น้ำตา

สะพั่งสะท้านไมภพ

เกาหลีซีรีส์สามารถเรียกน้ำตาจากผมได้เสมอ
ในตอนที่จูมง โดนลูกน้องตัวโปรดทรยศด้วยเหตุผล
ทุกคนย่อมมีเหตุผล
จูมงกลับคุกเข่าลงและขออภัยต่อลูกน้องของเขา
น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งรินเป็นแควต่างๆ
ย่อมบ่งบอกออกมาแล้วว่าหัวใจต่างกายบัดนี้ได้รวมเป็นหนึ่ง
แต่ในเรื่องจริงของไทย
น้ำตาลูกน้องที่ทรยศหลั่งไหล
มันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่กึ่งขำและตราหน้าว่าเป็นการแสดง
น้ำตาของคนๆหนึ่งที่ไม่สามารถจะกลั้นไว้ได้
เพราะโดนนายที่ตนเองทุ่มเททำงานให้หักหลัง
มันคงจะมีรสชาติแปร่งปร่าชอบกล
แต่ทว่าคุ้นซะแล้ว
หัวใจที่ตีบตันกลับค่อยๆผ่อนความเร็ว
กลับกลายเป็นจังหวะของหัวใจที่หนักแน่น
วันเวลามักจะเป็นตัวที่เยียวยาให้แก่สิ่งต่างๆอยู่เสมอ
และความลืมหลงที่หลายคนรังเกียจกลับช่วยเหลือตัวตนที่อาศัยอย่างไม่คิดชีวิต
มันเข้าหลักการของความจริงแท้อีกแล้ว
ว่าไม่มีทางที่คนๆหนึ่งจะเศร้าได้ตลอดกาล
ในท่ามกลางของเสียงหัวเราะเย้ยหยันไยไพลับหลัง
แต่ทว่ากลับรู้ได้ด้วยการสะอึก
เสียงหัวเราะแม้จะเงียบหายไปนาน และการสะอึกก็หายไปนานแล้ว
ความแค้นในหัวใจยังคงมีอยู่แม้จะไม่มากแต่ก็บางเบาพอที่จะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อพบสิ่งกระตุ้น
ฉับพลันสิ่งต่างๆที่เคยผ่านมาประดังเข้ามาในสมองนับไม่ถ้วน
บางครั้งก็ทำให้หลงลืมเรื่องแรกของเรื่องแรกเรื่องแล้วเรื่องเล่า
ที่สุดก็เผลอลืมไป
ในยามที่สะดุ้งตื่นจากความคิด
พบว่าในขณะนั้นมันไม่ได้ที่จะคิดเรื่องเดิมอีกต่อไป มันเป็นเรื่องอื่นไปแล้ว
ผมยิ้มให้กับตนเอง
คำว่าทำวันนี้ให้เป็นวันที่ควรนึกถึงอย่างมีความสุขกับเป็นเรื่องที่ดีจริง
มีแต่เวลาที่จะทำให้วันนี้เป็นวันที่เป็นวันดียิ่งวันหนึ่งของชีวิตอยู่
จึงไม่มีโอกาสจะย้อนกลับไปคิดเรื่องใดได้อีก
น้ำตาที่หลั่งไหลจากการทำความชั่วและทำร้ายตนเองช่างเป็นน้ำตาที่ยากยิ่งที่จะทำอีก
แต่ก็เป็นน้ำตาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
และโอกาสที่เกิดน้อยมากยิ่งตามสัดส่วนโดยตรงกับอายุ
แต่ก็ไม่แน่กับบริบทของชีวิต
ที่มักจะมีปัญหาเสมอ
และเมื่อวันนั้นมาถึงวันไหนไม่รู้
การเป็นคนดีคงจะไม่มีวันต้องการคาดเดาการหลั่งน้ำตาให้จากใครๆ
มีแต่คนไม่ดีเท่านั้นที่มุ่งประสงค์น้ำตามากๆ
ผมกำลังจะเหนี่ยวไก
ปากกระบอกของผมเล็งไปที่คนที่ชอบก่อการร้าย
มันตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพราก ขี้มูกน้ำลายย้อย และวิงวอน
แม้แต่ประกายตาของมันก็บ่งบอกออกมาว่ากลัวอย่างที่สุด
ผมกลับลดปากกระบอกปืนลงและเริ่มหัวเราะทั้งน้ำตา
แม้ว่าลูกน้องเพื่อนญาติของผมจะโดนมันทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต
แม้อารมณ์ของผมจะกระเจิดกระเจิงแล้วด้วยความแค้น
ผมหลั่งน้ำตาให้ประดาเขาเหล่านี้
แต่ทว่ามนุษยธรรมมันตะโกนก้องขึ้นมาอย่างฉุกเฉิน
ผมไม่ได้กลัว ผมไม่กลัวอะไรแล้ว
ฉับพลันเสียงคนที่ถูกมันกระทำต่างก็เรียกร้องขอความเป็นธรรมเกิดขึ้นในจิตใจอย่างสับสน
มือของผมสั่น ใจของผมแค้น จนเนื้อเต้น มือของผมกลับเกร็งและเย็นเฉียบ
ไขสันหลังของผมเสียวแปลบด้วยความแค้นถึงจุดสุด
ผมตัดสินใจแล้ว
บางครั้งการทำความชั่วอันเลวทรามของมันก็ควรที่จะได้รับการตอบแทน
แต่เป็นการตอบแทนที่สวรรค์ควรกระทำด้วยตัวเองดีกว่ากระมัง
ผมไม่กลัวปล่อยเสือเข้าป่า
และแล้วก็นึกถึงเรื่องราวของขงเบ้งสมัยปล่อยเบ้งเฮกสิบครั้ง
ผมเก็บปืน
แล้วปล่อยมันไป
มันคงไม่เชื่อสายตา
แต่ทว่าผมก็ปล่อยมันไปจริงๆ
ในเมื่อการทำความดีแล้วคิดเอาเองว่าไม่ได้ดี 
แต่หากพิเคราะห์ให้ดีๆแล้วจะรู้ว่าที่ไม่ได้กลับกลายเป็นได้อย่างมหาศาล
ดังนั้นในโอกาสนี้ก็เช่นเดียวกัน คงจะเหมือนกัน
มันคงคิดว่าน้ำตาของมันช่วยมันไว้
แต่เปล่าผมคิด ผมปล่อยให้เป็นเรื่องของสวรรค์ลงโทษกันเองดีกว่า
ผมเฝ้าชมติดตามเรื่อง band of brother
ก็อดน้ำตารินไม่ได้
เรื่องมูยุนก็อดหลั่งน้ำตาไม่ได้
นี่กลับกลายเป็นว่าทุกเรื่องที่ดูกลับหลั่งน้ำตาเป็นประจำ
หัวใจที่กลั่นน้ำตาออกมา
ย่อมเป็นหัวใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
อย่างน้อยก็ในห้วงระยะเวลาหนึ่ง
ผมยักไหล่ให้กับความคิดที่ไม่ควรจะเป็นในระยะเวลาที่ควรจะเป็น
ทำไมผมถึงมักเป็นเช่นนี้
ในสิ่งที่ควรจะทำสิ่งหนึ่งอย่างยิ่งกลับไม่ทำซะงั้น
แต่ในบางสิ่งที่ไม่ควรกระทำกลับกระทำ
ผมไม่อยากอรรถาให้ใครหรือแจกแจงให้ใครเข้าใจ
แล้วแต่จะวิพากษ์
ผมมีความคิดของผม
มันอาจจะตื้นเขินในสายตาภายนอก
แต่ทว่าก็ไม่รู้อยู่ดีในความคิดของผมเอง
น้ำตาที่หลั่งมาไม่ได้มีคุณค่าอะไร
หยาดออกมาแล้วก็ระเหยไป
แต่มั่นใจว่า
หัวใจของผมดีขึ้น				
comments powered by Disqus
  • ขจรปฐวี

    25 กันยายน 2552 07:49 น. - comment id 108299

    เกาหลีสร้างหนังได้กินใจ เค้ากล้าลงทุน และทุ่มเทสุดๆ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน