บทสนทนาจากห้วงคำนึง…. ……………….. ไม่มีอะไรซับซ้อน ชีวิตจากวันก่อน ถึงวันนี้ ปฏิทินข้างฝาแต่ละปี บอกเราว่าไม่มีอะไร เป็นของเรา…. ชีวิต ดังสายลมผ่าน ไหวเคลื่อนไปตามฤดูกาล เก่าเก่า คุณค่าความหมายอันใด รูปเงา สดับเถิดความแผ่วเบา ของหัวใจ…. บนความเป็นจริง อันหลากหลาย เฝ้ารู้อย่างเดียวดาย และอ่อนไหว วันที่โลกทั้งโลก ไม่มีใคร ชีวิตยังเป็นไป อยู่อย่างนั้น…. ครุ่นถกเถียงกับตัวเอง วัน ค่ำ โหยร่ำ น้ำตาตกในไหวหวั่น บางรู้สึก ที่ไม่เคยเท่าทัน ท้นวัยวัน ผ่านเวียนการเรียนรู้… เพื่อเข้าใจว่าโลกนี้ เดียวดาย ท่ามงดงามแห่งความตาย อันกรายสู่ ดอกไม้ชีวิตผลิบาน ผ่านฤดู หอมจางจางกลิ่นในอณู ที่เลือนลับ…. ……………โดยคำ ลานเทวา…
เปิดจอมาจ่อใจ แล้วก้าวไกลสู่สากล อย่ามัวหาตัวตน เปือกตมติดจนปิดตา เปิดจอลืมเปิดใจ มิอาจไกลกรอบกะลา ยึดติดคืออวิชชา คล้ายคนบ้าหลงตัวเอง สื่อใจส่งผ่านจอ ซ้อนลวงล่อเลวละเลง เพ้อพล่ามไปตามเพรง คิดเท้งเต้งขาดกลั่นกรอง เปิดจอเหมือนย่อโลก ซ่อนโสโครกแค่ปิดทอง ปัญญาหยิบมาตรอง ใช่เหล่มองด้วยสายตา เปิดจอลืมชั่งใจ พานพบภัยพิษนานา จ้องจอจ้อเจรจา ผ่านเวลาวัยหมดเปลือง เปิดจออาจตกใจ รายเหลวไหลดันรุ่งเรือง ใจแคบแค่นแค้นเคือง วางปมเขื่องปากปีจอ ฤๅ โลกไร้พรมแดน ไร้แบบแผนที่ดีพอ แซมรักร่วมถักทอ ยังพ่ายต่อทุรชน กี่จอเฝ้าใส่ใจ วินิจฉัยคัดกรองคน ไล่เปรตที่ปะปน ขับฉ้อฉลป้องคนดี เปิดจอแล้วเปิดใจ ฉันสื่อนัยในกรณี คิดเหุตผลกลวิธี ตามวลีอารมณ์กลอน./
บน ทาง... ........................ ด้วยงดงามความหวัง ที่ยังเหลือ เป็นหนึ่งเชื้อโชนจิต ลิขิตฝัน ยามทุกข์ท้อบนทาง ระหว่างวัน หนึ่งแรงใจจักปัน เป็นแรงใจ… แม้มิอาจรู้ได้ ในวันนี้ การเดินทางจะจบที่ หนแห่งไหน จึงมิอาจรู้แจ้ง ทุกแหล่งนัย สุดเส้นทางยาวไกล ใดจีรัง ขอผู้อ่อนล้าใจ อย่าได้สิ้น เรี่ยวแรงอันโบยบิน สู่ความหวัง ปรารถนาดีจักเร้น เป็นพลัง ให้เธอยังเพื่อนร่วมก้าว แม้ร้าวราน…. ไปเถิด ไปเพื่อค้นหาบางสิ่ง ที่โลกลืมและทอดทิ้ง บนทางผ่าน เพื่อความหมายอันงามงด ในบทกาล เพื่อคุณค่านั้นเบ่งบาน ในชีวิต… ………………………….. โดยคำ ลานเทวา
หมายถึง : คัดค้านผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า ย่อมไม่สำเร็จ และอาจเกิดผลร้าย กับตนเอง ๐ เราเป็นเด็ก หากแย้ง ผู้เป็นใหญ่ อาจมีภัย.. เก็บไว้ ถ้าคิดต่าง เขาฟังเรา นั้นหรือ ? ไม่มีทาง เพราะเขาจะอ้าง ว่าเขาเป็น ผู้ใหญ่กว่า ถ้าเจอผู้ใหญ่ที่รับฟัง จึงค่อยแสดงความเห็น
วาเลนไทน์..... ............................ เสียอะไรได้อะไร ใครต่างรู้ ยังสติดีอยู่ รู้ใช่ไหม พรุ่งนี้เราจะได้อะไร เสียอะไร กับวันวาเลนไทน์ ของปีนี้ ได้ความรักมาดื่มด่ำ กลับเสียตัวถลำ ใช่หรือนี่ พ่อแม่เลี้ยงดูเรามาตั้งกี่ปี ทำอะไรดีดี ให้ท่านรึยัง แม้แต่เงินซื้อดอกกุหลาบ มาแต่คราบไคลเหงื่อเจือความหวัง จากแรงแม่แรงพ่อ ก่อพลัง ให้ลูกยังใช้จ่าย ไม่อายคน เสียอะไรได้อะไร ต่างใครรู้ ความอดสูจากครู่คราว เหน็บหนาวผล วันแห่งรักวันแห่งใจ กระไรดล ยอมเสียตัวเสียตน ให้คนรัก ค่านิยมต่ำทราม นิยามค่า เพรียกสาวกบอดตา มิตระหนัก กุหลาบแดงแฝงกล สับสนนัก สื่อชวนชัก รักเฟื่องเป็นเรื่องราว เถอะ ก่อนจะเสียตัว เสียใจ ถามพ่อแม่สักคำไหม เล่าหนุ่มสาว ว่าความรักจะสุขชื่น และยืนยาว ต้องผ่านคาวผ่านใคร่ ที่ไหนกัน …………………. โดยคำ ลานเทวา
เราเป็นเช่นเราคิด ตามที่จิตคิดปรุงแต่ง รอบกาลนั้นเปลี่ยนแปลง จิตแสดงแสงชีวัน หากจิตคิดใฝ่ดี นำชีวีนี้สร้างสรรค์ หากจิตติดชั่วพลัน ทุกข์มหันต์นั้นตั้งรอ กรั่นกรองผองความคิด ชำระจิตอย่าติดฝ่อ ฝึกใจอย่าให้ท้อ สร้างสรรค์ต่อกำลังใจ ทันทีที่ใจตก จะตระหนกวกวนได้ กังวลหม่นฤทัย จิตหมองไหม้เพราะใจเรา ตัวเล็ก ๑๐๑ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
๑. สุขที่เราได้ทำนั้นล้ำค่า และเหนือกว่ารางวัลเขาสรรค์สร้าง ใช่ว่ากลีบกุหลาบโรยโปรยตลอดทาง อาจท้อบ้างบางวันใช่นิรันดร์ไป ... ๒. อาทิตย์ลับขอบฟ้าเพื่อปรากฏ แสงจันทร์สดสว่างเนียนต่างเทียนไข สิ่งหลงเหลือหลังเผชิญเดินทางไกล คือรอยยิ้มและน้ำใจให้ทุกคน ... ด้วยความหวังดี **.. เช่นรวีโชติ ..** (ก.ประแสร์ ศิษยาพร) ๐๐ ในนามของคณาจารย์และพี่ๆ ศิษย์เก่าทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้กับนักกิจกรรมทุกสายงานและทุกชั้นปีของคณะนิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ นะครับ ... วันนี้เสร็จสิ้นการแข่งขันโต้วาทีฯ ก็ถือว่ากิจกรรมสำหรับ freshy ปี 1 ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนะครับ ... เก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้เยอะๆ นะครับ ... แล้วปีหน้าเราสัญญาว่าจะกลับมาพบกันใหม่กับน้องใหม่ นิติศาสตร์ รุ่นที่ 28 ... Bye Bye ครับ ๐๐
ฉันเบื่อเหลือเกินในอาการเหม่อลอย บางครั้งความคิดของฉันมันออกท่องเที่ยวนอกเขตแดน ของโลกแห่งความเป็นจริง หรือกล่าวได้ว่าฉันเชื่อตามนักคิด ที่เรียกโลกแห่งผัสสะว่าเป็นโลกแห่งปรากฏการณ์ หลายครั้งหลายหน ฉันมักจะเจอตัวเองในลักษณะของสิ่งที่ไร้ร่างกาย คือฉันไม่สามารถอธิบายได้ว่าใช่จิตหรือไม่ ฉันนึกสงสัยว่าขณะที่มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีความคิด แล้วพวกสิ่งมีชีวิตทั้งหลายละ มันจะมีความคิดอยู่แยกต่างหากจากร่างกายหรือไม่ ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับโลกแห่งปรากฏการณ์ ฉันหมกหมุ่นกับตัวเองวันทั้งวันเพื่อจะพบว่า ตัวเองไม่ได้หายไปจากโลกแห่งความเป็นจริงเสียทีเดียวนัก อันที่จริงฉันได้ยินเสียงปฏิกิริยาของอวัยวะภายในร่างกายยังคงทำงานเป็นปกติ ฉันนึกโมโหที่ปากขยับขณะที่กระเพาะก็ส่งเสียงดังน่ารำคาญ อีกนั่นแหละฉันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่คุ้นเคยกับความตาย ฉันไม่มีความกล้าที่จะลาลับออกไปจากโลกสีน้ำเงินใบนี้ ช่างน่าชื่นชมกับมนุษย์ผู้ซึ่งมีความกล้าหาญอันบริสุทธิ์ ที่จะนำพาตัวเองออกไปให้พ้นจากโลกแห่งปรากฏการณ์ ในเมื่อความเปลี่ยนแปลงแฝงเร้นทุกซอกมุมแห่งความทุกข์ทรมาน ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนแต่เป็นสสารไปทั้งหมด ฉันได้แต่สำลักความไร้สะระจนชาชิน มันควบคุมตัวเองได้ยากเมื่อปะทะอย่างจังกับความว่างเปล่า โลกของฉันเมื่อวันวานจบสิ้นลงไปพร้อมดวงอาทิตย์ตกดิน ฉันหวังว่าในโลกแห่งปรากฏการณ์ คงไม่ใช่โลกที่แท้จริงหรอกใช่ไหม คำถามของฉัน
เมื่อพี่ห่างร้างไกลไปทำศึก น้องนั่งนึกไหวหวั่นขวัญผวา การต่อสู้ฮึกโหมโถมบีฑา อยุธยา...ไม่สิ้น...ถิ่นคนดี พี่เสมาทหารกล้าคราทำศึก คงจะฮึกโรมรันมิพรั่นหนี การต่อสู้นานยาวราวราวปี เรไรนี้แสนเศร้าปวดร้าวใจ อธิษฐานกับหมอนขอพรพระ พี่เสมาจะชนะอย่าหวั่นไหว หากดวงใจมอบแด่แม่เรไร จะเตรียมใจรับขวัญวันกลับมา
๑. ถ้ามิได้โชติช่วงเป็นดวงดาว ก็อย่าร้าวรานไปสหายเอ๋ย เป็นแดนดินปฐวีอย่างที่เคย เธอจะเชยชมชื่นดาษดื่นพันธุ์ ... ๒. ถ้ามิใช่ที่หนึ่งซึ่งโลกหล้า เธอก็อย่าสิ้นไร้มอดไฟฝัน เดินถนนคนธรรมดาเยี่ยงสามัญ เธอจะเห็นโลกนั้นอันแท้จริง ... ๓. ถ้ามิใช่ ทั้งหลายมี ที่เขาสร้าง จงเป็นอย่าง เราเป็น เช่นบางสิ่ง ถึงร้องไห้ ... พ่ายแพ้ ... แม้ชังชิง ก็อย่าทิ้ง ... ความหวัง ... สิ้นกำลังใจ ด้วยความหวังดี **.. เช่นรวีโชติ ..** (ก.ประแสร์ ศิษยาพร)
๑. มิใช่สายเลือดแท้แต่ก็เหมือน พี่คอยเตือนคอยเฝ้าเอาใจใส่ ปั้นก้อนดินเป็นดาวพราววิไล เจิดจรัสวับไหวหลากหลายดวง ... ๒. พี่รักโต้วาทีเหมือนชีวิต เราก็คิดสืบสายไม่ต้องห่วง กิจกรรมฝากฝังในทั้งปวง คนรับช่วงก็น้อมพร้อมยินดี ... ๓. พี่คือหนึ่งแนวทางคนสร้างสรรค์ ทำทุกวันให้เข้มและเต็มที่ ฟ้าไร้ตาพรากตัวชั่วชีวี แต่จิตนี้ผูกพันนิรันดร์กาล ... ๔. เสียงหัวเราะขำขันแม้พลันเงียบ แต่โลกเทียบเชิดไว้อย่างไพศาล ดาวหนึ่งดับสู่สวรรค์อันยาวนาน แต่สร้างธารทะเลดาวงามพราวพราย ... ๕. กลับสู่บ้านเปี่ยมล้นท้นความสุข จะเก็บทุกภาพที่มีความหมาย พี่โตสร้างสรรค์ฝากไว้มากมาย เป็นพี่ชายแสนดีนี้นิรันดร์ ... ด้วยความเคารพรักยิ่ง เกรียงไกร รอบรู้ (น้องก้อง นิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ รุ่นที่ 18)