31 สิงหาคม 2550 20:17 น.

คนในฝัน

แตม

วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศสดใส  ท้องฟ้ายอมเช้ามีแสงแดดอ่อนๆ  สายลมเบาๆ  พัดมากระทบกับผิวของฉัน  ดอกไม้นานาพันธุ์ที่ฉันยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นที่ชวนหลงใหล  พร้อมกับสีสันที่ดึงดูดทำให้ฉันอยากจะล้มตัวลงนอนไปกับทุ่มดอกไม้ซะตอนนั้น  เมื่อหันหน้าไปด้านข้างพบกับดอกไม้ที่ฉันโปรดปรานมากที่สุด  คือดอกทิวลิปสีเขียว ส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล  ฉันเริ่มเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อที่จะชมความงดงามของดอกทิวลิปท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ  แต่ เอ๊ะ นั่นใครกันนะ  ขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าไปนั่นเอง ฉันมองเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่  เมื่อเข้าไปใกล้ๆเงาก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ  เป็นเงาของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่  กำลังยืนหันหลังให้ฉัน มือทั้งสองของเขาล้วงกระเป๋าอยู่ ทำให้ฉันค่อนข้างไม่แน่ใจว่า ในกระเป๋าของเขาจะมีของที่เป็นอันตรายต่อฉันหรือเปล่า ทันใดนั้นเอง
	สวัสดีครับ  ฉันหูแว่วไปรึเปล่านะ ฉันจึงเงียบรอดูทีท่าของเขา แต่ทำไมเสียงของเขาถึงคุ้นหูได้มากขนาดนี้ แต่ฉันนึกไม่ออกเท่านั้นเองว่าเป็นเสียงของใคร
	สวัสดีครับ เขาสวัสดีฉัน??
	เอ่อ........สวัสดีค่ะ  คุณรู้จักฉันหรอคะ
	รู้จักดี ดีมากซะด้วย  เราคุยกันได้ซักพัก ฉันเริ่มรู้สึกแปลกใจในคำพูดของเขา ฉันแอบคิดในใจว่า เข้าชอบฉันหรือเปล่านะ ทำไมถึงได้รู้จักฉันดีขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกันฉันก็กลับรู้สึกว่าฉันเองก็ชอบเขาอยู่เหมือนกัน ในใจของฉันรู้สึกลึกๆว่าฉันคุ้นเคยกับเขามาก และฉันก็พูดได้เลยว่าฉันรักเขา แต่ฉันก็ยังคงงงๆกับความรู้สึกที่เรียกว่ารักในครั้งนี้      ระหว่างที่ฉันคิดอยู่นั่นเองก็มีลมพายุพัดอย่างรุนแรง รักนะ  ดูแลตัวเองดีๆด้วย  ร่างของชายผู้นั้นหายไปแล้ว ฉันสัมผัสได้ แต่ตัวฉันเองก็โดนลมพายุพัดไปอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง ลมพายุพัดฉันออกมาไกลมากๆ จนไกลจากทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์เป็นอันมาก ทั้งๆที่ในใจของฉันยังคงมีปริศนาและความรู้สึกแปลกๆที่ต้องการคำตอบและที่มาว่ามันคืออะไร และเขาคือใครกันแน่ 
              ฉันเริ่มรู้สึกตัว ในใจคิดว่า เมื่อกี้นี้ เขาพูดว่า รักนะ  ดูแลตัวเองดีๆด้วย  หรอเนี่ย นี่มันอะไรกัน
	ตาของฉันค่อยๆลืมขึ้นทีละนิดพร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยเสียงนั้น เขานี่นา ไปอาบน้ำได้แล้ว ไม่งั้นจะไปโรงเรียนสายนะลูก  ฉันตอบกลับไปทันใดว่า รู้แล้วค่ะพ่อ แต่หนูขออีกห้านาทีนะคะ ^ ^ !!   ปัดโธ่ ผู้ชายคนนั้นคือพ่อของฉันเองหรอเนี่ย 
	คนส่วนใหญ่เมื่อเติบโตขึ้นก็มีความรักแบบต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบเพื่นอ ความรักแบบเพื่อน ฯลฯ แต่สุดท้ายเราก็ค่อยๆลืมเลือนความรักของพ่อแม่ไปทุกทีๆ เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่าความจริงแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุด แฟนที่ดีที่สุด และคนที่รักเรามากที่สุด ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ของเรานั่นเอง				
31 สิงหาคม 2550 20:08 น.

อีกนิยามรัก

แตม

สายลมโชยแผ่วๆกระทบหน้าต่าง ผ่านห้องที่ตัวผมนั่งพิมพ์ดีดอยู่  ทำให้ผมนั่งคิดถึงเรื่องราวของชีวิตที่ผ่านมาอยู่คนเดียวด้วยความรู้สึกที่รำลึกถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น  ตั้งแต่สมัยเด็กๆ จนถึงปัจจุบัน...ซึ่งเป็นเวลาที่ผมเป็นผู้ใหญ่  
	สายลมที่แผ่วๆได้ปัดเป่าความรู้สึกทุกข์ใจของผม ณ เวลานี้ไปอย่างหมดสิ้น ในทางตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผมได้นึกถึงเรื่องดีๆที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตและได้ผ่านไป ครั้งหนึ่งในเวลาที่ผมท้อแท้หมดหนทางที่จะต่อสู้....กับร่างกายและหัวใจที่มันบอบช้ำ ซ้ำเติมความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวในเรื่องต่างๆ  จนความรู้สึกที่โหดร้ายเหล่านี้ได้เข้ามาทำลายจิตสำนึกของความเป็นตัวผม มันมักถามผมเสมอว่า เราเกิดมาบนโลกใบนี้ทำไม เกิดมาเพื่อใคร  และอยู่ไปเพื่ออะไร  การจะหาคำตอบนั้นอาจจะดูเหมือนเรื่องง่ายดาย แต่แท้จริงแล้วนั้นมันคือเรื่องที่เปรียบได้กับปัญหาโลกแตกสำหรับผมในตอนนั้น จนทำให้ผมเกิดความท้อแท้ที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกเล็กๆที่โหดร้ายใบนี้   แต่แล้วก็ได้มีผู้หญิงใจดี น่ารัก สวย ผิวผ่องเป็นเป็นประกาย ดั่งนางฟ้าก็มิปานได้ก้าวเข้ามาในชีวิตอันแสนจะอดสูของผม  เธอคือบุคคลที่จุดประกายให้กับชีวิตผมอีกครั้งหนึ่ง....เธอคือดวงตะวันที่สาดแสงแรงกล้า คือร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ผมได้พักพิง คือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล คือดวงจันทร์ที่ถักทอด้วยแสงดาวระยิบระยับเป็นประกาย   คือพลังอันยิ่งใหญ่ ก่อเกิดเป็นกำลังใจที่แข็งกล้าที่ทำให้ผมสามารถดำรงชีวิตที่เต็มไปด้วยคำถามและความโศกเศร้าอันมากมายได้ต่อไป ทุกครั้งที่ผมคุยกับเธอผมมักจะได้ทัศนคติในการดำรงชีวิตและข้อคิดต่างๆมากมาย  รวมถึงได้เรียนรู้ในหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่บางทีผมก็คิดว่าผมไม่อาจจะเรียนรู้ด้วยตัวผมเองได้ด้วยซ้ำไป  เราสองคนได้ร่วมแบ่งปันกันมานานแสนนานถึง ๖ ปี  ซึ่งเป็นปีที่มีความสุข สนุกสนาน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ร้องไห้ด้วยความซึ้งใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดจนขาดไม่ได้ ก็คือความรักอันยิ่งใหญ่ที่เธอได้มอบให้กับผมจนเปี่ยมล้น  แต่แล้ววันหนึ่งผม.....ก็ต้องเดินจากเธอไป เพราะผมจะต้องเดินไปตามทางที่ผมได้เลือก ทางที่ผมใฝ่ฝัน ทางที่ผมค้นหา ทาง.....สู่ความฝันอันสูงสุด 
 ขอโทษนะครับที่เราต้องจากกัน ผมพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นพร้อมน้ำตาที่ไหลรินด้วยความเศร้า แต่ในหัวใจดวงน้อยๆของผมก็ยังคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันลืมผู้หญิงคนนี้เลยตลอดไป
	ก่อนที่เราจะจากกันในวันนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับเธอให้รู้และเข้าใจในความรู้สึกของผมที่มันเก็บไว้ลึกๆข้างในตลอด ๖ ปีที่ผ่านมาให้เธอฟัง ก่อนที่มันจะสายเกินไป  ผมจึงก้าวเท้าเข้าไปหาเธอด้วยความเชื่อมั่นเต็มร้อย พร้อมกับเรียกเธอด้วยเสียงที่แหบซ่านเพราะความโศกเศร้าแห่งการจากลาว่า ขอบคุณนะครับ ที่รักผม ดูแลผม ให้อะไรต่ออะไรผมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลาก่อนครับ คุณแม่.....พิมพ์ของชาติ				
29 พฤษภาคม 2549 16:09 น.

