บทกวี คำคม

กระถางเล็ก-เล็ก

หนึ่งนก ฤดูหนาว


ในกระถางดินเล็กเล็ก
ฉันยังเด็กนัก
พ่อสอนให้รู้จัก
การฟูมฟัก ต้นกล้าต้นน้อย
พ่อบอกฉันว่า
ต้องรดน้ำอย่างค่อยค่อย
และต้องอดทนรอคอย
จะเห็นร่องรอยของการเปลี่ยนแปลง
มันเป็นไปอย่างเชื่องช้า
ตุ่มตาผลิใบแผ่แขนง
หญ้ากลุ่มหนึ่ง ..กลับสูงแซง
บังแสง ต้นกล้าที่บอบบาง
พ่อบอกว่า ในพื้นที่ อันน้อยนิด
อาจมีหลายชีวิตในกระถาง
ไส้เดือนตัวหนึ่งอาจอำพลาง
มดบางตัวจะเดินทางผ่านมา
ในพื้นที่ของการเติบโตแห่งนี้
เราต้องรู้วิธีการรักษา
ให้ต้นกล้าเติบโตเต็มกล้า
และหญ้าคือปัญหาสำหรับเรา
ขณะที่ฉันสอบเลื่อนชั้น
พ่อย้ายมันออกจากระถางใบเก่า
ต้นกล้าเติบใหญ่ให้ร่มเงา
นานวันเข้ามันก็สูงเกือบถึงหลังคา
คนผ่านมาไปมาหน้าบ้าน
ดอกหอมบานรอท่า
อวดความงดงามอยู่เต็มตา
ยืดหยัดศรัทธาอยู่เต็มตน…

เพลงเหย่ย

ม้าก้านกล้วย


(กาพย์ยาจกสิบกว่ากว่า)
เล่นส่งกลอนมา สามเวลาหลังอาหาร
ให้ฉันนั่งอ่าน ทุกเวลาพักผ่อน
เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวสุข    โอ๊ย ทุกข์ใจเดือนร้อน
จนเพื่อนค้อนว่าบ้า เดี๋ยวก็ฮา เดี๋ยวก็ ซึม. . .
จะส่งกลอนแข่งบ้าง แล้วจะมานั่งปลื้ม
ลองอ่านซ้ำทำขรึม  แต่งไม่ได้ ไม่กล้าโชว์
เดี๋ยวเขียน เดี๋ยวขยำ    โอ๊ย ไม่อำ ไม่โอ่
ขยะโตเป็นฟ่อน ส่งกลอนได้ บทเดียว. . .
เข้าไปค้นรายชื่อ  ถือเป็นเพื่อน เสมือนเกลอ
เผลอไปอ่านบทกลอน แต่ละตอนสิบเที่ยว
เดี๋ยวก็ปิด เดี๋ยวก็เปิด    โอ๊ย เกิดอารมณ์เหนี่ยว
นั่งเคี่ยวคารมคม จมในคารม กลอน . . .
ตั้งท่าให้ถนัด กลับอึดอัดอ้ำอึ้ง
อารมณ์ไม่ถึง จึงนั่งเปลี้ย เสียก่อน
เดี๋ยวก็ฮึก เดี๋ยวก็หาว โอ๊ย  หนาวหนาวร้อนร้อน
เลยอยากวอน หญิงชาย ใครก็ได้ ช่วยที
(ทางเปลี่ยน)
จะไม่ร่ำ ไม่ลา  แต่จะมาแถวนี้  ถ้าแต่งไม่ได้ ขายไม่ดี
จะเอาไปขยี้ ลงคลอง      เป๊กพ่อ…

คิดดีช่วยชี้ทาง

นิติ


จบกันเพียงตะวันลับฟ้า
หยดน้ำตาเพียงฟ้าไม่สดใส
ทุกข์โศกเพียงโลกไม่เข้าใจ
เจ็บใจเพียงใครรังแก
แค่นี่เพียงนั่นฉันเหงา
หรือเศร้าเพียงหนาวแน่แท้
หลอกกันเพียงล่วงฝันสุดทางแก้
ดูอ่อนแอเพียงอ่อนไหวใจสะเทือน
แค่เหนื่อยเพียงเมื่อยเท่านั้น
เห็นจันทร์เพียงเงาเฝ้าเตือน
มองเหมือนเพียงคลายใกล้ลืมเลือน
เจอเพื่อนเพียงเยือนแล้วจากลา
นั่นรักเพียงหลงไปชั่ววูบ
ถ้าได้จูบเพียงรูปให้โหยหา
หากขอพบเพียงจะจบรบน้ำตา
คิดฝันหาเพียงมายามาหย่าใจ
ร้องขอเพียงขอร้องลองหยุดยั้ง
จงนั่งเพียงฟังสั่งครวญใคร่
คิดดีเพียงยินดีชี้ทางไป
ชี้จิตใจเพียงเปิดทางสร้างความดี

ผู้จัดการที่ดีที่สุดคือเวลา

เด็กเมืองยศ


อุ่นแดดยามเย็นค่อยจาง        ตรงขอบฟ้ากว้าง
ฝูงนกบินร่อนกลับรัง
สิ้นแสงแรงแห่งพลัง              เหลือเพียงความหวัง
ที่ไม่ยอมลาตกดิน
หน้าที่ตนยังไม่สิ้น                  ต้องโบกต้องบิน
ตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน
ชาวบ้านทะยอยเดินกัน          เสียงเด็กดังลั่น
รับพ่อแม่กลับจากนา
ฝู้เฒ่านั่งเฝ้าชายคา                ครบกันพร้อมหน้า
นั่งวงร่วมทานอาหาร
ชีวิตใต้กรอบแห่งกาล             ฉันจะทำงาน
ตามที่ฉันได้เลือกมา
อาทิตย์ขึ้นแล้วลับลา                  ยังมีวันหน้า
ให้ฉันได้ต่อสู้ไป
สิ่งที่ทำยังไม่ได้                       พรุ่งนี้ทำใหม่
รอก่อนนะเจ้าเวลา
เย็นแล้วพักบ้างเถิดหนา         อิสระจากเวลา
แต่ฉันหยุดคิดไม่ได้เลย
ขอบคุณฟ้าที่คุ้นเคย                เวลาที่ล่วงเลย
ให้ฉันรู้จักยามเย็น
......เด็กเมืองยศ....

ขอให้โลกสงบสุขอีกครั้ง

เด็กเมืองยศ


บ้านเรือนบ้านเมืองยับพังพ่าย       เด็กหญิงเด็กชายต่างโหยไห้
พ่อรบแม่อยู่ระวังภัย                      พ่อไปไม่กลับล่วงลับลา
เด็กน้อยวัยเยาว์เจ้าพิสุทธิ์             โลกมนุษย์โหดร้ายเข่นฆ่า
ภาพฝันภาพหวังพังลงมา                 ดินแดงเดือดกว่าจะด้นเดิน
สายรุ้งแสงแดดจะหมองหม่น           ดอกไม้กลีบหล่นมานานเนิ่น
ผีเสื้อปีกสิ้นแรงเผชิญ                    เหนื่อยล้าเหนื่อยเกินจะก้าวไป
เพลงแห่งสันติร้องแสนโศก          เพลงรักชาวโลกอยากบอกให้
เลิกรบเลิกฆ่าเลิกก่อไฟ                  เพื่อเด็กเยาว์วัยใต้ตะวัน

การให้และการรับ

เสี้ยว


ประทับใจดี
เมล์ Fw. จากไทเกอร์คุงฮับ ขี้เกียจส่งต่อ มาอ่านกันทั้งอย่างนี้แหล่ะ
Fwd: เรื่องน่ารักที่อยากให้อ่าน
>>>>>>
ชายหนุ่มคนหนึ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
>>>>>> หน้าตาหล่อเหลา มีการศึกษาสูง
>>>>>> มีงานการที่มั่นคง มีความก้าวหน้าในอนาคต
>>>>>> มีคนรักใคร่รอบข้าง
เรียกว่าใครเห็นใครรู้เป็นต้องอิจฉา
>>>>>>
วันหนึ่งชีวิตที่สมบูรณ์แบบของชายคนนี้ยิ่งสุดยอด
>>>>>> สมบูรณ์แบบมากขึ้น
เมื่อพี่ของเขายอมควักเงินก้อนโต
>>>>>> ซื้อรถสปอร์ตคนงามเป็นของขวัญให้กับน้องชาย
>>>>>> ไม่ต้องบอกว่าเจ้าตัวจะยินดีปรีดาแค่ไหน
>>>>>> เพราะรถสปอร์ตสุดหรูคันนี้
ชายหนุ่มนายนี้ฝันอยากได้
>>>>>> เป็นเจ้าของมาตลอดชีวิต
เมื่อความฝันเป็นจริง
>>>>>> สิ่งที่ชายหนุ่มคิดทำอย่างแรกคือ
ขับเจ้ารถสปอร์ตตระเวน
>>>>>> ไปตามที่ต่างๆให้สมอยาก
>>>>>>
ใจหนึ่งต้องการทดสอบแรงม้าที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเครื่อง
>>>>>> ว่าจะมีเรี่ยวแรงเต็มกำลังแค่ไหน
อีกใจก็แน่นอนว่า
>>>>>> ใครที่มีรถสวยแรงขนาดนี้
คงไม่บ้าเก็บเอาไว้ดูตามลำพัง
>>>>>> ที่โรงรถในบ้าน
>>>>>> ขับโฉบเฉี่ยวไปมาสักพัก
ก็ถึงเวลาพักทั้งเครื่องและคน
>>>>>> ชายหนุ่มจัดแจงจอดรถข้างถนน
ระหว่างกำลังพักผ่อนอิริยาบถ
>>>>>> เขาเห็นเด็กคนหนึ่งเดินลูบๆคลำๆรอบรถคันงาม
>>>>>>
ด้วยกิริยาท่าทีชื่นชอบรถสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด
>>>>>> ชายหนุ่มรู้สึกภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ
>>>>>> สิ่งที่หล

หม้อสองใบ

เสี้ยว


ชายชาวอินเดียคนหนึ่ง ห้วงสองปีที่ผ่านมา
ผู้คนจะพบเห็นจนชินตาว่า
บนบ่าของเขามีหม้อดินใบใหญ่วางอยู่ข้างละใบ
หม้อดินใบหนึ่งมีรอยร้าว
ขณะอีกใบสมบูรณ์สวยงาม ไร้ที่ติ
หม้อใบสวยสามารถบรรจุน้ำไว้เต็มเปี่ยมนับจากลำธารจนถึงบ้านเจ้านาย
ขณะที่อีกใบหนึ่งนั้น
เมื่อมาถึงปลายทางกลับเหลือน้ำแค่ครึ่งเดียว
เท่ากับว่าชายผู้นี้ขนน้ำได้เที่ยวละหม้อครึ่งอยู่ทุกครั้ง
แน่ล่ะ...หม้อดินใบสวยย่อมภาคภูมิใจในตนเองที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน
ส่วนหม้อดินใบร้าว
นอกจากอดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในความไม่สมประกอบของตนเองแล้ว
มันยังรู้สึกผิดกับการทำหน้าที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกด้วย
หลังจากสองปีเต็มที่แบกความทุกข์ระทมขมขื่นนั้นเอาไว้
วันหนึ่ง
มันจึงตัดสินใจเอ่ยกับคนหาบน้ำตรงลำธารว่า
"ฉันรู้สึกละอายใจเหลือเกิน..ฉันอยากขอโทษท่าน..
ตลอดสองปีมานี้
ฉันทำงานให้ท่านได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
เนื่องจากเจ้ารอยร้าวบนตัวฉันมันทำให้น้ำรั่วไหลไปตลอดทาง"
เมื่อฟังเช่นนั้นแล้ว
คนขนน้ำก็พลอยรู้สึกเสียใจไปด้วย
และแล้วเขาก็พูดว่า
"เอาล่ะ..ระหว่างทางที่เราจะเดินกลับไปบ้านเจ้านาย
ฉันอยากให้เธอสังเกตดอกไม้สวยๆข้างทางเดินสักหน่อย
เธอไม่ได้สังเกตหรอกหรือว่า
ทำไมดอกไม้ป่าเหล่านั้นถึงได้งอกงามเฉพาะฝั่งที่ฉันแบกเธอเท่านั้น
ทำไมมันไม่ขึ้นอีกฟากหนึ่งด้วยล่ะ..
นั่นเป็นเพราะฉันได้ตระหนักในข้อจำกัดของเธอ
จึงอาศัยเงื่อนไขนี้เพาะเมล็ด

ต่อเทียน

เสี้ยว


"ตัวเทียนนั้นไม่ได้ต้องเสียอะไรเลยมิใช่หรือ
ถ้าจะเอามาต่อเทัยนอีกเล่มให้สุกสว่างขึ้นมา"

เพื่อน

ไอริน


ฉันอาจจะไม่ใช่คนดีนัก
แต่ก้อจริงใจที่จะบอกว่ารักเธอเสมอ
แม้ว่าต่อไป เราอาจไม่ได้พบเจอ
จอให้รู้ไว้ว่าฉันจะคิดถึงเธอนะคนดี
และไม่ว่าอะไรจะแปรผัน
สิ่งหนึ่งที่ยังคงมั่น ในความผูกพันือเพื่อนคนนี้
แม้นานแค่ไหนแม้ว่าเราจะห่างไกลก้อตามที
แต่ความรู้สึกดี ดี จากคน คนนี้ก้อจะยังคงมีและเหมือนเดิม

รักสร้างโลก..

นิติ


เขาบอกว่าความรักสร้างโลก
ความโกรธที่ใด้จากความรักหล่ะ.....เคยคิดถึงหรือเปล่า
คิดอะไรที่มันง่ายเกินไปมันไม่เกิดผลดีในอนาคตหรอกน่ะ
จิตใจเราคิดว่าทำถูกเสมอ....ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่..พ่อแม่พี่น้องบอกว่าไม่ถูก
แต่ไม่รับฟังเจตนาดีของเขาน่ะ.....นี้แหละเขาจึงว่าความรักทำให้คนตาบอด
สร้างโลกให้วุ่นวาย ...จริงไหม..คุณว่า

ชาติชายต้องไว้ลาย

นิติ


อยู่อย่างเสือที่ไว้ลาย
อยู่อย่างนายที่คุมเชิง
อยู่อย่างนี้มีร่าเริง
อยู่อย่างเขาสรรเสริญยินดี
อยู่ได้อย่างใจคือไทยแท้
อยู่ดูแลแม่พ่อก่อศักดิ์ศรี
อยู่อย่างคนถึงจนไม่ค่อยมี
อยู่อย่างนี้เป็นเป็นคนดีของสังคม

ชีวิต...

ธารา


ทุกทุกคน ในโลกนี้ ที่เกิดมา
ต่างก็ไขว่ ต่างก็คว้า หาสุขสันต์
ทุกทุกเดือน ทุกทุกปี ที่วี่วัน
จึงต้องฝัน ต้องใฝ่ ไต่เต้าตาม
ทุกลีลา ท่าที แห่งชีวิต
จึงต้องคิด พิจารณา อย่าผลีผลาม
ทุกบทบาท หน้าที่ ต้องดีงาม
พยายาม ก้าวตามทาง ที่สร้างสรรค์
ทุกคราวครั้ง  หากพลั้งผิด ชีวิตแย่
ต้องหมั่นแก้ แปรปรับ ให้กลับผัน
ทุกคคราวครั้ง ถึงก้าวถูก  ยังถูกหยัน
ก็อย่าหวั่น อย่าท้อ ต่อความดี
ทุกชีวิต เมื่อคิดดี ย่อมมีผล
ความดีดล ให้พร้อมพรัก  ด้วยศักดิ์ศรี
ทุกชีวิต ในสังคม นิยมดี
สังคมนี้ ย่อมดีเด่น ร่มเย็นเอย...

เต็มใจ...

ใบรัก


ฉันมีใจเพียงหนึ่งใจ...
ฉันให้พ่อหนึ่งดวง ให้แม่หนึ่งดวง  แด่คนพิเศษ...หนึ่งดวง
ถ้าฉันมีใจอีกหนึ่งใจ...
ฉันจะให้พ่อกับแม่  และคนพิเศษอีกคนละดวง.
หน้า / 7  
ทั้งหมด 115 กลอน