11 มีนาคม 2554 17:00 น.
จ้อง - เจรียงคำ
โอ้แม่ดอกรักซ้อน..น้องร่อนกลีบ
โรยรารีบร่วงลงจำนงแน่ว
สุคนธ์ชื่นรื่นฤดีไร้วี่แวว
สุดท้ายแคล้วคลาดสิ้นเพียงกลิ่นจาง
ดอกรักเอยเคยถนอมให้ยอมงอก
รู้ทั้งรู้ชูดอก..นอกกระถาง
ลืมผิด,ชอบ ครอบงำเร้นอำพราง
แต่สุดท้ายปลายทาง..คือร้างไร้
โอ้อุตส่าห์ทอดต่ำโน้มลำต้น
จากเบื้องบนทิ้งศักดิ์..ถือรักใคร่
คลี่กลีบหอมยอมหาบ..ผิด,บาป ไว้
ยอมถูกไฟตัณหาหลอมอารมณ์
สุขนาฏกรรม...ควรดำเนิน
แต่!มิอาจล่วงเกิน..ความเหมาะสม
ดอกรักซ้อนซ่อนไว้ให้หมายชม
กลีบไหวร่วงควงลมกองถมดิน
โศกนาฏกรรม..แห่งน้ำเน่า
รักสามเส้า..เราร้าง..หรือสร่างสิ้น
ยากตัดห้วงห่วงหวามความเคยชิน
โอ้ทว่า อ้าถวิล..กลิ่นดอกรัก
มิอาจเชยชมชื่นยืนแนบน้อง
มิอาจมองสองดวงเนตรตวงตัก
มิอาจเชยชมชิดพิศดวงพักตร์
มิอาจหักจิตพลัน..ได้ทันที
ยามดอกรักกลีบลิ่วปลิดปลิวร่วง
โลกทั้งดวงเปลี่ยนแปลงหม่นแสงสี
กลีบดอกเกลื่อนเหมือนกรรมบีบย่ำยี
แต่ทุกกลีบล้วนมี..พิสุทธิ์พราว
เผชิญโลกโชคดี..เถิดที่รัก
น้อยบุญนักพรากครองแนบน้องสาว
ทั้งที่รักสุดมานแนบนานยาว
ควรถึงคราวปิดฉาก..จากนี้ไป
แต่ไฉนใจเอ๋ยจึงเผยปวด
โอ้ร้าวรวดเกินนี้มีอีกไหม?
น้องขายต่อคอนโด..โถน้ำใจ
ขายเมียพี่..ทำไม..ไม่บอกกัน
จ้องเจ้าของคอนโด..โถทรามวัย
จะบอกเขาอย่างไร..คิดไม่ทัน..
~ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ~
2 มีนาคม 2554 12:54 น.
จ้อง - เจรียงคำ
อาจดูเหมือนหมางเมิน..เกินไปนิด
อาจดูเหมือนความคิด..ไม่เคยถึง
อาจดูเหมือนผ่านเลยเฉยบึ้งตึง
อาจเหมือนหนึ่งไม่เห็นเป็นสำคัญ
แต่ลึกลึกลงไป..ใจเล็กเล็ก
มิใช่เหล็กหล่อนูนหรือปูนปั้น
ปรารถนาภายในห้วงใจนั้น
แอบผูกพันกลายกลายทางสายตา
สิทธิ์มิอาจเผยออกแย้มดอกรัก
เพียงพักพัก เผลอไผล..มองใบหน้า
เพียงคิดคิด ไขว้เขว..บางเวลา
เพียงแอบหวง ห่วงหา..บางท่าที
วาสนาน้อยเอย..เคยร่วมสร้าง
จึงต้องร้าง-ห่างหน..คนละที่
ยิ่งเห็นสายตาน้องมองอย่างนี้
ราวสุมดวงฤดี..พี่ทรมาน
เมื่อเปลวเพลิงเริงล่อโหมก่อเลศ
โชนรอบเขตเก็บเชื้อ..เอื้อเพลิงผลาญ
องศาร้อนต้อนไล่เผ่าไหม้นาน
เจียนแทบจุดต้านทานทางความร้อน
แม้นดูเหมือนว่าพี่ไร้ทีท่า
โปรดสายตาอย่าทอดอย่างออดอ้อน
แม้นดูเหมือนเงียบงันมิสั่นคลอน
ก็โปรดอย่าเว้าวอนด้วยวาจา
หากแต่พี่ประสงค์ซ่อนกรงเล็บ
และชักเก็บหัวใจการไล่ล่า
แต่หากน้องนั้นหมายคิดทายท้า
เสืออาจเลือดขึ้นหน้าไร้ปรานี
ที่ดูเหมือนหมางเมินเกินไปนิด
ทั้งที่จิตคิดจองเป็นของพี่
หาใช่เพราะชิงชัง...แต่หวังดี
มิอยากทำย่ำยีราคีคาว
ตัดใจแต่วันนี้..น้องที่รัก
ลุกตั้งหลักเสียใหม่ก่อนใจก้าว
อาจความจริงยิ่งยวด..ความปวดร้าว
เก็บความรักสีขาว..พร่างพราวไว้
พรหมลิขิตสำรอง ..อาจหมองหม่น
เกินกว่าทนยิ้มรื่นหยิบยื่นให้
ถึงดอกรักปักจองเต็มสองใจ
เราต่างรู้ใช่ไหมไกลเกินจริง
โปรดเข้าใจท่าทีของพี่บ้าง
มีฐานะไม่ต่าง..เจ็บอย่างยิ่ง
ครอบครัวต้องมีหลักให้พักพิง
มิอาจทิ้งลาล้มให้ตรมตรอม
น้องคือดอกรักซ้อน..เมื่อตอนสาย
กลิ่นกำจายโชยฟุ้งจรุงหอม
สุดหลงใหลใฝ่ชมฝันดมดอม
พวงพะยอมแย้มยั่วก็กลัวช้ำ
จึงจำใจจากจรแต่ตอนต้น
อเวจีสีหม่นบนคืนค่ำ
สิ้นตรงจุดนัดพบจบเงื่อนงำ
ใต้ราตรีสีดำหน้าคอนโดฯ
....................................
ตัดใจจบหลบเลี่ยงก่อนเพลี่ยงพล้ำ
ตัดใจจำอำลาหน้าคอนโดฯ
~ ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ~
25 กุมภาพันธ์ 2554 15:49 น.
จ้อง - เจรียงคำ
จะเก็บกำลังใจ..ไปต่อยอด
สร้างอ้อมกอด..ไว้อยู่ คู่อ้อมตัก
กันและกันแอบอิงผลัดพิงพัก
เพื่อเป็นหลัก..มิไร้..เมื่อใจล้า
มีอ้อมอกอ้อมหนึ่งแม้พึ่งผ่าน
เรื่องร้าวรานวานวันพ่ายปัญหา
แต่กร้าวแกร่งแรงฟื้นกลับคืนมา
เพราะอ้อมตักเยียวยา..จากจาบัลย์
บัดนี้พร้อมทั่วแผ่นเพื่อแอ่นอก
ออกป้องปกเธอบ้างมิห่างหัน
ขอแบ่งเศร้าเบาโศกทุกสากรรจ์
ตราบชีวิตนิจนิรันดร์..แห่งฉันเธอ
หมอนรูปตักพักลาน้ำตาเช็ด
จากเหนื่อยเหน็ดเจิ่งนองจากหมองเหม่อ
จากนี้จงประจักษ์อ้อมตักเจอ
ยิ้มละมุนอุ่นละเมอเสมอไป
สิคนดีที่รัก..พักอ้อมอก
กระซิบถกถามเรื่อย..เธอเหนื่อยไหม
จะเติมฝัน..เติมฟืน..และเติมไฟ
ด้วยรักให้โชติช่วงทั้งดวงมาน
มาสลายสายฝนฝ้าหม่นหมอง
นะเราสองลองสวมใจร่วมสาน
เผด็จรุ้งผดุงเริ่มเผดิมลาน
ดอกฝันบานดอกรักบุกดอกสุขโบย
~ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~
24 กุมภาพันธ์ 2554 13:54 น.
จ้อง - เจรียงคำ
ขอบใจนะที่รัก..หมอนตักนุ่ม
รองรับความกลัดกลุ้มที่ซุ่มซ่อน
ยามหยดน้ำตาหยาด..แทบขาดรอน
หนึ่งตักน้อยต่างหมอนอาทรกัน
ต่อน้ำตา ออมอด สะกดเก็บ
จากความเจ็บ ออมอัด สกัดกั้น
หลากอิดโรยอ่อนล้า..สารพัน
คอยบีบคั้นซ้ำแล้ว..รอบแก้วตา
จึงทำนบตำแหน่งอันแกร่งสุด
กะเทาะหลุด ทลาย..แล้วชายกล้า
ขอเยื่อใยหมอนตักซับสักครา
เอื้ออรุณ..อุ่นอุรา..อาบอารมณ์
หยัดแผ่นผาหน้าอก..ต่อฟกช้ำ
ล้าเกินพร่ำ รำพึง..เอ่ยถึงขม
รำเพยรับ อับอาย เถิดสายลม
เชิญทับถมศักดิ์ศรี ชายขี้แพ้
เมื่อกมลหม่นมีฤดีมอบ
ปรานีปลอบประจงลงเผื่อแผ่
ผู้ชะตาฟ้าทัณฑ์บั่นลอยแพ
มิสิ้นสายตาแล...ชะตารัก
ขอซบลงตรงนี้...เพียงเท่านั้น
คราพรากขวัญ-เพรียกคืน..ตรงผืนตัก
สัญญาตนข้นเข้มอย่างเต็มภักดิ์
จะเป็นหลักดูแล..นับแต่นี้
เธอกอบกู้ภูผาแผ่นหน้าอก
จากช้ำฟกซอกเฟะเละคาที่
ถูกหมั่นเทียวเยียวยาด้วยปรานี
คือสิ่งเดียวแสนดี..ชีวิตเจอ
ขอบใจนะที่รัก เธอพักบ้าง
อ้อมอกกว้างนี้จะแผ่เสนอ
เต็มสามารถ กมล..จะปรนเปรอ
ตอบแทนเธอ..สุดทรวง ยอดดวงใจ
~ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~
18 กุมภาพันธ์ 2554 12:54 น.
จ้อง - เจรียงคำ
o สิทธิสตรีไทย o
เมื่อสิทธิสตรีถูกปกป้อง
โดยครอบคลุมคุ้มครองส่งฟ้องศาล
แต่เพราะการกดขี่มีมานาน
จึงตัดสินในบ้าน..อยู่เนืองเนือง
ศาลชั้นต้นไม่ทันศาลชั้นเตี้ย
โดยมากเมียอ่อนข้อทนต่อเนื่อง
จะแข็งข้อก็กลัวผัวแค้นเคือง
จึงเก็บเรื่องเอาไว้ในครอบครัว
จึงสิทธิสตรีที่ได้รับ
มิอาจปรับข้อเสีย...เรื่องเมีย-ผัว
มองเป็นปมชนวนเรื่องส่วนตัว
จึงชายชั่วย่ามใจใช้กำลัง
เมื่อหนึ่งใต้ชายคาปัญหาเกิด
การละเมิดถูกมองเป็นสองฝั่ง
และสิทธิวิกฤติถูกปิดบัง
ให้ชอนไชเนื้อหนังของสังคม
จากหนึ่งหน่วยน้อยน้อยเป็นร้อยหน่วย
บ้านเมืองป่วยชะงักถูกหมักหมม
หลากปัญหาถาพรวดขมวดปม
ต่อยอดความโสมมสู่มากมาย
สตรีเพศสภาพสิทธิพร่อง
สู้เรียกร้องสิทธิ์ตนที่หล่นหาย
เสมอภาคขอบเขตเทียมเพศชาย
อยู่บนข่าย..สิทธิสตรีไทย
แต่กระนั้นปัญหามีหรือหมด
เพียงถูกลด..ส่วนหนึ่งไม่ถึงไหน
เมื่ออีกมากเมินสิทธิ์มิคิดใช้
ก้มรับกรรมทำใจ..ยอมชะตา
กว่าได้มาโดยสิทธิ์เสมอภาค
ต้องลำบากเรียกร้องต้องฟันฝ่า
ตระหนักเถิดสตรีถึงที่มา
พึงรักษา..ปกป้องสิทธิ์ของตน
~ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~