5 ธันวาคม 2548 07:23 น.

ปวดต้นคอ...

แสงไร้เงา

ปวดต้นคอ... 
 
คอ เป็นอวัยวะหนึ่งที่มีการใช้มากที่สุด ยิ่งการทำงานในยุคปัจจุบันคนต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ต้องก้มหน้าเงยหน้าอยู่ตลอด ประกอบงานปัจจุบันต้องใช้สมองมากทำให้เกิดความเครียดจึงเกิดอาการปวดคอและปวดศีรษะ คอเป็นอวัยวะที่บอบบางเมื่อเทียบกับขนาดสมองและลำตัว ให้เกิดความชอกช้ำหรือบาดเจ็บได้ง่าย นอกจากนั้น 

คอก็ยังเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทที่รับคำสั่งจากสมองไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาการเจ็บคอพบได้ไม่บ่อยเท่าอาการปวดหลัง อาการเจ็บคอที่พบบ่อยที่สุดคือ กล้ามเนื้อคอหดเกร็งทำให้เอี้ยวคอหรือเคลื่อนไหวศีรษะไม่ได้ หรือที่เรียกว่าตกหมอน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายเองได้

สาเหตุของการปวดคอที่พบบ่อย... 

1. อิริยาบทหรือท่าที่ผิดสุขลักษณะ ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดถูกใช้งานจนเมื่อยร้าเกินไป เช่นบางคนชอบนั่งก้มหน้า หรือช่างที่ต้องเงยหน้าอยู่ตลอดเวลา ใช้หมอนสูงเกินไปวิธีแก้ต้องใช้หมอนหนุนต้นคอหรือบริเวณท้ายทอย

2. ความเครียดทางจิตใจ ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นการงาน ครอบครัว การพักผ่อนที่ไม่พอเพียง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง 

3. คอเคร็ดหรือยอก เกิดจากการที่กล้ามเนื้อคอต้องทำงานมากเกินไป เนื่องจากคอต้องเคลื่อนไหวเร็วเกินไป หรือรุนแรงเกินไปทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อถูกยืดมากจนมีการฉีกขาดบางส่วนจนเกิดอาการปวด ตัวอย่างที่ทำให้เกิดคอเคล็ดเช่น การก้มเพื่อมองหาของใต้โต๊ะ การหกล้ม

4. ภาวะข้อเสื่อม เนื่องจากกระดูกคอต้องแบกน้ำหนักอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนแก่ ทำให้ข้อเสื่อมตามอายุมีปุ่มกระดูกหรือกระดูกงอกที่ขอบของข้อต่อ ซึ่งอาจจะไปกดทับถูกปลายประสาทที่โผล่ออกมา ภาวะข้อกระดูกเสื่อมอาจจะไม่มีอาการปวดหรือผิดปกติใด ๆ แต่อาจจะพบโดยบังเอิญ 

5. อาการบาดเจ็บของกระดูกคอ ซึ่งอาจจะเกิดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น ตกที่สูง ถูกทำร้ายร่างกาย รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ผู้ป่วยมักจะมีอาการบาดเจ็บของร่างกายส่วนอื่นด้วย 

6. ข้ออักเสบ โรคข้ออักเสบเรื้อรังบางชนิดอาจจะทำให้กระดูกต้นคออักเสบด้วย เช่นข้ออักเสบรูมาตอยด์ การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการเจ็บคอ... 

1. ผู้ที่มีอาการปวดต้นคอหรือที่เรียกว่าตกหมอน ส่วนใหญ่จะเกิดจากการได้รับบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเอ็นรอบคอ คอจะแข็งอย่างเฉียบพลันหลังจากการเอี้ยว บิด ผิดท่าหรือภายหลังการตื่นนอน การรักษาสามารถทำได้โดย พยายามพัก อย่าเคลื่อนไหวคอ ทางที่ดีควรจะนอนพัก รับประทานยาแก้ปวด หากไม่มากใช้ยา paracetamol 500 mg. หากปวดมากก็ให้รับประทานยากลุ่ม NSAID ในระยะแรกอาจจะประคบด้วยน้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกห่อผ้าขนหนูวางบริเวณที่ปวด หรือจะใช้น้ำอุ่นประคบประมาณ 10-15 นาที การใส่ปลอกคอ มักจะไม่มีความจำเป็น นอกจากจะปวดมาก ๆ ไม่แนะนำให้มีการจับเส้นในระยะเฉียบพลันเพราะอาจจะเกิดผลเสีย 2. สำหรับผู้ที่ปวดคอเรื้อรัง อาการปวดมักจะไม่รุนแรง เวลาก้มหรือเงย ตะแคงหรือเอี้ยวคอจะทำให้ปวดเพิ่มขึ้น การดูแลเบื้องต้ได้แก่ - กินยาแก้ปวด - ประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่นไว้แล้ว - การนวดหรือกดจุด โดยถูกหลักวิชาอาจจะช่วยระงับอาการปวดได้ การนวดง่าย ๆ อาจทำภายหลังจากการอาบน้ำอุ่นหรือประคบร้อนแล้ว 10-15 นาที เริ่มการฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อคอ 
การออกกำลังกล้ามเนื้อคอ... กล้ามเนื้อคอเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและการรักษาการปวดคอเรื้อรังหรือเป็นๆหายหายๆ การบริหารกล้ามเนื้อคอจะแบ่งเป็นสองระยะได้แก่ ในระยะแรกจะบริหารเพื่อเพิ่มความยืดยุนของเอ็นและกล้ามเนื้อรอบคอ โดยการเอียงคอไปทางซ้าย ขวา ก้มหน้า เงยหน้า ในระยะต่อมาจึงจะสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยการ ใช้แรงต้านจากมือ การออกกำลังกายโดยทั่วไป นับเป็นส่วนสำคัญข้อหนึ่ง เนื่องจากการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจแข็งแรง มีการสูบฉีดโลหิตเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อของร่างกายหลายๆส่วน เช่นกล้ามเนื้อขา หลังจะแข็งแรง กระดูกจะเสื่อมน้อย การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการปวดคอ... 

1. ระวังอริยาบท ทั้งการยืน การนั่ง การนอน การทำงาน 
2. การทำงานควรหาเวลาหยุดพักเพื่อออกำลังกล้ามเนื้อคอ เคลื่อนไหวคอ หรือเปลี่ยนอิริยบทสัก 2-3 นาทีทุกชั่วโมง 
3. การเลือกเก้าอี้ที่เหมาะสม 
4. การพักผ่อนที่เพียงพอ การเลือกหมอน ที่นอน 
5. การใช้ยา 
6. การบริหารคอ 

ข้อมูลจาก 

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต				
1 ธันวาคม 2548 23:42 น.

ขนตาเรียวยาวงอนโค้งจดฟ้า

แสงไร้เงา

สาวยุคนี้ถ้าอยากจะให้สวยเริดแบบเพอร์เฟกต์จะต้องใช้วิธีการ ตัด-ต่อ-เติม กันทั้งนั้น ทั้งต่อเล็บที่เป็นแฟชั่นฮอตฮิตอินเทรนด์ไปเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้สาวทันสมัยหันมา ต่อขนตาให้งอนยาวกันเกร่อ นัยว่าช่วยทำดวงตาคู่นั้นเซ็กซี่มีเสน่ห์ เย้ายวน ยามสบตากับชายใดแล้วจะกระชากใจชายให้มาสยบแทบเท้าทีเดียว จนแฟชั่นต่อขนตากำลังเริ่มระบาดโดนใจในหมู่สาว ๆ โดยมีผู้นำเทรนด์คือสาวญี่ปุ่น ตามด้วยสาวเกาหลีและไต้หวัน ส่วนสาวไทยแม้จะเป็นผู้ตามแต่ก็ไม่ยอมตกเทรนเช่นกัน 

ขนตา เป็นส่วนหนึ่งบนใบหน้าที่ช่วยป้องกันฝุ่นละอองเข้าลูกตา นอกจากนี้ขนตาก็ยังทำหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งโดยเฉพาะสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาที่งอนงามยาว เป็นแพหนาดกดำ จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับดวงตาให้โดดเด่นขึ้น กลายเป็นสาวโชคดีมีชัยไปกว่าครึ่งเพราะขนตาจะช่วยสร้างมิติของดวงตาให้สวยซึ้ง แต่ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาโชคดีได้เป็นเจ้าของดวงตาเจ้าเสน่ห์คู่นี้ จึงเป็นสาเหตุให้สาว ๆ ทั้งหลายที่มีขนตาสั้นและตรงทื่อโดยเฉพาะสาวเอเชีย ต่างดิ้นรนหาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช 

เส้นทาง ขนตางอนงาม 
ขนตาปลอม ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อปีคศ. 1919 โดยเมคอัพ อาร์ติสของ Max Factor บริษัทเครื่องสำอางชื่อดังของต่างอเมริกา ขนตาปลอมในยุคแรก ๆ นั้นทำมาจากเส้นผมของมนุษย์ ทั้งนี้เพราะต้องการจะทำให้ดาราภาพยนตร์สาวคนหนึ่งมีดวงตาที่มีเสน่ห์ชวนหลงไหลมากยิ่งขึ้น จากนั้น"ขนตาปลอม"ก็กลายเป็นเครื่องสำอางชิ้นหนึ่งที่ดาราสาว ๆ ของโลกฮอลลีวู้ดขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นไลซ่า มินเนลลี่ , ลูซี่ บอล , โกลดี้ ฮอนด์ ,อลิซเบธ เทเลอร์ เป็นต้น 
ขนตาปลอมกลายมาเป็นแฟชั่นคู่ดวงตาของสาวทุกยุคทุกสมัย เหมือนสไตลิสต์ทุกคนมักจะบอกว่าการใช้ขนตาปลอมก็เหมือนการทำผมทรงใหม่ ๆ เพื่อให้สาวทันสมัยตลอดเวลา 
จะสังเกตได้ว่าสาว ๆในยุคซิกตี้นั้นจะนิยมใส่ขนตาปลอมเป็นแผงหนา ๆ แล้วยังต้องงอนโค้ง โดยไม่คิดว่าจะดูหลอกตา ทั้งนี้เพราะสาวยุคนั้นจะแต่งหน้าเข้ม ทาเปลือกตาหนาด้วยอายไลเนอร์แล้วก็ติดขนตาปลอมหนาไปด้วยเพื่อให้สมดุลย์กับดวงตาที่เน้นให้ดูกลมโต สาว ๆ ทั้งโลกในยุคนั้นแห่กันติดขนตาปลอมเป็นแถวไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้องไปจนถึงสาวไฮโซ 
ขนตาปลอมในยุคนั้นจะผลิตจากเส้นผมของมนุษย์ นำมาเรียงเป็นแผง ๆ แล้วใช้กาวพิเศษติดไปกับเปลือกตา ทาอายแชโดว์ทับลงไปอีกทีก็จะเป็นเจ้าของดวงกลมโตที่ดูโดดเด่นแล้ว 
พอย่างเข้าสู่ยุคเซเว่นตี้ เป็นยุคของคนแสวงหาเสรีภาพ บรรดาฮิปปี้เดินเต็มถนนไปหมด ใคร ๆ ก็ต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบเซอร์ ๆ แนวแฟชั่นก็เริ่มลดโทนสีให้อ่อนลง แต่กลับไปเน้นตาให้ดวงตาโดดเด่นขึ้นด้วยการทาอายไลน์เนอร์และใช้ขนตาปลอมช่วย มีที่แปลกอีกอย่างคือยุคนี้จะเพิ่มขนตาปลอมด้านล่างมาด้วย ต่อมาในยุค 80 โลกคึกคักด้วยเสียงเพลงจังหวะมัน ๆ ของดิสโก้ สาว ๆ หลายคนสลัดคราบเซอร์ ๆ หันมาแต่งหน้าจัดจ้านเพิ่มน้ำหนักของสีสันให้สด ๆ ทั้งเฉดม่วง แดง ชมพู เป็นประกายให้เข้ากับลุคดิสโก้ที่ฟู่ฟ่า 

แต่พอโลกหมุนเข้าสู่ยุค 90 หลังจากที่มนุษย์เสพแต่สารพิษเข้าไปมากมายแล้ว ก็เริ่มหันกลับมาสู่ความเป็นธรรมชาติทั้งเรื่องการแต่งหน้าด้วย กลุ่มผู้หญิงทำงานเริ่มมีบทบาทในสังคมโลกมากขึ้น กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสินค้า เวอร์กิ้งวูเม่นที่แต่งตัวไปทำงานก็ต้องแต่งหน้าไปด้วยแต่เป็นโทนสีอ่อน ๆ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการทำงาน ยุคนี้สาว ๆ เริ่มหันมาใส่ใจกับการบำรุงผิวหน้ามากกว่าเครื่องสำอางแต่งหน้า เริ่มมีการแต่งหน้าเฉดสีสันเปลี่ยนไปตามฤดูกาล 

ยุคนี้มาสคาร่าเริ่มเข้ามามีบทบาททำหน้าที่แทน"ขนตาปลอม"มากขึ้น เพื่อให้ความสะดวกแก่สาวออฟฟิศที่มีเวลาน้อยนิดในการแต่งหน้าแต่ละครั้ง เพียงใช้แปรงมาสคาร่าปัดขนตาก็จะช่วยให้ขนตาแท้ ๆ งอนงามขึ้นแล้ว ดังนั้นบริษัทผลิเครื่องสำอางชื่อดังทั่วโลกจึงเริ่มหันมาผลิตมาสคาร่ากันเป็นแถวจนผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มียอดจำหน่ายเป็นสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับเครื่องสำอางชนิดอื่น ๆ 

ต่อเนื่องมาจนถึงสาวในยุค 2000 ที่หันมาแต่งหน้าแนวนู้ดสีอ่อน ทั้งปากและดวงตาจะสีอ่อน ๆ แต่จะไปเน้นผิวหน้าที่สวยใสเด้ง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ Pure White เริ่มเข้ามามีบทบาทกับใบหน้าของผู้หญิงที่ต้องการให้หน้าดูขาวใสมีน้ำมีนวล การแต่งหน้าจึงต้องอ่อนเบาบาง สอดรับกับดวงตาที่ต้องการความอ่อนไปด้วย โดยจะไปเน้นที่ขนตามากยิ่งขึ้นเพื่อให้ดวงตาดูสวยซึ้งน่าหลงใหล 

จะ"งอน"กันไปถึงไหน 
สาวเอเชียดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับขนตามากกว่าสาวฝรั่ง เพราะคนเอเชียตาเล็กและขนตาน้อยด้วย ดังนั้นจึงมีสาว ๆ ที่อยากตาสวยหลายคนดิ้นรนหาสารพัดวิธีการที่จะทำให้ขนตาสั้น ๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั้นให้ดูยาวขึ้นโดยมีสาวญี่ปุ่นเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น ตามด้วยสาวเกาหลีและไต้หวัน ส่วนสาวไทยแม้จะเป็นผู้ตามแต่ก็ไม่ยอมตกเทรนด์เช่นกัน 

ขนตาปลอมยุคนี้จึงปรับตัวให้มีรูปลักษณ์เป็นแฟชั่นไปด้วย หลายค่ายต่างผลิตขนตาปลอมที่หลีกหนีรูปแบบเดิม ๆ ที่เป็นแพหนา ๆ ไปสู่ลุคใหม่ที่มีความหลากหลายให้ผู้ใช้เลือกใช้งานในหลาย ๆ รูปแบบ อาทิ ขนตาโค้งงอนยาวแบบธรรมชาติ ขนตาแบบแฟนซีที่เป็นสีสันสดใส ขนตาเป็นแฉก ๆ ขนตาเป็นซี่ ๆ ไปจนถึงการใช้กากเพชร - ลูกปัด  สีเงิน ติดขนตาเพื่อเพิ่มความดึงดูดที่โดดเด่นมากขึ้น ซึ่งส่วนมากจะจะสั่งซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น 
การใช้ขนตาปลอมบางทีก็ยังไม่ทันใจสาวยุคใหม่ที่ต้องการความสวยแบบสั่งได้ ดังนั้นเทคนิคการ"ต่อขนตา" จึงเริ่มมากลายมาเป็นแฟชั่นฮิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง พอมีร้านบริการต่อขนตามากขึ้นเป็นแรงส่งให้กระแสขนตางอนยาวเริ่มแรงขึ้นไปด้วย 
เทคนิคการต่อขนตาก็เหมือนการต่อผม ซึ่งส่วนมากผู้ให้บริการคือร้านทำผมทั่ว ๆ ไปที่เคยรับต่อผม แหล่งที่เป็นที่รู้จักกันของบรรดาสาวฮิปยุคใหม่คือชาญอิสระชั้น 1 ที่มีหลายร้านเปิดให้บริการกันมานานแล้ว และขยับไปถึงช่างผมไฮโซคนดังอย่างป๊อก เชลซี ก็หันมาเปิดแผนกต่อขนตาให้บริการบรรดาสาวไฮโซที่มีขนตาสั้นทั้งหลายมาแปลงโฉมให้เป็นสาวตาสวยพียงกระพริบตาเท่านั้น 

ถนนราคาของการต่อขนตาเริ่มตั้งแต่ 1,500  2,000 บาทต่อครั้ง โดยช่างจะใช้เส้นผมมาแตะกาวที่เหนียวเป็นพิเศษแล้วแตะไปตรงขนตาจริงทีละเส้น หรือสาวใดอยากให้มีลูกเล่นเติมขนตาเป็นช่อ ๆ ละ 3 เส้นเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติแบบสวยซึ้งก็ย่อมได้ โดยใช้เวลาในการทำข้างละไม่เกิน 10 นาที แต่มาเสียเวลาที่ต้องนอนหลับตาเพื่อให้กาวที่ต่อขนตานั้นแห้งสนิทเสียก่อนอีกประมาณครึ่งชั่วโมง 

การต่อขนตาแม้จะเป็นทางเลือกที่เป็นความหวังของสาว ๆ ว่าจะสวยทนสวยนานอย่างน้อยก็อยู่ได้ 1  2 เดือน แต่ใครที่ไปต่อขนตามามักจะเจอกับสารพัดปัญหาไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก อาทิ ห้ามขยี้ตา ห้ามล้างตาแรง ๆ เพราะขนตาจริงก็เป็นเส้นผมที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วเมื่อมีขนตาปลอมมาเกาะเป็นกาฝากอาจจะทำให้ขนตาจริงหลุดไปได้ง่าย กลายเป็นสาวขนตาแหว่ง ขณะที่บางคนแพ้กาวที่ใช้ติดขนตาจนตามบวมได้ 

ฟูก  ธำรงรัตน์ วรารักษ์ เมคอัพ อาร์ติสชื่อดังให้คำแนะนำแก่สาวๆ เรื่องการต่อขนตาว่า การต่อขนตาเหมาะสำหรับสาวที่มีขนตาเดิมที่งอนอยู่แล้ว พอต่อขนตาเพิ่มขึ้นจะทำให้ดวงตาสวยงามงอน แต่บางคนที่ขนตาตกหรือไม่งอนนั้น พอต่อขนตาแล้วขนตาจะกลายเป็นที่เรียกว่า"ตกท้องช้าง" ดูแล้วตลกจะต้องไปดัดขนตาช่วย 

ตลาดมาสคาร่าโตรับกระแส 
มีสาว ๆ อีกไม่น้อยที่ไม่อยากเสี่ยงกับวิธีการต่อขนตาจึงหันไปใช้วิธีการสวยแบบชั่วคราว ด้วยการเลือกใช้มาสคาร่าปัดขนตาดีกว่า และยิ่งปัจจุบันนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างก็หันมาแข่งกันผลิตมาสคาร่าที่ช่วยต่อขนตาให้ทั้งงอนโค้ง โก่งยาวเสียดฟ้ากันทีเดียว ด้วยการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งที่เป็นไฟเบอร์ ขนเฟอร์และขนมิ้งค์ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับสาว ๆ ที่รักสวยรักงามไม่ว่าจะเป็นค่าย MayBelline , LOREAL , HELENA RUBINSTEIN , LANCOME เป็นต้น 

แต่ละค่ายต่างก็ประกาศสรรพคุณของมาสคาร่าที่สามารถต่อขนตาสาว ๆ ให้งอนโค้งยาวได้ถึง 60 % แถมยังให้ขนตาดูหนาขึ้นถึง 600 เท่าทีเดียว แถมยังมีลูกเล่นให้เลือกต่อขนตาได้ทั้งแบบหนาเป็นแพหรือต่อเฉพาะปลายเป็นเส้น ๆ ขึ้นมาก็ยังได้ รวมถึงการเพิ่มสารวิตามินที่ช่วยบำรุงเส้นขนตาเรียกว่าสวยไปพร้อมกับบำรุงไปในตัว และยังมีสารกันน้ำที่เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ที่แบบตกน้ำไม่หลุดไม่เลอะอีกด้วย 
การแข่งขันของบรรดาค่ายยักษ์ใหญ่เครื่องสำอางยิ่งส่งให้กระแสขนตางอนยาวยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของตลาดมาสคาร่าเติบโตขึ้นกว่า 100 % กันถ้วนหน้า 
อย่างไรก็ตาม ฟูก - วรารักษ์ เมคอัพ อาร์ติสชื่อดังมีข้อแนะนำดี ๆ มาฝากสาวที่รักสวยรักงามว่า "ถ้าใช้มาสคาร่าเพื่อต่อขนตานั้น ก็ควรใช้คลีนเซอร์สำหรับล้างออกโดยเฉพาะด้วยเป็นประเภท อาย แอนด์ ลิป รีมูฟเวอร์ เพราะจะช่วยล้างน้ำยาออกได้ง่ายโดยไม่ต้องเช็ดถูแรง ๆ ให้ตาช้ำ หรือถ้าใครตาบวมก็ควรใช้น้ำแข็งประคบ นอกจากนี้ควรกินอาหารที่มีส่วนผสมของเบตาแคโรทีนซึ่งจะช่วยบำรุงเส้นขนตาให้แข็งแรง อาทิ ผักบุ้ง แครอท มะละกอ เป็นต้น " 
สาวใดที่กำลังอยู่ทางสองแพร่ง กำลังตัดสินใจว่าอยากจะมีขนยางอนยาวแบบไหนดีก็ลองพิจารณาถึงความปลอดภัยของดวงตาด้วยก็จะดี 

ข้อมูลและภาพจาก www.manager.co.th				
30 พฤศจิกายน 2548 12:09 น.

"ปวดหัว"

แสงไร้เงา

"ปวดหัว" เป็นอาการที่พบได้บ่อยครั้ง โดยอาจเกิดขึ้นจากหลายๆสาเหตุ ซึ่งบางครั้งก็อาจเกิดจากการที่เราต้องหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ แต่การรับประทานยาแก้ปวดบ่อย ก็ไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราเช่นเดียวกัน การแก้ปัญหาอาการปวดหัวอย่างง่ายๆในเบื้องต้น คือ การทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย หรือการนวด ซึ่งวันนี้เรามีทริปที่ช่วยแก้อาการปวดหัวในเบื้องต้าฝากค่ะ

** หาผ้าเย็นหรือผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น ประคบบริเวณที่รู้สึกปวด จากนั้นย้ายมาวางที่หน้าผากและหลังต้นคอ

** อาบน้ำอุ่นแล้วงีบหลับสักพัก ตื่นแล้วต่อยออกมาเดินเล่นสูดอากาศนอกบ้าน

** ให้คนข้างๆ ช่วยนวดต้นคอ ไหล่ และหลัง อาจจะหาคอร์สนวดทั้งตัวก็ได้ 

** ใช้นิ้วโป้งกดค้างไว้ตรงที่ปวดสัก 7-15 วินาที แล้วค่อยปล่อย ทำซ้ำสัก 2-3 ครั้ง 

** นั่งพักในห้องที่เงียบๆ หลับตา แล้วปล่อยให้หลัง ไหล่ ต้นคอได้พัก อย่าเกร็ง วิธีเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ในเบื้องต้น ซึ่งคุณอาจไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดอีกก็ได้ ลองทำดูนะคะ. 

ข้อมูลจาก 
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์				
30 พฤศจิกายน 2548 07:09 น.

@ ทายความรักตามเดือนเกิด @

แสงไร้เงา

>>> >> >@ ทายความรักตามเดือนเกิด 
>>> >> >       มกราคม 
>>> >> >       ทะเยอทะยาน จริงจัง ชอบสั่งสอน รักการเรียนรู้ 
>>> >> >ขยันทำงานตัวเป็นเกลียวมีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด เจ้าระเบียบ 
>>> >> >ทำอะไรเป็นแบบแผนขั้นตอนไม่มีนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย อ่อนไหว 
>>> >> 
>>> >ช่างคิดรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุขปกติจะเงียบขรึมถ้าไม่ได้กำลังตื่นเต้น 
>>> >> >หรือเข้าสู่ภาวะคับขันสงบเสงี่ยม กระตือรือร้น 
>>> >>โรแมนติกแต่ไม่ค่อยยอม 
>>> >> >แสดงออกเท่าไร รักเด็กติดบ้าน ซื่อสัตย์ ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม 
>>> >> >แถมขี้หึงอีกต่างหาก 
>>> >> > 
>>> >> >       กุมภาพันธ์ 
>>> >> >       ช่างฝัน 
>>> >> >รักทั้งโลกแห่งความเป็นจริงและโรคแห่งความฝันไหวพริบปฏิภาณดี 
>>> >> >ฉลาดหากแต่บุคลิกภาพแปรปรวนไปนิด เจ้าอารมณ์ เงียบ ขี้อาย สุภาพ 
>>> >> >ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง ซื่อสัตย์ ชอบตั้งเป้าหมายในชีวิต 
>>> >> >รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด ขบถได้ง่ายถ้าถูกบีบคั้น 
>>> >>แอบก้าวร้าวบ้างบางครั้ง 
>>> >> >แต่ที่จริงอ่อนไหวมาก เสียใจง่าย โกรธก็ง่ายไม่ชอบเรื่องไร้สาระ 
>>> >> >ชอบคบเพื่อนฝูงใหม่ๆ น่ารักๆ 
>>> >>รักกิจการงานบันเทิงทุกชนิดโรแมนติกลึกๆ 
>>> >> >แต่ไม่แสดงออก เชื่อถือโชคลาง ใช้จ่ายเงินเก่ง 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >       มีนาคม 
>>> >> >       มีเสน่ห์ เป็นที่รักของผู้อื่น ขี้อาย สงบเสงี่ยม ลึกลับ 
>>> >>ซื่อตรง 
>>> >> >เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ รักสันติและความสงบ อ่อนโยน 
>>> >> >ชอบเอาอกเอาใจคนอื่น ใจเย็น ไว้ใจได้ เห็นค่าคนอื่น ใจดี 
>>> >>เคร่งศีลธรรม 
>>> >> >แต่ติดนิสัยชอบประเมินคนอื่น เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังเพ้อฝัน 
>>> >>ชอบสร้างจินตนาการ 
>>> >> >รักการเดินทาง รักการเป็นจุดสนใจ 
>>> >>ใจเร็วไปนิดถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใคร 
>>> >> >ชอบตกแต่งบ้านเอง มีพรสวรรค์เรื่องดนตรี รักข้าวของแปลกๆ 
>>> >> >ข้อควรระวังคืออารมณ์หงุดหงิดง่าย 
>>> >> > 
>>> >> >       เมษายน 
>>> >> >       กระตือรือร้น ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เข้มแข็งเด็ดขาด 
>>> >> >แต่กลับใจอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อกับคำขอโทษ 
>>> >>ดึงดูดใจและเป็นที่รักของผู้คน 
>>> >> >ใจแข็ง รักการเป็นจุดสนใจ พูดจาฉลาดถนอมน้ำใจทุกฝ่าย ชอบปลอบโยน 
>>> >> >มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเสนอแนะแก้ปัญหาให้คนอื่น กล้าหาญ ชอบผจญภัย 
>>> >> >สุภาพเอื้อเฟื้อ แต่เจ้าอารมณ์ ชอบกระตุ้นทั้งตัวเองและคนรอบข้าง 
>>> >> >และขี้หึงมากกเช่นกัน 
>>> >> > 
>>> >> >       พฤษภาคม 
>>> >> >       ดื้อดึง ใจแข็ง กล้าแกร่ง ตั้งใจมั่น แรงจูงใจสูง หลักแหลม 
>>> >> >โกรธง่าย 
>>> >> >แต่ก็มีเสน่ห์ ชอบการเป็นจุดสนใจ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์มากนัก 
>>> >>มีจุดยืนของตัวเอง 
>>> >> >มีอิทธิพล ชอบปลอบโยนผู้อื่น มีระบบระเบียบ เพ้อฝัน มีสัมผัสพิเศษ 
>>> >> >เข้าอกเข้าใจ จินตนาการกว้างไกล รักการเดินทาง 
>>> >>ไม่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน 
>>> >> >ไม่ชอบหยุดนิ่ง ทำงานหนัก ความรับผิดชอบสูง แต่สุรุ่ยสุร่ายไปหน่อย 
>>> >> > 
>>> >> >       มิถุนายน 
>>> >> >       คิดการณ์ไกล หัวก้าวหน้า ใจอ่อนกับคนใจดี สุภาพ พูดจาเบา 
>>> >> >มีความคิดสร้างสรรค์มากมาย อ่อนไหว ชอบคิดค้น เสียตรงที่ขี้ลังเล 
>>> >>ไม่รักษาเวลา 
>>> >> >สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบเรื่องตลก มีทักษะดีในการโต้แย้ง 
>>> >>ช่างพูดช่างคุย 
>>> >> >ชอบฝันกลางวันเป็นมิตร รู้ว่าจะหาเพื่อนได้อย่างไร อดทน ชอบแสดงออก 
>>> >>เสียใจง่าย 
>>> >> >ชอบแต่งตัว ขี้เบื่อ นานๆ จะแสดงอารมณ์ออกมาซักที 
>>> >> >ถ้าเสียใจต้องใช้เวลานานในการเยียวยา ชอบการบริหาร หัวรั้น 
>>> >>ถือคติแปลกๆ 
>>> >> >ว่าใครประจบประแจงคือศัตรู ส่วนเพื่อนแท้ต้องไม่กลัวที่จะขัดใจ 
>>> >> > 
>>> >> >       กรกฎาคม 
>>> >> >       อยู่ด้วยแล้วสนุก เก็บความลับได้ 
>>> >> >แต่ยากที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง 
>>> >> >เงียบถ้าไม่มีอะไรตื่นเต้น หยิ่งทะนงในตัวเอง มีความรับผิดชอบ 
>>> >> >ชอบปลอบโยนคนอื่น ซื่อตรง สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง มีไหวพริบ 
>>> >>ไม่ผูกใจเจ็บใคร 
>>> >> >ไม่ชอบเรื่องไร้สาระทั้งหลาย 
>>> >>มีอิทธิพลต่อคนอื่นทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ 
>>> >> >อ่อนไหว ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ ห่วงใยใส่ใจคนอื่น 
>>> >> >ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจ 
>>> >> >แย่ตรงที่ชอบตัดสินคนอื่นเพียงเพราะสิ่งที่สังเกตเอาเอง ทำงานหนัก 
>>> >>เรียนดี 
>>> >> >ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ เสียใจง่ายแถมต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย 
>>> >> >ทุ่มเททุกอย่างให้งาน 
>>> >> > 
>>> >> >       สิงหาคม 
>>> >> >       ชอบเรื่องตลก มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยน ใส่ใจคนอื่น 
>>> >> >กล้าหาญไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น มั่นคงเด็ดเดี่ยว เป็นผู้นำเต็มตัว 
>>> >> >รู้ว่าต้องดูแลปลอบโยนคนอื่นอย่างไร แต่เสียตรงที่เอื้อเฟื้อเกินไป 
>>> >> >มั่นใจตัวเองเกินไป เรียกร้องต้องการการยกย่องนับถือ 
>>> >> >มุ่งมั่นแรงกล้าสุดๆแถมโกรธง่ายเกินเหตุ โดยเฉพาะเมื่อถูกแหย่หรือ 
>>> >>กระตุ้น 
>>> >> >ขี้หึง เคร่งศีลธรรม หุนหันพลันแล่น ความคิดอิสระไม่ค่อยเหมือนใคร 
>>> >> >รักทั้งการเป็นผู้นำและถูกนำ ช่างฝัน มีพรสวรรค์เรื่องศิลปะดนตรี 
>>> >> >และกลไกการป้องกันตัว อ่อนไหวเหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะอยากยอมรับ 
>>> >> >ยุ่งเหยิงวุ่นวายตลอดเวลา โรแมนติค รักใคร่และห่วงใยคนอื่น 
>>> >> >ชอบคบหาเพื่อนฝูงใหม่ๆ 
>>> >> > 
>>> >> >       กันยายน 
>>> >> >       สุภาพอ่อนโยน ประนีประนอม 
>>> >> >ระวังตัวแจวางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน 
>>> >> >ชอบตอกย้ำจุดอ่อนคนอื่น ชอบการวิพากษ์วิจารณ์ เยือกเย็นและสงบ ใจดี 
>>> >> >เห็นอกเห็นใจคนอื่น รอบรู้เรื่องต่างๆ ซื่อตรง ทำงานเก่ง อ่อนไหว 
>>> >>ช่างคิด 
>>> >> >ความจำดี สนใจใฝ่รู้ ชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ มีแรงจูงใจ 
>>> >>เข้าอกเข้าใจ 
>>> >> >เก็บความลับอยู่ รักกีฬากิจกรรมยามว่าง และการเดินทาง 
>>> >> >ไม่แสดงอารมณ์เสียจนเกือบจะ เป็นคนเก็บกดช่างเลือกโดยเฉพาะเรื่องแฟน 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >       ตุลาคม 
>>> >> >       รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ รักทุกคนที่รักตัวเอง 
>>> >> >รักการเจาะเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ มีเสน่ห์ สุภาพนุ่มนวล 
>>> >> >จิตใจและรูปร่างสวยงาม ไม่โกหกเสแสร้ง เห็นอกเห็นใจคนอื่น 
>>> >> >ให้ความสำคัญกับเพื่อน ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่เรื่อย 
>>> >> >เสียใจง่ายก็จริงแต่ไม่ต้องห่วงแป๊บเดียวก็หายเศร้า 
>>> >>ชอบช่วยเหลือคนอื่น 
>>> >> >ชอบฝันกลางวัน ความคิดบรรเจิด มีสัมผัสพิเศษ รักการเดินทาง ศิลปะ 
>>> >> >และวรรณกรรมพูดจานุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น โรแมนติก ขี้หึง 
>>> >> >เป็นห่วงเป็นใยรักความยุติธรรม เชื่อคนง่าย เพราะมองโลกสวยงาม 
>>> >> >สูญเสียความเชื่อมั่นง่ายมาก 
>>> >> > 
>>> >> >       พฤศจิกายน 
>>> >> >       ความคิดล้านแปดเต็มหัว ยากที่จะเข้าถึง คิดการณ์ล้ำหน้า 
>>> >> >โดดเด่นหัวไว 
>>> >> >ใส่ใจและชอบให้คำแนะนำ อยากรู้อยากเห็น รู้จักวิธีตะล่อมคุ้ยความลับ 
>>> >> >;ชอบคิดอยู่ตลอดเวลา พูดน้อยแต่อัธยาศัยดี กล้าหาญและเอื้อเฟื้อ 
>>> >>อดทน หัวรั้น 
>>> >> >ใจแข็ง ถือคติตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้นก็ยังมีหนทางเสมอ 
>>> >> >มีเป้าหมายในชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 
>>> >>โกรธยากมากถ้าไม่ถูกยั่วจนถึงขั้นจริงๆ 
>>> >> >ชอบอยู่คนเดียว มีแรงจูงใจในตัวเอง โดยไม่สนใจการยอมรับนับถือจาก 
>>> >>คนอื่น 
>>> >> >มั่นคง เด็ดเดี่ยว รักใครรักจริง เจ้าอารมณ์ โรแมนติก 
>>> >> >แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก รักบ้าน ทำงานหนัก 
>>> >>มีความสามารถสูง ไว้ใจได้ 
>>> >> > 
>>> >> >       ธันวาคม 
>>> >> >       ซื่อสัตย์และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 
>>> >> >กระตือรือร้นในการแข่งขันและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 
>>> >>แต่ไม่ค่อยมีความอดทน 
>>> >> >ทะเยอทะยาน มีอิทธิพลในสังคม รักการเข้าสังคมมาก รักการได้รับการ 
>>> >> >ยอมรับการเป็นจุดสนใจ รักการที่มีคนอื่นมารักตัวเอง 
>>> >>ซื่อตรงและไว้ใจได้ 
>>> >> >ไม่เสแสร้ง แต่อารมณ์เสียง่าย เกลียดการถูกบีบบังคับ รักเรื่องตลก 
>>> >> >มีอารมณ์ขันและมีเหตุผล 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >       ทีนี้มาดูวันเกิดกันบ้าง 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 1 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 1,10,19 และ 28 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยพลังแห่งดวงอาทิตย์ 
>>> >> >ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งความสดใส 
>>> >> >เป็นความรัก ที่ถูกกระตุ้นให้ร่าเริงอยู่เสมอ กระตือรือร้นที่จะรัก 
>>> >>ชอบแสดงออก 
>>> >> >เมื่อรักแล้วเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา 
>>> >> >เป็นรักที่เปิดเผย มักจะบอกกล่าวให้คนรอบข้างและสาธารณชนได้รับรู้ 
>>> >> >ในมุมกลับกันถ้ารักเป็นพิษ หรือไม่สมหวัง 
>>> >> >ก็พร้อมที่จะแผดเผาด้วยอารมณ์ที่รุนแรงได้เช่นกัน มุมมองด้านความรัก 
>>> >>คือ 
>>> >> >ทะเยอทะยาน เร้าใจเหมือนรถแข่งที่พร้อมจะทะยานเข้าสู่เส้นชัย 
>>> >>คู่รักที่เหมาะสม 
>>> >> >คือ บุคคลหมายเลข 2, 4 และ 7 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 2 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 2,11 ,20 หรือ 29 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยพลังแห่งดวงจันทร์ หรือเทพีแห่งยามค่ำคืน 
>>> >> >เป็นความรักที่อ่อนโยน อบอุ่น โรแมนติค ครุ่นคิด ไตร่ตรอง ทบทวน 
>>> >>แผ่วเบา 
>>> >> >ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่องยาวนาน ในมุมกลับกันมักจะครุ่นคิด 
>>> >>จนวิตกกังวล 
>>> >> >หึงหวงเกินขอบเขต มุมมองด้านความรัก คือ ลึกซึ้ง อ่อนโยน 
>>> >> >เหมือนเรือที่วิ่งเข้าสู่ท่าเทียบเรืออย่างสงบ คู่รักที่เหมาะสม คือ 
>>> >> >บุคคลหมายเลข 1,4 และ 7 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 3 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 3, 12, 21 และ 30 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยพลังของดาวพฤหัสบดี 
>>> >> >ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าของการเรียนการสอน รูปแบบแห่งรักจึงมีการชี้นำ 
>>> >>การอบรม 
>>> >> >เป็นห่วงเป็นใย แบบพ่อแม่ดูแลบุตร พี่ชายดูแลน้องสาว 
>>> >>ครูบาอาจารย์ดูแลศิษย์ 
>>> >> >มีความเอื้ออาทรเป็นสายใย นี่คือแบบฉบับของรักที่เปี่ยมไปด้วยไมตรี 
>>> >> >บางคู่ก็อาจเป็นรักที่เกิดจากคนต่างวัย 
>>> >> >แต่มีสายใยแห่งความเข้าใจเป็นสิ่งผูกมัด 
>>> >> >ในมุมกลับกันก็พร้อมที่จะเป็นรักในรูปแบบที่เย็นชา 
>>> >>มุมมองด้านความรัก คือ 
>>> >> >การสนทนานำพาสติปัญญาให้งอกงาม คู่รักที่เหมาะสม คือ บุคคลหมายเลข 
>>> >>3,6 และ 9 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 4 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 4,13, 22 และ 31 
>>> >> >             ถูกควบคุมพลังแห่งรักโดยดาวมฤตยู หรือดาวยูเรนัส 
>>> >> >เทพเจ้าแห่งความคิดอิสระ มีการกระทำในมุมที่ผู้อื่นคาดการณ์ไม่ถึง 
>>> >> >ความรักบางครั้งก็ยากแก่การคาดการณ์ อาจเจอปุ๊บรักปั๊บ หรือไม่รัก 
>>> >> >ไม่หวงแต่คอยติดตามความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา 
>>> >> >เป็นความรักที่เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการเตรียมพร้อม แต่พร้อมที่จะรัก 
>>> >> >ในมุมกลับกันก็พร้อมที่จะเย็นชา ไร้ความรู้สึก ไร้ความสนใจ 
>>> >> >เหมือนทุกอย่างคือความว่างเปล่า มุมมองด้านความรัก คือ 
>>> >> >สายลมที่นำพาทุกอย่างมาพร้อมกัน คู่รักที่เหมาะสม คือ บุคคลหมายเลข 
>>> >>1,2,7 และ 
>>> >> >8 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 5 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 5, 14 และ 23 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยพลังแห่งดาวพุธ ซึ่งถือว่าเป็นดาวดวงเล็ก 
>>> >> >แต่มีฤทธิ์ค่อนข้างเกินตัว โดดเด่นทางด้านเดินทาง 
>>> >>และมีวาทศิลป์ในการเจรจา 
>>> >> >สื่อถึงความรักที่โลดแล่นไปตามจังหวะชีวิต ขึ้นลงตามภาวะเหตุการณ์ 
>>> >> >และการเจรจาพาที เป็นความรักที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 
>>> >> >และสื่อสารถึงกันตลอดเวลา แม้ว่าจะห่างกันคนละมุมโลก 
>>> >>ความรักเหมือนปรอท 
>>> >> >เจอแล้วมักมีเหตุให้จากกันชั่วครู่ เมื่อทำภารกิจสำคัญสำเร็จแล้ว 
>>> >> >ถึงจะได้ย้อนกลับมาเจอกันอีก เรียกว่าจบลงด้วยดีในตอนปลาย 
>>> >> >ในมุมกลับกันมักเป็นประเภทรักง่าย หน่ายเร็ว มุมมองด้านความรัก คือ 
>>> >> >อกหักดีกว่ารักไม่เป็น คู่รักที่เหมาะสม คือ ค่อนข้างจะหลากหลาย 
>>> >> >เพราะสามารถปรับตัวเข้ากันได้กับทุกหมายเลข 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 6 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 6,15 และ 24 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยเทพีวีนัส 
>>> >>ซึ่งเปรียบเสมือนเทพีแห่งความรัก 
>>> >> >เต็มไปด้วยความรักที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ 
>>> >>เป็นรักที่ยั่วยวนชวนให้หลงไหล 
>>> >> >เต็มไปด้วยสีสันจินตนาการที่ไร้ขอบเขต 
>>> >> >ในมุมกลับกันเป็นความรักที่ถูกครอบงำโดยการหลงไหล 
>>> >>ประเภทรักไม่รู้จักกาลเทศะ 
>>> >> >ไม่รู้จักเวลา ขอเพียงให้ได้รักหรือถูกรักก็พอใจ มุมมองด้านความรัก 
>>> >>คือ 
>>> >> >ความรักคือโอสถทิพย์ คู่รักที่เหมาะสม คือ บุคคลหมายเลข 3,6 และ 9 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 7 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 7,16 และ 25 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยดาวพระเกตุ (เนปจูน) 
>>> >> >เป็นความรักที่ค่อนข้างอิสระเสรี เป็นตัวของตัวเอง 
>>> >> >เป็นรักที่มีจุดยืนชัดเจนว่าฉันเป็นของฉันอย่างนี้ 
>>> >> >คุณจะเป็นแบบไหนก็คือแบบฉบับของคุณ 
>>> >> >ขอเพียงแค่เข้าใจในจุดร่วมก็สามารถรักกันได้ 
>>> >> >ในมุมกลับกันบางครั้งอิสระมากเกินไป จนดูว่าห่างเหินขาดการติดต่อ 
>>> >>ไม่สม่ำเสมอ 
>>> >> >มุมมองด้านความรัก คือ ขอบฟ้าที่กว้างไกลคือสายใยแห่งความรัก 
>>> >>คู่รักที่เหมาะสม 
>>> >> >คือ บุคคลหมายเลข 2 และ 7 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 8 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 8,17 และ 26 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยดาวเสาร์ 
>>> >>เป็นตัวแทนของเทพเจ้าแห่งความสง่างาม 
>>> >> >ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ยามสงบนิ่ง 
>>> >>ในด้านของความรักมักจะก่อตัวอย่างเงียบ ๆ 
>>> >> >เปรียบเสมือนถ่านร้อนที่คุโชน เป็นรักที่ไม่ค่อยชอบแสดงออก 
>>> >> >หรือเปิดเผยในการกระทำมากมาย แต่ก็ก่อตัวอย่างสงบและหนักแน่นมั่นคง 
>>> >> >ในมุมกลับกันบางครั้งก็ดูเย็นชาจนขาดความตื่นเต้นเร้าใจ 
>>> >>มุมมองด้านความรัก คือ 
>>> >> >หนักแน่นและมั่นคงดุจขุนเขา คู่รักที่เหมาะสม คือ บุคคลหมายเลข 4 
>>> >> > 
>>> >> >             บุคคลหมายเลข 9 หรือผู้ที่เกิดวันที่ 9,18 และ 27 
>>> >> >             ถูกควบคุมโดยดาวอังคาร ในแง่ของความรักแล้วถือว่า 
>>> >> >เป็นรักที่ต้องแข่งขันถึงจะเข้าเส้นชัย 
>>> >>เป็นคู่รักที่ต้องใช้ความอดทน 
>>> >> >จนถึงขั้นทรหดในการประคองความรัก แต่ถ้าถึงที่หมายแล้วล่ะก็ 
>>> >> >เชื่อได้ว่าจะเป็นอมตะแห่งรักที่มั่นคงและอบอุ่น 
>>> >> >ในมุมกลับกันเป็นความรักที่ก้าวร้าว เห็นแก่ตนเองเป็นสำคัญ 
>>> >>มุมมองด้านความรัก 
>>> >> >คือ การแข่งขันย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ คู่รักที่เหมาะสม คือ 
>>> >>บุคคลหมายเลข 3,6 
>>> >> >และ 9 " 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >       เอาเวลาเกิด มาเทียบดูอีกทีนะตรงมั๊ยย 
>>> >> > 
>>> >> >             ท า ย นิ สั ย จ า ก เ ว ล า เ กิ ด 
>>> >> >                           ผู้ที่เกิดเวลาตี 5 ถึง 7 โมงเช้า 
>>> >> >                         ช่วงเวลานี้เป็นเวลากระต่าย 
>>> >> >จะทำให้คุณเป็นคนรักสวยรักงาม ทำอะไรละเอียดอ่อน สะอาดสะอ้าน 
>>> >>ชอบแต่งตัวให้ 
>>> >> >                         ดูดีเสมอ 
>>> >>บุคลิกของคุณจะค่อนข้างสุภาพดูอ่อนโยน 
>>> >> >พูดจาหวานและนอบน้อมถ่อมตัว มี มารยาทเป็นเลิศ ดูแล้วผู้ดี 
>>> >> >                         ผู้ดี สงบเงียบเรียบร้อยเป็นผู้ใหญ่ 
>>> >> >ด้านนิสัยใจคอแม้จะดูเงียบนุ่มปานนั้น ลึก ๆ 
>>> >>มั่นใจและทะเยอทะยานไม่น้อย 
>>> >> >                         เป็นคนเข้มแข็งข้างใน 
>>> >>รู้จักระมัดระวังรอบคอบ 
>>> >> >เป็นนักการทูต จิตวิทยา สูง มีความเข้าอกเข้าใจคนอื่นดี ใจกว้าง 
>>> >> >                         โกรธง่ายหายไว จิตใจดี ใจอ่อน ชอบทำบุญ 
>>> >>ชอบช่วยเหลือ 
>>> >> >รสนิยมดี 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 7 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้า 
>>> >> >                         เวลานี้เป็นเวลามังกร 
>>> >> >บุคลิกของคุณจะดูหยิ่งทะนงมาก 
>>> >> >ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูหัวสูง ติดหรู ความ ทะเยอทะยานจะ 
>>> >> >                         เห็นได้ชัด คุณดูน่าเกรงใจ เข้าถึงยาก 
>>> >> >มีความเป็นผู้นำสูง นิสัยของคุณจริง ๆ แล้วเป็น 
>>> >>คนใจกว้างและเด็ดเดี่ยว 
>>> >> >                         รักศักดิ์ศรี โมโหร้าย บุ่มบ่าม มุทะลุ 
>>> >> >ทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ชอบเรื่อง เล่ห์เหลี่ยม 
>>> >>ในด้านดีอยู่ที่เป็นหลัก 
>>> >> >                         พึ่งพิงได้ รับผิดชอบสูงและขี้สงสาร 
>>> >> >เป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูงทีเดียวนะอนาคตของคุณค่อนข้างแจ่มแจ๋วด้วย 
>>> >> >                         ความมุ่งมั่นบากบั่นของคุณนั่นแหล่ะ 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 9 โมงเช้าถึง 11 โมงเช้า 
>>> >> > 
>>> >> >                         คนที่เกิดสาย ๆ เวลานี้ซึ่งเป็นเวลางู 
>>> >> >โดยมากจะหน้าตาดี แต่งตัวดีเสมอ ด้วยของหรูหราราคาแพงหรือ 
>>> >> >                         มียี่ห้อ 
>>> >> >ภาพพจน์ของคุณต้องมาก่อนเสมอบุคลิกของคุณดูเงียบขรึม 
>>> >>เรียบร้อยสุภาพนุ่มนวล 
>>> >> >มายาทดี พูดจา 
>>> >> >                         หวานหูชื่นใจ นิสัยข้างในค่อนข้างฉลาด 
>>> >> >เก็บความรู้สึกและความต้องการได้นิ่งลึกมาก คุณรักการแข่งขัน 
>>> >> >                         ชิงดีชิงเด่น มีความทะเยอทะยานสูง 
>>> >>ชอบทำตัวเด่น 
>>> >> >อยากมีชื่อเสียง เป็นนักวางแผนผู้ชาญฉลาดใจแข็งไ ม่ 
>>> >> >                         หวั่นไหวอ่อนข้อให้ใครง่าย ๆ 
>>> >> >ถ้าจะล้วงความลับจากตัวคุณคงไม่ง่ายนักหรอก 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 11 โมงเช้าถึงบ่ายโมง 
>>> >> > 
>>> >> >                         เวลาเกิดช่วงนี้เป็นเวลาม้า 
>>> >> >ทำให้คุณมีบุคลิกของนักกีฬา แข็งแรงอดทน ร่าเริงคึกคัก ชอบสนุกสนาน 
>>> >> >                         เรื่องตลกโปกฮาล่ะชอบนัก 
>>> >> >ความที่รักอิสระเสรีกับการเป็นนักผจญภัย ถือเป็นจุดเด่นในตัวคุณ 
>>> >>มีความเป็น 
>>> >> >                         ตัวของตัวเอง ชอบแหกกฎ 
>>> >>นิสัยของคุณเป็นคนใจกว้าง 
>>> >> >กระตือรือร้นมากแต่รอบคอบไม่เป็น ใจร้อน ชอบ 
>>> >> >                         ทำก่อนคิด กล้าลุยไปข้างหน้า 
>>> >>จิตใจเข้มแข็ง 
>>> >> >มานะบากบั่น มีความจริงใจสูง รักเพื่อนและครอบครัว 
>>> >> >                         เวลามีทิฐิจะเป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้นสุด ๆ 
>>> >> >เวลาน่ารักจะมีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น เจอมรสุมก็ยังลุกขึ้นสู้ได้ 
>>> >>ยิ้ม 
>>> >> >                         ได้ทั้งน้ำตาเลยนะคุณน่ะ 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลาบ่ายโมงถึงบ่าย 3 โมง 
>>> >> > 
>>> >> >                         คุณที่เกิดเวลานี้เป็นเวลาแพะ 
>>> >> >จะเป็นคนใจดีอ่อนโยนจนถึงขั้นขลาดเขิน บุคลิกท่าทางของคุณจะสุภาพ 
>>> >> >                         อ่อนโยน นุ่มนวลมีมารยาท ดูสุขุมใจเย็น 
>>> >> >ไม่มีพิษไม่มีภัย ขี้อายแต่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างฝัน มีไอเดี 
>>> >>ยมัน ๆ 
>>> >> >                         กับเรื่องตลกจี้เส้น 
>>> >>ที่ทำให้หัวเราน้ำหูน้ำตาไหล 
>>> >> >บางเวลาดูเศร้าซึมเพราะชอบคิดมากเกินเหตุ จิตใจดี 
>>> >> >                         ทำร้ายใครไม่เป็น ถ้าถูกรังแกจะสู้ยิบตา 
>>> >> >มีความมั่นใจซ่อนไว้ใต้ท่าทางอ่อนโลกติ่ม ๆ คุณเป็นคน 
>>> >> >                         ซื่อตรงรักสงบ เกลียดความรุนแรง อะไร ๆ 
>>> >>ก็ดีหมด 
>>> >> >ยกเว้นเรื่องดื้อรั้นของคุณ ครองแชมป์ตลอดกาล เลย 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลาบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงเย็น 
>>> >> > 
>>> >> >                         คุณที่เกิดเวลาบ่าย ๆซึ่งเป็นเวลาของลิง 
>>> >> >จะมีอิทธิพลทำให้คุณค่อนข้างแอ็กทีฟไม่อยู่เฉย บุคลิกของคุณดู 
>>> >> >                         เปิดเผย 
>>> >>ใจร้อนและซุ่มซ่ามนิสัยของคุณเหมือนเด็ก ๆ 
>>> >> >ชอบเล่นพิสดาร คุณเป็นคนฉลาดหัวไว มีไหวพริบ 
