั่งให้...
เดี๋ยวข้าไปดูด้วยดีกว่า เออแต่บอกเอ็งไว้อย่างนึง ขนมหวานที่เมืองชลนี่ ขนมหวานจริงๆ
ข้ารู้น่า.....โต้งบอก
เราสองคนยืนดูขนมมีมากมาย ทั้งบัวลอย เต้าส่วน ปลากริมไข่เต่า ข้าวเหนียวเปียก
ข้าเหนียวสังขยา น่ากินทั้งนั้น มัวแต่ยืนเล็งน้ำลายกันอยู่ยังไม่ได้สั่งอะไร....
คนขายเป็นชาย  หญิงสองคนผัวเมียอายุน่าจะสัก 45  50 ปีนี่แหละดูอารมณ์ดี
ผู้ชายคงเห็นผมสองคนกับเพื่อนยืนดูอยู่นานเลยถามขึ้นมาว่า นี่
..ถ้าเป็นปลาเค็มละก็จืดหมดแล้ว ยืนดูกันอยู่นั่นแหละ...

..ผมหันมาอมยิ้มกับโต้ง
 โต้งเลือกสั่งบัวลอย ผมไม่ชอบกินของหวานเท่าไหร่เลยเลือกสั่งสังขยาเพียวๆ
จ่ายเงินเดินกลับมานั่งที่โต๊ะต่างคนก็ต่างกินกันไปจนขนมจะหมดถ้วยอยู่แล้ว

...โต้งพูดขึ้นมาว่า.....ขนมอร่อยดีหวานมัน ซื้อติดไปด้วยดีกว่า 
ก็เอาสิ เอ็งซื้อไปเถอะข้าไม่ละไม่ค่อยชอบกินขนมหวานเท่าไหร่
.....โต้งลุกไปที่ร้านขนม แต่ก็ไปบอกคนขายว่า...... 
...พี่ๆเอาบัวลอยถุงนึง ไข่หวานด้วยน่ะ
เออพี่ บัวลอยนี่ซื้อไปแล้วใส่ตู้เย็นได้หรือเปล่า

พี่ผู้ชายที่เป็นคนขาย ตอบเสียงดังๆ ได้ยินชัดๆ กลับ มาว่า....
 แช่ได้ จะแช่ 2  3 เดือนก็ได้ไม่เป็นไรหรอก แต่เอาออกมาจากตู้เย็นแล้วทิ้งไปเลยน่ะ 
...โต้งขำก๊าก...ผมได้ยินแกพูดยังขำเกือบตกเก้าอี้ นี่ขนาดไม่รู้จักกันมาก่อน
นี่ถ้าเป็นรุ่นๆเดียวกัน .....อย่าคิดเลย 

...หลังจากหายขำโต้งก็ได้บัวลอยมา 1 ถุง เราก็เตรียมตัวเดินทางกันต่อ 
บนรถเราก็คุยกันเรื่องพ่อค้าขายขนมหวานนี่แหละ จนถึงที่หมาย
จนขากลับไม่ได้แวะอุดหนุน
นี่ถ้าได้อุดหนุน ขนมแกอีกสักถ้วย กะว่าจะเอาไปแช่ตู้เย็นสักปี 
แล้วจะเอาไปคืนแก.....

ปล.
ถ้าหากใครได้มีโอกาสผ่านไปแถวอ่าวอุดมหลัง 5 โมงเย็นไปแล้วลองไปแวะอุดหนุนขนมแกก็ได้น่ะครับ ร้านแกอยู่ติดกับร้านขายโรตี ลองๆไปถามแกว่าจะซื้อกลับบ้านไปแช่ตู้เย็นได้หรือเปล่า...ลองดูครับ ผลเป็นอย่างไร คำตอบเหมือนกันกับที่ผมได้ยินมาหรือเปล่า...แล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างน่ะครับ
				
6 มีนาคม 2550 03:31 น.

มะเหย่เซ้

เรไร


.....นี่อะไรกัน..
นี่เธอพลาดอีกแล้วหรือ ทำงานแค่นี้ ผิดอยู่ได้ เดี๋ยวผิดตรงโน้น เดี๋ยวผิดตรงนี้ ผิดไม่เคยซ้ำเลย...อย่างนี้เดี่ยวไม่ให้กินข้าว ให้ไปกินหญ้าเสียดีมั้ยเนี่ย 
เสียงคุณนายเจ้าของภัตตาคาร 
....ตวาดมะเหย่เซ้ เด็กชาวพม่าที่เพิ่งจะรับเข้ามาทำงาน

มะเหย่เซ้ คิดถึงพ่อ พ่อที่อยู่รัฐฉาน พ่อที่ตั้งชื่อ ที่แปลว่าดินเหนียว พ่อบอกว่า ลูกต้องเติบโตเป็นดินที่ชุ่มน้ำ ดินที่ปลูกข้าว ดินที่ปั้นเป็นแจกันที่สวยงาม .....นั่นคือคำของพ่อที่บอกก่อนที่มะเหย่เซ้ จะหนีการสู้รบข้ามมาที่ฝั่งไทย และเข้ามาทำงานที่ภัตตาคารแห่งนี้

..... มะเหย่เซ้ อย่าร้องไห้ไปเลยไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเธอก็ทำได้เองแหละ เสียง ดวงเด็กสาวชาวไทยที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันปลอบใจ

เอาไว้วันเด็กเราไปเที่ยวกันไหม ที่นี่เขาจะหยุดให้วันหนึ่ง เดือนหน้านี่ไง ดวงเอ่ยปากชวน
มีด้วยหรือ เราไม่เคยไปเลย ไปสิเราอยากไป มะเหย่เซ้ ตอบตกลง

หลังจากถูกคุณนายเจ้าของภัตตาคาร (เธอให้เรียกเธอว่าคุณนาย เธอชอบอย่างนั้น) ต่อว่า ทั้งสองคนก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน จนอีกสองวันจะถึงวันเด็ก วันที่เด็กทั้งสองนัดกันจะไปเที่ยวด้วยกัน...
...แต่แล้ว...
......มะเหย่เซ้ มีใครก็ไม่รู้มาตามหาเธอรออยู่ข้างนอก....... ดวงรีบวิ่งมาบอก
เธอรีบวิ่งออกไปทันที....พ่อ ..พ่อเธอเองพ่อมาตามหาเธอ
...ลูกเก็บข้าวของเถอะ เราจะกลับบ้านกัน ไปวันนี้เลย...เราต้องกลับแผ่นดินของเราลู ท่านนายพล ตายแล้ว อีกไม่นานคงมีการโจมตีจากฝ่ายรัฐบาล นี่ก็ใกล้หน้าแล้งแล้ว ไปเถอะลูกกลับบ้านของเรากัน.....พ่อของเธอเล่าเรื่องราว
ค่ะพ่อ....มะเหย่เซ้รับปากอย่างง่ายดาย
พร้อมกับไปบอกดวงเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอว่า...

......ดวง เราต้องกลับบ้าน เราคงไม่ได้ไปเที่ยววันเด็กกับธอแล้ว 
พ่อเรามารับให้กลับวันนี้เลย เธอเที่ยวให้สนุก เที่ยวเผื่อเราด้วยน่ะ....
....หากเราได้กลับมาแผ่นดินที่ร่มเย็นนี้อีก เราคงจะมีโอกาสไปเที่ยวกับเธอ 
...เราสัญญา.....

.....เย็นวันนั้น เพื่อนของดวงข้ามแม่น้ำสาละวินกลับไปยังแผ่นดินเกิดของเธอแล้ว....กลับไปเป็นดินก้อนสุดท้าย บนแผ่นดินแม่ของเธอ

......อีกสองวันต่อมา..วันเด็กที่ศาลากลางในตัวจังหวัด มีการจัดกิจกรรมวันเด็กขึ้น
ดวงเดินเที่ยวอยู่เพียงลำพัง....เธอเหลือบไปดูข่าวในทีวี
วันนี้ทหารฝ่ายรัฐบาได้เข้าโจมตีฐานที่มั่นสุดท้ายของชนกลุ่มน้อยและได้เข้ายึดไว้ได้ ทำให้มีมีได้รับบาดเจ็บและสียชีวิตจำนวนมาก น้ำตาของดวงไหลทันที  ...


                                     ...........   มะเหย่เซ้     ...........				
23 ตุลาคม 2549 18:24 น.

ปลาหมอสี ปลามังกร..หนอนนก ?

เรไร


.....บ่ายแก่ ๆ วันอาทิตย์ ผมกับคุณแดงเราทั้งสองจำเป็นต้องร่วมทางกันอีกครั้ง
หลังจากเหตุผลบางประการที่ต้องพรากจากกัน( คุณแดงนี่จักรยานนะครับ )
ใช้สำนวนเกินไปหรือเปล่านี่ สรุปง่ายๆว่าขี่จักรยานไปแล้วกัน
......ไปกับหมวกใบเก่า
        กระเป๋าเศรษฐี.....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเรไร