31 มกราคม 2548 03:47 น.

เพียงลำธาร

ภาวิดา

ผ่านงานขีดเขียนเพียรเพียงครั้ง     เพียงไม่ตั้งใจผลงานก็เลือนหาย
บทหนึ่งบาทเดี่ยวยังเดียวดาย        รุ่งสางพร่างพรายไม่วายครวญ
อยากสรรอยากสร้างอย่างสร้างสรร อยากสูงสู่ฝันหันลมหวน
อยากเด็ดคำหยาดฟ้ามาทบทวน       รบเร้ารัญจวนให้ทวนคำ
นอนหลับไม่ลงหลงคมคิด              คมคำย้ำจิตพิศคมขำ
คำคลั่งหลั่งไหลเป็นลำนำ                ทำให้ต้องขบต้องคิด
ท่ามกลางผู้คนที่แข่งขัน                 ลีลาสรรภาษาที่ไพจิตร
ทุกคนอาบถ้อยร้อยเรียงอยู่เป็นนิจ   เรากลับปิดบดบังความตั้งใจ
กลับมาแล้วเจื้อยแจ้วอยู่หลังสวน     กลับมาทบทวนคำฟ้าคำปราศรัย
มาย่ำอยู่ในทิศถิ่นที่ตั้งใจ                 ป่าดงพงไพรที่ของใบไม้

ถึงไม่ใช่ใบไม้เหลืองในเมืองหลวง    ไม่ใช่เพื่อปวงชนคนทั้งหลาย
ก็จะหยิบอักษรมาเรียงราย              ให้ยินกลิ่นอายของล้ำค่า
ดิ้นรนจะต่อสู้ชีวิต                         ลองผิดลองถูกปลูกผืนป่า
ลองขีดลายเขียนเลียนลีลา              จากถิ่นที่มาสู่ผาชน
แวววับแวววาวให้เดือนเด่น              เป็นเพียงลำน้ำไหลริมล้น
สะท้อนแสงดาวคืนหนาวทุกแห่งหน    เพียงคนเบื้องหลังความตระการ
ต้นน้ำแต่นี้ต่อไปนั้น                        เป็นต้นวันต้นคืนที่นำผ่าน
เพียงลำน้ำรินไหลในลำธาร               ดุจวิมานสราญชื่นรื่นรมย์				
18 มกราคม 2548 21:26 น.

ฝน ฟ้า ดิน น้ำ

ภาวิดา


ฝน โปรยปรายล้นหลั่งหลายมิยอมหยุด
ฟ้า  ปลื้มปลาบลงหาบชุดสุดสั่งสาย
ดิน ปกป้องลำเลียงคลองสองฝั่งทราย
น้ำ  ปรี่ป่าทะลักไหลในนที

ฝน  คือสื่อรักรับมือฤๅริเริ่ม
ฟ้า  ดังสิ่งจากน้องเสริมเติมแสงหรี่
ดิน  เปรียบสี่ห้องหัวใจพี่คนนี้
น้ำ  เป็นรักน้องคนดีที่ให้มา

ฝน  ห่าหนักตกหลุมรักมิหักห่าง
ฟ้า   สว่างนำทางให้ใฝ่ฝันหา
ดิน  ดูดซับรองรับไว้ไหลลงมา
น้ำ   ทะลักรักล้นป่ามิซาไป

ฝน  ยามหยุดจุดความสุขให้ลุกติด
ฟ้า   หม่นหมองมองมืดมิดพิศหลับไหล
ดิน  แห้งแล้วแสงแห้งห่างรักจางไป
น้ำ   แห้งเหือดรักแห้งใจภัยแห่งเรา
				
15 มกราคม 2548 05:50 น.

กลอนพาไป

ภาวิดา


ลำดับความคิด    ลิขิตคำโคลง             จำรัสจรรโลง      จึ่งลงมือเขียน
จรุงใจจิต	    ผลิตคำเรียง             จะมาวางเคียง    ก็เพียงกระทำ
สดับรับรอง         อยู่สองสามคำ           จรดที่จำ             ลำนำเรื่องราว
ประวิงพริ้งเพริด บรรเจิดร่ายยาว       จรุ่งรุ่งเช้า          ก็ยาวประจำ

สละสลวย           สำรวยถ้อยคำ            สะดุดคำซ้ำ         ที่ย่ำประเลง
คำสอดสะบัด	    ขจัดกันเอง               ก็ครื้นก็เครง       แต่เกรงไม่คม
คำสร้อยสลิด      ประดิษฐ์ระดม           ชรอุ่มชระอม       อารมณ์คะนอง

ฝนฟ้าก็ปลั่ง       สะพรั่งละออง            ตะวันเรืองรอง     ดุจทองทวี
บันดาลขนบ       ระบบที่มี                  สัมผัสวลี              วจีพนา
ระย้าระยับ	    ประดับประดา          ปนอักษรา           ประหนึ่งรพี
แสงสาดสะท้อน  รอนรอนนที             ดาลแสงระวี        ขจีขจาย

จรัสนภา              ประกอบขยาย        ประจงกระจาย     ประกายรจี
ประโลมร้อยรัก    ประจักษ์คดี           ประสบหลบลี้        ธุลีทะเล
ประมาณสลึง        คะนึงคะเน            ประดังประเด       มิสร่างมิซา
มาเรียงมาล้อม    ถนอมชฎา             ประดุจชบา           ถนัดชนวน

ต้องเพียรต้องพิศ ว่าควรมิควร         มะลิระรวน           ก็ครวญมลาย
มะรุมศรันย์         ก็มั่นก็หมาย         ละมุนละม้าย         มิเศร้ามิหมอง
มิสุขสราญ            ก็พาลมิมอง          เจ้าอรชร              ก็สุขสบาย
ที่สรวลที่ศัลย์       ก็พลันกระจาย      ก็ขาดก็หาย          เป็นฟืนไฟกอง
				
13 มกราคม 2548 19:22 น.

นิทานของแม่

ภาวิดา

มาแต่กาลเก่าก่อน       ยามก่อนนอนแม่เล่า
นิทานเรื่องเก่าเก่า      ให้เราฟัง

ฟังผ่านมาเรื่อยเรื่อย         เล่าเอื่อยเอื่อยแม่เฝ้า
เสริมจินตนาการของเรา    ให้พรูพรั่ง

เสียงเย็นเย็นเอื่อยเอื่อย    หนังสือเปลื่อยปากเปล่า
ฝันดีไปถึงเช้า                    ไม่หยุดยั้ง

มีเรื่องหมูสามตัว       ต่างก็กลัวต่างหนี
แต่ไม่สามัคคี           บ้านเลยพัง

อีกกระต่ายกับเต่า    แข่งกันเข้าเส้นชัย
เต่าใช้ความตั้งใจ     ใช่พลัง

แม่หนูน้อยหมวกแดง     ทันเคลือบแคลงหมาป่า
กลับมาช่วยคุณย่า           ในตอนหลัง

แม่ซินเดอเรล่า         เจอนางฟ้าใจดี
เสกชุดพาไปที่          พระราชวัง

แม่ยังเล่าไม่จบ         ยังไม่พบเจ้าชาย
พอถึงตอนสุดท้าย      ก็สมหวัง

หนูชอบเรื่องนี้จัง       ขออีกครั้งนะแม่
คราวนี้หลับแท้แท้     ไม่รุงรัง

ฝันว่าเป็นเจ้าหญิง     งามเพริดพริ้งไพจิตร
เจ้าชายมอบจุมพิต     ด้วยกระมัง

จุมพิตกันไปก่อน     ก็จูบหมอนคีบข้าง
หมุนเต้นรำไปพลาง   ยินระฆัง

หนีเจ้าชายมาแล้ว      รองเท้าแก้วตกพื้น
แต่บันใดแสนลื่น        ล้มอย่างจัง

เจ็บไปทั้งตัวตื่น          โลกไหวครืนเอนเอียง
ลูกนอนดิ้นตกเตียง     ทำเสียงดัง

ร้องไห้โฮ.โฮ.โฮ         แม่ปลอบโอ๋ไม่ร้อง
แล้วก็มาประคอง        ขึ้นรวงรัง

แม่ลงเลียบมาอุ้ม       ผ้าห่มคลุมทั้งตัว
มืออบอุ่นลูบหัว          รักแม่จัง				
12 มกราคม 2548 20:32 น.

ความขัดแย้ง?? (ตอบคุณรดา)

ภาวิดา


http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_69028.php


*************ข้อความต้นเหตุ*************
จาก : รหัสสมาชิก : 4264 - รดา  
ใจกว้างหน่อยดิ ภาวิดา 
ลบความคิดเห็นทำไมล่ะจ๊ะ
5555 ภาวิดา นามปากกาใครใคร่เปลี่ยน เปลี่ยน
5555555 ภาวิดา 
*************************************** 
 

ภาวิดา นามนี้ท่านได้แต่ใดมา
ก็แหม่มคัทลียาเธอให้
เป็นนางเอกละครบันดาลใจ
เลยขอเอามาใช้เป็นนามรอง

นามปากกา ใครใครเปลี่ยน เปลี่ยน
คืออะไรเพียรอ่านทุกอักษร
อ่านแล้วก็หวั่นใจอยู่คลอนคลอน
ใครหนอปากบอนมาแกล้งเรา

ลบความคิดเห็นทำไมล่ะจ๊ะ
ไม่ได้ลบอ่ะจ่ะ ฟังแล้วเฉา

ใจกว้างหน่อยดิ ดูว่าเรา
ไปทำอะไรเขา ที่ไหนกัน


*************ข้อความ********************
 จาก : รหัสสมาชิก : 4264 - รดา  
แอด msn มา ใช้ชื่อภาวิดา
บอกว่ามาจาก  ไทยโพเอ็ม
เล่นอะไรกัน นักหนาเนี่ย
แล้ว ป่วน หมายความว่าไง
เบื่อ เล่นไรเนี่ย หะ?
อธิบายด้วย ภาวิดา 
***************************************

แอด msn ใช้ชื่อภาวิดา
ladypavida@ หรือไม่ใคร่อยากรู้
ถ้าไม่ใช่ ก็หาใช่ รดาพิศดู
ใครมาตู่แกล้งหนูอีกแล้วกา
 แล้ว ป่วน หมายความว่าไง 

ถามหนูไป หนูก็ไม่รู้หรอกจ้า
เบื่อ เล่นไรเนี่ย หา ? 
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า รดาเล่นอะไร
ที่แอดเอ็มก็มีแต่ซอนย่า
ไม่เห็น sin_11 หนาอย่าเฉไฉ
มีอีกคนก็คือคุนแทนไท
นอกนั้นก็ไม่เคยกดรับ


ไม่รู้เรื่องจริง ๆ ค่ะ พลางคิดว่าคงไปลืมเปิด msn ไว้ที่ไหน
ก็ลองไปดูรายชื่อคน add ก็ไม่เห็นเมลล์คุณรดา
รบกวนตรวจสอบค่ะ ว่า mail อะไร
ไม่ได้อยากเด่นอยากดังนะคะ ถึงมาตอบ
แต่ให้อธิบาย ก็ไม่รู้จะอธิบายตรงไหนกับเค้า

ขอโทษค่ะ สำหรับคนอื่น ที่เข้ามาอ่านอะไรก็ไม่รู้อย่างนี้				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟภาวิดา
Lovings  ภาวิดา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟภาวิดา
Lovings  ภาวิดา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟภาวิดา
Lovings  ภาวิดา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงภาวิดา
>