>>> >> >                         กล้าพูดกล้าทำ ตรงไปตรงมา 
>>> >> >เป็นนักวางแผนและรู้จักเอาตัวรอด มีเล่ห์กลแต่ไม่ทำร้ายใครลับหลัง 
>>> >>มี 
>>> >> >                         ความสามารถรอบตัว 
>>> >>ปรับตัวเข้ากับคนได้ทุกระดับ 
>>> >> >ทุ่มเทกับการงานมาก งานดีเชื่อมือได้ เสน่ห์ในตัวอยู่ 
>>> >> >                         ที่ความขี้เล่นมีชีวิตชีวาเฮฮา 
>>> >> >แม้ท่าทางจะดูคล้ายกะล่อนเล็ก ๆ แต่ก็หนักแน่นจริงใจมากนะ 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม 
>>> >> > 
>>> >> >                         ช่วงหัวค่ำเป็นเวลาไก่ 
>>> >> >ส่งผลให้คุณเป็นคนเข้มแข็ง 
>>> >> >หยิ่งยโส หัวรุนแรง ขวางโลก และหัวโบราณ คุณ 
>>> >> >                         เป็นคนที่ชอบ แต่งตัวใช้แต่ของดีมีราคา 
>>> >> >บุคลิกขี้อวดไม่ใช่เล่น ว่าฉันเนี่ยรสนิยมดีนะ ในส่วนลึกของจิตใจ 
>>> >> >                         คุณเป็นนักอนุรักษ์นิยม เจ้าระเบียบ 
>>> >>จู้จี้ 
>>> >> >ขี้บ่นเก่ง หงุดหงิดง่ายดาย ไม่ยอมเสียเงินแบบไร้ค่า ยกเว้น 
>>> >> >                         เรื่องภาพพจน์ล่ะก็โอ.เค. 
>>> >>คุณมีหัวในการบริหารควบคุม 
>>> >> >มีความเด็ดขาดละเอียดถี่ถ้วน ต่อสู้กับอุปสรรค 
>>> >> >                         ไม่มีถอย ยามอารมณ์ดีจะเป็นคนสนุก 
>>> >>ชอบล้อเล่น 
>>> >> >ใจกว้าง มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ชอบการใช้อำนาจ เกลียด 
>>> >> >                         คนอวดเบ่งที่สุด 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม 
>>> >> > 
>>> >> >                         คุณทีเกิดช่วงเวลานี้เป็นเวลาของหมา 
>>> >> >ทำให้คุณเป็นคนรักคุณธรรม ความถูกต้องซื้อสัตย์จริงใจมาก จนถึง 
>>> >> >                         ขั้นยึดมั่น ถือมั่นทีเดียว 
>>> >>ยืดหยุ่นไม่ค่อยเป็น 
>>> >> >คิดและทำอะไรก็ตามตรง ทื่อไปหมด ไม่กล้าแหกกฎระบบ 
>>> >> >                         ระเบียบจนเกินไป ชีวิตถึงไม่ค่อย 
>>> >>มีอะไรแปลกใหม่ 
>>> >> >บางครั้งจึงดูน่าเบื่อและแสนเซ็ง มีความขยัน ฉลาด 
>>> >> >                         แต่พลิกแพลงไม่เป็น เอาตัวไม่ค่อยรอด 
>>> >> >คุณเกิดมาเป็นนักปกป้องคุ้มครองคนอื่นมองโลกแบบตรงไปตรงมา 
>>> >> >                         ไม่เพ้อฝัน ขาดอารมณ์โรมานซ์ 
>>> >> >แต่ก็เป็นคนตลกจี้เส้นเพราะมองโลกในแง่ดี เรื่องเสียสละเพื่อคนอื่น 
>>> >>คุณ 
>>> >> >                         เป็นเจ้าชาย-เจ้าหญิงในเรื่องนี้เลยล่ะ 
>>> >> >ซื่อไปนิดเซ็งไปหน่อยแต่จริงใจไม่มีใครเทียบได้เลย 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม 
>>> >> > 
>>> >> >                         คุณที่เกิดเวลาหมู 
>>> >> >อันเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน 
>>> >> >ทำให้คุณขี้เกียจนิด ๆ เฉื่อยหน่อย ๆ คุณรักความ เรียบง่าย 
>>> >> >                         ไม่มากเรื่อง สุภาพอ่อนโยน ใจดี และอบอุ่น 
>>> >> >บุคลิกออกจะนุ่ม ๆ คุณมีจิตใจดี จริงใจ มีอารมณ์ สุนทรีย์ รักดนตรี 
>>> >> >                         ศิลปะสวยงาม มีความโรมานซ์ในหัวใจ 
>>> >>แม้จะพูดน้อย 
>>> >> >แต่เอาอกเอาใจเป็นเลิศ คุณ ชอบแต่งตัวแบบผู้ดี๊ผู้ดี 
>>> >> >                         รสนิยมดี ชอบทำอาหารและชอบกินด้วย 
>>> >> >รูปร่างจึงออกจะแข็งแรงและสมบูรณ์ คุณ เป็นคนใจกว้างและชอบ 
>>> >> >                         ให้อภัย หากถูกทำร้ายจะกลายเป็นหมูป่า 
>>> >>สู้ถวายชีวิต 
>>> >> >ความคิด และการกระทำ จะเป็นแบบค่อยๆเป็นค่อย ๆ ไป 
>>> >> > 
>>> >>รอบคอบใจเย็นจนกว่าจะมั่นใจนั่นแหล่ะถึงจะลุย 
>>> >> >ไม่ว่าคุณจะหญิงหรือ ชาย คุณจะเป็นแม่บ้านพ่อเรือน 
>>> >> >                         และรักครอบครัวมาก 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลา 5 ทุ่มถึงตี 1 
>>> >> > 
>>> >> >                         เป็นเวลาของหนู 
>>> >> >คุณที่เกิดเวลานี้จะมีบุคลิกกระตือรือร้น ร่าเริงปราดเปรียวสดใส 
>>> >> >แต่มีความระแวด 
>>> >> >                         ระวัง ฉลาดหัวไวไหวพริบดี 
>>> >> >ตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยม บุคลิกท่าทางดูขรึม พูดน้อย เฉยชาแต่มี 
>>> >> >                         มารยาท รักเพื่อน มีความสุขในหมู่เพื่อน 
>>> >> >ๆชอบช่วยเหลือและมีน้ำใจ จุดเด่นคือความขยัน และสะสมเก่ง 
>>> >> >                         คุณมักมีเงินสำรองช่อนไว้ไม่มีใครรู้หรอก 
>>> >> >ชอบวางแผนการเงิน ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคนมีระเบียบ 
>>> >> >                         บากบั่นมุ่งมั่นสูง ปรับตัวเก่ง 
>>> >>มีความรักแบบผู้ให้ 
>>> >> >รักบ้านรักครอบครัว 
>>> >> >                         แต่ก็รักอิสระ ไม่อยากถูกผูกมัด 
>>> >> >กว่าจะลงเอยกับใครสักคน คิดนาน คิดลึก จนผมหงอกเลยเชียวล่ะ 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลาตี 1 ถึงตี 3 
>>> >> > 
>>> >> >                         เวลานี้เป็นเวลาของวัว 
>>> >> >ทำให้คุณทำอะไรช้ากว่าชาวบ้าน 
>>> >> >บุคลิกท่าทางแข็งแรงบึกบึน และอึดเป็นบ้าเลย 
>>> >> >                         เป็นคนเฉื่อยแบบใจเย็น ๆ 
>>> >> >โกรธยากแต่โกรธทีเหมือนระเบิดลง ข้อดีอยู่ที่มีความบากบั่นมีระเบียบ 
>>> >>ขยัน 
>>> >> >                         อดทนหนักแน่น อยู่ในจำพวกสมบูรณ์แบบนิยม 
>>> >> >ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่รู้จักปรับตัว ไม่มีเล่ห์เพทุบายกับ 
>>> >> >                         ใครเค้าหรอก คุณน่ะทื่อตรง 
>>> >>จนไม่ค่อยทันใคร 
>>> >> >ขาดอารมณ์ขัน ตลกก็ตลกแบบฝืดๆ โดยปกติเป็นคนอดทน 
>>> >> >                         มาก ไม่ชอบความรุนแรง การทะเลาะวิวาท 
>>> >> >เลี่ยงได้จะเลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้คุณจะเปลี่ยนร่างเป็นวัวกร 
>>> >>ะทิงขวิด 
>>> >> >                         สุดฤทธิ์ทีเดียว 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> >                         ผู้ที่เกิดเวลาตี 3 ถึงตี 5 
>>> >> > 
>>> >> >                         คุณที่เกิดเวลานี้จะเป็นคนดวงแข็ง 
>>> >> >เพราะนี่เป็นเวลาเสือ ส่งผลให้คุณหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าวเข้มแข็ง 
>>> >> >                         และดูมีอำนาจ 
>>> >>คุณมีจิตใจที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว 
>>> >> >มั่นใจในตัวเองสูง แต่ขาดความรอบคอบ เพราะอารมณ์อยู่ 
>>> >> >                         เหนือหัวใจ แต่ก็เป็นคนใจดี ชอบ เสียสละ 
>>> >> >ใจกว้างไม่จุกจิกกับเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ มีความรับผิดชอบ ชอบฉาย 
>>> >> >                         เดี่ยวไม่อยู่ติดที่ 
>>> >>คุณมักจะมองโลกในแง่ดี 
>>> >> >มีอารมณ์ขัน ขี้โม้โอ้อวด หลงใหลเรื่องรักใคร่โรแมน 
>>> >> >                         ติก ชอบเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปชั่ววูบ 
>>> >> >มีความเซ็กซี่เป็นเสน่ห์ส่วนตัวที่น่าดึงดูดใจ 
>>> >>ข้อเสียมีแค่ไม่รู้จัก 
>>> >> >                         ยอมออมชอมบ้างขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ 
>>> >> >จะหาสีเทาจากคุณน่ะยากเหลือเกิน 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> >> > 
>>> 
>>> 
>>> 
>>>*********************************************** ********************************				
28 พฤศจิกายน 2548 06:23 น.

วิธีแก้อาการปวดตา

แสงไร้เงา

วิธีแก้อาการปวดตา 



การจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ นอกจากจะทำให้ดวงตาปวดและล้าแล้ว รังสีจากจอยังสร้างความระคายเคืองและทำให้ดวงตาแห้งอีกด้วย เกร็ดความรู้วันนี้ มีวิธีผ่อนคลายสายตาแบบง่าย ๆ มาฝาก เริ่มจาก 

การหยอดตาด้วยน้ำตาเทียม เพราะน้ำตาจะทำให้ตาที่แห้ง ๆ และระคายเคือง รู้สึกดีขึ้น ส่วนอาการอ่อนล้าของสายตา ขอแนะนำให้ หลับตาสักครู่ หรือ ละสายตาจากหน้าจอสักพัก เพื่อมองออกไปไกล ๆ ดูต้นไม้ใบเขียว แค่นี้ก็ช่วยผ่อนคลายได้แล้ว 

ส่วนวิธีป้องกัน ทำได้โดยการ หาแผ่นกรองรังสีมาติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ และควรเลื่อนเก้าอี้ให้ห่างจากหน้าจออย่างน้อย 60 ซม. เพื่อรักษาระยะห่างของสายตากับหน้าจอ 

นอกจากนี้ ควรกะพริบตาให้บ่อยขึ้นหรือทุก ๆ 20 นาที พร้อมกับดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยได้ 

ข้อมูลจาก 

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแสงไร้เงา
Lovings  แสงไร้เงา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแสงไร้เงา
Lovings  แสงไร้เงา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแสงไร้เงา
Lovings  แสงไร้เงา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแสงไร้เงา