แก้วกับน้ำ... ความรักของฉันและเธอ

แตม

~แก้วกับน้ำ... ความรักของฉันและเธอ~> Date: Sun, 21 May 2006 13:21:55 +0700> > > ~แก้วกับน้ำ... ความรักของฉันและเธอ~> > > >> โดยธรรมชาติของมนุษย์ ผู้หญิงกับผู้ชาย> > >> เป็นของคู่กันเป็นความสมบูรณ์ แบบของธรรมชาติ> > >>> > >> ความรัก เธอ เปรียบเหมือน น้ำ> > >> ส่วนความรักของฉัน เปรียบเหมือน แก้วน้ำใส> > >> น้ำใสๆ ไหลไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง จะพักพิง> > >> หยุดนิ่งในที่ๆ พอใจ และจะไหลต่อไป> > >> ในที่แห่งใหม่ที่พึงใจกว่า> > >>> > >> หวั่นไหว อ่อนไหว ตัดไม่ขาด (ตัดหญิง)> > >> รักอิสระไม่มีรูปแบบที่แน่นอน> > >> แก้วใสๆ หนึ่งใบตั้งอยู่กับที่> > >> ไม่เคลื่อนที่เพราะมีใจที่มั่นคง> > >>> > >> แต่แก้วใสนั้นเปราะบางแม้มั่นคง> > >> อาจหล่นแตก แหลกไป ต้องบรรจงรักษาไว้ให้ดี> > >> ความใสของแก้วสะท้อนถึงความรู้สึกของฉัน> > >> ใสซื่อ บริสุทธิ์ต่อความรัก ไม่มี SEX มาเจือปน> > >>> > >> น้ำอาจจะร้อนหรือเย็น ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของน้ำ> > >> น้ำมีจุดเดือด จุดเยือกแข็ง> >ย่อมมีผลต่อแก้วใส> > >> ถ้าน้ำเดือด (ร้อน) แก้วก็จะเดือด (ร้อน) ไปด้วย> > >> ถ้าน้ำเย็น แก้วก็จะเย็นไปด้วย> > >> ถ้าเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น แก้วอาจแตกได้> > >> เพราะปรับสภาพตามไม่ทัน> > >>> > >> เวลาเทน้ำใส่แก้ว จะเห็นฟองอากาศที่เกิดขึ้น> > >> นั่นคือช่องว่างระหว่างเรา> > >> คือความลับของแต่ละคน เรื่องที่ไม่ควรรู้ ของกันและกัน> > >> เมื่อเวลาผ่านไป น้ำที่เต็มอยู่ในแก้วใส> > >> จะระเหยไปทีละน้อย ทีละน้อย จนหมด> > >> และในขณะเดียวกัน แก้วใสก็จะ> >ขุ่นลง> > >> ไม่สวยใสเหมือนเดิม ตามกาลเวลา> > >> ต้องหมั่นเติมน้ำในแก้ว> > >> และทำความสะอาดแก้ว ให้สวยใสอยู่เหมือนเดิม> > >> ความรักของเราจึงไม่จืดจางลง> > >>> > >> แต่เมื่อวันนั้นมาถึง> > >> วันที่ความรักของเราต้องจืดจางลง> > >> โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ> > >> แก้วอย่างฉันก็พร้อมที่จะรับสภาพ> > >> โดยดุษฎีและไม่ขอยื่นอุทธรณ์> > >> ฉันจะใช้เวลาเป็นน้ำยาล้างทำความสะอาดแก้ว> > >> ให้กลับสวยใสขึ้นมา ทีละน้อย> >ทีละน้อย> > >> จนมีสภาพที่ดีกว่าเดิม> > >> และประสบการณ์ในครั้งนี้> > >> จะส่งผลให้แก้วใสอย่างฉัน แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม> > >> นับจากนี้ไป แก้วใสใบนี้> > >> จะตั้งอยู่บนชั้นวาง ในตู้โชว์ที่หรูหราเท่านั้น> > >> ฉันจะไม่ยอมให้น้ำที่สกปรกอย่างเธอ> > >> อาศัยอยู่ในแก้วที่สวยใสอย่างฉันอีกต่อไป> > >>> >				
14 เมษายน 2549 18:50 น.

ดวงจันทร์ไม่มีวันจะพบกับดวงดาว

แตม

นานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง
>>>มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง
>>>>>>.กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย
>>>และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ต่างก็รักกันมาก
>>>>>>ดวงจันทร์ทั้งสองไม่เคยแยกห่างจากกัน
>>>>>>.ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า
>>>>>>จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกันเสมอ..
>>>>>>แต่แล้ววันหนึ่ง 
>>>>>>ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์
>>>>>>ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์>>>>>>จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย .
และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...
>>>>>>>>>>>>เมื่อค่ำคืนมาถึง..
>>>จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว ...
>>>>>>>>>ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา ดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง .
>>>>>>>>>คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป
>>>>>>>>>แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ.. .....
>>>>>>>>>ด้วยความคิดถึง และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด
>>>>>>>>>ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า
"หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอแน่ๆ"
>>>>>>>>>จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล
>>>>>>>>>เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น...
>>>..... เมื่อเวลาผ่านไป
>>>>>>ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า..
>>>>>>แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด
>>>>>>แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น>>>>>>ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย
>>>>>>ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง...
>>>>>>. แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ
>>>>>>>>>ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน
>>>>>>จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
>>>>>>ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ 
>>>กับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว
>>>>>>จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ ....
>>>>>>แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง
>>>>>>ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง
>>>>>>ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง>>>>>>เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์>>>>>>จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ .
หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
>>>>>>วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด
>>>>>>วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง
>>>>>>หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด
>>>>>>วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์....
>>>>>>.เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล.....
>>>>>>**ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใครที่ดีกว่า 
>>>อย่าลืมว่ายังมีคนที่คุณเคยรักและเขาก็รักคุณอยู่ตลอดไม่เปลี่ยน>>>แปลง แม้ว่าเขาคนนั้นอาจจะไม่ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนใหม่เลยก็ตาม*				
29 มีนาคม 2549 21:38 น.

บอกไม่รัก

แตม

บอกเลิก ยากกว่า บอกรัก .....
>- เพราะเหตุนี้ละมั้ง ...
>- หลายๆคนจึงนิยมใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว
>- เงียบเฉย เย็นชา หายหน้า ....
>- แทนคำพูดจากปาก ที่ฟังเข้าใจง่ายกว่าตั้งเยอะ....
>- บางคนให้เหตุผลว่า...
>- ไม่รู้จะทำงัยดี ...
>- ก็เลยใช้วิธีเงียบ ให้รู้ว่าไม่ได้คิดอะไรแล้ว ไม่แคร์แล้ว ....
>- บางคนรู้สึกว่า...
>- การพูดออกไปเลยว่า เลิกกันเถอะ มันรุนแรงเกินไป
>- บางคนก็มีคำตอบว่า...
>- ถ้าให้เลือกระหว่าง เขาเงียบๆไป กับ เขามาตะโกนใส่หูว่า....
>-  ฉันเบื่อเธอแล้ว! ได้ยินมั้ยย....! เลิกกันนนนนนน...!  ........
>- เลือกอย่างแรกดีกว่า.....
>- บางคนก็รู้สึกว่า ....
>- ถ้าเราเป็นคนเอยขึ้นมาก่อน ....
>- คนบอกลา อาจเจ็บกว่าคนที่รับฟังก็เป็นได้ .....
>- นั่นแหละ .
>- เท่าที่คุยกับหลายๆคนมา.
>- เท่าที่อ่านกระทู้พันทิพย์มา...
>- พบว่าส่วนมากใช้วิธีเงียบกันมากกว่า clear กันให้กระจ่าง.....
>- บางคนจะใช้วิธีหายหน้าหายตา ให้มันห่างๆกันไป
>- ถ้าถูกถาม ก็จะมีคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถามเท่าไร จะมีแต่คำว่า ....
>- ช่วงนี้งานเยอะ ช่วงนี้เรียนหนัก....
>- ขอเวลาส่วนตัวบางนะ ไม่มีอะไรหรอก ....
>- ประมาณนั้นซะมากกว่า....
>- บางคนก็ใช้วิธีบอกทางอ้อม....
>- เค้าทำอะไรก็ไม่ดีไปซะหมด หงุดหงิดใส่ อยู่ในภาวะขัดหูขัดตา .....
>- ผมแปลกใจนะที่คนส่วนใหญ่คิดได้กันแบบนี้ ....
>- คิดว่าการบอกเลิก ทำร้ายจิตใจมากกว่าการเงียบ เย็นชา งั้นหรอ....
>- คิดว่าการปล่อยให้คนหนึ่งคิดมาก.....
>- วิตก กังวล หวาดระแวง.....
>- วันทั้งวันค่อยแต่หาเหตุผลให้ตัวเอง....
>- ใจหนึ่งคิดมากมัน ไม่เหมือนเดิม มองในแง่ร้าย ....
>- อีกใจไม่อยากงี่เง่า ต้องเชื่อใจเค้า .....
>- คิดว่าการทอดทิ้งให้คนหนึ่งเป็นแบบนี้....
>- มันรุนแรงน้อยกว่าการบอกลามาตรงๆหรือ ??????
>- ผมว่า...
>- ถ้าความรู้สึกของใครเปลี่ยนไป....
>- ก็ควรเป็นคนบอกให้คนของเราได้รู้จากปากเราเอง....
>- เค้ามีสิทธิ์ที่จะรู้.....
>- รับผิดชอบความรู้สึกตัวเองหน่อย....
>- ไม่ใช่โยนความกดดันไปให้คนที่ยังรักเรา....
>- และโยนภาระการบอกลาไปให้เค้า....
>- เค้ามีภาระอันหนักหนา ที่จะต้องรับรู้ว่าคนรักของเขาเปลี่ยนไปอยู่แล้ว
>-- ยังต้องให้เขาเอาหัวใจที่ยังรัก มาบอกเลิกอีกหรือ....
>- ภาระก็ของเราเอง....
>- ยังจะโยนไปให้เขาอีกหรอ........
>- มันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ....
>- บอกรัก มันยากแค่ไหน มีความสำคัญแค่ไหน ....
>- บอกไม่รัก ยากกว่า ...
>- และความสำคัญของมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการบอกรักเลย.....
>- ใจของคนจะชุ่มชื่นแค่ไหน ก็อยู่ที่วิธีบอกรัก ..
>- ใจของคนจะชอกช้ำแค่ไหน ก็อยู่ที่วิธีการบอกเลิก เช่นกัน .....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแตม
Lovings  แตม เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแตม
Lovings  แตม เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแตม
Lovings  แตม เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแตม