สม น้ำหน้า

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้ซื้อคนหนึ่งให้ออกเอาพระไปให้ดู ผมก็จัดเตรียมพระที่จะไปให้เขาเช่าเรียบร้อย อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก็ออกเดินทางไปทันที แต่ก่อนออกวันนี้ ผมได้พระมาหนึ่งองค์องค์ใหม่ ท่านมีชื่อเรียกขานว่า เหรียญหนุมานแผลงฤทธิ์ เนื้อเงิน รุ่นบูรณะหลักเมืองปี ๔๗ และคำว่าพระของผมเนี่ยหมายถึงพระโพธิสัตว์นะครับ ตกลงผมใส่สร้อยสองเส้นและพระสององค์ อีกองค์เป็นของวัดพุทไธสวรรค์ ผมก็ออกจากบ้านเดินไปขึ้นรถเมล์สองแถว
   ในขณะที่รอรถอยู่ที่ศาลาที่พักผู้โดยสารฝนได้ตกลงมา พอดีกับรถเมล์สองแถวมาพอดีจึงขึ้นทันพร้อมกับฝนที่เทลำมาอย่างหนัก รถเมล์สองแถวคันนั้นก็ไม่มีพลาสติกคลุมข้างก็เลยทำให้คนนั่งสองข้างต้องมายืนรวมกันตรงกลาง
   สักพักฝนก็หยุดตก ผมคิดในใจ เอ นี่ถ้าจะฤกษ์ดีเสียแล้วละกระมัง คงจะปล่อยพระได้แน่ พอมาถึงป้ายที่สพานใหม่ ผมก็เดินไปที่ห้างบิ๊กซีทันทีแต่ก็ค่อยๆเดินเนื่องจากว่ามีเวลาอีกมาก
   เมื่อเดินสำรวจไปหลายรอบแล้วก็เมื่อยจึงซื้อน้ำดื่มคอยเวลา สายตาก็สอดส่ายสายตามองดูคนรอบๆข้าง ปกติตอนเย็นผมจะไม่ค่อยได้ออกมามากนัก เนื่องจากมีภาระต้องจัดหากับข้าวไว้รอเมียกับลูกที่กลับจากที่ทำงานและที่โรงเรียนมา
   วันนี้ออกมาได้ก็แจ้งให้ภรรยาทราบแล้วว่าออกมาเพื่อมาหากิน 
   สักพัก ผมก็หยิบมือถือออกมา ชั่งใจนิดหนึ่งว่าจะโทรดีหรือไม่โทรดี ไปแจ้งคนที่จะมาเช่าพระว่าผมได้มาถึงแล้ว
   คนที่เช่าพระของผมรับสาย และบอกว่าเขายังอยู่ที่ทำงาน และกว่าจะมาถึงก็ตกราวๆสองทุ่มกว่าๆ และย้อมถามผมว่าจะรอได้ไหม ผมความจริงก็ใจร้อนแต่เรื่องนี้ผมก็คิดมาแล้วก่อนจะมาว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่เป็นไรถือว่าเป็นประสบการณ์ในการปล่อยพระอีกเหตุการณ์หนึ่ง และได้พูดไปในโทรศัพท์ว่า หากน้องมาแล้วเห็นพระไม่ซื้อพี่ก็ไม่ว่า แต่น้องนัดคนอื่นเขามาแล้วน้องดันไม่มาอ้างติดงาน อย่างนี้พี่โกรธ พอน้องคนนั้นได้ยินก็กล่าวคำขอโทษ
  ผมก็ไม่อยากโกรธตอบก็ยอมรับแล้วปิดโทรศัพท์ เดินออกจากห้าง
  แน่นอนแล้วครับว่าวันนี้ขายไม่ออกเลย ผมก็ตั้งใจแล้วว่าต่อไปจะไม่ออกมาอีกหากเป็นกรณีแบบนี้
   ในระหว่างการเดินกลับ ท้องฟ้าเริ่มมีเมฆฝน เมื่อถึงท่ารถเมล์สองแถว อากาศเริ่มมีลมรุนแรงขึ้น เมฆดำปิ๊ดปี๋ รถเมล์เข้าวัดเกาะคันหนึ่งวิ่งรี่เข้ามาที่ท่ารถ ผมยืนมองเห็นคนกลุ่มใหญ่แย่งกันขึ้นรถเมล์ ผมก็ดูจนกระทั่งคนกลุ่มนั้นขึ้นรถเมล์จนล้นออกมา ผมยังขึ้นไม่ได้
   ผมไม่รีบ ผมให้คนที่รีบไปก่อน ผมจะรออีกคันหนึ่ง อากาศตอนนี้เริ่มเลวร้ายหนัก บนท้องฟ้ามีเครื่องบินเล็กลำหนึ่งบินไปทางดอนเมืองนัยว่าคงจะรีบลงเพราะท้องฟ้าด้านหลังทำท่าทางจะมีพายุ มืดก็มืด คนขับแกคงจะขับบินเล่นไถลเถลือกออกไกลไปหน่อย
   รถเมล์อีกคันมาพอดี มาพร้อมกับฝนที่เทแบบไม่ลืมหูลืมตา ผมขึ้นได้ไปยืนอยู่เกือบอยู่หน้าสุด 
  สักพักผู้หญิงคนที่นั่งคนแรก และทุกคนที่นั่งก็พร้อมใจกันเอื้อมมือมาเอากันสาดพลาสติกลง แต่ผู้หญิงคนแรก ไม่สามารถจะปิดผ้าทางด้านคนขับได้ ทำให้ฝนได้สาดเข้ามา
   ผมยืนมองดู แล้วคิดว่า ด้วยความแย่งกัน รีบร้อนอยากสบายกัน แย่งที่นั่งกัน แล้วอย่างนี้ผมจะช่วยดีไหม ผมก็เห็นความพยายามของแกแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วผมควรจะสมน้ำหน้าไหม
   ....
   รถมาถึงหมู่บ้าน ฝนยังตกเป็นเทน้ำเทท่า ฟ้าก็ผ่า ผมได้ปิดมือถือก่อนที่จะขึ้นรถเมล์แล้ว เตรียมตังไว้เจ็ดบาทแล้ว เมื่อวิ่งฝ่าฝนจ่ายตังค์เสร็จ ก็วิ่งเข้าไปหลบที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้าน
   สักพักก็ตัดสินใจ พระดีไม่ต้องกลัว ผมก็วิ่งกลับบ้านในยามค่ำคืน				
comments powered by Disqus
  • สะพั่งสะท้านไมภพ

    23 สิงหาคม 2551 05:54 น. - comment id 101026

    ขอบคุณที่ติดตามผลงาน1.gif
  • ฉางน้อย

    23 สิงหาคม 2551 00:06 น. - comment id 101176

    1.gif1.gif36.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน