14 ตุลาคม 2549 13:42 น.

เหงา.สิ้นเปลืองเปล่าอย่างฟุ่มเฟือย

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

ฉันเคลิ้มกับจินตนาการความฝันโดยคิดไปเองอย่างนี้ อย่างโน้น อย่างนั้น
กลางแดดอ่อนร้อนเล็กน้อยของบ่ายวันหนึ่งแบบเบลอๆเพี้ยนๆฝันกลางแดด

           เผลอแป๊บเดียว ยามค่ำคืนก็มาเยือน ความมืดสีดำเข้าปกคลุมท้องฟ้า
ดวงดาวเปล่งแสงทอประกาย พระจัทร์สาดแสงเป็นเพื่อนร่วมทาง

           เดินคนเดียวบนฟุตบาธในเมืองใหญ่ ความหลากศรีวิไลศ์ของแสงไฟ
ความยั่วยวนเย้าของเสน่ห์แสงราตรี ยั้งตัวเองไว้ว่าอย่า..ก่อนจะโดนชักจูง
วันแห่งความรักกำลังย่างเข้ามาอีกไม่นานวันวาเลนไทน์อันฉ่ำหวานชื่นของคู่รัก
ความรักของหนุ่มสาวช่างสวยงาม  ดอกกุหลาบสีแดงกำลังเบ่งบาน
เพลงรักกำลังบรรเลงเย้ยฉัน เสียดสีคนตัวเปล่าอกหักซ้ำซาก
ประชดประชันคนไม่สำคัญที่โดนมองข้าม รู้สึกเหงาสิ้นเปลืองเปล่าอย่างฟุ่มเฟือย

            

             
           
                         7      มกราคม       2548				
14 ตุลาคม 2549 12:37 น.

ลูกทุ่ง.ท้องนา

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

เช้าตรู่ดวงอาทิตย์แหวกหมู่เมฆ เพื่อทักทายมวลสรรพสิ่งบนโลก
ทอสาดแสงส่องให้ความสว่าง แก่ผู้คนดำเนินชีวิตตามวิถีชาวนา ชนบท

        ชานบันใด ตรงประตูบ้าน ฉันนั่งอยู่  เฝ้ามองและสัมผัสบรรยากาศยามเช้า
บรรยากาศธรรมชาติหมู่บ้านเล็กๆ ภูมิลำเนาบ้านเกิด รับรู้ถึงสิ่งที่ดีที่สุด
ความสวยงามที่หาที่ไหนไม่ได้จากที่ไหนเลยนอกจากบ้านเกิดถิ่นกำเนิด

        ดวงอาทิตย์ทอแสงสีทองอยู่ปลายยอดต้นมะพร้าว 
ท่ามกลางม่านหมอก อณูในอากาศ หยดน้ำค้างบนยอดหญ้าสะท้อนเรืองรอง
คล้ายประกายเพชรส่องแสงแวววาว ท้องทุงนาเขียวขจีคลอบคลุมอณาบริเวณกว้างสุดลูกหูลูกตา  เห็นทิวสวนยางพาราล้อมรอบอาณาเขต

        ไกลออกไปอีกนิด..สายน้ำลำธารหล่อเลี้ยงต้นไม้ เรือกสวน ไร่ นา
ริมราวป่าลำธารล่องไหล ปลายทางสิ้นสุดจุดหมายบรรจบ ณ.ท้องทะเลอันดามัน				
14 ตุลาคม 2549 11:28 น.

ยายและเรือนไม้เก่าๆ

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

บ้านไม้เก่าๆ  หนึ่งหญิงชราเลือกที่จะสันโดษ  โดดเดี่ยวตัวเองอย่างสมถะ
แกคงรักและหวงซึ่งบ้านหลังนี้มาก ขนาดที่ว่าลูกๆคนแล้วคนเล่าเชิญชวนให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แกไม่ไป  บ้านเก่าหลังนี้อาจมีคุณค่าทางใจกับแกมาก
บ้านเก่าแห่งความทรงจำ  เมื่อครั้งพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก
       ยี่สิบกว่าปีก่อน.........................
เมื่อครั้งตายังอยู่บนโลกใบนี้  พ่อ แม่ และ ลูกๆ 
มันช่างเป็นภาพความสมบูรณ์และอบอุ่นของครอบครัว
แต่ดูเหมือนอะไรๆก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง..
ตา ด่วนชิงเสียชีวิตไปด้วยโรคบางชนิด ทั้งที่ยังหนุ่มแน่นไม่ชราภาพแต่อย่างใด
วันเวลาผ่านมาเรื่อยๆ...บรรดาลูกๆต่างมีครอบครัวเป็นของตัวเอง
แยกย้ายไปปลูกบ้านเรือน สร้างครอบครัวใหม่ 
อณาจักรเล็ก ใหญ่   ดำเนินไปตาม บุญ อำนาจ วาสนาของแต่ละคน
      ใต้ถุนบ้านยาย  อาจเป็นสถานที่พักผ่อนตอนกลางวันที่สบายที่สุดในโลก
ลมพัดผ่านใต้ถุนบ้าน คล้ายดั่งสรวงสวรรค์เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกมนุษย์
เปล สองสามอัน ผูกอยู่ใต้ถุน รอใครสักคนมาไกวเปล
แคร่ไม้ไผ่เล็กๆ  บางครั้งก็เป็นที่รวมตัวของเหล่าลูกหลานในการพบปะสังสรรค์
กินข้าวปลาอาหารมื้อกลางวันหลายๆคนหลายๆครัวเรือน
ผักหญ้าหลากชนิดเก็บมาสดๆจากไร่ ชายทุ่งนา กุ้ง หอย ปลา ส่งตรงจากห้วยหนองคลองบึง  ข้าวเพิ่งนวดจากยุ้งฉางข้าว เพิ่งเอากลับมาจากโรงสี
เด็ดพริกริมรั้วมาทำน้ำพริก   ปรุงแต่ง แกงผักของเล็กๆน้อยๆ
ร้านค้าข้างหน้าราคากันเอง  ช่างเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่อร่อยที่สุด
       แต่สำหรับเมื้อใดไม่มีใคร  การกินข้าวมื้อไหนๆคนเดียวมันก็ช่างเหงา
เดียวดาย กร่อยประจำทุกๆวัน แบบคนแก่ ห้องครัวรูปแบบโบราณ
อาจไม่มีใครนึกออกเท่าไหร่ หรืออาจไม่เคยเห็นเลย
ยกแคร่อันเล็กๆโถมดินโรยด้วยขี้เถ้า แร่หินดินแดงสามก้อนเพื่อให้ตั้งหม้อ กระทะได้   รูปร่างคล้ายเตาถ่าน  สภาพห้องครัวที่พร้อมเสมอสำหรับการหุงข้าว
ต้มผัก แกงเลียง ฟืนจำนวนไม่มากนักพร้อมสำหรับการเผาผลาญตัวเองด้วยไฟ
เพื่อแต่ละมื้อ อาหารการกินของยายตามประสีประสา
       มุ้ง เบาะ หมอน ผ้าห่มเก่าๆ ........... 
อาจเป็นห้องนอนคราพักผ่อนนอนหลับที่สบายที่สุดในโลก				
3 ตุลาคม 2549 17:46 น.

บนผืนทรายริมลำธาร

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

ธารเสรีน้ำไหลเย็นผ่านผืนทราย.........  
            ลำคลองธารน้ำสายนี้  จุดกำเนิดอยู่บนเทือกเขาสูงทางเหนือของพงไพรแห่งนี้เต็มไปด้วยสวนยางพาราและต้นไม้ล้อมรายรอบ       
            ณ.ที่ซึ่งไม่ไกลออกไป หมู่บ้านหนึ่ง  หมู่บ้านของฉัน  วันนี้ฉันกลับมาได้สัมผัสธรรมชาติ  บนผืนทรายที่ทอดยาวข้างลำธารริมเชิงตลิ่งเล็กๆ  หลังการเอ่อล้นของลำน้ำ หลังฤดูฝนใหญ่จนน้ำหลากขึ้นท่วมข้างคลองเป็นรัศมีกว้าง

            ลำธารน้ำใสเห็นปลาแหวกว่าย และเห็นทรายเบื้องล่าง
ทิวไผ่ข้างคลอง   นกป่าบินไปมาขับกล่อมลำเนาดนตรีแห่งไพรกว้าง
ฉันนอนบนผืนทราย  ทรายติดตัว ติดแขน ติดขาฉัน ...
ฉันลุกขึ้นสลัดมันออก โดดลงไปดำผุดดำว่ายอย่างอิสระในเสรีธารธรรมชาติ
    
    
                                      20  มิถุนายน  2547				
3 ตุลาคม 2549 17:09 น.

หาดทรายชายทะเลหนึ่ง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

ณ.หาดทรายชายทะเลหนึ่ง
             เสียงคลื่นกระทบหาดทราย ไพเราะราวเสียงดนตรี ดนตรีแห่งชายทะเล
ทรายสีขาวทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ผสมปนเปไปด้วยก้อนหินหลายหลากชนิด
ตรงที่ซึ่งลมฟัดผ่านโบยโบกใบไม้  กิ่งก้านต้นไม้ให้ล้อลมไหวเอน ด้วยกระแสลมที่มีพละกำลังมหาศาล และอิทธิพลของดวงจันทร์จึงได้เกิดคลื่นน้ำในทะเล มหาสมุทร น้ำขึ้น น้ำลงเป็นวัฏจักร

  ณ.ตรงฟ้าสีฟ้า
              ปุยเมฆสีขาวตัดกับขอบน้ำ ตรงที่สุดไกลแสนไกลสำหรับสายตาจะมองเห็น เกาะแก่งปลีกตัวเองจากโลกแห่งผืนแผ่นดิน ดำรงตนอยู่ในทะเล
ห้อมล้อมรอบด้วยทะเลลึก 
              ความสวยงามไหนใจฉันจะรับรู้  ณ.เวลานี้  ที่ตรงนี้ ได้มองเห็นความสวยงามหนึ่ง  จากความสวยงามที่มีอยู่ในโลกนี้
              คลื่นกี่ลูกแล้วจากดึกดำบรรพ์ถึงปัจจุบัน  ได้ซัดสาดหาดทรายชายทะเลทุกๆแห่ง  และจากปัจจุบันถึงอนาคต คลื่นอีกกี่ระลอกจะสาดซัดหาดทราย
ทะเลไม่เคยหลับ ไม่เคยเหนื่อยบนวิถีแห่งทะเล  ความสวยงามซึ่งแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว และความน่ากลัวที่มีเสน่ห์  
              ทะเลแห่งนี้ หาดทรายตรงนี้ อีกไม่นานอาทิตย์คงจะถึงเวลาอัศดง
ตกลงไปสู่โค้งขอบฟ้าและขอบน้ำบรรจบกัน.............
 งาม .งดงาม.สวยงาม........................

9  มิถุนายน  2547				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