เดี๋ยวฟุ้งซ่านงุ่นง่านเดี๋ยวง่วงเหงา เดี๋ยวซึมเซาสงบเดี๋ยวสงสัย เดี๋ยวโกรธเกลียดเดือดดาลรำคาญใจ เดี๋ยวยึดไว้ท้อถอยเดี๋ยวปล่อยวาง เดี๋ยวปวดหัวตัวร้อนนอนเป็นไข้ เดี๋ยวห่วงใยคิดถึงเดี๋ยวอ้างว้าง เดี๋ยวอวดดีมีมานะไม่ละวาง เดี๋ยวยิ้มกว้างร้องไห้ไม่พูดจา เดี๋ยวปวดเข่าคันขาชาไปทั่ว เดี๋ยวเบาตัวท้องจุกทุกข์หนักหนา เดี๋ยวซู๊กสุข..เฉ๊ยเฉยเดี๋ยวเย็นชา นี่กูบ้า..หรือเปล่า..ไม่เข้าใจ ..คืออารมณ์วิปัสสนาปรากฏแจ้ง " ทุกข์ " แสดงให้กำหนดเป็นบทใหญ่ " อนิจจา" เกิดขึ้นแล้วดับไป " อนัตตา " มิใช่ใครบันดาล ยืน..เดิน..นั่ง..กิน..ถ่าย ฯลฯ...ให้รู้เห็น ความเพียรเด่น,สติมา,ปัญญาผสาน ไม่เผลอ,เพ่ง..เร่งศึกษาอานาปานฯ " วิปัสสนาญาณ" เกิดที่นี่..เดี๋ยวนี้เอย ฯ จากหนังสือ...สุขง่ายๆ แค่ปลายจมูก (ฉบับขยายความ) โดยพระมหาวิเชียร ชินวังโส
เผาขุนเขาป่าไม้ ควันขรม ลมขุ่นคนเอาดม ป่วยไข้ ใจคนครุ่นบาปสม วันค่ำ เกลศหื่นเผาตนให้ รุ่มร้อนจนตาย
Endless Love.....รักมิรู้จบ มิเคยลบเลือนไปจากใจ แม้มิเคยคิดจะฝันใฝ่ แต่ไม่ไร้สิทธิจะคิดฝัน ... เธอคือมณีอันมีค่า แสงแห่งศรัทธาให้ฝ่าฟัน เป็นผู้จุดประกายปลอบขวัญ แบ่งปันความปรารถนาดี รักไร้ขอบเขตและเหตุผล ไม่จำนนผิวพรรณวรรณะศรี เธอคือคุณงามแห่งความดี อบอุ่นปรานีมีต่อกัน เธอคือตัวแทนกุลสตรี สุนทรีย์คลายโศกโลกสร้างสรรค์ มิตรภาพซาบซึ้งนิรันดร์ มอบไมตรีกล่อมขวัญ....แด่เธอ
๐ อย่าปล่อยให้คนรัก-คนใกล้ชิด ท้อถอย ต้องหมั่นคอยเติมกำลังใจให้กัน วิธีให้กำลังใจง่ายๆ เบื้องต้น - อยู่เป็นเพื่อน.. เผื่อเขาจะระบายความทุกข์ หรือขอคำปรึกษา - บอกเขาว่า.. เราเคยเจอปัญหาหนักกว่าเขา แต่เราก็ยังผ่านมันมาได้ - บอกเขาว่า.. ยังมีคนอีกมากมายที่เจอปัญหา หนักหนาและสาหัสกว่าเรา สำนวนไทย : แช่งชักหักกระดูก หมายถึง : สาปแช่งให้ได้รับอันตรายร้ายแรง
๑. แม้วันครูหนึ่งปีมีเพียงครั้ง ศิษย์ก็ยังตั้งจิตอุทิศถึง เมื่อมีครูย่อมมิปล่อยคอยฉุดดึง ให้ศิษย์ซึ่งหลีกห่างทางอบาย ... ๒. และวันครูก็มาถึงอีกหนึ่งครั้ง วันที่ยังงดงามเปี่ยมความหมาย ย้อนภาพเรือจ้างแกร่งแรงฝีพาย ส่งถึงปลาย...ทางวันนี้...เพราะมีครู ... ด้วยความหวังดี **.. เช่นรวีโชติ ..** (ก.ประแสร์ ศิษยาพร)
ทุกคนมีสิทธิ์ผิดพลาด แม้แต่ตัวเราเอง อย่าซ้ำเติมผู้ที่ผิดพลาด แต่ควรให้กำลังใจ เพราะถ้าเป็นเรา ก็ต้องการกำลังใจ เช่นกัน เห็นคนล้มแล้วอย่าข้าม หรือกระทืบซ้ำ ต้องช่วยประคองให้เขายืนขึ้น และเดินต่อไป สำนวนไทย : ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ หมายถึง : ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ ดีกว่ารีบร้อนทำ
อารมณ์ดี...มีรอยยิ้ม พริ้มบนหน้า ส่งแววตา หน้าสดใส ให้สุขสันต์ อารมณ์ร้าย...คล้ายโกรธใคร ได้ทั้งวัน ไม่สรวลเส เฮสันต์ กันกับใคร อารมณ์เลว...เหมือนเปลวไฟ ไหม้ทุกอย่าง ใครกีดทาง มาขวางกั้น มันเผาไหม้ อารมณ์คน...มันก็เคลื่อน เหมือนเลื่อนไป เร็วทันใจ ไม่ทันเปลี่ยน เวียนหมุนพลัน อารมณ์ร้อน...ก่อนจะเย็น เหมือนเป็นบ้า ใครพูดมา หาเสียงใด ไม่ขบขัน อารมณ์เย็น...เป็นเช่นนี้ ดีทั้งวัน มีแต่เรื่อง เฟื่องขำขัน พลันเฮฮา อารมณ์คุณ...คุ้นว่าเป็น เช่นแบบไหน ดีหรือร้าย คล้ายเลวร้อน ค่อนหนักหนา อารมณ์ไหน...ใคร่ควรรู้ คู่ปัญญา และรู้ว่า อารมณ์ไหน ควรใคร่เป็น
ถึงคันแยงแหล่งหมอลำจำปาศักดิ์ พี่หมายรักหนึ่งน้องปองปรารถนา อยู่เมืองไทยไกลกันด้นดั้นมา เที่ยวเสาะหาอินแตงคันแยงงาม เป็นหมอลำล้ำเลิศประเสริฐศรี กลอนลำดีขานขับไม่หยาบหยาม อรชรอ้อนแอ้นฟ้อนแคนงาม อยากไถ่ถามนางดูถึงคู่ครอง เป็นแม่ฮ้างร้างผัวหรือตัวโสด พี่ขอโทษขอษมาอย่าหมางหมอง แม้นมีผัวตัวอยู่เป็นคู่ครอง จักลาล่องร่อนเร่อยู่เอกา แม้นยังโสดโดดเด่นเช่นเดือนผ่อง พี่หมายปองร่วมชาติวาสนา จักเลี้ยงดูชูช่วยด้วยสัจจา เจ็บรักษายาไข้ไม่ห่างตัว แม้นนางปลิดมิดม้วยด้วยฤทธิ์โรค จักไว้โศกทำบุญให้ทูนหัว พี่ตายตามยามใดได้พันพัว ทุกที่ทั่วแดนไตรไม่จากจร แม้นเกิดใหม่ในศาสน์พระศรีอาริย์ ขอนิพพานเคียงข้างไม่ห่างสมร อินแตงทองน้องยาอย่าตัดรอน ช่วยตอบกลอนให้พี่ชื่นระรื่นใจ
ลอยล่องเรือ เทียบท่า ที่หน้าบ้าน มองดูลาน สวยงาม แห่งความฝัน พร้อมรอยยิ้ม พิมพ์ใจ ส่งให้กัน เชื่อมสัมพันธ์ อะเคื้อ ด้วยเยื่อใย โอ้อ่อนเอย อ่อนช้อย น้อยอยู่หรือ ศิลป์เป็นสื่อ เว้าวอน จนอ่อนไหว ดุจต้องมนต์ สัมผัส ผูกมัดใจ ดั่งจะให้ แนบเนา นานเท่านานดนตรีฟ้า บรรเลง บทเพลงฟ้า ริ้วเมฆา เคลื่อนคล้อย ลิ่วลอยผ่าน สายลมโชย แผ่วพลิ้ว หวิวดวงมาน ดอกไม้บาน ชูช่อ ล้ออารมณ์เรือลำนี้ มากมาย หลายชีวิต ยอมอุทิศ เพื่อสร้าง ทางสวยสม อาจเป็นจุด ลืมมอง ของสังคม อาจลุกล้ม ลงบ้าง ในบางคราวต้องร่วมด้วย ช่วยดึง จนถึงฝั่ง รวมพลัง เช่นคำ เคยย้ำกล่าว บวกด้วยแรง สามัคคี ที่ยืนยาว ทุกย่างก้าว เธอฉัน จะมั่นคงลอยล่องเรือ อักษร บทกลอนหวาน ทุกบทกานท์ เร้ารุม จนลุ่มหลง ทุกเสี้ยวใจ แจ้งเหตุ เจตจำนง ร่วมเสริมส่ง ร้อยรักษ์ อักษรา นก สุวิมล ชมรมนักกลอนอักษรสยาม ๒๖/๙/๒๕๔๕
คุณครูลายหนึ่งนั้น ดีจริง สอนสั่งเด็กชายหญิง ทั่วถ้วน เอาใจใส่ติติง เตือนว่า ศิษย์นา ดีชั่วฤาผอมอ้วน แต่ล้วนเมตตา ครูลายสองกล่าวไว้ จาขาน ใจใคร่ไปบริหาร ใหญ่พ้น นักเรียนใช่แก่นสาร เสกแต่ง สอบผ่านอำนวยการก้น ผ่าวร้อนหนีสอน
ยามรักพักต่างฟ้า ดอยเขียว ดุจดั่งเรียงเตียงเดียว ร่วมห้อง ชังกันบ่แลเหลียว ถึงอยู่ ติดนา เหมือนว่ามีเขาป้อง ป่าไม้ไพรบัง
ชีวิตต้องต่อสู้ หมั่นเรียนรู้สำหรับตน ชีวิตต้องอดทน เป็นคำสอนจากใจแม่ การเรียนต้องหมั่นอ่าน สะสางงานอย่าเชือนแช หมั่นฟังตรองให้แน่ เป็นคำสอนจากใจครู แม่สอนเพราะแม่รัก ควรตระหนักและรับรู้ จิตแม่ท่านเอ็นดู จึงพร่ำสอนด้วยเมตตา ครูสอนเพราะห่วงใย ด้วยมีใจปรารถนา เห็นผองศิษย์พัฒนา ปัญญาล้ำนำไปใช้ คำสอนครูคนแรก แม่ท่านแทรกคติไว้ ชีวิตย่อมเป็นไป ตามวิถีปุถุชน คำสอนของคุณครู ใครก็รู้ท่านหวังผล เห็นศิษย์ทุกทุกคน เป็นคนดีของสังคม ชีวิตต้องต่อสู้ ยังก้องอยู่โสตของผม แม่สอนแม่อบรม เพราะหวังลูกเป็นคนดี คุณครูช่วยชี้แนะ เหมือนพ่อแม่เราอีกที ห่วงใยในศิษย์นี้ มีคุณนักต่อปวงศิษย์ ขอทดแทนคุณท่าน ด้วยประสานกายและจิต จัดพานเพื่อบูชิต ด้วยดอกไม้ธูปเทียนแพ วันทาพระคุณครู ผู้รอบรู้ทั้งหลายแหล่ ขอครูมีสุขแท้ เนานานเนิ่นนิจนิรันดร์... เอื้ออารมณ์ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๓
อันพระคุณแม่นั้น เกินใคร ดินนั่นอาจเปรียบใจ แม่ได้ อากาศหล่อหลอมวัย เติบใหญ่ ดังแม่ดูลูกให้ อยู่ยั้งชีพชนม์
"ล้ำเส้นไม่เป็นไร ถ้ารู้จักการถอยออกมา ความสนิทกัน นำเรื่องดีๆมาสู่ชีวิตเราหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบใด เมื่อสนิทก็เกิดความไว้ใจความเชื่อใจ และความสบายใจที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันและแชร์หลายๆอย่างร่วมกัน แต่ก็เป็นเพราะ ความสนิทเดียวกันนี้แหละ ที่เหรียญอีกด้านหนึ่งคือ...สามารถทำร้ายกันได้ง่ายขึ้น... เหมือนลิ้นกับฟัน เหมือนช้อนกับส้อม ที่พอใกล้ก็ง่ายที่จะกระทบ เปรียบเช่นวงกลมสองวง เป็นไปได้เสมอที่จะเคลื่อนมาล้ำเส้นกันเอง ด้วยบางทีต่างคนก็ต่างลืมว่าในความสนิทนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราควรก้าวก่ายทุกเรื่องในชีวิต ถามไถ่ ต่างจาก การสอบปากคำ โทรหาต่างจากโทรจิกโทรตาม และเมื่อเหตุการณ์ ล้ำเส้นเกิดขึ้น ก็จะเกิดความอึดอัด ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม ความไม่เข้าใจ และบางทีก็ก่อให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์นั้นๆ แต่ถ้าถามว่า...นี่คือเรื่องร้ายแรงที่สุดไหม? คำตอบคือไม่ ซ้ำยังถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ช้อนกับส้อมย่อมเผลอกระทบกระทั่งกันได้ แม้เราจะระมัดระวังเพียงใดก็ตาม ประเด็นที่สำคัญคือทันทีที่ฝ่ายหนึ่งล้ำเส้น ต้องรู้จักการขยับก้าวถอยออกมา รู้จักที่จะขอโทษและพร้อมจะคืนพื้นที่ให้ ส่วนตัวอย่างเคารพ ไม่ใช่ดึงดันที่จะล้ำเส้นยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใด ความรักที่แท้จริงย่อมไม่ใช่การยึดครองโลกทั้งใบของอีกคน
ด้วยความแค้นแจ้นโจมโถมสะบัด กระพิอพัดปีกเป็นพายุใหญ่ แหวกคงคาฆ่ามันให้บรรลัยจับกินให้สมแค้นแน่นอุรา เพียงฉีกกินเปลวมันใต้ชั้นท้องพลีฉลองแค้นเซ่นเป็นมังสา ทิ้งเศษร่างร่วงลงเหนือคงคาเกลื่อนตายเกลื่อนน้ำตาร่ำอาลัย นาควางแผนศึกหาญเชิงการยุทธ์ กลืนศิลาสมุทรก้อนหินใหญ่ เพิ่มน้ำหนักกักหน่วงถ่วงเข้าไปครุฑคงมิเฉลียวใจไม่รู้ทัน เมื่อน่านน้ำถูกแหวกแยกเป็นร่อง เห็นครุฑจ้องหมายฆ่าให้อาสัญ ครั้นยื้อยุดฉุดจากน้ำขึ้นตามกัน ครุฑก็พลันจมลงใต้คงคาขาดอากาศหายใจให้แดดิ้น ชาติสุบรรณ์ปักษิณต้องสิ้นท่า หลงกลลวงถ่วงหินกินศิลา พ่ายย่อยยับอัปราแก่นาคินทร์ครุฑยิ่งคิดยิ่งแค้นแสนอาฆาต มุ่งหมายมาดสู่มหาชลาสินธุ์ กระโจนสู่ห้วงธาราแหวกวารินจับนาคกินยึดทางหางนาคา นาคไม่ทันระวังก็พลั้งพ่ายสำรอกคายก้อนหินแพ้สิ้นท่า ตกเป็นเหยื่อแค้นเซ่นเช่นเคยมาอนิจจากำสรดแทบหมดพงศ์ สำเหนียกเสียงสำเนียงก้องซร้องเวหา แหวกม่านน้ำผ่านม่านฟ้าน่าพิศวง ครุฑยุดนาคพรากชีวิตถูกปลิดปลงร้อนถึงองค์ทรงสุบรรณ์พระบัญชา "จงยุติความแค่นแค้นเสียเถิดท่านต่างเกิดร่วมวงศ์เผ่าพงศา สืบเลือดเนื้อเชื้อไขในบิดาจงเมตตาปรองดองพี่น้องกัน" เมตตาธรรมค้ำจุนหนุนนำโลกคลายความโศกล้างความขื่นคืนสุขสันต์ ครุฑยุดนาคเล่าอ้างแต่ปางบรรพ์"ครุฑปุราณะ"นั้นจารบรรจง สำเหนียกเสียงสำเนียงก้องซร้องเวหา แหวกม่านน้ำผ่านม่านฟ้าน่าพิศวง............