25 มิถุนายน 2549 17:58 น.

ฉันมาตามหาเพื่อนค่ะ

สุชาดา โมรา

.........................				
22 มิถุนายน 2549 13:46 น.

ขออภัยที่ทำให้เข้าใจผิด

สุชาดา โมรา

งานเขียนเล่มหนึ่งมิได้เขียนด้วยข้าพเจ้าเพียงคนเดียวเพียงแต่ข้าพเจ้าได้บอกเอาไว้นานแล้วตั้งแต่ฉบับแรก ๆ ของบางคู้ว่ามีใครเขียนบ้าง  หากผู้ที่เป็นเพื่อนของข้าพเจ้าจะมีจิตใจที่เป็นคนอยู่ก็กรุณาอ่านและทำความเข้าใจให้ถูกต้องเพราะโต ๆ กันแล้ว  เพื่อนไม่มีเจตนาที่จะเอาของเพื่อนมาเป็นงานของตัวเอง  กรุณาใช้วิจารณญาณด้วยเพราะเรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้วควรที่จะมีความคิด  และอ่านให้ถี่ถ้วนด้วย...  มิใช่มาด่ากันแบบนี้  มีอะไรก็คุยกันก็ได้  ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ไหม...?  หัดถามซะบ้าง  หรืออ่านให้ครบทุกหน้าก่อนที่จะมาด่ากันแบบนี้  เพราะเพื่อนไม่ได้ยกเอาเรื่องบางคู้มาเป็นของเพื่อน  แต่เพื่อนได้เขียนบอกไว้เกี่ยวกับเรื่องบางคู้ตั้งแต่ฉบับแรก ๆ แล้วว่ามีใครแต่งบ้าง
                 และเสียใจมากที่มีเพื่อนที่ไม่รู้จักอ่าน  ไม่มีวิจารณญาณเลย...  และเพิ่งรู้ว่าเพื่อนก็แทงข้างหลังเพื่อนเหมือนกัน  เพราะห้องเอกนี้มีน้อยคนที่ข้าพเจ้าจะบอกให้ไปอ่านงานในเว็ป  และเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่านวนิยายของข้าพเจ้าที่มีคนเอาไปเขียนในเชิงลบก็เพราะเพื่อนที่แทงข้างหลังนี่เอง				
10 สิงหาคม 2548 21:23 น.

ปาฏิหาริย์รักข้ามมิติ ( ตอนที่ 6 )

สุชาดา โมรา

เรื่องเมื่อคืนทำให้เขาไม่ได้ไปคุยกับเทอดศักดิ์ต่อที่บ้าน ชาตินักรบขอตัวกลับมาเขียนข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่สำนักพิมพ์  ก่อนจะส่งข่าวให้กับบก.ที่รอปิดต้นฉบับหนังสือพิมพ์ตอนห้าทุ่ม  กว่าเขาจะกลับถึงห้องพักก็เกือบตีหนึ่ง หลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้วเขาก็หลับเป็นตาย หนังที่ซื้อไว้และตั้งใจจะเอามาดูยังอยู่ในถุงวางกองอยู่บนโต๊ะ

รุ่งขึ้นตื่นขึ้นมาชาตินักรบรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง อุณหภูมิในร่างกายเหมือนจะสูงขึ้น เอามือสัมผัสหน้าผากและต้นคอของตัวเอง จึงรู้ว่าตนเองไม่สบายแน่แล้ว...เขานึกสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าทำไม ตัวเองถึงสุขภาพอ่อนแอขนาดนี้ เพราะเมื่อวานเขานั้นไม่ได้เปียกฝนมากเท่าไหร่

เขาไม่ได้ป่วยมานานแล้ว คราวนี้รู้สึกว่าอาการค่อนข้างจะหนักทีเดียว  รู้สึกแขนขาอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง กว่าจะยันตัวลุกขึ้นได้ต้องใช้ความพยายามพอสมควร คอรู้สึกเหนียวและกลืนน้ำลายลำบาก คิดว่าคงไปทำงานไม่ไหว จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปที่สำนักงานเพื่อขอลาหยุดงานหนึ่งวัน

กดโทรศัพท์และพูดสายกับคนที่สำนักงานจึงรู้ว่าเสียงของเขาเองก็แห้งหายไปด้วย เดินไปห้องน้ำล้างหน้าล้างตา เปิดตู้ยาหายาแก้ไข้ แก้ปวดมารับประทาน เปิดตู้เย็นหาอะไรมากินรองท้อง หยิบกระบอกน้ำเย็นออกมาวางไว้หลังตู้ เทน้ำเย็นใส่แก้วน้ำไปครึ่งแก้ว ที่เหลือเทใส่กะละมังใบเล็กไว้ เดินไปกดน้ำร้อนที่กระติกไฟฟ้าใส่แก้วใบเดียวกันจนเกือบเต็ม โยนยาเข้าปากและดื่มน้ำตามเข้าไป 

จากนั้นชาตินักรบก็เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาหนึ่งผืน ชุบผ้าลงในกะละมังน้ำเย็น บีบผ้าพอ หมาด ๆ หยิบขึ้นมาเช็ดไปตามเนื้อตัว พอความเย็นเริ่มหมดไปก็ชุบผ้าลงในกะละมังอีกครั้ง เดินถือกะละมังไปที่เตียงนอน เอนตัวลงนอนและหยิบผ้าชุบน้ำขึ้นมาโปะไว้บนหน้าผาก และหลับตาลง

นอนกระสับกระส่ายบนเตียงได้ไม่นาน ความร้อนที่ออกจากรูขุมขนเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้น คงต้องหาทางระบายมันออกไปบ้าง เขาลุกขึ้นถอดเสื้อออก ตั้งใจจะลุกขึ้นไปเปิดแอร์ ให้มีความเย็นมากระทบกับร่างกายบ้าง แต่ก็กลัวว่าอากาศภายในห้องจะเย็นเกินไปทำให้เป็นไข้หนักขึ้นอีกจึงเลิกล้มความตั้งใจ

ใช้พลังเท่าที่มีอยู่ออกแรงเดินไปที่ห้องน้ำเปิดก๊อกน้ำวักน้ำมาลูบตามเนื้อตัว ออกจากห้องน้ำมาแล้วจึงเดินไปเปิดหน้าต่างให้ลมระบายเข้ามา กลับมานั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่บนเตียง บ่นกับตัวเองว่า...ป่วยตอนอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่นี่มันแย่จริง ๆ.... 

คิดจะไปหาหมอแต่ก็ไม่มีแรงจะขับรถ คงต้องโทรหาใครซักคนแล้วล่ะ.....

..

เธอไม่ได้รับสายตอนที่เขาโทรมาเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการให้คำปรึกษาลูกค้า  จริง ๆ แล้วน่าจะเรียกว่ามานั่งฟังเขาระบายมากกว่า  งานที่ปรึกษาทางจิตวิทยาของเธอนั้นต้องใช้ความอดทนในการรับฟังค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะทุก ๆ วันต้องเจอกับเรื่องราวความทุกข์ของคนสารพัดเรื่อง และต้องคอยช่วยให้คำแนะนำให้พวกเขาค่อย ๆ หาทางออกให้ได้ด้วยตัวเอง 

สิบนาทีหลังจากนั้นอาริซ่าจึงปลีกตัวออกจากห้องมาเพื่อเช็คโทรศัพท์ได้ ...ชาติเหรอ...เขาโทรมาทำไมกัน ปกติเขาไม่เคยโทรมาในช่วงเวลาทำงาน คงมีเรื่องสำคัญ

โทรกลับไปฟังน้ำเสียงของเขาจึงรู้ว่าเขากำลังไม่สบาย เขาถามเธอว่าว่างมั๊ยถ้าว่าง ช่วยพาเขาไปหาหมอหน่อย...ได้สิทำไมจะไม่ได้ เธอตอบหลังจากดูบันทึกการนัดหมาย วันนี้เธอไม่มีนัดอีกแล้ว

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจากที่ทำงานของเธอมาที่พักของเขา ไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาแค่นี้  ในอดีตจะทำให้เธอกับเขาต้องห่างเหินจนเลิกเป็นแฟนกัน กุญแจสำรองห้องพักของเขายังอยู่ที่เธอหนึ่งชุด  ตอนที่เลิกกันเขาไม่ทวงมันคืน และเธอเองก็ไม่ได้คืนมันให้กับเขา

เขานอนอยู่บนเตียง เปลือยท่อนบน บนหน้าผากมีผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ วางอยู่ หน้าต่างในห้องถูกเปิดเพื่อให้ลมระบาย เธอเดินเข้าไปสัมผัสตัวเขา และรับรู้ถึงระดับความร้อนสูงภายในร่างกายที่ส่งออกมา..เธอส่งเสียงเรียก

ชาติคะ  ชาติ

อือ... เขาพยายามลืมตาและตอบกลับมา

ริซ่านะ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวใส่เสื้อแล้วไปหาหมอกัน พยุงตัวเขาลุกขึ้นนั่งพิงกับหมอน เดินไปเปิดตู้หยิบเสื้อเชิ้ตมาใส่ให้เขาหนึ่งตัว แล้วพยุงตัวเขาลุกขึ้นยืนเดินไปที่ประตู



รอจนเขาอาการดีขึ้น อาริซ่าจึงกลับออกไปในตอนรุ่งเช้า ชาตินักรบตื่นขึ้นมาตอนสายจึงพบว่าเธอทำข้าวต้มเครื่องทิ้งไว้ให้เขา รู้สึกอบอุ่นในใจเหมือนเมื่อครั้งที่ยังเป็นคนรักกัน เขาอมยิ้มน้อยน้อย  อาริซ่าอุ่นข้าวต้มและตักขึ้นมานั่งทานได้สามสี่คำแล้วเขาก็นอนต่อ  เพราะร่างกายยังไม่สามารถที่จะไปทำอะไรได้  จู่ ๆ ไข้ก็กลับมาขึ้นสูงอีกเพราะเขาดันไปเปิดเครื่องปรับอากาศอีกครั้งเพราะรู้สึกร้อนอบอ้าว

เขานอนซมอยู่บนเตียงอยู่นาน  ร่างกายกระสับกระส่ายไปมาราวกับถูกไฟรน  เขารู้สึกหัวหมุน  ทำอะไรไม่ได้  แคนดี้ปรากฏตัวขึ้นเพราะรู้สึกสงสารที่เขาเป็นแบบนี้  เธอจึงนั่งลงข้าง ๆ เตียงและเอามือแตะที่หน้าผากของเขาเบา ๆ

อูยยยยย.ร้อนจี๋เลยทำไงดีนะ  แคนดี้เอ่ย

แคนดี้นั่งคิดอยู่นานจนรู้สึกได้ว่ามือของชาตินักรบกำมือเธอเอาไว้แน่นแล้วก็ร้องเพ้อออกมาเป็นระยะ ๆ

นางฟ้านางฟ้านางฟ้ามาช่วยผมเหรอ

แคนดี้ยิ้มแล้วก็หยิบไข่มุกสีดำเม็ดหนึ่งออกมา  หล่อนหยิบป้อนไปที่ปากของเขา  แต่ไข่มุกนั้นไม่ส่องสว่างเลย  หล่อนจึงนำไข่มุกนั้นขึ้นมาอมและค่อย ๆ ก้มลงป้อนไปที่ปากเขาริมฝีปากของทั้งคู่เมื่อต้องกันก็เกิดปฏิกิริยาราวกับไฟช๊อตขึ้น  แคนดี้รู้สึกหวั่นไหวราวกับร่างกายไม่มีแรงขยับเขยื่อนไม่ได้  แสงสว่างของไข่มุกราตรีสีดำสว่างขึ้น  อุณหภูมิในตัวของชาตินักรบค่อย ๆ เย็นลง  เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเจ้าของริมฝีปากคู่นั้นที่ยังคงประกบแน่นไม่ขยับตัวไปไหน  ดวงตาเขายิ้ม  มือของเขาค่อย ๆ โอบกอดหล่อนเอาไว้ไม่ยอมให้ห่างกายไปไหน  เขาไม่ยอมปล่อยริมฝีปากคู่นั้นให้หลุดไป  เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วก็พลิกตัวจนแคนดี้ฟุบตัวลงไปนอนบนเตียงอุ่น ๆ ของเขาริมฝีปากคู่นั้นยังคงตราตรึงอยู่กับทั้งคู่ตลอดเวลา  แคนดี้พยายามจะแกะมือคู่นั้นของเขาออกจากตัวแต่ก็ทำไม่ได้  เธอจึงค่อย ๆ นึกถึงมนตราและอำนาจแห่งพลังแห่งเทพในตัวของหล่อน  ร่างของหล่อนจึงพลันหายไปในพริบตาและมาปรากฏตัวยืนอยู่เบื้องหลังของชาตินักรบ

ชาตินักรบรู้สึกเพลิดเพลินอยู่กับรอยจุมพิตที่ตนเองไม่เคยได้สัมผัสและรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน  เมื่อร่างของแคนดี้หายออกไปแล้ว  ร่างของเขายังคงจุมพิตกับหมอนข้างที่แคนดี้ได้หยุดเวลาด้วยนาฬิกาแห่งเทพและนำหมอนข้างสีฟ้าไปให้เขากอดแทนร่างของตัวเอง

ชาตินักรบเริ่มรู้สึกตัวเมื่อเวลาเริ่มเดินอีกครั้ง  เขาจึงรู้ตัวว่านางฟ้าที่เขากอดจูบคนนั้นเป็นเพียงหมอนข้างธรรมดา ๆ ที่วางอยู่ข้าง ๆ กายตลอดเวลานั่นเอง  เขาจึงลุกขึ้นพรวดแล้วก็นั่งลงที่ขอบเตียง  ในขณะที่แคนดี้กำลังยิ้มเยาะเขาอยู่ข้างบนเพดานห้อง  มือของหล่อนค่อย ๆ แตะริมฝีปากและยิ้มละมุน

เราไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย  รอยจูบแรกกับมนุษย์โลกยังคงตราตรึงอยู่กับเราตลอดเวลา  ทำไมอานุภาพแห่งรสจูบของเขายังคงไม่ห่างไปไหนนะแคนดี้นึก

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ชาติเหรอ พี่เอง ต้นสายเป็นเสียงของเทอดศักดิ์

มีอะไรเหรอครับพี่ 

ผลการชันสูตรศพคุณหญิงศันสนีย์ กับคนอื่น ๆ ออกแล้วนะ รู้หรือยัง

ยังครับ มีอะไรหรือครับ

หมอตรวจไม่เจอยาพิษ เหมือนอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานไว้ในตอนแรก ตอนนี้ตำรวจกำลังมึนกันใหญ่  เพราะผลชันสูตรเบื้องต้นระบุเหตุการตายเหมือนกันหมดทั้งสี่ราย. ..

ระบุว่ายังไงครับ

ทั้งสี่คน ตายเพราะเส้นประสาททุกเส้นถูกทำลาย หมอยังระบุไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่คาดว่าก่อนตายผู้ตายคงได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ไม่แน่นะว่าคดีนี้อาจจะถูกแทงสูญ เพราะระบุไม่ได้ว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเปล่า ยังไงชาติลองตามดูก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่จะลองไปสัมภาษณ์ครอบครัวคุณหญิงก่อน  แค่นี้นะ

ครับ ขอบคุณครับพี่ 

ต้นสายวางสายไปแล้ว แต่ชาตินักรบเองยังติดอยู่ในห้วงคิดบางอย่าง...สาเหตุการตายเหมือนกันหมด นั่นคือ เส้นประสาททุกเส้นถูกทำลาย ก่อนตายคงได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง...แม้ตำรวจจะระบุไม่ได้ว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง  แต่สิ่งที่เขากำลังคิดถึงอยู่คือ...ผู้ชายคนนั้น...

....หมายความว่า...คืนนั้นผู้ชายคนนั้นอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยสิ ....

.

ชาตินักรบเข้าไปที่สำนักงานเกือบเที่ยง ตรงไปยังห้องข้อมูล เพราะต้องการสืบหาข้อมูลบางเรื่องที่ยังคาใจอยู่ เรื่องนี้เขาคงต้องให้สมชัยเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของสำนักงานช่วย

สมชัยเป็นรุ่นน้องเขาสองปี จบทางสายเทคโนโลยีสารสนเทศมาโดยตรง สมชัยจึงเป็นคนที่มีฝีไม้ลายมือในการใช้คอมพิวเตอร์และการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีและรวดเร็วกว่าเขามาก ชาตินักรบมักจะให้สมชัยช่วยสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเขียนข่าวให้เขาอยู่เป็นประจำ ครั้งนี้ชาตินักรบเล่าให้สมชัยฟังคร่าว ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เขาต้องการให้สมชัยช่วยค้นหานั่นคือความเกี่ยวพันกันของผู้ตายทั้งสี่ 

สมชัยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาเอ่ยขอรายชื่อทั้งหมดของผู้ตายจากชาตินักรบ

คุณหญิงศันสนีย์   เฉลิมชัยชัชชวาลเจริญวงศ์

นางสาววรัญญา  วิจารณ์พิพัฒน์

พลตรีปกรณ์กุญ  ทุ่นทองแท่ง

นางวรรณดีจิตร  ศรีพนายอดกมลกุลทรัพย์

สมชัยคีย์แต่ละรายชื่อเข้าไปในคอมพิวเตอร์สี่ตัวอย่างรวดเร็ว คอมพิวเตอร์แต่ละตัวประมวลผลในการสืบค้นของมันอยู่ครู่ใหญ่ ก็แสดงผลข้อมูลที่ค้นเจอให้ได้รับรู้

นอกจากคุณหญิงศันสนีย์ กับนางสาววรัญญาที่ฐานะเป็นนายจ้างลูกจ้างกันแล้ว สี่คนนี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย นอกจากเรื่องเงินบริจาค

ยังไงวะ

คุณหญิงศันสนีย์ เป็นประธานสมาคมผู้หญิงเพื่อเด็ก ที่ทำงานการกุศลเพื่อเด็กมาตั้งแต่สิบปีก่อน นางสาววรัญญาพิธิกรในงาน ทำงานเป็นเลขานุการให้กับคุณหญิงที่สมาคมมานานแปดปีแล้ว เธออายุสามสิบห้าแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน 

พลตรีปกรณ์กุญ อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หลังจากปลดประจำการก็ไปหันไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภาคอีสานจนได้ชื่อว่าเป็นราชาที่ดินในแดนอีสาน นางวรรณดีจิตร แม่เลี้ยงเมืองเหนือ  เพิ่งมีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน ธุรกิจใหญ่ของเธอก็คือทำสวนผลไม้เมืองหนาวส่งออก คาดว่าสองคนนี้เพิ่งจะมารู้จักคุณหญิงก็เพราะงานระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนในชนบทนี่เอง เพราะก่อนหน้านั้นไม่มีประวัติว่าทั้งหมดเคยติดต่อกันมาก่อน

หมายความว่า..

ไม่คุณหญิง ก็เลขาแกคงค้น ๆ ดูชื่อ คนมีฐานะชื่อเสียงในแต่ละพื้นที่ แล้วส่งหนังสือขอรับบริจาคเงินไปให้ พอมีคนบริจาคเงินรายใหญ่แกก็เลยเชิญมาร่วมงาน คิดว่าน่าจะหวังผลประโยชน์ข้างหน้าด้วย

นอกจากต่างคนต่างก็เป็นคนมีฐานะเหมือน ๆ กันแล้ว ไม่มีอะไรจะเชื่อมโยงกันได้เลยหรือวะ เบียร์เอ็งลองค้นดูอีกทีสิ อย่างเช่นอาจจะเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน มีพ่อแม่สามีเป็นญาติกันหรือว่าเคยไปร่วมงานอะไรด้วยกันโดยไม่รู้ตัว 

คงต้องใช้เวลาหน่อยนะพี่ ไม่นานหรอก ก่อนอื่นผมขอกาแฟซักแก้วหนึ่งก่อนได้ปะ กาแฟสอง น้ำตาลสอง ครีมครึ่งช้อนก็พอ 

ได้ทีใช้เลยนะ***

ฮ่ะ ฮะ อยากได้ข้อมูลมันก็ต้องลงทุนหน่อยสิพี่

พอเบียร์ขอกาแฟแคนดี้ก็จัดกาแฟให้  หล่อนหยุดเวลาด้วยนาฬิกาแห่งเทพแล้วหล่อนก็จับมือของชาตินักรบและยกกาแฟมาให้เขาถือทันที

เวลาเริ่มเดินอีกครั้ง

อะไรวะนี่เราชงกาแฟตั้งแต่เมื่อไรวะ  ชาตินักรบเปรยขึ้นพร้อมกับยกกาแฟมาให้เบียร์ทันทีเขายืนนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก  เขาจึงเอามือเกาที่ท้ายทอยเบา ๆ ด้วยความงุนงง



ครึ่งชั่วโมงผ่านไปยังไม่ได้วี่แววอะไรที่จะโยงคุณหญิงศันสนีย์ พลตรีปกรณ์กุญ และนางวรรณดีจิตรเข้าด้วยกันได้

ไหนบอกว่าไม่นานไงวะ

โห พี่ค้นเรื่องคนน่ะไม่ยากหรอก  แต่นี่ดันให้ผมมาช่วยค้นว่าแต่ละคนมีอะไรเกี่ยวข้องกันบ้างนี่ ปุ๊บปั๊บจะให้มันได้เลยได้ยังไง ผมไม่ได้เคยรู้จักมักจี่เป็นการส่วนตัวกับเขามาก่อนนี่ พี่ลองมาหาเองเอาป่าว

...สงสัยอยู่หน้าคอมไม่ค่อยได้คุยกับใคร  เวลาเจอเขาสมชัยถึงได้คุยไม่หยุด

เอาเถอะ เอาเถอะ ลองค้นดูเรื่องที่เป็นข่าวของพวกนี้ดูสิ ว่ามีข่าวอะไรที่คล้าย ๆ กันบ้าง

สมชัยยังคีย์ข้อมูลใส่คอมพิวเตอร์ของเขาไม่หยุด คอมพิวเตอร์ทั้งสี่ตัวยังทำหน้าที่ในการสืบค้นของมันไปเรื่อย ๆ ข่าวหลายข่าวเกี่ยวกับคนทั้งสี่ที่ถูกค้นพบ ปรากฏให้เห็นบนหน้าจอแต่ละอัน วรัญญาไม่ค่อยเป็นข่าวนัก เพราะส่วนใหญ่เธอทำงานกับคุณหญิง ที่ปรากฏเป็นข่าวก็เป็นเพียงบทสัมภาษณ์เธอในฐานะเลขานุการสมาคม ผู้หญิงเพื่อเด็กเท่านั้น

สมชัยนั่งดูข้อมูลต่าง ๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะหันมาถามชาตินักรบ 

อย่างนี้พอจะเรียกได้ว่ามีอะไรเหมือนหรือเกี่ยวข้องกันได้หรือเปล่า พี่ชาติ

อะไร 

คุณหญิงศันสนีย์ในฐานะประธานสมาคม และนางสาววรัญญาในฐานะเลขานุการสมาคมเคยถูกฟ้องว่ายักยอกเงินบริจาคที่บริจาคให้บ้านเด็กอ่อนจำนวนห้าแห่งเมื่อสามปีก่อน แต่เธอชนะคดีและฟ้องกลับผู้ดูแลบ้านเด็กอ่อนฐานหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหาย พร้อมกับร้องเรียนเรื่องวินัย จนผู้ดูแลบ้านเด็กอ่อนแต่ละแห่งที่เข้าชื่อเป็นโจทก์นั้นถูกให้ออกจากงาน และต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับคุณหญิงกับนางสาววรัญญาเป็นเงินถึงคนละห้าแสนบาท

พลตรีปกรณ์กุญ สองปีก่อนเคยถูกชาวบ้านแถวจังหวัด หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ ยโสธร หนองคาย ร้องเรียนฐานฉ้อโกงที่ดินชาวบ้าน แต่ศาลยกฟ้อง มีผลทำให้ชาวบ้านเกือบสองร้อยหลังคาไร้ที่ดินทำกิน

นางวรรณดีจิตร แม่เลี้ยงสวนผลไม้จากเมืองเหนือ หน้าฉากเธอดูเหมือนว่าเธอจะเป็นเจ้าของสวนผลไม้ส่งออกรายใหญ่ใน ภาคเหนือ ที่มีรายได้จากการค้าขายผลไม้ แต่เมื่อสองสามปีก่อนมีข่าวซุบซิบว่าเธอมีเบื้องหลังเป็นเอเย่นต์จัดส่งเด็กผู้หญิงให้ไปขายตัวและเป็นสายส่งยาบ้าออกนอกประเทศ แอบแฝงไปกับธุรกิจค้าส่งของเธอ แต่มาถึงทุกวันนี้ตำรวจก็ยังสืบสาวไปถึงตัวเธอไม่ได้ เธอถึงลอยนวลมาถึงทุกวันนี้

ไหนพี่ขอดูหน่อย

ชาตินักรบเลื่อนตัวเองมานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาค่อย ๆ อ่านเนื้อข่าวทีละทีข่าวอย่างตั้งใจ ในขณะที่สมชัยยังง่วนอยู่กับการหาอะไรบ้างอย่างในเครื่องคอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่ง 

ชาตินักรบคิดว่าพอจะเข้าใจถึงความเชื่อมโยงกันของคนทั้งหมดบางแล้ว และถ้าเหตุการณ์นั้นมีผู้ชายคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องจริง ๆ เขาก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร

...ทุก ๆ คนต่างเคยทำให้คนหลายคนได้รับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานมาแล้วทั้งสิ้น มีเหตุผลเพียงพอที่ชายผู้ควบคุมความเจ็บปวดคนนั้น จะใช้ความเจ็บปวดนั้นสั่งสอนพวกเขาเหล่านั้น

...แต่มันไม่น่าจะรุนแรงถึงขนาดต้องฆ่าแกงกันเลยนี่...

แล้วเรื่องที่เขาเคยช่วยคนเป็นจำนวนมากบนถนนจรัญสนิทวงศ์วันนั้นล่ะ มันคนละเรื่องกันเลยนะ ระหว่างการช่วยชีวิตคนกับการฆ่าคนตาย..

พี่ชาติ  พี่ชาติ

เสียงเรียกของสมชัย ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

หือ 

ผมคิดว่าผมเจออะไรที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งแล้ว

อะไรวะ

ข่าวเกี่ยวกับการตายที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับคุณหญิงศันสนีย์และคนอื่น ๆ ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา 

น้ำเสียงของเขามีท่าทีตื่นเต้นและตื่นตระหนก

เป็นยังไง

เท่าที่ค้นเจอ ตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๕๐ ข่าว รวมยอดคนที่เสียชีวิตเกือบ ๑๕๐ คน เดี๋ยวผมจะลองสืบค้นด้วยคำอื่น ๆ ดู  งานนี้พี่จะทำอะไร บอกผมด้วยนะผมเล่นด้วย จะช่วยเต็มที่เลย

เกิดเรื่องขึ้นมากมายอย่างนี้ จะมีใครสังเกตบ้างหรือเปล่านะ แล้วเขาจะเริ่มต้นที่ไหนก่อนดี...ชาตินักรบได้แต่คิด คิด แล้วก็คิด...และแล้วคำพูดประโยคนั้นของอาริซ่าก็ลอยแล่นเข้ามา ....ถ้าชาติอยากจะหาผู้ชายคนนั้นให้เจอจริง ๆ ชาติลองไปเริ่มที่นี่ดูนะ

...อืม...ลองดูก็แล้วกัน...เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า อาริซ่าแนะนำเขาให้ไปหาผู้ชายคนนี้เพราะอะไร....

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ



ผู้ตั้งกระทู้ สุชาดา โมรา ( p_naja@hotmail.com )				
10 สิงหาคม 2548 21:23 น.

ปาฏิหาริย์รักข้ามมิติ ( ตอนที่ 5 )

สุชาดา โมรา

...จริง ๆ แล้ว เขาเองอาจจะยังอ่อนแออยู่มาก...ชาตินักรบได้แต่ครุ่นคิด 

...ตอนที่เจอกับอาริซ่าเขาพยายามแสร้งทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาริซ่าคงไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วตอนที่อยู่กับเธอเมื่อครู่ เขาสมมติให้เขาและเธอยังคงเป็นคนรักกันเหมือนเมื่อก่อน ด้วยหวังว่ามันจะกลบความรู้สึกโหยหาลงไปได้บ้าง...

หลังจากที่อาริซ่าขอตัวกลับไปก่อนแล้ว ชาตินักรบเดินเล่นเตร็ดเตร่ตามร้านขายวีซีดี-ดีวีดี เพื่อเลือกหนังเอาไปดูที่ห้องแก้เหงา เขาเลือกหนังได้มาสามเรื่องเป็นหนังลึกลับทั้งหมด ตั้งใจว่าจะเอามาดูเพื่อปลุกใจก่อนจะเริ่มทำงานร่างเนื้อหาของส***๊ปพิเศษเรื่องพิศวง...งาน งาน งาน...ชาตินักรบคิด เพื่อดึงกำลังใจของตัวเองให้กับมา เขาต้องคิดถึงแต่เรื่องงานเท่านั้น

ออกจากร้านขายวีซีดี-ดีวีดีแล้วชาตินักรบมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถบริเวณ ข้างหลังศูนย์การค้า จึงได้รู้ว่าข้างนอกนั้นฝนตกหนักและลมกรรโชกแรง แรงลมพัดพาละอองฝนสาดเทเข้ามาข้างในบริเวณลานจอดรถ ทำให้พื้นคอนกรีตบางส่วนเปียกปอนและน้ำไหลเจิ่งนอง ชาตินักรบเดินหลบเลี่ยงสายฝนมุ่งตรงไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ ตรงข้ามที่รถของเขาจอดอยู่เป็นทางเชื่อมไปหาโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังของศูนย์การค้า ตอนนี้เองที่เขาได้เจอกับเทอดศักดิ์ที่เพิ่งจอดรถเสร็จ

เทอดศักดิ์เป็นทั้งรุ่นพี่ที่เรียนสื่อสารมวลชนมาด้วยกัน และเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานที่สำนักพิมพ์ ไททรรศน์มาก่อนเขาสามปี สำหรับชาตินักรบแล้วเทอดศักดิ์เป็นรุ่นพี่ที่ดี ทั้งทางด้านการเรียนและการทำงาน เทอดศักดิ์เป็นคนเปิดโลกการเรียนรู้ของเขาให้กว้างขึ้น ในตอนที่เขาเข้าร่วมเป็นทีมทำหนังสือพิมพ์ฉบับนักศึกษารายสัปดาห์ขึ้นเพื่อจำหน่ายในรั้วมหาวิทยาลัยกับเทอดศักดิ์

การได้เข้าร่วมวางแผนการนำเสนอข่าว การวางแผนหางบประมาณ และการออกงานภาคสนามกับเทอดศักดิ์ ทำให้เขาซึมซับประสบการณ์ของการทำงานในสถานการณ์จริง ๆ ได้มากทีเดียว และการได้มีโอกาสคลุกคลีทำงานร่วมกันนี้เอง ส่งผลให้เมื่อเขาเรียนใกล้จบ เทอดศักดิ์ชักชวนให้เขามาสมัครงานที่หนังสือพิมพ์ไททรรศน์ที่เทอดศักดิ์ทำอยู่ก่อนแล้ว

ตอนนั้นเทอดศักดิ์ทำเรื่องขอย้ายแผนกจากทีมข่าวอาชญากรรมมาอยู่ ทีมข่าวสังคมแทน เพราะนุศราภรรยาของเทอดศักดิ์ซึ่งท้องอ่อน ๆ ได้สามเดือนขอร้อง เธอต้องการให้เขาอยู่ใกล้ชิดดูแลเธอมากขึ้น ที่สำคัญเธอนั้นไม่อยากให้เขาทำงานเสี่ยงและกลับบ้านไม่เป็นเวลาเหมือนเคยอีก

เมื่อเทอดศักด์ทำเรื่องย้ายแผนกได้และทางสำนักพิมพ์ต้องการคนมาแทนเขาในทีมข่าวอาชญากรรม เขาไม่รอช้าเลยที่จะนำเรื่องนั้นมาบอกกับชาตินักรบให้รับรู้

เขาไม่ได้เจอกับเทอดศักดิ์มานานแล้ว ทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยแวะเวียนไปเยี่ยมไปหาเทอดศักดิ์ที่บ้านอยู่เป็นประจำ เพราะมัวแต่วุ่น ๆ กับการทำข่าวอาชญากรรมที่ต้องตระเวนไปนู่นไปนี่ไม่เป็นเวลา เป็นเหตุผลที่เขายกขึ้นมาอ้างกับตัวเองเสมอ 

หลังจากตกลงกับอาริซ่าว่าจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เขาก็พยายามทำตัวโดดเดี่ยวมาตลอด เอาแต่ก้มหน้าก้มตา มุ่งทำงานเพียงอย่างเดียวเพราะอยากจะพิสูจน์ว่าตัวเองเข้มแข็งสามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว และที่สำคัญการไปบ้านของเทอดศักดิ์มันทำให้เขาอดคิดถึง ช่วงเวลาที่เขาพาอาริซ่า ไปเล่นกับยัยลูกหนูลูกของเทอดศักดิ์ไม่ได้

เทอดศักดิ์และนุศรา ขอร้องให้พวกเขาเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ให้กับยัยลูกหนู ตั้งแต่แกยังเล็ก อาริซ่ารักยัยลูกหนูมาก จนเธอเคยปรารภกับเขาว่า ถ้าแต่งงานและมีลูกกับเขาซักคนอยากมีลูกสาวอย่างยัยลูกหนู...นึกถึงตรงนี้แล้วทำให้ชาตินักรบรู้สึกสะท้อนใจ โอกาสที่เขาจะได้แต่งงานอยู่กินและมีลูกกับเธอตอนนี้มันช่างอยู่ห่างไกลลิบลับหรือเกิน

ชาติ มาทำอะไรแถวนี้วะ เทอดศักดิ์เอ่ยทักขึ้นก่อน

พี่เทอดหวัดดีครับ มีนัดกับเพื่อนครับ กำลังจะกลับ พี่ล่ะครับวันนี้มาทำข่าวอะไร เขาเอ่ยถามเมื่อเห็น เทอดศักดิ์สะพายกล้องติดตัวมาด้วย

อ๋อ ข่าวงานเลี้ยงการกุศล ของคุณหญิงศันสนีย์น่ะ เห็นเขาบอกว่าจะระดมทุนไปช่วยเหลือเด็กยากจนในชนบท   เออชาตินายว่างมั๊ยล่ะ

ทำไมเหรอครับพี่

พี่มีเรื่องอยากจะคุยด้วยเยอะเลย ไม่ได้เจอกันนานแล้วนี่เรา เอางี้นาเข้าไปทำข่าวกับพี่ในงาน เสร็จแล้วเราไปหาที่คุยกันที่บ้านพี่ ยัยลูกหนูบ่นว่าเจอแต่คุณอาริซ่า ไม่เจออาชาติซักที แกเข้าโรงเรียนแล้วนะ กำลังเห่อชุดนักเรียนใหญ่

ลูกหนู ตอนนี้คงจะย่างห้าขวบแล้ว เขาไม่ได้ไปเยี่ยมแกนานเท่าไรแล้วนะ....เกือบ ๆ ห้าเดือนได้แล้วมั้ง

มันจะดีเหรอครับพี่ ผมรอพี่อยู่ข้างนอกดีกว่า พี่เสร็จธุระแล้วค่อยโทรหาผมดีกว่ามั้งครับ 

เออน่า แป๊บเดียวไม่นานหรอก พี่ไปถ่ายรูปคุณหญิงกับแขกผู้มีเกียรติบางคนตอนมอบเงินการกุศลก็เสร็จแล้ว ถือว่าเข้าไปหาอะไรกินเล่นแล้วกันนะ..ไปกัน เทอดศักดิ์เอ่ยปากพร้อมฉุดแขนชาตินักรบไปด้วย  เหมือนเป็นการขอร้องแกมบังคับ

ก็ได้ครับ ชาตินักรบตกลงรับคำชวน เพราะเขาคิดว่าอย่างน้อยมีอะไรให้ทำบ้างก็ยังดีกว่ากลับไปนอนดู หนังเหงา ๆ อยู่ที่ห้องคนเดียว

.

งานเลี้ยงจัดได้ค่อนข้างใหญ่โตเลยทีเดียว บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่ใส่ชุดราตรีสวย ๆ งาม ๆ เท่าที่ประมาณดูด้วยสายตาแล้วไม่น่าจะมีจำนวนต่ำกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบคน สื่อมวลชนอีกจำนวนกว่าสามสิบชีวิต

เทอดศักดิ์พาชาตินักรบเดินสำรวจอาหารและเครื่องดื่มทั่วห้อง งานนี้จัดเลี้ยงแบบงานเลี้ยงค็อกเทล  อาหารจึงไม่เป็นอาหารหนักมาก  ส่วนใหญ่เป็นจำพวกเครื่องจิ้ม และของขบเคี้ยวกินเล่น 

ชาตินักรบไม่ได้ทานอะไรมาก  เพราะเขายังอิ่มจากมื้อที่ทานกับริซ่าอยู่  เขาเลือกหยิบเครื่องดื่ม และของแกล้ม เล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงไม่กี่ชิ้นมาทานในระหว่างรอเวลาเปิดงาน แต่เทอดศักดิ์ดูเอร็ดอร่อยกับการไล่ชิมอาหารอยู่มาก

พี่เทอด กินเยอะระวังอ้วนนะพี่ เขาเย้า

ไม่ทันแล้วว่ะชาติ  ตอนนี้มันยื่นออกมาแล้ว

เทอดศักดิ์หัวเราะ พลางใช้มือลูบหน้าท้องให้เขาดู สี่ห้าปีจากการมีชีวิตครอบครัว ทำให้เขาผ่อนคลายตัวเองลงไปมาก ชาตินักรบเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่า รุ่นพี่ผู้เคยเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง เมื่อเปลี่ยนมาเป็นสามีและพ่อคนแล้วจะกลายเป็นคนอ่อนโยนและขี้เล่นได้ถึงเพียงนี้

...ถ้าชาติมีครอบครัวแล้วก็จะรู้เอง...เทอดศักดิ์เคยบอกเขาอย่างนั้น

.

พิธีกรหญิงร่างเล็กขึ้นประจำตำแหน่งที่โพเดี่ยมบนเวที เธอกล่าวต้อนรับแขกผู้มาร่วมงาน แจ้งให้ทราบถึงกำหนดการต่าง ๆ ภายในงาน เมื่อเธอกล่าวจบแสงไฟภายในห้องค่อย ๆ ลดระดับความสว่างของมันลง  ม่านบนเวทีค่อย ๆ เปิดขึ้น พร้อมกับแสงสีที่สาดส่อง เป็นจุดเด่นบนเวที

หนุ่มสาวหลายคนแสดงลีลาท่าทางของพวกเขาบนเวที ร่างกายพลิ้วไหวไปตามบทเพลงที่บรรเลงประกอบ  แสงสีเสียงและการเคลื่อนไหวบนเวทีเรียกความสนใจจากผู้คนในห้องไม่น้อย นักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์เริ่มทำหน้าที่ของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง ชาตินักรบและเทอดศักดิ์เกาะกลุ่มกับนักข่าวคนอื่น ๆ ที่ออกันมาถ่ายรูปอยู่หน้าเวที ชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปแต่ละตัวส่งเสียงดังแข่งกันเอง ในขณะที่แสงแฟลชจากกล้องส่องประกายวูบวาบเหมือนพยายามจะสู้กับแสงสีบนเวที

การแสดงกินเวลานานเกือบสิบนาที เสียงตบมือดังกึกก้องหลังจากการแสดงจบลง สปร์อตไลท์ส่องแสงไปที่โพเดี่ยมบนเวทีอีกครั้งหนึ่ง พิธีกรหญิงคนเดิมกลับมาทำหน้าที่ของเธออีกครั้งหนึ่ง ประกาศแจ้งให้ทราบว่าต่อไปจะขอเรียนเชิญคุณหญิงศันสนีย์ขึ้นรับมอบเงินบริจาคของแต่ละคน

คุณหญิงศันสนีย์ก้าวขึ้นบนเวทีพร้อมเสียงตบมือ เธอใส่ชุดผ้าไหมสีน้ำเงิน เนื้อตัวประดับประดาไปด้วยเครื่องเพชรหลายชิ้น พิธีกรหญิงประกาศรายชื่อผู้บริจาครายใหญ่และเรียนเชิญแต่ละคนขึ้นมอบเงินให้กับคุณหญิงบนเวที

เสียงตบมือดึงกึกก้องทุก ๆ ครั้งที่มีการประกาศรายชื่อ ผู้บริจาคแต่ละคนทยอยขึ้นมอบเงินและถ่ายรูปคู่กับคุณหญิงบนเวที แต่ละคนบริจาคเงินไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาท หลังจากประกาศชื่อผู้บริจาคคนที่สิบห้าซึ่งเป็นคนสุดท้ายบนเวที พิธีกรหญิงก็แจ้งให้ทราบถึงยอดเงินบริจาคที่ได้รับทั้งหมดในคืนวันนี้ให้ทราบทันที สี่แสนห้าหมื่นบาทเป็นยอดเงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายในงานแล้ว

คุณหญิงศันสนีย์ขึ้นกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกคนที่เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานในงาน พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าการแสดงชุดสุดท้ายจะเป็นการแสดงของเด็ก ๆ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ และกล่าวเชิญชวนแขกผู้มีเกียรติร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนจะปิดงาน

เด็ก ๆ เริ่มปรากฏตัวบนเวที คุณหญิงศันสนีย์เดินจากเวทีลงมา นักข่าวต่างมารุมมาตุ้มเข้าไปเพื่อขอสัมภาษณ์เธอ คุณหญิงให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าเงินที่ได้รับบริจาคในคืนวันนี้จะถูกนำไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กยากจนในชนบทอย่างแน่นอน และวันไหนถ้าหากเธอมีเวลาว่างเธออาจจะเดินทางไปมอบทุนนี้ให้กับ เด็ก ๆ ถึงโรงเรียนของพวกเขาเอง...ให้สัมภาษณ์ได้ไม่นาน คุณหญิงก็ขออนุญาตเข้าไปคุยกับแขกผู้มีเกียรติซึ่งเป็นผู้บริจาคงานรายใหญ่

นักข่าวเสร็จงานของเขาแล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นช่วงเวลาอิสระจนกว่างานจะเลิก เนื้อหาข่าวที่จะเขียนนั้นไม่มีอะไรบ้าง เพียงแค่บอกชื่องาน ผู้จัด จำนวนผู้เข้าร่วม ยอดบริจาค และรายชื่อผู้บริจาคเท่านั้น

เทอดศักดิ์ชวนให้ชาตินักรบดื่มเครื่องดื่มอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะออกไปคุยกันต่อที่บ้านของเขา  นาฬิกาข้อมือบอกเวลาสองทุ่มสี่สิบห้านาที  กว่าจะไปถึงบ้านของเทอดศักดิ์คงเกือบสี่ทุ่มแล้ว

..เพล้ง..

ว๊ายยย 

มีเสียงของแตกและเสียงร้องดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง มองไปตามที่มาของเสียงพบว่ามาจากกลุ่มที่คุณหญิงศันสนีย์เข้าไป คุยด้วยเมื่อครู่

คุณหญิงละ...คุณหญิงอยู่ไหน

มีเสียงตะโกนเรียก

คุณหญิง! คุณหญิง!

ชาตินักรบและเทอดศักดิ์ผวาไปตามต้นเสียงนั้น พร้อม ๆ กับนักข่าวคนอื่น ๆ

...เกิดอะไรขึ้น...

คุณหญิงล้มตัวนอนอยู่กับพื้น  แก้วไวน์ของเธอหล่นแตกอยู่ข้าง ๆ ตัว มีเลือดไหลออกตามบริเวณตา หู จมูก ปาก ช่องคลอด และทวารหนัก ร่างกายบิดกระตุกไปมา ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

โอ๊ยยยย

ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตัวเธอยังคงยืนตัวสั่น สีหน้าซีดเผือด ผู้ชายที่อยู่ใกล้ ๆ กันท่าทางจะมีสติมากกว่าคนอื่น ๆ เขาอยู่ในท่าคุกเข่าจับตัวคุณหญิงเขย่าและร้องเรียก

คุณหญิง คุณหญิงครับ

ร่างเธอกระตุกอีกสองสามครั้งก่อนจะสำลักเอาลิ่มเลือดออกมาทางปาก และแน่นิ่งไปเสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปดังแข่งกันไม่หยุด กล้องโทรทัศน์แต่ละสถานีต่างบิดเสียดกันเข้ามาเพื่อที่จะแข่งกั นเก็บภาพให้ได้ใกล้และชัดที่สุด

กรี๊ดดดดดด 

เสียงกรีดร้องดังมาจากอีกตำแหน่งหนึ่งของห้อง บริเวณใกล้ ๆ กัน ผู้บริจาคสองคนล้มลงนอนอยู่บนพื้น มีเลือดไหลออกตามบริเวณตา หู จมูก ปาก อวัยวะเพศ และทวารหนัก ร่างกายบิดกระตุกไปมา ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาและเธอกระตุกอีกสองสามครั้งก่อนจะสำลักเอาลิ่มเลือดออกมาทางปาก และแน่นิ่งไป ไม่แตกต่างจากคุณหญิง

...เกิดอะไรขึ้นเหรอ...เกิดอะไรขึ้น...สื่อมวลชนยังแข่งกันทำหน้าที่ของพวกเขา

โอ๊ยยยย

พิธีกรหญิงที่เคยทำหน้าที่บนเวทีเมื่อครู่ร้องขึ้น ร่างของเธอทรุดลงกระแทกกับพื้นเสียงดัง นอนดิ้นทุรนทุรายร่างกายมีเลือดไหลออกตามบริเวณตา หู จมูก ปาก ช่องคลอด และทวาร ร่างของเธอกระตุกขึ้นสองสามครั้งก่อนจะสำลักเอาลิ่มเลือดออกมาทางปาก และแน่นิ่งไป

...สี่รายแล้ว...และดูเหมือนเหตุการณ์จะหยุดลงแค่นั้น

การแสดงบนเวทีหยุดชะงักไปกลางคัน เพราะความวุ่นวายจากข้างล่าง มีเสียงตะโกนให้เรียกรถพยาบาล พร้อม ๆ กับเสียงโหวกเหวกตกใจของคนที่เข้ามาร่วมงาน สักพักหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรมก็มาปรากฏตัวที่ห้องเกิดเหตุ

สงสัยคราวนี้เอ็งได้ข่าวใหญ่ไปเขียนอีกข่าวแล้วว่ะชาติ เห็นมั๊ยว่ามากับพี่แล้วไม่เสียหลาย เทอดศักดิ์หันมามองเขาและพูดเย้าทีเล่นทีจริง

ประหลาดมากแสดงว่าผู้ที่กระทำการในครั้งนี้ต้องมีพลังเหนือธรรมชาติเกินกว่าจะต้านทานได้แน่ ๆ เขาอาจจะเป็นคนที่เราตามหาอยู่ก็ได้  

แคนดี้นึกในขณะที่เธอเองก็ลอยตัวขึ้นไปบนเพดานและเกาะอยู่ตรงดวงไฟที่ห้อยระย้านั้นด้วยท่าทางที่ครุ่นคิด

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ



ผู้ตั้งกระทู้ สุชาดา โมรา ( p_naja@hotmail.com )				
10 สิงหาคม 2548 21:21 น.

ปาฏิหาริย์รักข้ามมิติ ( ตอนที่ 4 )

สุชาดา โมรา

เราต้องการจะรู้ว่าเรามาที่นี่ถูกจุดหรือไม่ทำไมเราถึงต้องบังเอิญไปเจอกับนายอะไรนะอ๋อนายชาตินักรบด้วย  
แคนดี้เปรยขึ้น  หล่อนนั่งลงที่นั่งอยู่บนเตียงอุ่น ๆ ของชาตินักรบในขณะที่เขาออกไปหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีพลังพิเศษ
                หยุดเวลา 
                แคนดี้หยุดเวลาของทั้งโลกไว้ด้วยนาฬิกาแห่งเทพ  หล่อนเริ่มย้อนกลับเพื่อหมุนทวนเข็มนาฬิกาว่าตนเองจะต้องมาเจอกับเขาอีกหรือไม่  ตนเองจะต้องพัวพันกับเขาอีกหรือเปล่า

                ย้อนเวลาหาอดีต  แคนดี้ร่ายมนตราทันที  เข็มนาฬิกาดังแกร๊กจากนั้นก็หมุนเวลาอย่างรวดเร็ว

                นี่เราทำไมยังยืนอยู่ที่เดิมล่ะขออีกทีละกัน  แคนดี้ร่ายมนตราอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้กลายเป็นว่าเวลาเดินหน้าไปยังอนาคตที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้  หล่อนจึงต้องดูความเป็นไปของช่วงเวลานั้น  แคนดี้ยืนหยุดอยู่ตรงสถานที่แห่งหนึ่งท่ามกลางความมืดและมีลานจอดรถเยอะแยะไปหมด

ณ  สำนักงานหนังสือพิมพ์ไททรรศน์เป็นวันที่โจทย์จันกันถึงเรื่องไม่ดีในสำนักงาน
                .

ยุพาเห็นด้วยกับพินิจที่ว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดที่เธอจะยกมาเป็นเหตุผลเพื่อขอเลิกกับบุญมา

เธอรู้จักกับพินิจมาเกือบปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่บุญมาพาเธอมาสมัครงานที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไททรรศน์ในวันนั้น  เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลอยู่ที่นั่น  เจอกันครั้งแรกเธอรู้ได้ทันทีว่าพินิจแอบพึงพอใจในตัวเธอไม่น้อย   ตอนนั้นหัวใจเธอก็เริ่มหวั่นไหว...ขอให้เธอได้งานที่นี่ก่อนเถอะเธอคิด

ไม่นานยุพาก็สมหวัง พินิจรับเธอเข้าทำงานที่สำนักงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ เขากับเธอเริ่มสนิทกันมากขึ้น พินิจมักจะพาเธอไปทานข้าวกลางวันทุกครั้งที่มีโอกาส โอกาสซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บุญมาติดเวร หรือนอนพักผ่อนที่อยู่ที่ห้องเพื่อรอขึ้นงานกะกลางคืน

ในที่สุดเธอและพินิจก็มีอะไรกัน หลายครั้งแม้ว่าบุญมาจะแคลงใจอยู่บ้างถึงความสัมพันธ์ของเธอและพินิจ หรือความสัมพันธ์ระหว่างเธอและบุญมาที่นับวันบุญมาก็ยิ่งรู้สึกว่าห่างเหินกันไปทุกที ๆ แต่เธอก็มีข้ออ้างให้บุญมารับฟังเสมอ ...ต้องช่วยหัวหน้าเคลียร์งาน...ติดประชุมไปกินข้าวด้วยไม่ได้นะ...ต้องไปต่างจังหวัดเพื่อหาสายส่งหนังสือพิมพ์... จากนั้นเธอจึงใช้ความสามารถเฉพาะตัวออดอ้อนบุญมาสารพัด  เพื่อให้เขาเลิกสงสัย

ความสัมพันธ์ระหว่างเธอ พินิจและบุญมาดำเนินแบบนี้มาเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเธอคิดว่าคงปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้แน่ ๆ...  เธออยากมีความสุขกับพินิจอย่างเปิดเผย และเธออยากเลิกกับบุญมา...  แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่พอจะยกมาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิกกับบุญมาได้เลย... บุญมาแทบจะไม่มีข้อเสียอะไรเลย เขาไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ติดผู้หญิง เขาทำงานทุก ๆ วันด้วยมุ่งหวังว่าวันหนึ่งเขาจะมีเงินเก็บมาขอเธอแต่งงาน

...บุญมาเขาไม่มีข้อเสียอะไรเลย นอกจากเขาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และพินิจเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคล...

ต้องขอบคุณเมื่อวานที่เรื่องนั้นเกิดขึ้น เรื่องที่นักข่าวในสำนักงานถูกทำร้ายในบริเวณที่จอดรถ ต้องขอบคุณที่วันนั้น ช่วงเวลานั้นอยู่ในความรับผิดชอบของบุญมา พินิจโทรหาเธอหลังจากที่เกิดเรื่องได้ไม่นาน  เขาบอกเธอว่ามีข้ออ้างให้เธอบอกเลิกกับบุญมาแล้ว

..

วันรุ่งขึ้นพินิจเรียกบุญมาเข้าไปพบ ตำหนิที่บุญมาปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายกันขึ้นได้ในสำนักงาน จริง ๆ แล้วเขาน่าจะลงโทษบุญมาและหักเงินเดือนเพื่อให้บุญมาได้สำนึกเท่านั้น แต่เขาทำมากกว่านั้น...พินิจไล่บุญมาออก ในวันเดียวกันนั่นเอง

ให้โอกาสผมอีกซักครั้งเถอะครับหัวหน้า หัวหน้าน่าจะรู้ว่าเรื่องนั้นมันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริง ๆ และผมก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว บุญมาอ้อนวอนขอ แต่มันไม่มีประโยชน์อะไร พินิจยังคงยืนยันที่จะไล่เขาออก ในฐานะที่เขาทำงานบกพร่องในหน้าที่

...ไม่ยุติธรรม หัวหน้าทำอย่างนี้มันไม่ยุติธรรมเลย...บุญมารำพึงในใจ นอกจากจะถูกไล่ออกแล้วเขายังถูกพินิจหักเงินเดือนและเงินทดแทนไปอีกเป็นจำนวนมาก เขาเดินคอตกออกมาจากห้องหัวหน้าฝ่าย ต้องการใครซักคนที่ที่จะพูดให้กำลังใจเขา มองยุพานั่งอยู่ไม่ไกลจากหน้าประตูห้องหัวหน้าฝ่ายมากนัก จึงสาวเท้าเดินเข้าไปหาเธอ

ยุ ว่างมั๊ยไปกินข้าวเป็นเพื่อนกันหน่อยเถอะ บุญมาเอ่ยชวนยุพา ช่วงเวลานี้เขาต้องการให้ใครซักคนมาอยู่เป็นเพื่อนมากที่สุด และคนนั้นก็คือเธอ

เพิ่งถูกหัวหน้าไล่ออกมาล่ะสิ เก็บเงินของเธอ เอาไว้เลี้ยงตัวเองเถอะบุญมา วันนี้ฉันมีนัดกับหัวหน้า 

บุญมาไม่รู้เธอแอบไปได้ยินมายังไง แต่ฟังน้ำเสียงเธอแล้วเขารู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังเหยียดหยัน รู้สึกได้ถึงความสมเพชและดูถูกในน้ำเสียงนั้น สีหน้าท่าทางของเธอด้วยเล่า บุญมาไม่อยากจะมองและคิดถึงมันเลย เพราะมันบอกให้เขารู้อยู่กลาย ๆ ว่าต่อไปความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาจะเป็นยังไงต่อไป...ทำไมยุพาจึงเปลี่ยนท่าทีของเธอได้รวดเร็วปานนี้...แล้วความรักระหว่างเขาและเธอที่ผ่านมาล่ะ...

..

เขากำลังโกรธ โกรธที่เขาถูกกระทำ โกรธเพราะความไม่ยุติธรรมที่เขาได้รับ โกรธที่ได้รู้ความจริงระหว่างยุพาและพินิจ หัวใจที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้น มันเล่นงานเขาให้นอนกระสับกระส่าย ถอดถอนลมหายใจอยู่บนเตียง

เขาแอบตามยุพาและพินิจไปที่ร้านที่ทั้งสองพอกันไปทานข้าว ท่าทางสนิทสนมกันอย่างนั้นเหมือนกับที่เธอเคยทำกับเขาเมื่อตอนคบกันใหม่ ๆ ดูเธอสิเธอหัวร่อต่อกระซิกกับเขา เขายิ้มให้เธอและเอามือกุมมือเธอไว้...ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งถูกไล่ออกจากงาน เขาซึ่งเป็นคนรักของเธอเพิ่งถูกไล่ออกจากงาน เธอปฏิเสธจะคุยกับเขาแล้วยังมีหน้ามานั่งกินข้าวอย่างมีความสุข กับหัวหน้าฝ่าย

บุญมากำมือสองข้างไว้แน่น ความแคลงใจทั้งหมดของเขามันกระจ่างชัดในวันนี้นี่เอง  เขานอนไม่หลับ แม้ตอนนี้จะเลยเที่ยงคืนมากว่าสองชั่วโมงแล้วก็ตาม คิดถึงทีไรให้นึกเจ็บใจทุกที 

...จะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไม่ได้... เขาไม่ยอม...จะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ...เขาไม่ยอม...

บุญมานอนคิดวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นเกือบทั้งคืน จนเกือบตีสาม ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ.......

.

สำหรับเขาแล้วปืนเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยากนักหรอก ใช้เวลาเพียงครึ่งค่อนวันเขาก็ได้มันมา เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าอย่างดี นั่งรถเมล์จากที่ซื้อปืนมาลงหน้าสำนักงาน...วันนี้เขากับพินิจมีเรื่องจะต้องคุยกัน

เจ้าหน้าที่หลายคนคงออกไปทานข้าวข้างนอก มีคนทำงานนั่งอยู่ในห้องไม่กี่คน เมื่อถูกทัก เขาบอกว่ามาคุยกับพินิจเรื่องเงินเดือนและค่าชดเชย มีเสียงบอกจากคนที่รู้จักด้วยสีหน้ากังวลว่าคุยกันดี ๆ นะ 

มีเสียงผู้หญิงอยู่ในห้องของพินิจ เสียงผู้หญิงที่หัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุข...เสียงของยุพา ...ได้ยินเสียงของพินิจหัวเราะตามมา ในช่วงที่เขากำลังมีความทุกข์ สองคนนี่กลับมีความสุขกัน

...ไม่ยุติธรรม...ไม่ยุติธรรม...จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้...

...ไม่ยุติธรรม...ไม่ยุติธรรม...จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้...

มือควานไปในกระเป๋าปืนลูกโม่สีดำ บรรจุกระสุนหกนัดยังอยู่ในนั้น มันนอนเงียบ ๆ อยู่ในนั้นรอคอยให้คนมาปลุกให้ร้องคำราม ตอนแรกเขาตั้งใจเอาปืนมาขู่ให้พินิจเลิกคบกับยุพา แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว

..คลิ๊ก..

เขาเปิดประตูเข้าไป เสียงหัวเราะของคนทั้งสองหยุดเงียบไปทันที เมื่อเห็นว่าคนเปิดประตูเข้ามาเป็นใคร

บุญมา พินิจและยุพามีโอกาสพูดได้แค่นั้น จากนั้นจึงเป็นเสียงร่ำร้องตะโกน เสียงตะโกนก้องด้วยความหวาดกลัว เสียงตะโกนก้องเพราะความตกใจ จากคนในห้องและคนที่อยู่นอกห้อง  เขามอบของขวัญแสดงความยินดีให้พินิจและยุพาคนละสองนัด ที่หน้าอกและศีรษะ ร่างของพินิจที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กระเด็นไปทางผนังด้วยความแรงของกระสุนที่พุ่งมาปะทะ เลือดไหลย้อยออกมาจากหน้าผากและหน้าอก

ยุพาเล่าร่างเธอล้มลงไปอยู่ที่พื้น เธอนั่งอยู่บนพนักเก้าอี้ตอนที่เขาเดินเข้ามา เขายิงเธอเป็นคนแรก เลือดยังไหลเจิ่งนองอยู่ที่พื้น เสียงกรีดร้องข้างนอกยังคงดังไม่หยุด มีเสียงร้องตะโกนโวยวายอย่างนี้ อีกไม่นาน คงจะมีคนแห่เข้ามาอีกเยอะ...รวมทั้งตำรวจด้วย

...ไม่มีวันซะหรอก ที่เขาจะยอมถูกจองจำ และถูกกระทำอีกต่อไป...

บุญมาก้มมองปืนในมือที่ถืออยู่ ยังมีกระสุนเหลืออีกสองนัด...เขายิ้ม และยกปืนขึ้นจ่อที่ขมับข้างขวา นิ้วชี้ข้างขวาอยู่ในโกร่งไก รอยยิ้มยังคงไม่เลือนหายไปจากใบหน้า เขาคิดว่ากำลังจะปลดปล่อยตัวเองให้มีอิสรภาพ ต่อไปนี้จะไม่มีใครมากระทำกับเขาให้ต้องผิดหวังทุกข์ทรมานได้อีกแล้ว 

บุญมามอบของขวัญให้ตัวเองหนึ่งนัด

.

ตายแล้ว.!!!!!!  นี่มันอะไรกันนี่  แคนดี้ร้องอุทานขึ้นมาทันที

อย่าไปยุ่งกับเขาเลย  ย้อนเวลากลับไปจุดเดิมดีกว่าหล่อนนึกพร้อมกับร่ายมนตรากลับไปยังปัจจุบัน  แต่เหตุการณ์ไม่อาจจะเป็นดังที่คาดคิด  หล่อนจึงได้มายืนหยุดอยู่ที่ลานจอดรถอีกครั้งและมองร่างของชาตินักรบแกับตนเองที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศและมอบพลังจากไข่มุกให้แก่เขา

ทำไมเราต้องทำเช่นนั้นด้วย  แคนดี้เอ่ย

ฟ้ากำหนดแล้วเจ้าหญิง.เสียงนี้ดังกึกก้องไปหมดทำให้แคนดี้หันไปมองรอบ ๆ เพื่อหาต้นเสียง

ใครท่านเป็นใคร

ข้าเหรอ.เหอะ ๆ ข้าเหรอท่านถามข้าเหอะ ๆ  

พลันใดนั้นแววตามหึมาคู่หนึ่งก็โผล่ออกมาจากความมืด  แคนดี้รู้สึกตกใจมากรีบคว้ากำไลมังกรขึ้นมาเพื่อที่จะป้องกันตัว

ท่านไม่ทำร้ายข้าหรอกเพราะข้าคือผู้เดียวที่ล่วงรู้อนาคตของท่านข้าเป็นคนกำหนดให้ท่านได้เจอกับชาตินักรบ  มนุษย์โลกผู้นั้นแต่อย่าถามว่าทำไม  สักวันท่านจะต้องค้นหามันพบ  ท่านจะต้องเข้าใจว่าข้าทำเช่นนี้เพื่ออะไร

แล้วเจ้าเป็นใคร  แคนดี้ถามด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น

ข้าคือบุรุษนิรนาม  ข้าคือผู้พยากรณ์

.หาผู้พยากรณ์งั้นเหรอแคนดี้นึก

ท่านจงกลับไปยังวินาทีที่ท่าควรจะอยู่และติดตามชาตินักรบชายผู้นั้นไป  และท่านจะค้นหาเรื่องที่อยากจะค้นหาจนพบจำคำข้าท่านจงกลับไป.!!!!  

เสียงของผู้พยากรณ์ดังกังวาลน่เกรงขามยิ่งนักจู่ ๆ สายลมและละอองฝนก็สาดซัดมาที่ร่างของแคนดี้  ร่างนั้นเซแทบจะล้ม  เกือบจะพยุงตัวไม่อยู่  ทำให้หล่อนต้องหยิบนาฬิกาเทพขึ้นมาเพื่อหมุนเวลาให้ย้อนกลับไป

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ

ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามผลงานมาโดยตลอดค่ะ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุชาดา โมรา
Lovings  สุชาดา โมรา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุชาดา โมรา
Lovings  สุชาดา โมรา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุชาดา โมรา
Lovings  สุชาดา โมรา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุชาดา โมรา