ข้าวรวงสุดท้ายเมื่อปลายหนาว (The Last Life of Season)

ลำน้ำน่าน

แด่ฤดูเก็บข้าวหลงฝัดข้าวลาน
อุทิศแด่คุณยายชราแห่งบ้านดอนดอกพะยอม
มองฟ้าครามยามบ่ายช่วงปลายฝน
ช่อมะม่วงดอกหม่นหล่นเป็นสาย
เหนือตำบลข้าวหลวงรวงเรียงราย
กระจัดกระจายห่มหล้าท้องนานั้น
ลมฤดูบอกข่าวหนาวจะล่วง
ดอกจานจวงบานสะพรั่งทั้งบัวผัน
ตื่นมารับแสงสรรค์รังสิมันตุ์
เก็บไออุ่นแห่งวันต่อฝันไป
ฟ้าเดือนสามครามไกลในลิบลิ่ว
เมฆหม่นเอยจะปรอยปลิวสู่แหล่งไหน
สู่ปลายยุ้งทุ่งข้าวของสาวไพร
ฝากทายทักข้าวใหม่ใครหุงคอย
เดี๋ยวแล้งร้อนเดี๋ยวหนาวเคล้าดอกฝน
แต่ความจนไม่เปลี่ยนเต็มเกวียนหงอย
หากทุ่งฝันบิดเบือนและเลื่อยลอย
อาทิตย์เอยอย่าเพิ่งคล้อยซบอกดิน
ฝนสั่งฟ้าลาดินใครสิ้นหวัง
เมื่อนกนาทิ้งรวงรังหวังไม่สิ้น
ไปรวดร้าวข่าวว่าไม่พอกิน
ขายนาน้อยให้เหลือบริ้นถิ่นกรุงไกร
ให้คนเมืองหว่านไถในไร่สาว
ฝนเม็ดร้าวตกพรูสู่เนินไศล
สิ้นฝนหมองผ่องนวลจวนสิ้นใจ
ปวดระบมตรมในไร่นาทาม
ใบกระถินแห้งเหี่ยวร่วงเกรียวกราว
ริ้วลมว่าวไล่ลอดยอดมะขาม
เห็นเมฆลอยคล้อยเกลียวใจเปลี่ยวตาม
คล้ายนิยามบ้านป่านาวิชน
ฝนหลงฤดูลาสายปลายเดือนแล้ว
ท้องนาแนวเหลืองสุกทุกแห่งหน
ลูกข้าวหลงเหลืองไสวในตำบล
หญิงชราครองตนเก็บขึ้นลาน
ไกลแสนไกลลิบลิ่วทิวฟ้าสูง
ลูกยางยูงร่วงลู่สู่ห้วยละหาน
กระโดนทุ่งแต่งช่อจะรอบาน
นกเขารอกู่ขานย่ำสนธยา
หญิงชราถือเคียวเกี่ยวลูกข้าว
ครืนลมหนาวสุดท้ายพัดพรายผ้า
ลึกในใจฝนหล่นปนน้ำตา
ตกต้องฟ้าต้องดินสิ้นแรงรวง
ฝังความฝันคำนึงถึงใครหนึ่ง
ให้ลึกซึ้งจมดินถิ่นแหนหวง
เก็บรวงข้าวสุดท้ายไว้เสี่ยงดวง
เผื่อบวงสรวงขวัญค่าพาใครคืน
เมฆกระจายไม้ใบเริ่มไหวว่อน
นกคืนคอนเถิดหนาอย่าทนฝืน
สิ้นยุคทองชาวนาชะตาครืน
จะหยิบยื่นภูมิปัญญาทายาทใด
โอ้ฟ้าครามยามบ่ายปราดสายฝน
ทุกตำบลไร้รวงข้าวพราวไสว
จิตสำนึกตายถมสังคมไทย
หญิงชรากล้าสุดท้ายสิ้นใจแล้ว!

------------------------------------------
ฝนหลงฤดูหล่นมาปราดหนึ่ง ในยามที่ฟ้าปรวนแปร
ประเดี่ยวก็หนาว ประเดี่ยวก็ร้อน ประเดี่ยวก็ฝน 
ไม่มีความแน่นอนทุกสิ่ง  หลังฤดูเก็บเกี่ยวยามนี้ 
ทำให้นึกไปถึงการเก็บรวงข้าวหลง และฝัดข้าวลาน
ของหญิงชราผู้แข็งแกร่งแห่งบ้านดอนดอกพะยอม
ข้าพเจ้าหยิบหนังสือเล่มงาม นาม *นกเขาไฟ* 
ของนักเขียนในดวงใจ ไพฑูรย์ ธัญญา 
หนึ่งในเรื่องสั้นชุด*ก่อกองทราย* บรรยายไว้ว่า
*แดงดอกทองกวาวสาดบานไปทั้งทุ่ง 
ลมหนาวยังไม่ร้างลาจากหมู่บ้าน
มะม่วงพุ่มหนาเริ่มแตกช่อดอกสีขาวหม่นขึ้นคลุมต้น 
ฟ้าต้นเดือนสามผ่องแผ้วเขยิบสูงเป็นสีคราม 
ทุกสิ่งทุกอย่างช่างสวยงามและดูดีไปหมด*
บทบรรยายบ่งให้เห็นถึงความงามแห่งธรรมชาติ
ในยามลมหนาวจะผ่อนลาฟ้าธรรมชาติยังคงงาม
และซื่อตรงเป็นวัฏจักรที่แน่นอน
และหนึ่งในเรื่องสั้นชุด *ลูกพ่อคนหนึ่ง* 
วัฒน์ วรรลยางกูร บรรยายภาพเมื่อเริ่มเข้าสู่
คิมหันตฤดู กับการต่อสู่ของหญิงชราชาวนา 
ไว้อย่างน่าเศร้าและชวนหลั่งน้ำตาว่า
*ดูราวโลกนี้มีแต่ยามแล้ง โล่งลิ่ว ไร้ร่มเงา 
ชายร่างผอมแกร่งโรยล้าจากภูเขาสู่พื้นราบ
ร้อนอบผิวผ้าและร้อนลวกไหล่ขวาที่เสื้อเปื่อยขาด 
สองข้างทางเต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่น้อยสีเทา
และสีน้ำตาลซึ่งบัดนี้ดูคล้ายกับถ่านไฟในเตา
กำลังส่งเปลวระยิบ เขาเอียงแก้มเช็ดเหงื่อ
กับไหล่ซ้าย เงยมองฟ้า มีแต่แดดจ้าจนต้องหยีตา
เขาพูดกับหญิงชราว่า 
*ร้อนนะแม่เฒ่าเมื่อไหร่มันจะจบสิ้น*
หญิงชรามองไปในแดดอันกราดเกรี้ยว 
รู้ว่าชายหนุ่มและหญิงสาวสมัยนี้
ต่างก็ต้องเดินไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกัน 
นางก็ได้แต่บ่นพึมพำว่า *เวรกรรม*
ทั้งสองเรื่องชวนให้ข้าพเจ้าประหวัด
ไปถึงชะตากรรมเกษตรกร 
และท้องไร่ท้องนาแห่งยุคนี้ 
ที่นับว่าหาทายาทมาสืบทอดยากขึ้นทุกที
หนุ่มสาวทิ้งถิ่นไปทำงานในเมือง ขายที่ขายไร่นา 
หลายชีวิตไปตกระกำลำบาก
หลายชีวิตต้องไปเป็นกุหลาบแดงในโถขาว 
ชะตากรรมของเขาเหล่านี้คงเป็นอุทาหรณ์
ได้ดีกระมังว่า คนสิ้นผืนแผ่นดินทำกินนั้น
น่าเศร้าสักเพียงใด และคงยังไม่สาย 
ที่จะหันกลับมาอุ้มชูผืนนาสมบัติสุดท้าย
ที่บรรพบุรุษให้ไว้เป็นที่ฝังร่าง
ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป..

--------------------
รักร้าวหนาวลม (ขับร้องโดย สันติ ดวงสว่าง)
เมฆลอยกระจายอยู่ในในฟ้าสูงแลลิบลิว
ลมหนาวเริ่มปลิวลิ่วมาเมื่อฟ้าสิ้นฝน
ฝนสิ้นเหมือนพี่สิ้นใจน้องจากพี่ไปไปพร้อมหยาดฝน
คิดถึงหน้ามลหม่นหมอง
เห็นบัวดอกงามเบ่งบานกลางบึงแลสะพรั่ง
ฝนลาฟ้าสั่งสั่งฟ้าลาดินสิ้นคลอง
ฝนลา ลาหนาวข้าวแตกรวงแต่รักลาทรวงสิ้นน้อง
โอ้ทุ่งรวงทองเหมือนทุ่งระทม
เจ้าทิ้งให้พี่นอนหนาว หนาวจนใจเหน็บ
เจ็บดั่งหนาวระกำ ตำทรวงให้ระบม 
เริ่มฝนเจ้าบอกว่ารักพี่อกหักตอนเริ่มหนาวลม 
ให้ชมแล้วน้องก็ชัง
เมฆลอยกระจายดั่งเหมือนหัวใจลอยละลิ่ว
ลมหนาวเริ่มปลิวลิ่วมาเมื่อรักสิ้นมนต์ขลัง
ทิ้งทุ่งลืมไถลืมไอ้ทุย ลืมเพื่อนเคยคุยที่อยู่หลัง
สิ้นฝนรักจางเมื่อลมเหนือล่อง

				
comments powered by Disqus
  • )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

    15 มีนาคม 2548 06:55 น. - comment id 439211

    ประสมคำได้ไพเราะและงดงามยิ่งนัก
    
    แวะมาเป็นกำลังใจให้ครับ
    
    
  • แก้วนีดา

    15 มีนาคม 2548 10:15 น. - comment id 439246

    สิ้นฤดูหนาว..ย่างเข้าสู้ฤดูร้อน
    ท้องนาที่บ้านดอน...คงร้อนไหม้
    ด้วยหน้านี้ทุกที่...พื่นดินของถิ่นไทย
    มองทางไหนไร้ชีวา...ด้วยเพราะว่าฤดูร้อน
    
    มาชื่นชมการเขียนบทกลอนแนวเมื่อชีวิตของ ลำน้ำน่านอีกครั้งค่ะ.......หายไปนานเลยนะค่ะ........
    
    
  • สาวบ้านนา

    15 มีนาคม 2548 11:08 น. - comment id 439270

    ใจสาวนา..รออ้ายดั่งสายวสันต์..พร่างสู่ทุ่งขวัญแลทุ่งใจ...
    ............
    
    มองฟ้าครามยามอ้ายลามาหลายฝน
    ดอกน้ำตาหล่นปนดอกข้าวทั้งเช้าสาย
    ดอกคิดถึงคลึงคลอทุยยามขี่กาย
    ดอกพิสวาทวายตายทั้งเป็นมิเว้นวัน
    
    ลมฤดูพัดฤดีกี่ปีล่วง
    ทั้งบัวหลวงบัวผันสะพรั่งฝัน
    รอคนดีพายเรือน้อยกลางแสงจันทร์
    เก็บเกี่ยวขวัญให้ไออุนละมุนละไม
    
    จะเดือนสามเดือนสี่ใครขี่ทุย
    ให้เฝ้าลุยท้องนาฟ้าสวยใส
    สู่กระท่อมทองกวาวมิหนาวใจ
    หอมข้าวใหม่นาน้อยหุงคอยรอ
    
    จะกี่แล้งกี่ร้อนหอมมิห่าง
    มิอ้างว้างสู้ความจนมิเคยท้อ
    แม้ความจนเต็มเกวียนก็เพียรพอ
    สองแรงรอรินหยาดเหงื่อเพื่อผืนดิน
    
    ดอกโสนบานไสวไม่สิ้นหวัง
    ข้าวเหลือซังรอหว่านใหม่ไม่รู้สิ้น
    ถึงรวดร้าวหนาวกระดูกปลูกไม่พอกิน
    จะไม่สิ้นคิดขายนาน้อยคอยดวงใจ
    
    ไร่สาวนาสาวไพรรับไถภักดิ์
    จากน้ำรักน้ำเหงื่อหอมงามใส
    จากกลิ่นโคลนกลิ่นควายกลิ่นชายไพร
    รับหวามไหวให้ตกพรูสู่เนินทอง
    
    ใบกระถินผลัดใบรอผลิกอใหม่
    ริ้วลมไพรไล้ตะแบกหวานบานทั่วหนอง
    ทั้งบัวตูมบัวบานรออ้ายเด็ดเคียงประคอง
    ทุ่งรวงทองรอทุยมาลุยนา
    
    ฝนหลงฤดูเพียงฤดีอ้ายอย่ากรายหลง
    ท้องนาคงแนวเหลืองสุกปลั่งพรั่งพรรษา
    ลูกข้าวหลงเหลืองไสวในวิมานนา
    หญิงชราครองตนเก็บขึ้นลาน
    
    ไกลแค่ฟ้าตามองไขว่ไปตามฝัน
    เมื่อสวรรค์เยือนหล้าแสนหอมหวาน
    ทุ่งรวงทองห้วยหนองคูนตระการ
    ดุเหว่าไพรร้องเศร้าหวานขานถวิลสิ้นสนธยา
    
    สาวบ้านนาถือเคียวเกี่ยวลูกข้าว
    แม้นเหน็บหนาวเพียงใดหลังสู้ฟ้า
    หัวใจทองผ่องพิสุทธิ์พลีบูชา
    เทพีพสุธามิสิ้รักภักดิ์เรียวรวง
    
    ฝังความฝันคำนึงถึงใครหนึ่ง
    ให้ลึกซึ้งจมแม่พระธรณีที่แหนหวง
    เก็บรวงข้าวสุดท้ายไว้เสี่ยงดวง
    เผื่อบวงสรวงแม่ขวัญข้าวคราวใครคืน
    
    กี่วสันต์รอมาฟ้าเปลี่ยนสี
    ชั่วชีวีมีชีวารักนาผืน
    เจ้านกไพรโผบินไปไม่กลับคืน
    สาวนายืนหยัดอยู่คู่นาใจ
    
    กี่สายฝนสายฝันสวรรค์ลอย
    สักกี่ร้อยตำบลไร้รวงข้าวพราวไสว
    จิตสำนึกใครจะอยู่จะตายไป
    ใจสาวนาสาวไพรไม่ทิ้งกล้านาสุดท้าย!รออ้ายคืน!
     
    
  • สาวนา

    15 มีนาคม 2548 11:24 น. - comment id 439289

    http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=4558
    ********
    รักเพลงนี้มากค่ะ
    จูบไม่หวาน   สันติ ดวงสว่าง : : Key Em  
    
    จูบ พี่หวานน้อย ไปหน่อย
    พี่ บุญน้อย น้องคอยไม่ได้
    จาง ร้างไกลเหมือนคนใจดำ
    โอ้ ดวง ใจ รัก ง่าย ถ่าย เท
    พอเซแล้วเจ้าก็ซ้ำ
    สุด เจ็บ จำ ถึง ยาม ยาก จน
    เกลียดคนจูบ ซ้ำ รอย
    จูบ เขาหวานซึ้ง ครึ่งแก้ม
    แม่ เดือนแรมน้องเอียงแก้มคอย
    ลืม แล้วรอยรักแรกแหลกล้ม
    ก่อน จาก มา น้อง ควร ฆ่า ทิ้ง
    จ่อยิงเสียให้สิ้นลม
    หรือ ดาบ คม เงื้อ ฟัน ให้ จม
    ยังดีกว่าหนี หน้า
    
    จูบ พี่นี้มันคงกร่อย
    เจ้า ไม่คอยพี่ ก็ไม่ว่า
    ลืม สัญญาของชาย ชาวดิน
    พี่ จน เงิน น้อง เมิน หลบ หนี
    คนมีเขาก็ ไปกิน
    น้อง จาก ถิ่น เห็น ดิน ยาก จน
    เกลียดคนที่ จูบ หวาน...
    .........
    แถมจ๊ะ
    ไล้รอยจูบ..
    
    ไล้รอยจูบ  ฝากรอยรัก ในวันจาก
    วันจำพราก จากไป จนไกลแสน
    แนบหน้าจูบ นิ้วน้อง ฝากไว้แทน
    อยู่ต่างแดน ถนอมนวล นะแก้วตา
    
    พี่สัญญา จะกลับมา ฝากรอยต่อ
    เพียงน้องรอ รับรู้ ว่าห่วงหา
    คืนและวัน ไม่นาน จะกลับมา
    และครั้งหน้า หวังฟ้าดิน จะเป็นใจ
    
    รักของเรา  เกิดมา  เพื่อจะรัก
    รักแน่นหนัก หนักแน่น ไม่หวั่นไหว
    โชคชะตา เพียงทดสอบ ให้ห่างไกล
    สัญญาใจ รอไม่นาน วันหวานเรา
    ............
    จูบแก้มซ้ายกระซิบว่าอย่าลืมฉัน
    อย่าลืมวันลืมคืนลืมห่วงหา
    จูบแก้มขวาย้ำอีกทีคำสัญญา
    จูบที่ตาห้ามดูเจ้าชู้ใคร..
    
    จูบทั้งตัวขอให้รอไว้ก่อน
    อย่าร้าวรอนรอวิวาห์อย่าหวั่นไหว
    จูบมัดจำแค่นี้ออกจากใจ
    จูบของใครไม่หวานเท่า..จูบฉันเอย! 
    ........
    คืนนี้ ฝากจันทร์ จูบเธอ! .. 
    
    โพล้เพล้ ริบหรี่ รุบหรู่ 
    ฟ้าดู เลือนเลือน เหมือนฝัน 
    ไพรพร่าง ดงไม้ เงียบงัน 
    ใจฉัน ดำดิ่ง สงบงาม 
    
    ฟ้าเศร้า โพล้เพล้ เหว่ว้า 
    ตะวันลา ร่ำไห้ ไหวหวาม 
    จันทร์เรี่ย รอท่า โมงยาม 
    ต่อตาม แขวนฟ้า ราตรี 
    
    มนต์แสง แห่งดาว พราวฟ้า 
    จันทรา สาดส่อง แสงสี 
    ราวทอง ทาบฟ้า นะคนดี 
    คืนนี้ ฝากจันทร์ จูบเธอ
    
    .........
    จูบแก้ม..แกล้มจันทร์! 
    
     จันทร์ดวงเดิม จันทร์ดวงดี จันทร์ดวงเดียว
    จันทร์ครึ่งเสี้ยว จันทร์แกล้มเศร้า ใจสับสน
    จันทร์เต็มดวง จันทร์ยิ้มหวาน ปลอบกมล
    จันทร์ซุกซน ล้อเลียน จันทร์รู้ใจ
    
    น้ำผึ้งพระจันทร์ รอเราสอง นะยอดรัก
    รอความภักดิ์ หนักแน่น ไม่หวั่นไหว
    จันทร์รอเรา รักจริงจังไม่เปลี่ยนใจ
    จันทร์เป็นใจ จูบแก้มขวัญ แกล้มจันทร์งาม 
    .......
    
    
    
     
      
    
  • dark side of mind

    15 มีนาคม 2548 13:33 น. - comment id 439378

    ...เขียนได้ยอดเยี่ยม...
  • magic

    15 มีนาคม 2548 14:12 น. - comment id 439400

    งามแดนดิน..ถิ่นเกษตร
    สบกับเนตร..เขตท้องทุ่ง
    สวยแสงทอง..ส่องจรุง
    ตะวันรุ้ง..กลืนน้ำ..ยามฝนซา
    .............................................
    มาอ่านงานคุณลำน้ำน่าน ทีไร
    ไม่เคยผิดหวัง..
    .............................................
  • บินเดี่ยวหมื่นลี้

    15 มีนาคม 2548 14:41 น. - comment id 439408

    นึกถึงเพลง แม่สาย ของคาราบาวนะ..
    
    ***แวะมาอ่านผ่านมาทักทายครับ
  • namsai

    15 มีนาคม 2548 15:24 น. - comment id 439445

     
    ++
    
    ++
    
    ทุ่งรวงทองหมองหม่น
    
    เฝ้ารอ ฝน หล่นฟ้า
    
    เฝ้ารอ กล้า นาดำ
    
    เฝ้ารอ คำ สัญญา
    
    รอน้อง นา คืนคอน
    
    เจ้าจาก จร  นาแล้ง
    
    แตกระ แหง เหมือนเก่า
    
    คงต้อง เศร้า เหมือนเดิม...
    
    ++
    
    ++++
    
    **งดงามมากเลยค่ะ..มาชื่นชม..**
    
    
    
    
    
    
    
    
  • อัลมิตรา

    15 มีนาคม 2548 15:32 น. - comment id 439452

    ข่าวว่าปีนี้จะแล้งนัก สองวันที่ผ่านมา ดูมีจะมีฝนประปรายบ้าง ก็ไม่รู้ว่า ฝนจะตกทั่วฟ้าหรือเปล่า เป็นห่วงว่าที่แล้งหนักจะแห้ง ที่ไม่แล้งจะเปียก ..
    
    เฮ้อ ..
  • พรพระจันทร์

    15 มีนาคม 2548 18:35 น. - comment id 439548

    .................. แวะมาชื่นชมค่ะ ..............
    
     ถ้าพรพระจันทร์ ถ่ายทอดงานได้เก่ง
    อย่างพี่ลำน้ำน่าน คงจะดีนะคะ 
    แต่ไม่เป็นไรคะ  ก็จะพยายามต่อไป 
    จะติดตามผลงานเรื่อยๆ น่ะคะ
  • แม่จิตร

    15 มีนาคม 2548 20:19 น. - comment id 439584

    มาชมงานงาม นาน ๆ ออกมาซะที
    
    ชาวนาลำบากนะครับ ยิ่งใกล้หน้าแล้งแล้วด้วย
    
  • ผู้หญิงไร้เงา

    16 มีนาคม 2548 01:44 น. - comment id 439689

    หายไปนานเลยนะค่ะ  วันนี้อ่านไม่ทัน แต่ขอมาเป็นกำลังใจให้สักหน่อย  คงไม่ว่ากันนะค่ะ แบบดึกแล้วค่ะ วันหลังถ้ามีเวลาจะแวะมาหาอีกทีนะค่ะ
  • Oracle

    16 มีนาคม 2548 03:17 น. - comment id 439699

    กลับมาที่ได้อ่านกันเต็มๆ เลยนะครับ ;)
    อ่านแล้วทำให้อยากเขียนแนวนี้มั่งจัง คุณลำน้ำน่านนี่ เป็นศิษย์พี่พุดเปล่านี่ รูปแบบคุ้นๆ ;) แต่ทำได้ดีจริงๆครับ ;)
    
    
  • สาวดำ-รำพัน ม่ะได้ล๊อคอิน

    16 มีนาคม 2548 18:12 น. - comment id 440056

    เพราะจังเลยนะคะ 
    อุ๊ อ่านงานพี่จนจบเลยนะคะ 
    ชอบคำพูดหลายคำที่สื่อความหมาย
    ผ่านทางบทกลอนจังค่ะ......
  • นกขมิ้นเหลืองอ่อน

    16 มีนาคม 2548 20:27 น. - comment id 440082

    งามมากมากค่ะ
    มีหลายหลายอย่างกระทบใจ
    
    ไม่ต้องสื่อความมาก
    บทสุดท้ายย้ำหนักแน่น
    
    เราหนอก็ลูกแม่โพสพลูกแม่ธรณี
    ใยยุคนี้จึงดูแคลนจึงเหยียบย่ำแม่บังเกิดเกล้า
    ผู้เป็นยิ่งกว่าผู้ให้กำเนิด.....
    
    ชีวิตเกิดมาก็มีข้าว  ตายไปก็มีข้าว
    ข้าวประทับอยู่ในวงวัฏแห่งชีวิตไทเสมอ...
    
    (แล้วจะไปแอบบอกผู้เขียน นกเขาไฟ ให้ด้วย)
  • ชัยชนะ

    16 มีนาคม 2548 22:52 น. - comment id 440181

    สื่อความเปรียบเทียบได้ลึกซึ้งกินใจมาก
    
    อ่านแล้วมองเห็นภาพพจน์ได้เป็นอย่างดี
    
    คนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยข้าว แต่เรามองผ่านเลยไป
    
    ถึงจะอยู่สังคมไหน แต่เรามีความขยันขันแข็ง 
    แผ่นดินนั้นเป็นแผ่นดินทองของเราเสมอครับ
    
  • ลี่...ชวนมาเยือน

    16 มีนาคม 2548 23:14 น. - comment id 440194

    กลับมาถึง...ได้อ่านงานคุณลำน้ำน่าน
    เสมือนได้ดื่มน้ำเย็นๆ ชื่นใจจังค่ะ
    
    แม้นในบางบท..จะร้อยถ้อยถ่ายอารมณ์อันสะท้อนสังคม...
    หากในเวลาเดียวกัน...ก็จะได้ความรู้สึกละมุนที่ผสานไว้อย่างกลมกลืน
    
    ลี่อยากเขียนให้ได้ละเอียดอ่อนอย่างนี้บ้างจังค่ะ
    
    ชื่นชม และ สุขใจทุกครั้งที่ได้อ่านบทกลอนคุณนะคะ
    ...........................................................................................................
    ลี่...ผู้มาเยือน
    .
  • แก้วประเสริฐ

    16 มีนาคม 2548 23:26 น. - comment id 440206

    ระยะนี้ไม่ค่อยเข้ามาเท่าไหร่มาเจออีกทีก็ในเวปสุดฮอร์ท เจอเพื่อนเก่าเลยแว๊บมาอ่านก็เหมือนเดิมคัมภีรภาพสุดยอดเสมอ แล้วมาเจอสาวบ้านนาเขียนก็ยิ่งเร้าอารมณ์ไม่แพ้กันเลยนะครับ   โชคดีได้อ่านงานระดับอินเตอร์หน่อยรู้สึกสบายอารมณ์จังเลย เก่งทั้งคู่เก่งจริงๆครับ
    
                             แก้วประเสริฐ.
  • tiki

    16 มีนาคม 2548 23:55 น. - comment id 440229

    :)
  • หมอกจาง

    17 มีนาคม 2548 08:29 น. - comment id 440305

    อ่านแล้วอิ่มใจครับ..
    
    นานแล้วที่ไม่ได้อ่านกลอนแล้วรู้สึกดีๆอย่างนี้.. 
    
    ต้นเดือนสามฟ้าครามไกลในลิบลิ่ว
    เมฆหม่นเอยจะปรอยปลิวสู่แห่งไหน
    สู่ปลายยุ้งทุ่งข้าวของสาวไพร
    ฝากทายทักข้าวใหม่ใครหุงคอย
    
    ชอบท่อนนี้มาก ได้อารมณ์เก่าๆกลับมาเลย..
    
    เห็นแล้วก็ผ่าน ไม่ได้แวะเวียนมาอ่านเพราะเรื่องโน้นนี้วุ่นวายไปหมด ดีใจที่ได้อ่านครับ..
  • แทนคุณแทนไท

    17 มีนาคม 2548 10:56 น. - comment id 440350

    จะบอกว่ายอดเยี่ยมมากคงไม่พอขณะอ่านงานคุณจบความกระมังครับ.....
    
    ...ชื่นชมครับคุณ....
  • แทนคุณแทนไท

    17 มีนาคม 2548 11:00 น. - comment id 440352

    สาวนาก็งามนักครับ
  • ใครหนอ..

    17 มีนาคม 2548 11:11 น. - comment id 440358

    เจ้าคือเพชรกล้ากลางใจใครคนหนึ่ง
    ตอกสลักตรึงซึ้งกลางจิตชีวิตขวัญ
    เจ้าคือสายน้ำหอมใสไหลให้รักเป็นนิรันดร์
    เจ้าคือฝันคือฟ้าคือหล้าโลกลบโศกรอยคอยให้รัก!ให้คอยรัก
  • ....

    17 มีนาคม 2548 11:26 น. - comment id 440369

    http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=230
    เสียงขลุ่ยระทม   
    สมยศ ทัศนพันธ์ : : Key C  
    
    แว่วเสียงขลุ่ยครางเหมือนนางร้องไห้
    ฟังแล้วแสนเศร้าใจ 
    เสียงขลุ่ยใครคร่ำครวญวิโยค
    แหบโหย อิดโรยระริกเศร้าโศก
    ทางสายลมโชยโบก แสนวิโยค ช้ำใจ
    แว่วเสียงขลุ่ยคราง เหมือนนางสะอื้น
    มาให้นึกถึงคืน ผิวขลุ่ยมีแม่นางชิดใกล้
    แต่ แล้ว คลาดแคล้วพรากนางมาได้
    เป็นเพราะด้วยเจียมใจ
    ศักดิ์เราคนใช้ไปเอื้อมรักนาง
    ป่านนี้นางเจ้าคง จะเหงาใจ
    เพราะไม่มีเสียงขลุ่ยใคร
    บรรเลงกล่อมใจคอยครวญคราง
    รู้บ้างไหมว่าพี่จากมาใช่จะเหินห่าง
    คิดถึงแต่น้อง นาง หม่นหมาง ฤดีระทม
    แว่วเสียงขลุ่ยคราง เหมือนนางสะอื้น
    ยามนั่งลุกแหละยืน ยืนละเมอพร่ำเพ้อเหลือข่ม
    โธ่ เอ๋ย ข้านี้ต้องทนตรอมตรม
    เหมือนเสียงขลุ่ยระทม ระบมชั่วนิจ นิรันดร์...
    
     
    
  • ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

    17 มีนาคม 2548 15:36 น. - comment id 440523

    เมื่อเด็ก ๆ กินข้าวกินปลาเสร็จวันหยุดเรียน ก็ถูกใช้ให้ไปเก็บข้าวตก เป็นข้าวที่เขาเกี่ยวไม่หมดเหลือทิ้งอยู่ที่ละรวงสองรวง เราก็ตัดมา ที่ทำตกหล่นไว้ตามนาก็เก็บเอามา วันหนึ่งได้เป็นกระบุง ๆนอกจากข้าวตกแล้วผลพลอยได้ก็มีปูปลาที่ในแอ่งตกคลักอยู่บ้าง น้ำในหนองเริ่มแห้งขอดลง ปลาที่เหลืออยู่บ้างก็หาทางไปสู่แหล่งน้ำ ชาวนารู้ธรรมชาติของปลา ก็ทำหลุมโจน โดยขุดหลุมฝังไหไว้ใกล้ ๆ หนองน้ำ ริมชายน้ำทำโคลนตมให้เป็นล่องมาถึงรูไห เอาน้ำในคลองใส่ไหไว้นิดหน่อย ตกกลางคืนปลาในหนองได้กลิ่นน้ำคลอง พากันเถือกไถลมาตามล่องโคลนตกลงไปในไห เช้าขึ้นมาเราก็มากู้ได้พอกินทุกวัน อ่านกลอนชุดนี้แล้วเหมือนได้กลับไปขุดหนูจับปลาอีก อิอิ
  • ดอกข้าว............@

    18 มีนาคม 2548 15:16 น. - comment id 440885

    ...พี่ลำน้ำน่าน
    
    ก็ชอบคุณ ไพทูรย์หรอครับ..
    
    
    ....เพื่อนผมเขาว่าที่ฝนตกเพราะเขาทำฝนเทียมครับ..
  • rain..

    18 มีนาคม 2548 22:39 น. - comment id 441068

    เรน .. ซื้อ . หนังสือ ..  ก่อกองทราย ..ของ  ไพฑูรย์ ธัญญา ..  มาอ่าน..  ด้วยนะคะ ..
      แต่ .. เรนยัง อ่าน ..  ไม่จบเล้ยคะ ..
    
        เรน .. ซื้อ .. เพราะ ..ได้อ่าน ..จากที่.. คุณชายวิจิตร .. เคยเขียนไว้ ..  (  คุณชายวิจิตร...คงลืม .. ไปแล้ว.. ม้าง ..ง ง .. )   
            
      เรน ..  ชอบที่พี่นิว ..  เขียน ..
           เป็นบทกลอน ..  ที่สื่อ .. ธรรมชาติ..
     และ..  ชีวิต ..ที่บ้านนอก..  ดีมากเลยนะคะ ..
           เรน..  อยากให้ ..  พี่นิว ..  กลับมา..
      จะได้พิงพัก.. กับ พี่สาวนา ..ที่น่ารัก.และ.  แอบหลับ .. ใต้..ต้นหูกวาง .. ด้วยกัน ..  อิอิอิ ..
    
          โป๊ก!! ..
                  แว้ปป !!
       
    
    
  • rain..

    18 มีนาคม 2548 22:41 น. - comment id 441070

    ..  เรน ..  ขอโทษ ..  พี่สาวนา ..
     และพี่ชายนิว ..   นะคะ ..
    
        เก๊าะ..  เรน ..  คิดถึง ..  พี่ทั้งสอง .. นะดิคะ ..
        
         zz   zz
  • ภูตะวัน

    19 มีนาคม 2548 17:38 น. - comment id 441432

    ดีใจ...
    
    ที่ได้อ่านง่นดี ๆ...จากคุณ...
    
    
  • ดอกข้าว

    21 มีนาคม 2548 15:02 น. - comment id 442272

    ...คุณเรน หาว่าผมลืมอีก
    
    ลืมได้ไงนัก คุณไพฑูรย์ นักเขียนในดวงใจผม

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน