นวนิยาย:ปางอดีต ( ตอนที่ 3 )

สุชาดา โมรา

จริงเหรอคุณน้ำผึ้งที่คุณมีสัมผัสที่  8  สามารถถอดจิตไปยังอดีตได้  ผมว่ามันวิเศษมาก ๆ เลย  เพราะตัวผมเองเวลาที่หลุดออกไปต้องอาศัยการนั่งสมาธิแต่คุณจู่ ๆ ก็ไปโดยที่ไม่รู้ตัว
	มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ  มันเหมือนกับฝัน  แต่ว่ามันก็ไม่ใช่คือฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ฉันรู้สึกว่าฉันเห็นคนในอดีตในโลกปัจจุบัน
	เนื้อคู่หรือเปล่า
	คงไม่หรอกค่ะอาจารย์เพราะในอดีตชาติฉันเห็นเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉัน
	ผมว่านะจิตของคุณอาจจะสื่อถึงกันโดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่รู้ตัวก็เป็นได้ชาติที่แล้วคงจะผูกพันธ์กันมากถึงได้มาเจอกันอีกถ้าเป็นแบบนั้นจริงผมว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะฝันถึงคุณบ้างนะ  แต่เขาคงไม่กล้าพูดออกมาเพราะกลัวว่าคุณหรือใคร ๆ จะหาว่าเขาบ้า
	น้ำผึ้งเดินออกจากมหาวิทยาลัยและกลับมายังบริษัททัวร์ของตัวเอง  สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย
	สวัสดีค่ะ
	ผึ้งเธอรู้ไหมว่าพระเอกของเธอรถคว่ำอาการสาหัสมาก  รีบมาด่วนเลยนะ
	ที่ไหน
	ลพบุรี
	ขอบใจนะส้มฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ละ
	ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงต้องรีบไป  แต่ที่รู้ ๆ คือฉันคงนั่งเฉย ๆ รอฟังข่าวของเขาไม่ได้  ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลย
	น้ำผึ้งรีบขับรถจากกรุงเทพฯ มายังลพบุรี  เมื่อมาถึงโรงพยาบาล  เธอก็ตรงไปยังประชาสัมพันธ์เพื่อถามถึงเขา  แต่เธอเจอส้มเสียก่อน
	ผึ้ง!!!!  ทางนี้
	น้ำผึ้งวิ่งตรงมายังส้มทันที  เธอมาถึงหน้าห้องผ่าตัด
	ใครเป็นอะไรเหรอ
	คุณแก้มแฟนของผู้หมวดพระเอกของเธอกำลังเจาะเอาเลือดคั่งในสมองออก  ตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัด
	แล้วผู้หมวดล่ะ
	อยู่ห้องไอซียู  ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย
	น้ำผึ้งนั่งรอหน้าห้องผ่าตัดอยู่ครู่หนึ่งแพทย์ก็ออกมา
	ใครเป็นญาติของคุณรัศมีครับ
	ผมเองครับ
	ผู้หมวดดำรงพูดขึ้นเขาเป็นพี่ชายของคุณแก้มแฟนสาวของผู้หมวดหนุ่มคนนั้น
	ตอนนี้ต้องรอผลต่อไปนะครับต้องดูกำลังใจของเธอว่าเธอจะอยู่ได้นานแค่ไหนเพราะอาการสาหัสมาก  หมอไม่สามารถบอกได้ว่าเธอจะรอดได้กี่เปอร์เซ็นต์  ตอนนี้ก็ต้องรอดูใจกันไปก่อนนะครับ
	น้ำผึ้งฟังแล้วก็ตกใจ  เธอรีบวิ่งไปยังห้องไอซียูทันทีเพื่อขอเข้าเยี่ยมผู้หมวดหนุ่ม  เธอจับมือของเขาไว้แล้วก็ร้องไห้  เธอกระซิบข้าง ๆ หูของเขาเบา ๆ แล้วก็หยิบเครื่องรางที่ได้มาจาก  ดร.เกษม  ใส่ที่ข้อมือของเขา  เธอนั่งมองเขาแล้วนึกอยู่ตลอดเวลาว่าต้องไม่เป็นอะไร  ไม่เป็นอะไร
	
	แม่หญิงเจ้าคะแม่หญิง!!!
	น้ำผึ้งแก้วหันมายิ้มแล้วก็ถือพานดอกไม้เดินเข้มาในเขตพระราชฐานชั้นใน  ในขณะที่คุณหลวงบดินทร์นฤนาถยืนมองหล่อนอยู่จนกระทั่งประตูเขตพระราชฐานฝ่ายในปิด
	คุณหลวงมาแอบมองอะไรตรงนี้ขอรับ!!!
	ไม่ได้มองอะไร  แล้วหมวกลอมพอกของข้าอยู่ไหนส่งมาเร็วเดี๋ยวข้าเข้าไปร่วมประชุมไม่ทันเดี๋ยวอ้ายฝรั่งมันก็หลอกเราอีกหรอก
	คุณหลวงบดินทร์นฤนาถสวมหมวกลอมพอกพร้อมกับเสื้อคลุมเดินเข้าไปในท้องพระโรงสมเด็จฯ ท่านรับสั่งให้เขาไปอยู่ดูแลติดตามเจ้าพระยาวิชาเยนต์คุณหลวงรู้สึกไม่ค่อยพอใจเอาเสียเลยที่ต้องไปรับใช้ฝรั่งมังค่า  เขาเดินตามหลังเจ้าพระยาวิชาเยนต์ไป  จากนั้นก็เคี้ยวหมากคำใหญ่ด้วยความโกรธ
	คุณหลวงบดินทร์นฤบาลต้องไปเรียนภาษาฝรั่งกับพวกสอนศาสนาเพื่อนให้รู้เท่าทันฝรั่ง  เขานั่งเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจจนกระสั่งอ่านออกเขียนได้
	คุณหลวงคุณหลวงขอรับ
	มีอะไรรึอ้ายมิ่ง
	แม่หญิงน้ำผึ้งแก้วกำลังลงเล่นน้ำกับพระสนมและหม่อมห้ามที่ท่าน้ำหลังวังขอรับ
	เดี๋ยวก็หัวขาดหรอกถ้าใครรู้เข้าต้องแย่แน่ ๆ เลยเอ็งจะให้ข้าไปแอบมองอย่างนั้นรึ
	กระผมขออภัยขอรับ  กระผมเห็นว่าคุณหลวงชอบไปแอบมองแม่หญิงอยู่บ่อย ๆกระผมเห็นท่านมองมาตั้งแต่แม่หญิงยังไม่ตัดจุกเลยนะขอรับ
	อย่าทำเป็นสู่รู้ข้าจะเรียนเอ็งมีอะไรทำก็ไปไป๊!!!
	คุณหลวงบดินทร์นฤนาถดุนายมิ่งบ่าวคนสนิทเสียเสียงเขียว  จากนั้นก็ทำท่าอ่านตำราฝรั่งอย่างตั้งอกตั้งใจ  จนนายมิ่งเดินออกไปจากห้องนานพอควร  คุณหลวงจึงกระโดดออกจากหน้าต่างตึกบ้านหลวงรับราชทูตของเจ้าพระยาวิชาเยนต์แล้วก็เดินหลบออกไปยังท่าน้ำทันทีเพื่อขึ้นเรือเก๋งโดยพายไปชะลอใกล้ ๆ กับที่นางในอาบน้ำกัน  เขาแอบมองเห็นสาว ๆ หลายคนลงเล่นน้ำ  สายตาของเขาสอดส่ายจ้องมองอยู่ตลอดเวลา
	น้ำผึ้งแก้วอยู่ไหนนะเขานึกอยู่ในใจจนกระทั่งเขาเห็นหล่อนกำลังถูกขัดสีฉวีวรรณด้วยขมิ้น  หลังขาว ๆ ของหล่อน  เนื้อนวลละมุมนละไมน่ากอดยิ่งนัก  รูปร่างบอบบางดูมีทรวดทรงองเอว  หล่อนไม่ต่างจากหม่อมห้ามเท่าไรนักเพราะผิวพรรณของหล่อนสมกับเป็นลูกผู้สืบเชื้อสายมาจากวังเดิม  หล่อนมีเชื้อสายสุโขทัยแห่งราชวงศ์พระร่วงเจ้า
	คุณหลวงบดินทร์นฤนาถแอบมองหล่อนอยู่นานจนหระทั่งเหลือบไปเห็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายในหรือคุณท้าวจันทร์แก้วยืนจ้องมองมายังเรือเก๋ง  เขาจึงรีบพายเรือกลับไปเก็บยังท่าทันที
	สาว ๆ นางในแตกตื่นเมื่อคุณท้าวจันทร์แก้วตะโกนว่ามีคนแอบมอง  เหล่าทหารมากมายรีบตามจับผู้ที่ล่วงละเมิดเขตหวงห้ามแต่ก็ไม่พบ  พวกเขาพบแต่เรือเก๋งที่จอดอยู่ที่ท่าน้ำของเจ้าพระยาวิชาเยนต์หลายลำก็เท่านั้น  เมื่อมีคนเข้ามายังตึกรับรองก็พบคุณหลวงบดินทร์นฤนาถนั่งอ่านหนังสืออยู่  ทุกคนจึงไม่กล้าไต่ถามอะไร  แล้วก็กลับไปในที่สุด
	เฮ้อ!!!! โล่งอกไปทีโชคดีนะที่พายเรือกลับมาทันเวลาพอดีคุณหลวงนึก  ใจของเขาเต้นรัวอยู่ตลอดเวลาเพราะกลัวความผิด  เขาสงสัยอยู่ว่าคุณท้าวจันทร์แก้วรู้ได้อย่างไรว่าเขาแอบมองหรือว่าก่อนหน้านี้เคยมีคนกระทำแบบนี้แล้ว
	คุณหลวงตามเจ้าพระยาวิชาเยนต์ไปยังพระราชวัง  เขาเห็นสาว ๆ นางในหลายคนตื่นเต้นดีใจกับน้ำพลุที่ผุดขึ้นจากสระน้ำ  เขาจึงเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ เพราะตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นน้ำอะไรที่โผล่ขึ้นมาจากสระเหมือนกัน
	อุ๊ย!!!!
	น้ำผึ้งแก้ว!!!!
	คุณหลวงเดินชนน้ำผึ้งแก้ว  เขาเกือบจำหล่อนไม่ได้เพราะหล่อนดูเป็นสาวได้รวดเร็วเหลือเกิน  ผมยาวสยายถึงแผ่นหลัง  กลิ่นน้ำอบจันทร์หอมรัญจวนไปหมด  หล่อนคงปรุงน้ำหอมขึ้นมาใช้เองได้แล้วตามตำรับชาววัง
	ขออภัยเจ้าค่าคุณหลวงบดินทร์นฤนาถ!!!!
	หล่อนก้มหน้าก้มตาขอโทษ  เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคุณหลวงยืนยิ้มอยู่  หล่อนถึงกับเรียกชื่อด้วยความตกใจ
	ดูอะไรรึเจ้า
	ดูน้ำผุดจากสระเจ้าค่า
	ฝรั่งเขาเรียกว่าน้ำพลุเจ้าเคยได้ยินหรือไม่
	หล่อนส่ายหน้า  คุณหลวงจึงคุยให้ฟังหลายเรื่อง  จนเจ้าพระยาวิชาเยนต์เดินเข้ามาอธิบายเรื่องน้ำพลุให้หล่อนฟัง  หล่อนทำท่าเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่เจ้าพระยาวิชาเยนต์พูดมากกว่าที่คุณหลวงพูดให้ฟังเสียอีก
	พี่ต้องไปหอพระก่อนนะพรุ่งนี้เจ้าว่างรึไม่
	อิฉันต้องกลับบ้านเจ้าค่าพอมีเวลาว่างบ้างมีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ
	เจอกันที่หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนะเจ้าพี่จะพาเจ้าไปกราบพระ
	หล่อนยิ้มอย่างอาย ๆ แล้วก็เดินไปกับนางในที่มาด้วยกันในบรรดานางในทั้งหมดน้ำผึ้งแก้วเป็นคนที่มีกิริยามารยาทที่งดงาม  และเป็นคนที่งามที่สุดงามยิ่งกว่าหม่อมห้ามหลายองค์เสียด้วย จนทำให้คุณหลวงรู้สึกหวั่นใจกลัวว่าเจ้าของวังจะเห็นดอกไม้ในสวนเขาจึงพูดกับเจ้าพระยาวิชาเยนต์เรื่องการสู่ขอนาง
	เอาเถอะเราจะช่วยท่าน  แต่ท่านอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ล่ะ
	คุณหลวงบดินทร์นฤนาถมารอน้ำผึ้งแก้วที่หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุแต่เช้า  เมื่อหล่อนมาถึง  คุณหลวงก็จับมือจูงหล่อนเข้าไปในวัดทันที  หล่อนสะบัดมือออกแล้วก็เดินนำหน้าคุณหลวงไป  เมื่อก้มลงกราบพระคุณหลวงก็อธิฐานให้หล่อนได้ยินทันที
	พี่สาบานว่าจะไม่รักใครนอกจากแม่
	น้ำผึ้งแก้วขยับหลบเพราะกลัวว่าใครจะครหา  คุณหลวงก็ขยับตาม
	เจ้าจักเชื่อพี่หรือไม่
	อย่าพูดเยี่ยงนี้อีกไม่อย่างนั้นอิฉันจะฟ้องเจ้าคุณย่าว่าคุณหลวงพูดจาลวนลามอิฉัน
	พี่ไม่ได้ลวนลามเจ้าดอกพี่เพียงแต่พูดไปตามที่ใจปรารถนาเท่านั้นเองพี่จะไปสู่ขอเจ้าให้เป็นหน้าเป็นตา
	อย่าพูดเยี่ยงนี้อีกเลย  หากคุณหลวงยังเห็นว่าอิฉันเป็นหลานถ้าหากพูดอีกอิฉันจะไม่เกรงใจ  อิฉันจะทูลฟ้องเสด็จฯ ท่าน  พระองค์คงกริ้วถ้าหากรู้ว่าคุณหลวงพูดจาหยาบหยามกับนางห้ามตำหนักในที่วัดเยี่ยงนี้
	พี่ให้คำสัจจริงว่าพี่จะรักเจ้าทุกชาติ ๆ ไปนี่กำไลของพี่  พี่ไปขอหลวงพ่อมาเพื่อเจ้า  พี่นั่งถักร้อยกำไลด้วยตัวเองเชียวนะ  พี่ให้เจ้าไว้ป้องกันภัย
	หล่อนไหว้แล้วก็รับมา  คุณหลวงจึงใส่กำไลให้หล่อนทันที
	กำไลนี้มีอานุภาพยิ่ง  เขาว่ากันว่ากำไลนี้จะทำให้คนรักกันจำกันได้  ไม่ว่าจะอยู่ภพไหนชาติไหนก็จะตามไปพบเจอ
	กำไลสวยนะเจ้าคะจริงหรือที่พูด
	จริงสิ
	อิฉันจะรอคุณหลวงมาสู่ขอเจ้าค่า
	คุณหลวงบดินทร์นฤบาลถึงกับยิ้มหน้าบานทันที  เขารีบกราบพระและเดินตามหล่อนออกไปนอกโบสถ์  เขาพาหล่อนชมบริเวณวัดจนสายจากนั้นก็ให้บ่าวพายเรือไปส่งหล่อนถึงบ้าน  เขาเข้าไปคุยกับเจ้าคุณย่าอยู่หลายเรื่อง  จากนั้นก็ลากลับไป
3.
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ติดตามผลงานมาโดยตลอดค่ะ				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน