เธอเมาเบียร์ ขอบคุณไฮเนเก้น

maruko_sos

เรายังคงเจอกันอย่างน้อยที่คลินิคหมอฟันของเรา 
บ่อยครั้งที่เขานัดเรามาตรงกัน เราเจอกันทีไรก็จะยิ้มอวดเหล็กดัดฟันของกันและกัน 
แล้วคนใดคนหนึ่งจะมานั่งข้างๆ ถามทุกข์สุข คุยกัน จนกว่าใครคนหนึ่งจะถูกเรียกเข้าห้องตรวจ 
สุดท้าย เราสองคนก็ต้องโบกมือบ๊าย บาย ที่ต้องต่างคนต่างกลับ 
วันนี้ฐานะของเราเปลี่ยนไป 
หลายวันก่อนฉันหนีเที่ยว 
โตป่านนี้แล้วก็ยังหนีเที่ยวได้อยู่ 
ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองที่วุ่นวายที่สุดในประเทศ 
19.30 น. เกิดคิดถึงเพื่อนเก่ายามยาก ฉันโทรหามัน เราออกมาเจอกันตามประสาผู้หญิง 
ตี 3 เป็นเวลาที่เรากลับ พร้อมกับเพื่อนชายอีกคนที่เรียนอยู่คนละห้องกันตอนม.ปลาย 
ตอนเช้า เราแฮงค์กันไม่มีชิ้นดี นานๆทีได้เจอกัน แต่เพื่อนรักมันฟื้นช้ากว่า 
ฉันกับเพื่อนชายคนนั้นออกไปห้าง หาอะไรกินกัน 
ฉันเจอเพื่อนห้องเดียวกับเรา เพื่อนสนิทเก่าๆที่ไม่ได้เจอกันนาน 
พวกเรายืนคุยกันกลางห้างอยู่นาน แล้วเธอก็เดินเข้ามา... 
กลุ่มที่คุยกันค่อยๆใหญ่ขึ้นเหมือนวันรวมญาติ ด้วยที่นี่เป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ 
เธอเสนอให้เราไปหาร้านนั่งคุยกัน เราได้คุยกัน จนกลุ่มเพื่อนค่อยๆสลายตัวไปเมื่อเวลาผ่านไปนาน 
จนเหลือเรา 3 คน ฉัน เธอ และเพื่อนชายต่างห้องของเรา 
เธออาสาไปส่งฉันที่บ้าน เพราะบ้านของเราไปทางเดียวกัน 
ฉันบอกเธอว่าเดี๋ยวเพื่อนจะไปส่ง 
เราคุยกันยังไงไม่รู้ จนเพื่อนชายคนนั้นต้องกลับไปคนเดียว จนเหลือเรา 2 คน 
เราคุยกัน คุยกัน คุยกัน สรรหาสารพัดเรื่องมาคุยกัน 
เราเปลี่ยนร้านนั่งถึง 3 ร้าน 
จากบ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น 
จาก 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม 
จาก 2 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน 
จากสเวนเซ่น ถึงร้านชา แล้วต่อด้วยจอยโอคล็อก 
ร้านสุดท้ายที่เรานั่งทานข้าวเย็น จิบเบียร์ คุยกัน 
เมื่อไรไม่รู้ที่สายตาเธอเปลี่ยนไป 
ฉันเขินอายเมื่อสบสายตานั้น 
เหมือนเธอรู้ว่าฉันเขิน เธอยิ่งมองฉันใหญ่ 
เมื่อเธอรู้สึกว่าเวลามันพอดี เธอถามฉันง่ายๆว่า 
"จะเร็วไปมั๊ย ถ้าจะขอคบกันในฐานะแฟน"  
"จะเร็วไปมั๊ย ถ้าจะขอคบกันในฐานะแฟน" 
ฉันตอบไปตรงกับหัวใจว่าก็ไม่เร็วไปหรอก 
แต่เธอแน่ใจแล้วหรือ "เพราะฉันอยู่ไกลและ..." 
คำนั้นยังไม่ทันได้หลุดออกจากปาก เธอไม่ให้ฉันพูด 
เธอบอกให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ 
เพราะเธอก็มองฉันมานาน แต่ตอนนั้นฉันมีบอดี้การ์ดส่วนตัวอยู่ 
ตอนนั้นฉันยังไม่งงตัวเองว่าตอบตกลงไปได้ไง 
ความรักหรือก็เร็วเกินไป 
เห็นจะเป็นเพราะอยากเรียนรู้ใครสักคน 
เห็นจะเป็นเพราะจะเปิดใจกับคนๆนี้แล้วก็ได้ 
เพราะรู้จักนิสัยใจคอกันมานาน 
เหมือนนิยายเลย 
ทั้งที่ฉันปิดใจไว้มานาน 
มันก็เป็นฤกษ์ดีนะที่จะเปิดใจ 
เขาไม่ได้ขี้เหร่อะไร 
ทั้งหน้าตา นิสัยใจคอ การศึกษารวมถึงรสนิยม 
มันก็เป็นฤกษ์ดีนะที่จะเรียนรู้ใครคนใหม่ 
และตอนนี้ฉันก็ให้โอกาสเขา หลังจากที่ใจร้ายกับใครต่อใครมานาน 
เธอมาส่งฉันที่บ้าน 
เธอรอจนกว่าฉันจะเข้าบ้าน 
ระหว่างทาง เธอพูดอย่างทำให้ฉันไม่รู้สึกว่าถูกผูกมัดว่า 
"เราเป็นแฟนกันแล้วนะ" 
เธอสุภาพมาก ยิ่งเธอแสดงอะไรออกมามาก 
เจ้าความคิดที่มีประสบการณ์มากของฉันก็คอยตอบคำถามสารพัด 
(เธอจะใจดีอย่างนี้อีกนานแค่ไหน) 
(เวลาและระยะทางจะทำให้เราเปลี่ยนไปหรือไม่) 
(ฉันกลัวความรักครั้งใหม่ทำไม ฉันควรจะลืมเรื่องร้ายๆที่มันเคยผ่านมานั้นให้หมดไป) 
เยอะแยะมากมายที่ฉันคิด และหาคำตอบให้กับตัวเอง 
หลังจากเข้าบ้าน 15 นาทีต่อมาเธอก็โทรมา 
ตอนนั้นฉันกำลังถามตัวเองว่า 
(ฉันมีแฟนใหม่แล้วเหรอนี่ ---ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันมีแฟนใหม่แล้ว) 
(ฉันจะไว้ใจผู้ชายคนนี้ให้มาดูแลหัวใจของฉัน) 
เหมือนฉันเพิ่งมีสติหลังจากมีแฟน 
เราคุยโทรศัพท์กัน 
ฉันรู้สึกเอะใจว่าเธอก็คงเพิ่งมีสติหลังจากขอฉันเป็นแฟน 
เธอบอกว่า เราเป็นเพื่อนกันมาก่อน 
เธอบอกว่า เธอกลัวว่าถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้น 
เธอกลัวจะเสียความเป็นเพื่อนไป 
สุดท้าย เธอก็บอกว่าอยากให้ดูกันไปในฐานะเพื่อนไปก่อน 
ฉันถามตัวเองว่าเธอเป็นอะไรไปเนี่ย 
คำตอบง่ายๆที่หาให้ตัวเองได้ก็คือ 
เมื่อกี้...เธอคงพูดไปเพราะเมาเบียร์ละมั้ง 
ฉันยิ้มให้กับความสุขที่เกิดขึ้น 
นานๆได้ตื่นเต้นทีก็ดีเหมือนกัน 
ถึงอย่างไรกระแสเบียร์ในกระแสเลือดก็ทำให้ฉันนอนหลับฝันดี 
				
comments powered by Disqus
  • maruko_sos

    27 ตุลาคม 2546 14:28 น. - comment id 69964

    ช่วงนี้คิดพล็อตแปลกๆได้เยอะแยะ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน