ลูกแก้วล่องหน

เจรนัย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านที่อยู่สุดขอบสายรุ้ง มีเรื่องเล่าลือกันเกี่ยวกับลูกแก้ววิเศษในหอคอยเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ว่ากันว่ามันมีเวทมนตร์ทำให้ล่องหนได้ เรื่องนี้ถูกเล่าสืบต่อกับมา ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าลูกแก้วล่องหนนั้นมีจริงหรือไม่จนกระทั่งวันหนึ่ง...  
ฮับมา กับเพื่อนอีก สองสาม คน ได้แอบเข้าไปวิ่งเล่นกันในหอคอยเก่าแห่งนั้น พวกเขาทั้งวิ่งขึ้น  วิ่งลง  วิ่งไปทางซ้าย วิ่งไปทางขวา วิ่งไปข้างหน้าและก็วิ่งย้อนมาด้านหลัง พวกเขาสนุกสนานกันมาก จนไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้ใกล้เวลาพลบค่ำ 
ชายชราที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในหอคอย บัดนี้ได้กลับมาแล้ว เขาแปลกใจมากที่เห็นประตูหอคอยเปิดอยู่จึงรีบวิ่งเข้าไปดู
ใครอยู่ข้างในออกมาเดี๋ยวนี้นะ ชายชราตวาดลั่น ทำเอาเด็กทั้งสามคน ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ
ตายล่ะ ชายแก่กลับมาแล้ว เราต้องรีบออกไป ฮับมาพูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆ ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังแอบอยู่ข้างหลังตู้
แต่ เราจะออกไปอย่างไรล่ะ เพื่อนของฮับมาถาม
ทั้งสามจึงช่วยกันคิดว่า พวกเราจะออกจากที่นี้ได้อย่างไร โดยไม่ถูกชายชราจับได้ แต่คิดเท่าไหร่ๆ ก็คิดไม่ออกเสียที และทันใดนั้นเอง ชายชราก็โผล่เข้ามาหลังตู้
อยู่ที่นี่เองพวกเด็กจอมซน ชายชราพูดขึ้นด้วยความโกรธ ก่อนที่จะคว้าตัวเด็กทั้งสามคน แต่แล้วเขาก็จับตัวได้เพียงแค่สองคนเท่านั้น
ฮับมาหนีรอดจากการโดนจับครั้งนี้ เขาวิ่งหนีขึ้นไปบนยอดหอคอย 
ทำอย่างไรดี ๆ ต้องโดนจับแน่เลย ฮับมาคิด 
เขาวิ่งขึ้นไปเรื่อย ขึ้นไปเรื่อย แต่แล้วก็สะดุ้งหีบใบเล็กๆสีน้ำตาลใบหนึ่งที่วางอยู่กลางทางจนล้มลง
หีบอะไรเนี่ย ฮับมาพูดขึ้นขณะที่ยกมันขึ้นมาดู และด้วยความสงสัย ฮับมาจึงรีบเปิดมันออก พบว่าข้างในมีลูกแก้วใสที่ขนาดใหญ่เท่าอุ้มมือของเขาบรรจุอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาถือไว้ และราวกับเป็นปฎิหาริย์ร่างกายของฮับมาก็หายวับไปกับตา 
และทันทีที่ชายชรามาถึง ก็ไม่พบเห็นวี่แววของเด็กน้อย
เอ...หายไปไหนกันนะ ชายชรายืนงงงวย โดยไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ฮับมาได้เดินล่องหนผ่านหน้าของเขาออกไปข้างนอกแล้ว
หลังจากวันนั้นก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นมากมายในหมู่บ้าน โดยทุกวันจะต้องมีข้าวของหายไป ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า  เครื่องประดับ ของใช้  หรือแม้แต่ อาหาร ชาวบ้านเริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องประหลาดนี้ บ้างก็ว่าเป็นฝีมือของจอมโจร  บ้างก็ว่าเป็นฝีมือของพวกสัตว์ป่า  และบ้างก็ว่าเป็นฝีมือของภูตผีปิศาจ ทุกคนจับกลุ่มพูดคุยกัน มีแต่เพียงฮับมาเท่านั้นที่ไม่สนใจ และดูท่าทางจะขำขันมากกับเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้น
 ไง เจ้าหนู สนุกไหม เสียงแหบๆเหมือนคนแก่ ดังออกมาจากข้างในหีบใบเล็กๆ ฮับมาหยิบมันขึ้นมา แล้วจึงเปิดออก ข้างในมีลูกแก้วใสลูกใหญ่วางอยู่
 สนุกมากเลย  ฮับมาตอบด้วยความร่าเริง
ถ้าอย่างนั้นก็ใช้อีกสิ แต่ระวังหน่อยนะ เจ้าจะใช้ได้ตอนที่ยังมองเห็นพระอาทิตย์เท่านั้น พอพระอาทิตย์ตกดินมนต์ตราก็จะเสื่อมลง และถ้าเจ้าใช้มันตอนที่ฟ้ามีแต่พระจันทร์เจ้าจะหายไปตลอดกาล ลูกแก้วกล่าว
ฮับมาไม่รอช้า  เขาพยักหน้ารับคำเตือน แต่ก็ดูไม่สนใจกับคำเตือนมากนัก ก่อนที่จะหยิบลูกแก้วนั้นขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับหลับตา แล้วร่างของเขาก็เลือนหายไปในทันที...
ณ หอคอยใจกลางหมู่บ้านผู้คนต่างไปรวมตัวกัน เพื่อรอฟังคำกล่าวของชายชราผู้ปกครองหมู่บ้าน เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดชายชราก็ออกมาพร้อมกับซองจดหมายซองหนึ่ง เขาเอามันวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะเริ่มพูด
สวัสดีทุกๆคน หลังจากที่ฉันได้นำเรื่องนี้ไปบอกพระราชาแล้ว พระราชาจึงได้ให้นำจดหมายจากพระองค์มาอ่านให้ทุกๆคนในหมู่บ้านฟัง พระราชารู้สึกเสียใจและเห็นใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ซึ่งพระองค์ได้แสดงความรู้สึกต่างๆ ผ่านจดหมายนี้ และนี้คือจดหมายของพระองค์...
พูดจบ ชายชราก็ก้มลงเพื่อจะหยิบซองจดหมายที่ใส่จดหมายของพระราชาไว้อยู่ข้างใน แต่มันอยู่ที่ไหนล่ะ? ชายชราหาซองจดหมายของพระราชาไม่พบ ทั้งๆที่เขาพึ่งวางมันไว้ที่โต๊ะข้างหน้า แต่มันได้หายไปแล้ว ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มโกลาหล ทุกคนในหมู่บ้านต่างช่วยกันหาจดหมายของพระราชา แต่ก็ไม่มีใครพบเจอเลย
เรื่องนี้ทำให้ทหารองค์รักษ์ของพระราชาโกรธมาก ที่ผู้ปกครองของหมู่บ้านไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้จดหมายจากพระราชาหายไป 
พวกคุณทุกคนจะต้องจับขโมยให้ได้ภายในสามวัน ไม่เช่นนั้นทุกคนจะต้องถูกลงโทษจากพระราชา  ทหารองค์รักษ์กล่าว ก่อนที่จะกระโดดขึ้นม้าแล้วขี่มันกลับไปยังประสาทด้วยความเร็ว โดนไม่สนใจคำอ้อนวอนของชาวบ้าน 
หลังจากวันนั้น ทุกคนในหมู่บ้านต่างวางแผนและช่วยกันจับขโมย  แต่ผ่านไปแล้วสองวันก็ไม่มีทีท่าว่าจะจับขโมยได้ จนมาในวันสุดท้าย
พวกเราจะต้องวางเหยื่อล่อ ชายชราผู้ปกครองหมู่บ้านเสนอแนะ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงช่วยกันทำกล่องพิเศษขึ้นมากล่องหนึ่ง เขานำไปวางไว้บนโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางหอคอยใจกลางหมู่บ้าน แล้วใส่หินกรวดก้อนเล็กๆจนเต็ม หลังจากนั้นก็ให้ชาวบ้านสองสามคนปล่อยข่าวลือที่ว่า มีคนนำของมีค่ามากไปซ่อนไว้ในหอคอย ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้ก็รู้ถึงหูของฮับมาด้วย
ฮับมาไม่รอช้า เขาเริ่มใช้ลูกแก้วเพื่อทำให้เขาล่องหนอีกครั้ง ก่อนที่จะแอบเข้าไปข้างในหอคอย ทันทีที่เข้ามา ฮับมาเห็นกล่องสวยงามที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันยกขึ้น และทันใดนั้นเองหินกรวดก็ร่วงกราวลงบนพื้น และด้วยเสียงจากหินกรวดนี้ทำให้ชาวบ้านที่เฝ้ายามอยู่รู้ตัว จึงได้ล็อกและยืนล้อมหอคอยนั้นในทันที 
ฮับมารู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์เกิดขึ้น เขาพยายามเปิดประตู แต่ก็ไม่สามารถเปิดออกได้ จนในที่สุดพระอาทิตย์ก็ตกดิน และบัดนี้ร่างของเขาก็ไม่ได้ล่องหนอีกต่อไปแล้ว
 เราเข้าไปจับโจรเลยดีกว่า ชาวบ้านที่ยืนล้อมหอคอยไว้เสนอแนะ ซึ่งหลายๆคนต่างก็เห็นด้วย ชายชราจึงได้เริ่มไขกุญแจเพื่อเปิดประตูหอคอย
ทำอย่างไรดี อย่างนี้ทุกคนจะต้องเห็นแน่ๆ ฮับมาคิด และทางเดียวที่เขาจะหนีรอดได้คือ เขาต้องหายตัวเท่านั้น และด้วยการที่ไม่ฟังคำเตือนจากลูกแก้ว ฮับมาจึงเริ่มใช้ลูกแก้วอีกครั้ง และทันใดนั้นเอง ร่างของเขาก็จางหายไป คงเหลือไว้แต่เพียงลูกแก้วใสที่หล่นอยู่บนพื้น
หลังจากวันนั้นไม่มีใครสามารถจับโจรได้ ชาวบ้านต่างช่วยกันลงชื่อเพื่อขอโทษพระราชา ซึ่งเขาก็ใจกว้างพอที่จะให้อภัย หมู่บ้านกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเด็กชายที่ชื่อฮับมาหายไปไหน เพราะหลังจากวันนั้น ก็มีไม่ใครพบเจอเขาอีกเลย...				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน