12 พฤศจิกายน 2549 00:38 น.

ฉันรัก...ฤดูฝน...

แดนไกล ไลบีเรีย

ฉันรักฤดูฝน...
เม็ดน้ำหล่นกล่นกระจัดสัมผัสผิว
รับรู้สึกแรกเช้าลมพราวปลิว
ไอหมอกล่องลอยลิ่วฉิวแช่มบาน
เหล่าผีเสื้อดอมดินกลิ่นดอกไม้
นกต่างไซ้ร้องรับดังขับขาน
หยดน้ำฝนพราวพร่างสร้างสำราญ
ไหลรวมธารเลี้ยงหล่อก่อชีวา

ฉันก็รักฤดูฝน...
แม้ต้องทนเหน็บหนาวเป็นหนักหนา
แต่หลังฝนสิ้นสายหายลับตา
กลับปรากฏท้องฟ้าใหม่กว่าเดิม
คือข้อคิดสร้างคนให้ทนทุกข์
รอสักวันความสุขจะสร้างเสริม
ค่อยค่อยรินหลั่งล้นจนเต็มเติม
เพื่อพูนเพิ่มประสบการณ์วันผ่านมา
ยอมรับฝนที่หลั่งลงครั้งใหม่
เพราะเข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่า...
“ยอมทนปวดรวดร้าวหนาวกายา
เพื่อจะได้รู้ค่าความสุขใจ”

ฉันจึงรักฤดูฝน...
เม็ดน้ำหล่นปรากฏความสดใส
ไม้แตกกิ่งก้านออก...ผลิดอกใบ
อบอวลไอแห่งหยดฝนบนแผ่นดิน

คือคุณค่าความงามท่ามกลางทุกข์
คือความสุขในจิตใจไม่รู้สิ้น
คือเม็ดฝนฤดูนี้ที่หลั่งริน
ต่อชีวินให้ได้พบประสบการณ์......
				
6 พฤศจิกายน 2549 22:55 น.

"ปล่อยวาง ทางโลก"

แดนไกล ไลบีเรีย

ลำบาก  ใช่ไหม  ในชีวิต
พลาดผิด  คิดได้...หรือเมื่อไหร่
เคยมี  หรือคน  ให้อภัย
มีหรือ  จริงใจ  ไม่แค้นเคือง

ก็โลก  วุ่นวาย  สับสน
ผู้คน  หลายหลาก  มากเรื่อง
ชีวิต  ก็ใช้  ไปเปล่าเปลือง
ฝันเฟื่อง  ไขว่ฝัน  อันเลื่อนลอย

โลกา – มนุษย์  ก็สุดเสื่อม
อาจเอื้อม  สิ่งสูง  จูงใจถ่อย
เมตตา  ปรานี  ก็มีน้อย
โลกจึง  เคลื่อนคล้อย  ตามแรงกรรม

ชั่วก็มี  เลวก็เยอะ  เปรอะโคลนสาบ
เปื้อนบาป  คราบต่ำช้า  ห่าระห่ำ
ซ้ายขวา  หน้าหลัง  ยังเงาดำ
โอบคลำ  คลุมเรา  เข้าใกล้แล้ว...

ฟ้ามืด  หมอกม่าน  ก็บังตา
มายา  ก็ลวงให้  ใจแผ่ว
ความหวัง  ครั้งสุดท้าย.....ใช่ แน่แล้ว
แน่แน่ว  รอคอย  วันตาย

ลำบาก แค้นข้น  ยอมทนอด
รันทด  คืนวัน  ฝันสลาย
ความเชื่อ  ความหวัง  พังทลาย
สุดท้าย  ที่เห็นนี้...คือชีวิต

ลองเสี่ยง  สัจธรรม  คำปรัชญา
“ชีวิต  จงอย่า  ยึดติด
ปล่อยวาง  อัตตา...บ้า,มืดมิด
ปล่อยความคิด  เป็นเพียง  เสียงแห่งใจ”

แล้วเปิดตา  ท้าทาย  โลกใบนี้
ด้วยรู้สึก  ดีดี  (ที่ตรองไตร่)
รู้จัก  ลดโมหะ  ให้อภัย
โลกจักได้  มีสันติภาพ  ตราบเท่านาน
				
5 พฤศจิกายน 2549 22:53 น.

ประสงค์ของกวี

แดนไกล ไลบีเรีย

................................................................

เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า                    ดาดาว*
ฤาสว่างพระพร่างพราว                  กวีได้
โชติช่วงรัศมีแจ้งราว                    เดือนเด่น
แสงส่องสว่างทางให้                      มนุษย์ซึ้งถึงอักษรา

....................................................................

 ลิขิตอักษเรศเรียงร้อย                ชีวิต
สืบผ่านอุดมการณ์ความคิด          ใฝ่กล้า
ล้มล้างความยึดติด                      คำกล่าว บุราณ
แสวงเพื่อสร้างทางหน้า               หลุดพ้นกรอบเดิม

....................................................................

สร้างกวีเพื่อสมสร้าง                    ศรัทธา
ปลุกระดมชนปัญญา                     ใฝ่รู้
โหมไฟเพื่อไฟประทุพา                สู่สว่าง ทางชัย
ไฟฮึกไฟกวีเหิมสู้                        เล่ห์ร้ายหมายระแวง

..................................................................

ลิขิตกวีเพื่อแจ้ง                           แสงพระธรรม
เรียงร้อยอักขระลำนำ                  ผ่องแผ้ว
รินรสบทพระธรรมจำ                   จิตใส่ ใฝ่กมล
รินหลั่งซึมซับพระไตรแก้ว           เลิศล้ำคำกวี

................................................................

เสพสุขเสนาะโสตซึ้ง                  คีตกวี
เสียงศัพท์สดับพาที                    ก้องฟ้า
สื่อความผ่านสมัยวิถี                  ชีวิต
กรองกลั่นกวีประดับหล้า            ประดับฟ้าพิศพราว

................................................................

   				
15 ตุลาคม 2549 01:23 น.

เขียนกลอนทำไม

แดนไกล ไลบีเรีย


หนูอยากถามคำถามหนึ่งซึ่งไม่รู้
เรื่องที่หนูยังงงยังสงสัย
คือกวีเขาเขียนกลอนกันทำไม
ค้างคาใจด้วยหนูไม่รู้เลย

ก็หลายคนเขาบอกว่าไร้สาระ
เบื่อแล้วหว่ะ อ่านไปก็เฉยเฉย
บางคนบอก แม่งผิดยุค...แม่งโคตรเชย
บ้างก็เอ่ย สมัยใหม่...อ่านไม่ลง

หลายคนบอกว่าเขาไม่เข้าใจ
ถึงความในของกวีที่ประสงค์
ถึงสาระแก่นสารที่จารผจง
ว่าชี้บ่งบอกเล่ากล่าวอะไร

หนูเลยลองถามคุณครูผู้สั่งสอน
ท่านบอกว่าบทกลอนนั้นอ่อนไหว
ยากจะรู้ลึกซึ้งเข้าถึงใจ
นี่แหละไงที่หลายคนไม่สนกลอน

หนูจึงลองถามกวีที่รู้จัก
เขาลุ่มไหลหลงรักตัวอักษร
สำหรับเขา ทั้งชีวิตผลิตกลอน
เพื่อพักผ่อนความอ่อนไหวในอารมณ์

เขียนบทกลอนเพื่อกล่าวเล่าชีวิต
เล่าถูกผิดดีทรามความเหมาะสม
เรื่องสามานย์ ต่ำช้าความอาจม
ที่เพาะบ่มอยู่ใต้บ่วงห้วงฤทัย

เขียนบทกลอนเพื่อนสร้างทางข้างหน้า
ประกาศกล้าความฝันอันยิ่งใหญ่
เขียนบทกลอนจากใจด้วยหัวใจ
เพื่อเล่าความเป็นไปในปัจจุบัน

เขียนบทกลอนเพื่อสืบสานบทกานท์เก่า
เพื่อหวังว่าลูกหลานเราเฝ้ารังสรรค์
สร้างคุณค่ากลอนกรองของชีวัน
ที่กรองกลั่นประดับไว้ในห้วงฟ้า

เขียนความฝันอุดมการณ์อันเย่อหยิ่ง
เขียนความจริงกล่าวชัดประกาศกล้า
เขียนชีวิตโดยผ่านงานอักษรา
เป็นศาตราคุ้มโลกพ้นโศกภัย

เขียนเวลาวันคืนที่ชื่นหวาน
เขียนถึงรอยประสบการณ์ผ่านวัยใส
เขียนถ้อยคำที่กลั่นกรองจากห้องใจ
ด้วยดวงไฟจากแรงรักของนักกลอน

				
12 ตุลาคม 2549 22:52 น.

สุขแท้...แน่ในใจ

แดนไกล ไลบีเรีย


เมื่อความสุขทุกข์โศกที่โลกรับ
ถูกเปลี่ยนปรับสับสนให้วนมั่ว
บริสุทธิ์ก็เริ่มเห็นเป็นขุ่นมัว
เมื่อคนชั่วแปดปนในคนดี

โลกก็มืดบอดบ้าอัตตาเสื่อม
ทุกข์กระเพื่อมไปตามกามวิถี
ทั้งกายใจปะปนกากข้นกลี
เปื้อนกาลีต่ำช้ามายาลวง

ไขว่หาทางสู่สนุกสุขปล้นปลิ้น
หลากเล่ห์ลิ้นเลวทรามจมกามห้วง
ขึ้นสวรรค์ด้วยสมสู่เสพคู่ควง
จึงเลยล่วงกามารมณ์ด้วยงมงาย

กว่าจะรู้ว่าทำตัวช้ำผิด
ก็กลับคิดนึกย้อนได้ตอนสาย
เมื่อปัญหารุมเร้าเข้าวุ่นวาย
เมื่อทางปลายกลับไร้ดอกไม้งาม

มนุษย์จึงค้นหาทางสุขแท้
คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เวียนว่ายข้าม
คือวงวัฏซึ่งเป็นไปไร้นิยาม
นี่แหละความสุขแท้แน่ในใจ

เพียงตัวเราเท่านั้นหากยอมรับ
จักพบกับความสุขสันต์วันสดใส
ลองปล่อยวางอัตตาตนทิ้งพ้นไป
ก็จะได้พบเส้นทางสว่างธรรม

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดนไกล ไลบีเรีย
Lovings  แดนไกล ไลบีเรีย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดนไกล ไลบีเรีย
Lovings  แดนไกล ไลบีเรีย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดนไกล ไลบีเรีย
Lovings  แดนไกล ไลบีเรีย เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแดนไกล ไลบีเรีย