30 พฤศจิกายน 2549 18:51 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. คนใบ้ที่เป็นบ้าวิกลจริต ตาบอด หูหนวก
แขนด้วน ขาเป็นโปลิโอ และโดนตะปูตำเท้าทั้งสองข้าง
กำลังหลงเดินทางอยู่ท่มกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาลอย่างเดียวดาย
แหกปากร้องตะโกนอย่างสุดเสียง
เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ เสื้อผ้าสวมใส่
กระดูกปูดโปนร่างกายผอมโซกะหร่อง หิวโหยและกระหายน้ำ กลางฤดูร้อน
เดินทางฝ่าพายุทะเลทรายเสียงอึกทึกสนั่นหวั่นไหวโดยไม่ได้ยิน
ไม่มีจุดหมาย ไร้ปลายทาง ไม่มีความหวัง..........
แต่ยังมีความพยายาม อดทน อุตส่าห์ที่จะฝืน........
ทั้งที่คำตอบคือ.....................?
19 พฤศจิกายน 2549
30 พฤศจิกายน 2549 18:32 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. เมื่อคืนและเมื่อวานฝนตกหนัก.........
ฝนตกหนักห่าใหญ่..มรสุมเคลื่อนตัว.......
ช่องทางน้ำบนคันนารั่ว...........
ทะลักล้นสู่นาอีกบึง..........
. เมื่อวานน้องชายคนเล็กและยาย.......
กางร่มวิ่งฝ่าสายฝนหนัก...............
เอา ตาข่าย,อวน,สวิงตาถี่.....................
ดักตรงช่องน้ำบนคันนาที่น้ำล้นปรี่.............
กลับมาบ้าน..ค่อยมาดูในเช้าวันพรุ่งนี้............
. ตอนเช้า........อีกวัน......
กุ้งนางและปลาซิว กระดิกดีดดิ้นอยู่ก้นตาข่ายสวิง............
หายใจพะงาบ พะงาบ.......
ปลาอีกจำนวนหนึ่ง..หลุดพ้นไปแล้ว........
สูญสิ้นไม่มีโอกาศจะดีดดิ้น..................
. แม่ บีบขี้ปลาซิว เอาไปต้มตะไคร้.............
แม่ จัดเครื่องแกง ผัดเผ็ดปลาซิว......เราจะได้อร่อยเหาะมื้อใหญ่......
ยายไปเด็ดยอดมะม่วงหิมพาน มายำกุ้งนาง........
แม่ ทำกะปิดีปลี...................
จับกุ้งนางเป็น เป็น จิ้มดีปลีกินกับข้าวสวย........
นึกแล้วน้ำลายไหล..........
อาหารง่ายๆ หามาได้........ตามท้องนา...............
21 พฤศจิกายน 2549
.
27 พฤศจิกายน 2549 18:52 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. เพลิงเปลวไฟกำลังเผาผลาญ
มีผู้คนซึ่งต่างในศรัทธา.............
ทุกผู้คนอยู่ในความจริงแสนจะยาวนาน
ไม่รู้ว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
และเหมือนจะช่างห่างไกลในการค้นพบซึ่งทางออก
เหตุการณ์ใดที่เป็นรากเหง้าจุดชนวน
ไฟกำลังผลาญเผาตามร่างกายและจิตใจ
ผู้คนต่างตะเกียกตะกายหนีตาย วิ่งหนี
อะไรอะไรดูกุลาหล วุ่นวาย
ใครเป็นผู้จุดชนวนนั้น
ระเบิดคล้ายการจุดประทัดเล่นของเด็ก
อาวุธปืนที่มีอยู่จริง การระเบิดสังหารผู้คนเหมือนผักปลา
เจ้าหน้าที่ ถูกสังหารเล่นจากผู้อยู่ในมุมมืด
ฆ่าพระสงฆ์,ชาวบ้าน,เจ้าหน้าที่รัฐ, ถูกไล่ยิง
กลางถ้ำมืดโพลงริมชายแดนของหมู่ศรัทธาชนส่วนน้อย
ศรัทธาชนและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต่างระแวงศรัทธาชนส่วนน้อย
ณ.รอยต่อระหว่างศรัทธาคือจุดละเอียดอ่อน
และเช่นกันนี่ก็คือจุดอ่อนในการราดนำมันให้ลุกโชนใหญ่จากผู้แฝงมาด้วยความมืด
ศรัทาชนส่วนน้อยเมื่อโดนอุ้มฆ่าโดยไร้วี่แววแต่ละครั้ง,หะยีสุหลง,ทนายสมชาย
ด้วยเหตุการณ์จากดุซงญอ,
กรือเซะ,171ศพถึงเหตุการณ์ตากใบ
ศรัทธาชนส่วนน้อยผวาและหวาดระแวงด้วยพฤติกรรมเจ้าหน้าที่
การกระทำการณ์เกินกว่าเหตุจนเป็นรอยต่อแห่งความไม่ยุติธรรม
บนจุดละเอียดอ่อนระหว่างการถูกรังแกอย่างอยุติธรรม
บนรอยต่อแห่งศรัทธาอันละเอียดอ่อน
อิสลามคือศาสนาแห่งสันติและสงบ
และในอีกทางหนึ่งเช่นกัน อิสลาม คือศาสนาที่รักยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง
ก่อเหตุบนความรุนแรงเข้าทางเป้าหมายกลุ่มก่อความก่อความไม่สงบ
กลุ่มก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนมีอยู่จริง คอยฉวยโอกาศเหตุการณ์ที่สะเทือนใจเป็นจุดมุ่งหมายเพื่อปลุกเร้าระดมความฮึกเหิมศรัทธาชนส่วนน้อย
เหตุปิดเรียน399โรงเรียน..............
ครู,นักเรียนผวา หวาดระแวง.การลอบฆ่า.............
บนรอยต่อแห่งศรัทธาและความละเอีอยดอ่อนอาจจะไม่ผิดเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
มุสลิม หรือ โจร......?
อยู่ที่ใครพิพากษา...............?
การตราหน้าและพิพากษาดว้ยน้ำลาย.........?
ผู้บริสุทธิ์ หรือ ขบวนการโจรก่อการร้าย...................?
หรือมุสลิมทุกคนคือผู้ก่อการร้าย...........?
27 พฤศจิกายน 2549
21 พฤศจิกายน 2549 15:39 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ค่ำคืนจันทร์วันเพ็ญ............
เศษดิน จินตนาการ ถึง พระจันทร์
ก้อนกรวด ฝันเฟื่องถึง ดวงดาวพร่างพราย
ภายใต้จักรวาลกว้างไกล.........
โลกหมุนรอบระบบสุริยจักรวาล.....
โลกหมุนรอบดวงจันทร์และตัวเอง.........
เม็ดทราย แหงนมองฟากฟ้านภากว้างใหญ่สวยงาม.
ก้อนหินเห็นแล้วถึงความหฤหรรย์.......จึงนำไปสู่การเกิดคำถาม?
โอ้!ฟากฟ้านภากว้าง หมู่ปุยเมฆสีขาวล่องลอย
พระจันทร์สาดแสงส่องคล้ายกลางวัน..........
ดวงดาวกระจัดกระจาย สัมผัสได้ถึงความฝัน.........
สรรพสิ่งสสารเป็นเพียงแค่เศษของเศษของเศษของเศษใช่ไหม?
19 พฤศจิกายน 2549
21 พฤศจิกายน 2549 14:33 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. . ใครบางคน คงเคยเห็นชายคนหนึ่ง
ใครหลายคนเคยรู้จัก แต่ไม่อยากระลึกถึง
ความจริงก็คือว่า ฉันนี่แหล่ะคือชายคนนั้น คนหนึ่ง
คงไม่มีใครสักคนคนที่อยากจะหวนคิดถึง
ฉันคงเป็นบ้าไปแล้วในสายตาคนที่รู้จัก
ฉันคงสิ้นเสียสติไปแล้ว และไม่มีใครอยากจะทายทัก
สติสัมปชัญญะฉันคงตายไปแล้ว ความรู้สึกฉันคงกระอัก
ฉันโดนพิพากษาด้วยสายตา ด้วยน้ำลายว่าฉันเข้าขั้นวิกฤติหนัก
ตั้งแต่ฉันค้นพบความแปลกแยกตัวเองจากสังคม
ตั้งแต่ฉันแต่งตัวเซอร์,ปล่อยผมยาว,ไว้หนวดเคราคล้ายคนโซซานซม
ตั้งแต่ฉันดำรงอยู่อย่างยาจก,ขอทาน,อย่างคนบ้าจนผู้คนทับถม
ตั้งแต่ฉันรู้จักเสียงดนตรี,ศิลปะและบทกวี แบก,คอน,สะพายกีตาร์อย่างรื่นรมณ์
จากผู้คนแถวลาดพร้าว,บางกะปิ,คลองจั่นและลำสาลี
ความรู้สึกมาจากใจ จากสายตา ว่าความพิพากษา ฉันให้เป็นขี้
จากผู้คนย่านเขาขาว,บ่อหินและทุ่งเกาะปาบ ฉันถูกทับถมย่ำยี
จากคำพิพากษาด้วยสายตา,ด้วยน้ำลาย ว่าฉันประสาทถึงขั้นนำส่งโรงพยาบาลบ้าทันที
21 พฤศจิกายน 2549