บทกวี คำคม

“ก็มันไม่เคยนิ” ไดอารี่เล่มสุดท้าย ของลูกผู้ชาย ผู้ยอมตายเพื่อแผ่นดิน

วิจิตรวาทะลักษณ์


เพลงอิ่มอุ่น  ยังขับขาน  สะท้านเว็บ
หยาดน้ำตา  ไม่อาจเก็บ  เอาไว้ได้
บันทึกหนึ่ง  จากชายหนึ่ง  ซึ่งจากไกล
เหลือเอาไว้  เพียงอักษร  ก่อนไปดี
คืนยี่สิบ  มิถุนา  เวลาดึก
หมวดตี้นึก  จารึกไว้  ไดอารี่
คืนครบรอบ  อายุ  ลุยี่สิบสี่ปี
พร้อมกันนี้  คือวันเกิด  ของมารดา
ถ้อยอักษร  บรรยาย  หลายคำกล่าว
ถึงเรื่องราว  ความใจใน  หลายทีท่า
คำขอบคุณ  บิดร  และมารดา
ดึงน้ำตา  คนอ่าน  สะท้านใจ
เห็นหัวอก  คนไกล  ในต่างถิ่น
มารักษา  แผ่นดิน  ถิ่นเมืองใต้
ไกลตักแม่  ตักพ่อ  รอวันไป
ไม่รู้ว่า  วันไหน  จะตายตาม
ฝากเบอร์โทร  เอาไว้  ให้คนรู้
ส่งแมสเซส  อวยพรอยู่  ผู้หมวดถาม
พรุ่งนี้หมวด  มีงานเช้า  เข้าติดตาม
จึงฝากความ  ในใจ  ใส่เว็บรอ
ทั้งเพื่อนฝูง  ญาติสนิท  มิตรสหาย
คนทั้งหลาย  โพสอวยพร  ตอนเช้าหนอ
ทั้งแมสเซส  ส่งเข้าชื่อ  มือถือรอ
หวังหมวดขอ  รออ่าน  หลังงานไป
ระหว่างที่  เพื่อนอวยพร  ตอนวันเกิด
เสียงระเบิด  ปืนดัง   ยังแดนใต้
ผู้หมวดตี้  สู้ศึก  ผนึกไทย
ต้องกระสุน  จนตาย  วายชีวิน
ขอจงหลับ  ให้สบาย  นะชายชาติทหาร
ดวงวิญญาณ  สู่สวรรค์  ชั้นโกสินทร์
วีรกรรม  พลีเลือดเนื้อ  เพื่อแผ่นดิน
อยู่ในใจ  ไทยทุกถิ่น  นิรันดร์กาล
"วันนี้อยู่ดูโลกให้โสภิณ  พรุ่งนี้ชีวิตสิ้น  ไม่รู้วันตาย"
บันทึกสุดท้าย  ที่ถือเป็นลางร้าย  ของหมวดตี้

ใต้ร่มรัตน์ฉัตรเพชร..ภูมิพลังแผ่นดิน..!

พุด


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song6196.html
(อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์*รัก)
สองดวงใจ....
ลำน้ำน่าน....พุดพัดชา
ดั่งธุลีหล้า...
ข้าแห่งแผ่นดินไทผืนดินธรรมแผ่นดินทอง
ขอ..
ปองมั่นหมายจิต
อธิษฐานนิรมิตทิพย์ทองสร้อยภาษาอักษราไทย
ด้วย...
ดวงใจพิสุทธิ์ใส...
ดั่งหยาดน้ำค้างกลางหาวห้วงแห่งกตเวทิตา
สำนึกรู้...
ในพระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณ
ขอน้อม..
ศิระกรานกราบ..ณ..แทบเบื้องพระยุคลบาท
ด้วยแรงแห่งรักภักดี
พลีเทิดพระเกียรติแด่ทุกองค์ราชัน
ขวัญเกล้าแห่งแผ่นดินไทย..
ด้วย...
บทความเรียงพร้อมบทกวี
*พบพุทธบุญเพรงสยาม (Whispering of Golden Land)  *
*ฟ้าอยุธยาสู่รัตนโกสินทร์ (The Spell of Ayuthaya) *
*นิราศแผ่นดินทอง (The Whispering of Ancient Rattanakosin)
แผ่นดินปฐมรัตนโกสินทร์
ปฐมวงศ์แห่งราชวงศ์จักรีบัลลังก์*
นิราศแผ่นดินทอง (The Whispering of Ancient Rattanakosin)
แผ่นดินพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ยุคทองแห่งการดนตรี กวี แลศิลปะ*
และ...
*หยาดพระเสโทร่วงพราวราวหยาดเพชรร่วงพลี
แด่ผืนพสุธาไทนี้..แล..ผองชน..
เพื่อ..
เทิดไท้สดุดี..
พระปิ่นเพชรจอมใจไทยทั้งชาติ...
ทุกรัชชสมัย
เนื่อง..
ในวโรกาสมหามงคล*วันจักรี*
ที่ธ..ทรงนำไทยให้แสนสุขสงบร่มเย็นเป็นสุข...
บรรเทาทุกข์ ทุกหย่อมหญ้า
ด้วย..
พระปรีชาสามารถที่ทรงมองเห็นการณ์ ไกลเป็นยิ่งนัก
และ..ยังทรงตรัสสอน
ให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย
พอดี พอเพียง...มาอ

ดั่ง..หยาดน้ำค้างเพชรพร่าง ณ กลางใจไทยทั้งชาติ..!

พุด


ดั่งหยาดน้ำค้างนิรมิต
หยาดให้จิบทั้งพสุธา
โลกหมุนไปกี่ทิวา
ร่มฉัตรฟ้ายังป้องไทย
เป็นแบบอย่างแห่งความรัก
เป็นศรีศักดิ์แสงไสว
เป็นเทียนทองส่องนำใจ
เป็นจอมใจเหนือราชันย์
คือเพชรแห่งแผ่นดิน
องค์ภูมินทร์พระมิ่งขวัญ
ประดับไทยไปนิรันดร์
เทพสวรรค์บันดาลดล
ถวายภักดีด้วยดวงดาริกา
บนฟากฟ้าทั่วสกนธ์
พร่างพราวทั่วเวหน
แทนกมลสำนึกในหยาดน้ำค้างพระหฤทัย...!
.............................................................
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/poem109374.html
โลกวันนี้สีชมพูผ่องพราว
คืนเหน็บหนาวทั้งพสุธาไทยหายสิ้น
ไทยทั้งชาติปิติกราบแทบเบื้องพระยุคลบาทน้ำตาริน
เจ้าแผ่นดินผู้ครองใจไทยทั้งปวง
คือพระมิ่งมงคลกมลดั่งเพชรพร่าง
ทุกก้าวย่างสอนสัจจธรรมดำเนินล่วง
หยาดพระเสโทร่วงพราวราวหยาดเพชรสู่เรียวรวง
เพื่อให้ปวงพสกนิกร..มีกิน..
หยาดน้ำใจใสงามประดุจดั่งน้ำค้างฟ้า
ระรินหล้าทุกหนแห่งดับแล้งสิ้น
รักห่วงใยแก้ไขปัญหาให้ทั้งแผ่นดิน
ไททุกชีวินตามรอยบาททุกชาติภพ
ขอมอบกายถวายมโนชีวีธุลีหล้า
แด่ชาติศาสนาตราบดินกลบ
ทำความดีตามรอยพ่อจิตน้อมนบ
เพียรอธิษฐานขอพบ..พระมิ่งขวัญนิรันดร์กาล...!
.........................................................
พระบารมี เปรียบร่มฉัตรเทิดเหนือใจ ไทยคุ้มครอง
พระประดุจ ทุกธารน้ำใส ในโลกนี้
พระประดุจ ทุกความดี แสนยิ่งใหญ่
พระประดุจ จอมขวัญเกล้า ของชาวไทย
พระรวมใจ ราษฎร์จงรัก 

ฆ่า ตัว ใคร ตาย

Deepindark


ใบมีดกระทบเนื้อ
เเล่เถือๆให้เลือดหลั่ง
ชิมเลือดที่ไหลคั่ง
น้ำตาหลั่งปรุงรสเค็ม
ทอดมองข้างๆกาย
เธอหายแล้วแลไม่เห็น
ชีวิตนี้ ช่างลำเค็ญ
หยิบมีดเย็นปาดหลอดคอ
อ่อก อ่อก แอ่ก แค่ก แค่ก
ตาเหลือก ล่อก แล่ก
หายใจไม่ออกหนอ
ไม่สามารถหายใจคอ
ทุรนทดท้อ ตะเกียกตะกาย
ผนังฝ้า เริ่มลางเลือน
เจ็บเนื้อที่เฉือน มากกว่าใจ
มองทอดออกไปไกล
เเว่วเสียงร่ำไห้ ของใครกัน?
นี่เลือดแม่ นี่หนังแม่
นี่เนื้อแม่ นี่ใจเเม่
ใครกันเป็นเจ้าของที่แท้
ใยเจ้าทำแม่ได้ลงคอ
ฟื้นสิลูกฟื้น
ลืมตาตื่น เถิดลูกรัก
มีดนี้ที่ลูกฟัก
มันปักตรงกลางลำใจ
ทรมานมากไหมลูก
ที่ลูกกรีดเนื้อของแม่
เจ้าคงเจ็บ เป็นแน่แท้
ใยฆ่าแม่ไปทั้งเป็น
โอ้แม่จ๋า น้ำตาแม่ไหล
ใครหนอใครทำแม่นี้
เเม้จ๋า บอกลูกที
หันมาทางนี้ ระบายให้ลูกฟัง
แม่จ๋าแม่ ได้ยินลูกไหม
แม่จ๋า ใจลูกป่วย
แม่จ๋า โปรดช่วยเป่าโรคร้ายไป
เหมือนสมัย ลูกยังคลาน
แม่จ๋าแม่ ยินเสียงลูกไหม
ใยไม่ใส่ใจ ลูกเหมือนเก่าก่อน
นั่นใครเล่าแม่ที่แม่กอดตระครอง
ใยกายเขานองไปด้วยเลือดแดง
แม่จ๋า อย่าร้อง....
แม่จ๋า โปรดหันหาลูก...
แม่จ๋า...
แม่
แม่
แม่
.
.
.
.
.
ใยแม่ไม่ได้ยินเสียงลูก...
ใยแม่ไม่ให้ลูกเห็นตาที่โอบอารีนั้นอีก
แม่จ๋า
แม่

เพียงโพธิจิต..สถิตเนา...!

พุด


โลกภายนอกหมุนไปไม่สิ้นสุด
โลกภายในรอวิมุติผ่องแผ้ว
พบรัศมีบุญงามเพริศแพร้ว
เกิดปัญญาแก้วกระจ่างว่างภายใน
เห็นเกิดดับนับเนื่องเป็นสายโซ่
มีเพียงโพธิจิตแตกพร่างสว่างไสว
ดั่งไม้ธรรมนำนิพพานงามเกินใด
ใต้ร่มใจปลดแอกหนักพักเรื่องราว
เป็นไม้ทิพย์ไม้ทองต่อยอดบุญ
งามละมุนสอนเมตตาลบเลือนหนาว
กลางบึงใจดอกนิพพานบานพร่างพราว
ทุกข์รานร้าวรักพันธนารู้ค่าลม
ลมหายใจสั้นยาวเข้าแล้วออก
กายภายนอกหลอกเลือกเปลือกสะสม
หวังละเมียดรสกิเลสอิฏฐารมณ์
พาสู่ปมบ่มเพาะอยากมากทวี
ทิ้งสรรพสิ่งภาวนาท่ามไพรพฤกษ์
ดูรู้สึกจิตสับสนแห่งชีพนี้
อนิจจังรายรอบสอนชีวี
อริยสัจจ์สี่อยู่ที่นี่ณภายในใจเราเองดับเพรงกรรม..!
พลังแห่ง..จิตเกษม..!
ยามตะวันสนธยาที่ฟ้าฉ่ำฉ่ำหลัวๆ
แพนเปิดโคมไฟอบอุ่นอ่าน*พลังแห่งจิตปัจจุบัน*
หนึ่งในหนังสือดีที่สุดที่วางแผงในช่วงหลายสิบปีนี้
เพระทุกประโยคนั้นเต็มไปด้วยพลังและสัจจธรรม
และพลบค่ำในท่ามกลางความเงียบ
หัวใจดวงนิ่งงันสงบงาม
ก็ราวเข้าสู่ภวังค์ไร้มิติลึกเลยค่ะ
รู้สึกราวได้นิทราไปอย่างอิ่มเต็ม
แพนจะแนะนำหนังสือแสนดีแสนมีค่ามาสักนิดสักหน่อยนะคะ
บทนำ..ความเป็นมาของหนังสือเล่มนี้..
*ผมแทบไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
ผมอยากจะเล่าย่อๆถึงความเป็นมาเป็นครูฝึกพลังแห่งจิตนี้
ได้อย่างไรและทำไมถึงเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมา
ก่อนผมจะอายุสามสิบ
ชีวิตผมเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
หดหู่ และหลายครั้งที่คิดจะฆ่าตัวตายเสี

ปรารถนา

อ.วรศิลป์


ปรารถนา.....ไทยพบประสบสุข
ปรารถนา.....ไทยสิ้นทุกข์ภัยทั้งผอง
ปรารถนา.....ไทยสบสันติ์อันเรืองรอง
ปรารถนา.....ไทยพี่น้องปรองดองกัน
ปรารถนา.....ไทยทั่วหน้าสามัคคี
ปรารถนา.....มิตรไมตรีกระชับมั่น
ปรารถนา.....ไทยรวมร่วมฝ่าฟัน
ปรารถนา.....เคราะห์ร้ายนั้นพลันผ่อนคลาย
ปรารถนา(นี้)..คงไม่ไกลเกินไปถึง
ปรารถนา.......สักวันหนึ่งถึงจุดหมาย
ปรารถนา.......ไทยอยู่รอดไม่วอดวาย
ปรารถนา.......สุดท้าย " ไทยยืนยง "
(ครบรอบ 33 ปี 14 ตุลาฯ)

เพียงรอ..นิรันดร์..!

พุด


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song304.html
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song222.html
(เธออยู่ไหน..ฉันรักเธอเสมอ)
ไพล..ในชุดผ้าลินินสีขาวยาวกรอมเท้า
เปิดไหล่ล้ำกลมกลึงให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งรวง
รายรอบคอจับจีบรูดระบาย
ผูกเป็นโบว์ปล่อยชายพลิ้วไหวสะบัดลม..ยามย่างเยื้อง
หมวกลายลูกไม้ สีขาว
ขับเรียวหน้าละออ เนียนละมุน งามสะอ้านหวานจับใจ
แสงอาทิตย์ยามสนธยา
ทอทอดสาดส่องต้องเรือนผม
จน ..
เป็นประกายสีน้ำตาลทองเจิดจ้าจรัสมลังเมลือง
ไล้เรียวหน้าดั่งทองทา..
รองเท้าผ้าใบสีขาว
รอบข้อเท้าคือสร้อยทองเคงามเรียบ มีเพียงเสียงกังวาน
กรุ๊งกริ๊ง กระทบกันเบาเบาแสนเสนาะยามเธอก้าวเดิน
ไพล..ก้าวลงเรือ ข้ามไปยังอีกฝั่งฝันเจ้าพระยา
ยามอาทิตย์เริ่มลาลับลา
ทิ้งแสงสวยเศร้าส้มสุกทั่วทั้งท้องนภา
และ..ท้องน้ำราวอาบด้วยมนตราของทองคำ
ทาทาบอาบเปลวระยิบระยับ
ไพล..ทอดสายตาซึมซับรับซาบซึ้ง
ที่กำลังลึกล้ำถึงด่ำดื่ม
ให้สายน้ำ ซอนแทรกฉ่ำหวานระรินละล่องเข้าครองเนื้อใจนวล
ยิ้มหวานตรงเรียวปาก ให้กับคนขับเรือ
เพราะเที่ยวนี้มีเธอข้ามมาเพียงลำพัง
กับค่าโดยสารข้ามฝั่งที่ราคาแค่สองบาท
ตั้งใจว่าให้คุ้มค่าน้ำใจ ค่าน้ำมัน
เธอคงจะวางเงินมากกว่าจำนวนนั้น โดยมิหวังเงินทอน
และ..
กับทุกคราที่เธอข้ามมาณ.เกาะเล็กๆแห่งนี้
ซึ่งเป็นเกาะที่สามารถมาซุกซ่อนสุขทุกข์
ซึ้งเศร้า เคล้าคลุกงานงามเครื่องปั้นดินเผา
ที่เลืองชื่อฝีมือชาวมอญ ละเม

จงกรมข้ามจักรวาล

pigstation


เมื่อเราเดินข้ามฟ้าจนครบรอบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์
ผ่านฤดูฝน  ผ่านการเป็นหวัด ผ่านการสั่งน้ำมูก
ผ่านสงกรานต์  ผ่านตรุษจีน  ผ่านอะไรต่อมิอะไร
เราน่าจะทบทวนถึงการโคจรในรอบต่อไปว่า
อะไรที่กำลังจะผ่านไปหรืออะไรที่เราจะผ่านพ้น
จะมีอะไรบ้างเกิดประโยชน์ ใช่การโคจรรอบดวงอาทิตย์อย่างไร้ความหมาย
การเคลื่อนไหว การใช้ความคิดต่างๆของเรา แม้ดูเป็นการสมมุติ
แต่มันคือความจริงยามที่เราเป็นสิว  เป็นนิ่ว
ฝันให้พอดี ทำอะไรแต่พอดี
หลังจากที่ทำความรู้จักตัวเองมานาน
มัวแต่พะเน้าพะนอตัวเอง
ลองหันไปเอาใจใส่ใครอื่นบ้าง
ลืมตัวเองบ้าง  มองเห็นคนอื่นบ้าง
แล้ววงโคจรต่อไปที่จะครบรอบการเดินทางของโลกรอบดวงอาทิตย์คงน่าประทับใจ
ไม่หนักจักรวาล

น้ำผึ้งขวัญพระจันทร์หวาน!!

พุด


http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=824
(หนี้รัก)
************
คนดี..
วันนี้คุณโทรมา..ทำเสียงวอน..อ้อน ขอ..พบผม
คุณทำท่าลับลมคมนัย ราวมีอะไรน่าตื่นเต้นซ่อนเร้นอยู่
ในน้ำเสียงหวานอ่อนซ่อนเศร้า.เร้าใจผมเสมอมา
คุณ..ย้ำ*พบกันที่เก่าใต้ลั่นทมเหงางามเหมือนเดิมนะ..
แต่ขอเปลี่ยนเวลาเป็นเช้าตรู่..
ให้พรูออกมาตามนัดพร้อมกันกับนกแล้วกันนะคะ*
เธอสั่ง ย้ำคำพร้อมหัวเราะเสียงปานระฆังใสหวาน
*อย่าลืม..นะคะ และมาแท๊กซี่นะ
ฉันจะเป็นสารถีพาคุณไปทุกที่เองค่ะ
แล้วเจอกัน*..
เธอลงท้ายสั้นๆลากเสียงซึ้งๆตามประสาเธอ
ทิ้งให้ผมเผลอคิดต่อ พรุ่งนี้จะมีอะไรอีกละหนอละนี่..
ที่น่าจะ..นะ..น่าจะ  ตื่นเต้นผจญภัย ..หากไปกับเธอ
ผู้หญิงไม่ไหวหวั่นกับฝันกลางแจ้ง
ชอบสายลมแรงและท้าทาย
ได้กับทุกเรียวแดดและทุกธรรมชาติฤดู...
เช้าแล้ว
กับฟ้าที่ยังมิผ่องแผ้ว สดสว่างกระจ่างใจ
อากาศยามเช้ายังไม่ใส
ยังเทาทึมเหงาเศร้าหลังพายุฝนพัดกระหน่ำย่ำไหวแรงยามย่ำรุ่ง
ทิ้งสายฝนเรียวรุ้งให้ค้างโค้งฟ้า
ให้น้ำตานางฟ้าเจิ่งนองทั้งสองข้างทาง ตลอดทาง
คุณ..ยืนนิ่งนิ่งฝันฝันในเงาฝนใต้ลั่นทมใหญ่
แทบไร้ใบมีแต่ดอกดวงพวงพราวขาว
พราย ..ไปทั้งต้น อยู่นะตรงนั้น
ผมยังสยายยาวถึงกลางหลังรุ่ยร่ายเป็นธรรมชาติ
ขับวงหน้าสะอาดเรียวละมุน หวานเศร้า
ที่ทุกคราวผมอยากไล้ลูบ พรมจูบลบคิดถึงคะนึงหา
ที่ในสายตาสายใจ ไม่เคยมีใครงามเท่า งามเทียบได้เลย
นาทีนั้น
ผมพลันราวไ

ควรทำไง

อาบูไซยาบ


ฉันตามจีบเธอมาปีกว่าแล้ว
จะให้แห้วอย่างเคยคงไม่ไหว
แต่เธอดันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนใจ
เธอยังไงก็หยั่งงั้นยังเหมือนเดิมค่า
โทรศัพท์หมดไปตั้งหมื่นกว่า
ก็เพราะว่าไม่มีบริการเสริม
รัก นี่หว่าก็จำเป็นจะต้องเติม
เผื่อมันเพิ่มบางอย่างให้ยิ่งดี
ขอบอกน่ะฉันไม่เคยรอใครได้
โธ่! ให้ตายอะไรจะยากขนาดนี้
คนอะไรปล่อยให้รอท้อเป็นปี
บอกฉันทีควร เลิกรัก หรือ ควรรอ

คนอ่อนแอที่รักเธอ

อาบูไซยาบ


เพราะคิดถึงฉันเองจึงห่วงหา
เพราะอ่อนล้าฉันเองจึงอ่อนไหว
เพราะรักเธอมากเกินจนอ่อนใจ
จึงห่วงใยเพียงเธอจนอ่อนแอ
รอเธอนะฉันกำลังรอเธออยู่
อยากให้รู้ว่าตอนนี้เริ่มท้อแท้
หัวใจขี้เหงารอคนคอยดูแล
แค่เธอแคร์คนอ่อนแอที่รักเธอ

ขาวพร่างกลางใจ.!

พุด


ขาวพร่างกลางใจ
วันนี้....ดวงไปเที่ยว ตลาดน้ำ วัดดอนหวาย ริมแม่น้ำนครไชยศรี
เช่าเรือลำเล็กๆ...ออกไปปิคนิค..ล่องไปตามลำน้ำ
ดูบรรยากาศสองฟากฝั่ง  อันแสนสงบงาม.......
ผู้คน....ขวักไขว่มากมาย...พากันลงเรือ
ซึ่งมีโต๊ะให้นั่งรับประทานอาหาร
พาให้สุขทั้งปาก สุขทั้งตา ยามทอดทัศนาธรรมชาติ รายรอบ
แกล้มไปกับอาหาร  อันโอชะ
ที่ซื้อหาจากบนฝั่งลงไปนั่งเอมโอษฐ์กัน ตามอัธยาศัย........
และ..ไม่นานมานี้..
เช่นกันที่ดวงเคยไปฉลองวันเกิด
โดยการเช่าเรือ เป็นส่วนตัว  พาเราล่องลอยไปตามลำน้ำ
ชี้ชวนกันดูความงามของผักบุ้ง ที่ทอดยอด  ชะอุ่มงาม เรี่ยริมบึง
เถาถั่วฝักยาว ห้อยย้อย เพลินใจ ไหนจะท้องร่อง
ลำประโดง ที่อ้อมโอบเข้าไปเป็นลำน้ำ สายเล็กสายน้อย
ให้ชาวสวนปลูกผัก  ปลูกผลไม้ ฝรั่ง ชมพู่ ดูช่างน่ากิน.....
บ้านผู้คน บนสองฟากฝั่ง แพริมน้ำ น่านั่ง น่านอน
บ้านเรือนดั้งเดิมของชาวสวน  และบ้านของผู้ดีมีเงิน
ที่มีฐานะมาจับจองสร้างบ้านสวย ..
เพื่อได้ดื่มด่ำ กับสายน้ำ..งามล้ำ ให้ใจสงบงาม
ไปกับวิถีไทย วิถีใจ ของชาวชนบท  ตั้งแต่โบราณ นานมา
ที่มีชีวิตผูกพัน กับสายน้ำ เปรียบดั่งสายน้ำใจ  ที่ไหลเย็น
อย่างยากยิ่งจะแยกกันออก......
เรือลำน้อย....จะลอยลำ ไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ ช้าๆ....
จนถึงวัดที่เราจะพากันไปนมัสการ
พระพุทธรูปองค์โต ที่อยู่ในโบสถ์ เพื่อขอพร....
วัดริมน้ำ..ที่มีฝูงปลาชุกชุม กระโดด โผงผาง
โชว์ความงามของลำตัว ที่สะท้อนแดด

การเดินทางของกาลเวลา

พี่ดอกแก้ว


ตะวันขึ้นแล้วลงตรงขอบฟ้า
ต่างกันที่ทิศาคราไขแสง
เคลื่อนวิถีตามโค้งฟ้าคราแสดง
พอหมดสิ้นเรี่ยวแรงก็หมดวัน
ผ่านวันนี้.....วันนั้น....วันอื่นอื่น
ทั้งสดชื่น....สดใส..และสุขสันต์
มีเหนื่อยบ้าง...ทุกข์บ้าง....เป็นบางวัน
ได้ชมจันทร์....ชมดาว...ที่พราวตา
หลายร้อยวัน....ร้อยคืน....ทั้งตื่นหลับ
มีผู้นับ.....เป็นรอบ...ของวัสสา
กำหนดเป็น....เดือนปี....ดิถีพา
ตั้งกฏเกณฑ์....ให้ชีวา...ฉลองชัย
มานับเดือน.....นับดาว.....อีกคราวแล้ว
สร้างตำนาน...สานแนว....ที่ฝันใฝ่
จะเหนื่อยท้อ...รอร้าว....หรือหนาวใจ
ดวงตะวัน.....ก็ผ่านไป....ตามทิศทาง

คืนแสนหวานกับคนดีที่ครีฟแลนด์

พุด


คืนแสนหวานกับคนดีที่ครีฟแลนด์
ที่รัก..คืนนี้....
เรา มีนัด ดินเนอร์ กับ ลูซี่ และจอห์น
บนเรือรบที่ทอดตัว สงบงามอยู่เหนือทะเลสาบอีรี่
ที่บรรยากาศ แสนโรแมนติก ราตรีที่ดาวพราวพร่างฟ้า
เหนืออ่าว ครีฟแลนด์ ดินแดนแห่งความฝันความหลังของเราสอง
ผมขับรถไปรับคุณที่บ้านแจ๊กกี้..และ
คุณทำให้ผมมองคุณตะลึงหลงงงงวยอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
อีกคราครั้ง...หลังจากงานพรอม..นานมาที่คุณเคยงามงดในชุดราตรี
ผ้ากำมะหยี่แนบเนื้อสีดำ ที่มีขนนกเป็นชายครุยกรุยกราย ยามก้าวเดิน
และรอบคอ งามล้ำด้วยสร้อยเพชร..ลายผีเสื้อ แพรวพราย
ขับใบหน้าคุณให้งามผ่องผุด โดดเด่นเจิดจรัส
จนหนุ่มผมทอง หลงจ้องมองแทบไม่กระพริบตา ยามที่คุณเยื้องย่างในงาน
ผมขับรถไปรับคุณที่บ้านแจ๊กกี้..และ
คุณงาม..มากในยามค่ำคืนนี้..เพราะร้อยวันพันปี..ผมจะเห็นแต่ภาพคุณ
ใส่กางเกงยีนส์ และเสื้อยืดง่ายๆ สบายๆ
คืนนี้คุณใส่เสื้อผูกพันทบเป็นโบว์ทิ้งชายตรงด้านหน้า
ให้เห็นเนียนเนื้อละมุนสีน้ำผึ้งของคุณ ที่งาม จับตาจับใจและเปิดหลังผ้าไหมสีแดง
จนผมแทบลืมหายใจ..ยามที่คุณค่อยๆก้าวลงมาจากบันได..
กระโปรงสั้นสีดำ..ขับให้ขาคุณเนียนผ่องในเงาสลัวรางของแสงไฟ..
คุณแย้มยิ้มพริ้มเพรา..และอารมณ์ดี
ที่วันนี้ผมขับรถสปอร์ตสีดำคันงาม ที่มีชื่อเล่นของคุณ
ติดเป็นป้ายทะเบียน..
เราขับรถช้าๆ ดูแสงไฟพราวรอบๆอ่าวแสนงาม
ก่อนที่จะข้ามสะพานสั้นๆที่ทอดรับไปยังกราบเรือที่ประดับประดาด้วย
แสง

ขอเป็นคนโง่แลรถเก่าคู่ใจ

น้ำ


รถเก๋งคันงาม         สามวา   มารับน้องคนดี       (โอ้โหรถหรู)
ตามรับทุกที          เลิกงาน    มาส่งบ้าน
วันเสาร์วัน           หยุดชวน   น้องดูหนัง
โทรคุยกัน              ทั้งวัน        แสนดีใจ              (พี่ก็ดีใจนิ..นิมีสุข)
วันหนึ่งหายหน้า   ถามน้องว่า   เขาไปไหน          (ตาแดงแดง)
น้องเขาว่า            มีใหม่จร     น้ำตานองตกใน      (สามวันเน่)
เขาไม่รับ          ไม่โทรศัพท์     ไม่เมล์ลืมกัน       (พี่นิ..เจ็บที่ใจจัง)
น้องว่าขอลืมวัน       ตั้งใจ           ทำงานดีดี
เอาอีกแล้วเรา    ต้องรับน้อง      ตอนเลิกงาน       (น้ำมันเติมที100อิ)
รถคันสั่น       เก่าเต่าคลาน          กว่าถึงบ้านที      (เกือบเข็น)
วันหยุดแล      ทุกวันช่วยเขา      กวาดถูบ้านถี่   (ผัดผักบุ่งไฟแดงกินกันอร่อยนิ)
โทรตู้คุยที     ทุกกลางวัน      น้องทำงานง่วน  (โทรทีบาท....ตั้ง3ปีนะ)
วันนี้วันเกิดน้อง         พี่ก็ฉลอง           อวยชัยดีใจ     (ร้องเพลง..สุรชัย3ช่า)
พาไปเดินสวน         ชมดอกลำดวน   นกร้องครวญ (จู๋จี๋คู่สวนกะทรวงสาสุข)
แผนพี่ย้าวยาว   ขอน้องคนดี        แต่งงานกาน          (2บ้านค่าเช่าเดี๋ยวแพง)
นายเรียกตื่น      ฝันกลางวัน   เร่งทำงาน  พี่เป็นงี๋ทุกวัน  (แอบนอนอิอิ)

งานวันเกิด ( คุณทำอะไรให้พ่อแม่)

ต่อง (ต้อง) ksg


บทประพันธ์นี้เป็นบทประพันธ์ของ
อาจารย์นภาลัย  (ฤกษ์ชนะ)  สุวรรณธาดา
งานวันเกิดยิ่งใหญ่ใครคนนั้น
ฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศสรรเสริญเพลินทะนง
วันเกิดส่งชีพสั้นเร่งวันตาย
อีกมุมหนึ่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้
หญิงแก่แก่นั่งหงอยและคอยหาย
โอ้วันนี้ในวันนั้นอันตราย
แม่คลอดสายโลหิตแทบปลิดชนม์
วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่
เจ็บท้องแท้เท่าไรก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้องกว่าคลอดรอดเป็นคน
เติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร
แม่เจ็บเจียนขาดขาดใจในวันนั้น
กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีวิตแล้วก็เหลิงระเริงใจ
ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา
ไฉนเราเรียกกันว่า วันเกิด
วันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่า
คำอวยพรที่เขียนควรเปลี่ยนมา
ให้มารดาคุณเป็นสุขจึงถูกแท้
เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดนะ
ควรแต่จะคุกเข่ากราบเท้าแม่
รำลึกถึงพระคุณอบอุ่นแด
อย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว
ผมเคยนำเสนอแล้วครั้งหนึ่งแต่นานแล้วครับ
ตั้งแต่ผมยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกน่ะครับ
ด้วยความหวังดี
ก.ประแสร์  (  ศิษยาพร  )

รักคือ...

Knightbaron


รัก... คือการให้ คงเป็นประโยคที่คุณคงได้ยินมาบ่อยครั้ง
ส่วนความหมายของมัน ก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่า
รักคือการที่เราให้ใครสักคนหนึ่ง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงความรัก คือการให้ ในอีกแง่หนึ่ง นั่นคือความรักนั้น
ให้อะไรกับคนที่รู้จักมันบ้าง
1. รัก...ให้คุณรู้ว่าเขาชอบกินข้าวมันไก่ (ไม่มีหนัง) ที่สุดในโลกเลย
ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่วิเคราะห์กันลึกๆแล้ว
มันทำให้เราเป็นคนที่ช่างสังเกตและสนใจเรื่องราวของคนรอบข้าง
เพื่อนให้คุณรู้จักเอาใจใส่ผู้อื่นบ้างไงล่ะ
2. รัก...ให้คนซับน้ำตายามท้อแท้ เพราะความรักเป็นเหมือนกำลังใจแห่งชีวิต
ยามที่เรามีปัญหาหรือหมดกำลังใจ เรามักจะนึกถึงคนที่เรารักเป็นคนแรก
แล้วเขาคนนั้นแหละที่จะเป็นคนคอยรับฟังเรื่องราวของคุณยามที่คุณมีปัญหา
ทั้งเรื่องการเรียน เรื่องเพื่อน แม้แต่ปัญหาครอบครัว
3. รัก...ให้คุณรู้จักการสื่อสารอีกทางหนึ่ง
นั่นก็คือการสื่อสารด้วยภาษากายไงล่ะ ทั้งการมองตา การสัมผัส
สิ่งเหล่านี้เป็นการสื่อสารที่มนุษย์รู้จักใช้เป็นอย่างดีตั้งแต่โบราณ
แต่ความรักจะยิ่งทำให้คุณรู้จักใช้มันได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น
4. รัก...ให้คุณยิ้มอยู่ตลอดเวลา
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคนมีความรักถึงร่าเริง อยู่ตลอดเวลา ในทางวิทยาศาสตร์
ความรักเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นสารแห่งความสุขให้กับร่างกาย
ดังนั้นในเวลาที่คุณนึกถึงคนรักคุณจึงรู้สึกมีความสุขอยู่เสมอ
5. รัก...ให้คุ
หน้า / 7  
ทั้งหมด 115 กลอน