พระธาตุจอมกิตติ

ปติ ตันขุนทด

พระธาตุจอมกิตติ
             พระธาตุจอมกิตติ   อยู่บนยอดดอยน้อย   หรือดอยจอมกิตติ   ทางทิศ
ตะวันตกเเฉียงเหนือ   นอกเมืองเชียงแสน
             พงศาวดารโยนก   กล่าวถึงการสร้างพระธาตุจอมกิตติ  
โดยพระเจ้าพรหมโปรดฯ   ให้สร้างขึ้น  เมื่อปี  พ.ศ.  ๑๔๘๓  
เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ   เกศาธาตุของพระพุทธเจ้า   ที่พระพุทธโฆษาฯ  
นำมาถวายพระเจ้าพังราช   พระราชบิดาของพระเจ้าพรหม
            ในสมัยล้านนา   พ.ศ.  ๒๐๓๐   ตรงกับสมัยพระยอดเชียงราย   
เจ้าสุวรรณคำล้าน   เจ้าเมืองเชียงแสน   มอบหมายให้หมื่นเชียงสง
บูรณะปฏิสังขรณ์  พระธาตุจอมกิตติ   โดยสร้างพระเจดีย์ครอบองค์เดิม   
ซึ่งเหลือเพียงซากอิฐ   ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๒๒๗  เจ้าฟ้าเฉลิมเมือง   
พร้อมคณะศรัทธา   บูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้ง
            พ.ศ.  ๒๔๗๘   กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนพระธาตุจอมกิตติ   
เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ  ในราชกิจจานุเบกษา   เล่มที่  ๕๒  
ตอนที่   ๗๕   วันที่  ๘  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๔๗๘
            พ.ศ.  ๒๕๒๓   กรมศิลปากร  ประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถาน  
ในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่  ๙๗  ตอนที่   ๔๑   วันที่  ๑๔  มีนาคม   พ.ศ.  ๒๕๒๓    
กำหนดขอบเขตโบราณสภถานไว้  ๑  ไร่  ๓  งาน   ๘๒  ตารางวา
********************************************************************************************************************

 ความลังเลใจย่อมเกิดขึ้นเมื่อเราทำการพิจารณาลักษณะพระธาตุเจดีย์จอมกิตติ 

ซึ่งตั้งอยู่บนดอยจอมกิตติ นอกกำแพงเมืองเชียงแสน ค่อนไปทางทิศตะวันตก

เฉียงเหนือของตัวเมือง ห่างจากกำแพงเมืองทางประตูเชียงแสนออกไป

ประมาณ 1 กม. เศษ เพราะลักษณะของพระธาตุเจดีย์นั้น มีความแตกต่างกัน

ออกไปจากบรรดาพระธาตุเจดีย์ที่กล่าวมาแล้ว  ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่ในทางศิลปกรรม

จะยังมีความละม้ายคล้ายคลึงกันองค์พระธาตุเจดีย์นี้เราแบ่งออกเป็นสามส่วนเช่นกัน 

ส่วนฐานล่างสุดนั้น อยู่ในรูปฐานเขียงสี่เหลี่ยมย่อมุม 3 ชั้น ส่วนกลางคือแท่ง

สี่เหลี่ยมทรงสูงมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นทั้ง 4 ด้าน และย่อมุม

อีกเช่นกัน ส่วนบนสุดเป็นองค์เจดีย์แปดเหลี่ยม มีองค์ระฆัง บัลลังก์ และปล้องไฉน 

หุ้มด้วยทองจังโก  บรรดาลวดลายปูนปั้นประดับเรือนซุ้มจระนำนั้นไม่สู้ประณีตนัก 

เป็นลายเครือเถาว์เกี่ยวสอดกันอย่างตื้น ๆ ความงดงามของบรรดาลวดลายต่าง ๆ 

สู้พระธาตุเจดีย์วัดป่าสักมิได้ และตรงส่วนเหนือซุ้มจระนำนั้น ก็ไม่มีพระเจดีย์

ขนาดเล็กประจำมุมทั้ง 4 อนึ่งลักษณะพระพุทธรูปก็พบเพียงส่วนพระพักตร์อยู่

แห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งยังเหลืออยู่ในซุ้มจระนำด้านทิศตะวันตกเห็นได้ชัดว่าเป็น

พระพุทธรูปปูนปั้นในเชียงแสนที่มีเค้าพระพักตร์ใกล้เคียงกับพระพุทธรูป

สมัยอยุธยาเสียแล้ว  

            ความเก่าแก่ของพระธาตุเจดีย์จอมกิตตินี้ประชุมพงศาวดารยืนยันว่า 

พระองค์พังกษัตริย์เจ้าและพระองค์พรหมราชเจ้า ก็พรอ้มกันนิมนต์เอายัง

พระบรมธาตุเจ้าทั้งสามสถานรวม 11 พระองค์ ก็หามพระโกศมหาธาตุเจ้า

ไปบรรจุไว้ยังดอยน้อยที่หนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าฐาปนาเกศาธาตุเจ้าแล้ว ก 

ก็ทำนายว่าภายหน้าจักได้ชื่อว่า จอมกิตติแล  แล้วก็พร้อมกันก่อเจดีย์

กว้าง 3 วา สูง 6 วา 2 ศอก (กว้าง 6.00 ม. สูง 12.00 ม. )    

ในเดือน 6 เพ็ญ วันจันทร์ ก็สำเร็จบริบูรณ์แล  ระยะเหตุการณ์นี้

ตกอยู่ในศักราช 302 ประมาณ พ.ศ. 1483 ยังมีกล่าวถึงการสร้าง

พระธาตุเจดีย์จอมกิตติไว้อีกคือ  ศักราชได้ 849 ตัวปีเมิงมด เดือน 5 

ออก 12 ค่ำ หมื่นเชียงสงได้กินเมืองและท่านได้สร้างธาตุเจ้าจอมกิตติ 

เจดีย์กว้าง 4 วาศอก (8.25 เมตร)  สูง 12 วาอก (25.00 ม.)  ยาว 9 วา 

(18.00 ม.) แล้วอานาบุญส่งไปถึงอติโสกราชเจ้า ระยะเวลาดังกล่าวนี้

ประมาณ พ.ศ. 2030 อาจนับได้ว่าในระยะนี้เข้ายุคร่วมสมัยเดียวกับ

อยุธยาแล้ว แต่มีอีกระยะหนึ่งว่าศักราชได้ 1046 ตัวปีกาบไค้ 

เดือน 6 เพ็ญ วันพุธ มหาสัทธาเจ้าฟ้าเฉลิมเมือง  เป็นเค้าแก่เสนา

อำมาตย์ประชาราษฎร์ทั้งมวลพร้อมกันเวียกสร้างพระธาตุเจ้าจอมกิตติ

ได้ขวบหนึ่งจึงสำเร็จบริบูรณ์  ซึ่งประมาณราว พ.ศ. 2227  นั้นก็เป็น

การบูรณปฏิสังขรณ์ต่อเติมขึ้นในสมัยของตน เท่านั้นเอง แต่จะอย่างไรก็ตาม

จากลักษณะขององค์พระธาตุเจดีย์ตรงส่วนฐานก็ย่อมุมตลอดจนส่วนแท่งสี่

เหลี่ยมทรงสูงที่มีซุ้มจระนำก็เช่นกัน และส่วนบนสุดนั้นก็เป็นเจดีย์รูปแปด

เหลี่ยมแล้ว ซึ่งลักษณะเหล่านี้เป็นแบบอย่างที่เราอาจวางกำหนดไว้ได้ว่า 

มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22 23 แล้ว เพราะในระยะนี้เกิดความนิยม

การก่อสร้างพระธาตุเจดีย์ที่อยู่ในลักษณะย่อมุมทั้งตรงส่วนล่างและส่วนกลาง 

นิยมเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมตรงส่วนบนเข้ามาแทนที่ และยิ่งสมัยหลังลงไปอีก

องค์พระธาตุเจดีย์ก็ยิ่งสูงขึ้น ส่วนฐาน ส่วนกลาง ยิ่งย่อมุมมากขึ้น และส่วนบน

บางทีก็เป็นองค์เจดีย์ 16 เหลี่ยม เช่น พระธาตุเจดีย์ที่วัดผ้าขาวป้านเป็นต้น 

   

            พระธาตุเจดีย์จอมกิตตินี้ กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะตามแบบ

สภาพรูปทรงเดิมเรียบร้อยแล้ว กับทั้งได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำหรับชาติแล้ว  

  

comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>