มันมีสาระไหม

สะพั่งสะท้านไมภพ

ไม่มีสาระอะไรเลยหรือนี่
   ผม สะพั่ง ก็รู้ตัวดีว่าการที่ได้เปิดเว็บโป๊ดูเนี่ยมันไม่ได้สาระอะไร แต่นึกๆไปอีกทีถ้ามีอินเตอร์เน็ตแล้วไม่เปิดรูปโป๊ หรือ คลิปโป๊ ดู เนี่ย แล้วมันจะลงทุนเสียตังค์ซื้อมาทำพระแสงอะไร สะพั่งยักไหล่แล้วหัวเราะเคี๊ยกๆ ยังคงหมกมุ่นวุ่นวายกับภาพลามกจกเปรตอยู่ 
   ในช่วงแวบหนึ่งของความอยากรู้ เขาได้ลองใช้เซริจเอ็นจิ้น หลายๆตัวลองค้นหาเรื่องราวที่สะพั่งสนใจ ยกตัวอย่างเช่น พลนิกรกิมหงวน ก็เจอข้อมูลเป็นแผ่นๆ จะเรียกเป็นเข่งๆแบบเดิมไม่ได้อีกแล้วเพราะว่าสมัยนี้อะไรๆก็อยู่ในดีวีดีขนาดสี่จุดห้าจิ๊กกะไบท์ได้แล้ว ในห้วงแวบเดียวของความอยากรู้เราสามารถหาได้มาง่ายกว่าในอดีตที่ต้องไปห้องสมุดไปคัดลอก หรือ จ้างเขาโรเนียวกลับบ้านมาอ่านมาตัดต่อ มาตัดแล้วเอาแป้งเปียกมาแปะ สบายกว่ากันเยอะเลย
   แต่ปัญหาของสะพั่งก็มีเนื่องจากว่า ผมได้เก็บข้อมูลต่างๆที่ตนสนใจไว้เยอะมากด้วยความโลภและยังยึดติดว่าเป็นของกู ยังมีอัตตาสูง จึงทำให้ข้อมูลที่เก็บไว้เก็บไว้ รวมทั้งรูปโป๊ หรือคลิปโป๊ ด้วยกลายเป็นขยะในโลกสมัยนิวเวฟไปซะแล้วและที่แน่ๆมันจะปวดหัวมากขึ้นเวลาที่ต้องการจะใช้ข้อมูลตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมาหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา เพราะมันจะไม่รู้อยู่ว่าที่เราต้องการมันจะอยู่ที่แผ่นไหน และอยู่ในโฟลเดอร์ชื่ออะไร แต่แล้วก็ต้องมาเซริจเอาใหม่ ก็เป็นอันว่าไอ้ที่เก็บไว้เก่าๆก็เลยเป็นของเก็บมีไว้เพื่อเก็บ แค่นั้น
   สะพั่งเอ๋ยสะพั่ง นึกแล้วโลกนี้มันก็บ้าพอสมควร ในสังคม ในทีวี ต่อหน้าคน ทุกคนจะกรีดกรายเฉิดฉาย ดัดเสียงพูด ประดับประดา ฉาบแต่งโรยผักชีเสียซะเต็มประดา เพื่อเพียงให้เขารู้ว่า เป็นคนมีเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ร่ำรวย เลิศหรู มาตรฐานการครองชีพสูง ความรู้สูง มีเงิน เป็นคนดี หลายร้อยแปดพันประการ จะไปว่าพวกเขามากก็ไม่ได้ เขาก็จะต่อว่าเราเป็นพวกองุ่นเปรี้ยว หรือพวกอิจฉาตาร้อน ไปๆมาๆก็อาจจะเยาะเราเล่นว่า เราเป็นพวกหนอนในเวจ ที่ไม่ต้องทำอะไรก็มีกินไปกระมัง แล้วทำไมเวลาเราจะต่อล้อต่อเถียงเราก็ไม่เคยจะชนะคะคานเขาได้สักที แม้แต่เมียและลูกของตน หรือเพื่อนบ้านข้างบ้านเวลาที่ทะเลาะกันทีไรผมก็ไม่เคยจะชนะเขาได้สักที
   ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่สอนให้คนอดทนอดกลั้น ยอมรับในความพ่ายแพ้และปลงใจให้สงบทนอยู่ได้อย่างสันติ และจะเหมาะสมแน่ละหรือหากต้องเสียเปรียบอยู่เรื่อยๆไป โดยคิดว่าเป็นเวรกรรมที่ต้องชดใช้ในชาตินี้เพื่อใช้หนี้ในชาติที่แล้ว 
   ผมเห็นการทำงานของข้าราชการยกตัวอย่างเช่น หน้าที่ต้องไปรบ แต่ก็กลับไม่ได้ไปรบ แต่ดันไปทำอย่างอื่น เป็นต้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด หรือการบริหารงานที่ละเลยคนมุ่งมั่นในการทำงานขึ้นมาคุมงาน แต่ก็ทำไปแล้ว ผม สะพั่งนั่งคิดไปเครียดไป สมองที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวที่ล้วนไร้สาระทั้งสิ้น เมื่อเครียดทีก็จะลุกไปหาน้ำเย็นๆดื่มให้ชื่นใจพักผ่อนสักพักเมื่อพร้อมแล้วก็มานั่งประจำหน้าจอต่อ 
  วันเวลาจากไปอย่างโบยบินในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี  มันช่างปรู๊ดปร๊าดว่องไวยิ่งกว่าลมพายุทอนาโดเสียอีก สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือความอยาก หรือ กามฉันทะ ที่เป็นเรื่องที่ละเอียดยิ่งที่จะเข้าใจ แต่เมื่อใดที่หากเข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้วเมื่อนั้นแหละก็จะสามารถละได้อย่างแท้จริงเมื่อนั้น คิดได้แค่นี้ ก็หัวเราะเคี๊ยกๆอีก ทำเป็นเก่งอีกแล้ว นึกไปนึกมาก็เหมือนกับการเชียร์ฟุตบอลไทย คนเชียร์ตะโกนลั่นให้นักฟุตบอลทำอย่างโน้นอย่างนี้ หากลองให้คนเชียร์ลงไปวิ่งหน้าบานบ้าง วิ่งไปกลับมารอบเดียวคงยกมือขอให้เปลี่ยนตัวมาเล่นแทนซะมากกว่า 
   สะพั่งย้อนนึกไปถึงเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ที่มีดีกรีเป็นถึงด๊อกเตอร์ ซึ่งมีคำนิยมว่าเขาเป็นผู้ที่ไม่มีสาระ มีแต่สัพเพกับเหระ คือบางทีที่ประเทศเราเป็นแบบนี้บางทีนะครับ ในแง่คิดของพั่งคิดว่า อาจเนื่องมาจากการที่พยายามจะกระทำให้ทุกเรื่องมีสาระก็เป็นได้ ยกตัวอย่างการเซ็นเซ่อในหนัง แค่ยกแก้วเหล้าดื่มก็ไม่เห็นอะไรแล้ว จุดนี้เองครับ ในแง่ของผู้ที่มักใหญ่ใฝ่สูงและใฝ่ชื่อเสียงลาภยศ มักจะเสแสร้งแกล้งดัดให้คนอื่นเห็นของดี ดี และปกปิดความไม่ดี ชื่อเสียงชั่วร้ายเอาไว้ หรือความละโมภคดโกงหรือขยะแขยงโสมาป่าเถื่อนเอาไว้อย่างสุดๆ 
   ยอมรับครับว่า ผมมีความสุขกับเรื่องราวที่ไร้สาระอย่างบ้าคลั่ง สะพั่งสะดุ้ง ลืมตัวอีกแล้วนึกไปอีกแล้วว่าตนเองเก่ง ตนเองดีเลิศ ตัวเองเป็นคนชั้นสูง ตนเองสูงส่ง ถึงบรรทัดสุดท้ายอีกแล้ว ว่าถ้าตัวอย่างที่คิดว่าดียังทำตัวแบบที่ไม่เห็นลับหลัง และยังหน้าไหว้แบบนี้ คนที่มีสาระทั้งวันอย่างคนอื่นที่ไม่ใช่ผมเนี่ย จะเรียกว่าเป็นตัวอะไรดี สำหรับผม ผมไม่มีสาระอยูแล้วครับทุกๆวัน				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน