24 สิงหาคม 2547 00:47 น.

เหตุผล ... ไม่มี

เรไร


หาเหตุผล ที่จะรัก นั้นยากเย็น
กว่าจะเป็น คนรู้ใจ ใช่ของง่าย
ที่จะไป ห่างร้าง ช่างง่ายดาย
เหตุผลใด ก็รั้ง ยั้งไม่ไหว

เพราะรักฉัน น้อยไป หรือไงนั่น
จึงแปรผัน หันเห ให้ห่างหาย
ให้เหตุผล สารพัน ฉันต้องไป
เบื่อหัวใจ ทนช้ำ ย้ำชีวา

หรือต้องการ สิ่งใด ในรักแท้
มันดูแย่ ยับเยิน เกินรักษา
อยู่กันไป ยิ่งห่างไป กว่าใจคว้า
ทางข้างหน้า ต่างไป ไม่มีกัน

ฉันเข้าใจ ต่างคน ต่างค้นคิด
ว่าชีวิต เหมือนเป็น เส้นขนาน
เพียงวันหนึ่ง ทางร่วม ก็รวมกัน
จุดตัดฝัน ชั่วคราวครั้ง ยามพลั้งไป

เหตุผลใด เหนี่ยวรั้ง ยั้งไม่หยุด
มันคงคุด รักฉัน นั้นจางหาย
คงได้แค่ ซ่อนใจเก็บ เหน็บเอาไว้
น้ำตาไหล ล้นเอ่อ เมื่อเธอลา


@@@@@@@@@@@@@@@

    เธออาจมีร้อยเหตุผล ที่เธอจะไป
    แต่ฉันมีเพียงเหตุผลเดียวที่ให้เธออยู่

@@@@@@@@@@@@@@@@				
20 สิงหาคม 2547 14:27 น.

พัก

เรไร


เศร้าสลด บทสุดท้าย มลายลง
ใจเจ้าคง รวดร้าว ราวรุ่มร้อน
แผลในใจ ฝากไว้ ในครั้งก่อน
จะเว้าวอน ผู้ใด ใครไม่มี

ถอดสลัก ความรัก ที่ปักแน่น
ฝังความแค้น พยายบาท พิฆาตนี้
จะจดจำ คนทำ ช้ำฤดี
ไม่ขอมี ดวงใจ มอบให้ใคร

ปิดประตู ลงกลอน สั่งสอนจิต
เพ่งพินิจ รักหวาน ที่สั่นไหว
ที่แน่แท้  สิ่งนั้น แค่ฝันไป
เหมือนดั่งไฟ สิ้นสลาย ละลายพลัน

ปล่อยหัวใจ ผ่านผัน เพียงวันนี้
ดวงฤดี โศกตรม จมความฝัน
หรือหัวใจ ไร้ค่า หาคู่กัน
จึงปล่อยฉัน ทนสู้ อยู่ลำพัง

โซเซซัด พลัดพราก จากรักขม
เคยสุขสม หดหู่ ดูสิ้นหวัง
พเนจร เกลือกดิน หมดสิ้นทาง
เดินเคว้งคว้าง คนเดียว เปลี่ยวหัวใจ

เห็นทะเล กั้นขวาง ทางข้างหน้า
พักอุรา เอนกายลง คงพอไหว
เหนื่อยอ่อนล้า ใจอ่อนแรง ไม่แข็งใจ
กลางหาดทราย นอนดูดาว พราวนภา

ให้คลื่นสาด ซัดกาย ให้หายทุกข์
ฤทัยสุข ทิ้งไว้ ใจอ่อนล้า
เพียงแค่ได้ คืนพลัง หวังกลับมา
เชิดชีวา ค้ำชู สู้ชีวี 
				
19 สิงหาคม 2547 23:36 น.

แค่ได้ไป

เรไร


คืนเดือนแรม แสงล้าโรย ลมโชยอ่อน
อยากจะนอน ดูเงาซ้อน ก่อนหลับไหล
เงาสะท้อน นิ่งมอง คิดถึงใคร
ภาพสั่นไหว ตามคลื่นโถม ที่โหมเงา

เพลงพระพาย แผ่วปลิว แว่วพริ้วไหว
นทีใหญ่ ระยิบยับ พราววับวาว
เมื่อใกล้แสง สุรีย์ ทาบจับเงา
ลืมสิ้นเหงา ลืมโลก ที่โศกใจ

ค่อยล่องเรือ ลำน้อย ลอยกลางคลื่น
ไปสู่ผืน ธารา ปลาอาศัย
พายแรมรอน ออกทะเล เร่ร่อนไป
ลอยล่องไกล อย่างตังเก เห่เรือเรา

สัมผัสเสี้ยว ความสุข ลูกทะเล
นอนไกวเปล ผูกโยง กระโดงเสา
ยามแดดร้อน นอนไม่ได้ ไร้ร่มเงา
แต่มือเฝ้า คันเบ็ดไว้ ได้แค่รอ

แม่คงคา ปราณี ก็ทีนี้
ปลาตัวดี ติดเบ็ด เสร็จเหยื่อล่อ
แล้วดึงขึ้น จากน้ำ อย่ารั้งรอ  
ด้วยตะขอ ปลายสาย ให้ได้ตัว

ฝนครึ้มมืด คลื่นโหม ลมเริ่มแรง
เมฆสีแดง พัดมา ฟ้าสลัว
มองทางไหน คลื่นสาด น่าหวาดกลัว
มือระรัว หันหัวเรือ เพื่อกลับคืน

@@@@@@@@@@@@@@@@
 ได้ออกไป ปล่อยอารมณ์ ความรู้สึก
ล่องลอยไปกับคลื่น ลม บ้าง
...ในบางที...เหมือนกับได้ไปเติมไฟ
ให้กับตัวเอง...บ้าง
...ในยามที่ไร้แรง
@@@@@@@@@@@@@@@@				
12 สิงหาคม 2547 01:00 น.

แม่ของแผ่นดิน

เรไร


เดินตามรอยเบื้องบนยุคลบาท
ทรงประพาสทั่วแผ่นดินถิ่นอาศัย
ทรงเสด็จพระราชดำเนินเดินทางไกล
รับสั่งให้สร้างหวังพลังคน

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
อาณาเขตเยี่ยมเยือนทุกแห่งหน
ชาวประชายากไร้ในตำบล
ทรงดั้นด้นทุกจังหวัดปฐพี

ศิลปาชีพส่งเสริมเพิ่มรายได้
ดำริให้สร้างศูนย์สง่าศรี
ตรงบางไทรเพื่อไทยจะได้มี
สถานที่อวดฝีมือระบือไกล

พระตำหนักภูพานฯแดนอีสาน
ถิ่นกำเนิดโจษจานตำนานไหม
ความวิจิตรงาดงามตามแบบไทย
ถักทอได้ซับซ้อนซ่อนลวดลาย

พระตำหนักทักษิณฯถิ่นแดนใต้
รับสั่งท่าน อนุรักษ์ ปกปักษ์ไว้
ย่านลิเภา ให้อยู่ คู่เมืองใต้
พระหทัย  ช่วยสืบสาน งานที่ดี

เมืองหัวหิน เมืองแมน แคว้นที่ตั้ง
พระราชวัง ไกลกังวล จนบัดนี้
ตำหนักแห่ง ราชา ราชินี
คู่บารมี ศรีสยาม นามเมืองไทย

วโรกาส เฉลิมพระ ชนมพรรษา
ที่เวียนมา ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวาย
พระพรให้ พระองค์ พระทรงชัย
พระหทัย เบิกบาน สำราญเทอญ

คือหัวใจ ผองไทย ในทั่วหล้า
ปวงประชา แซ่ซ้อง ก้องสรรเสริญ
พรประเสริฐ จากเทวา มาอัญเชิญ
ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญ สุวรรณภูมิ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ 
ข้าพระพุทธเจ้า เรไร สมาชิกไทยโพเอ็ม				
9 สิงหาคม 2547 22:57 น.

...แม่ของผม

เรไร


ด้วยสองกร ยกประนม ก้มลงกราบ
ที่เบื้องบาท บาทา วันทาแม่
ผู้ซึ่งมี รักยิ่งใหญ่ ที่เที่ยงแท้
ก็คือแม่ ให้กำเนิด เราเกิดมา

ค้วยคุณค่า น้ำนม ที่ยิ่งใหญ่
ยามมีภัย ปกป้องเรา เฝ้ารักษา
กอดเราไว้ เอากายแนบ แอบอุรา
ใครจะมา ห่วงหาเรา เท่ามารดา

แม่เหนื่อยาก ลำบาก ที่เลี้ยงลูก
ต้องคอยปลูก ฝังสิ่งดี ที่มีค่า
คอยส่งเสีย ให้ได้เรียน เพียรศึกษา
ด้วยหวังว่า อยู่ได้ ในสังคม


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 ผมเป็นคนที่ความคิดไม่ตรงกับแม่เท่าไหร่ ด้วยที่ว่าแม่เลี้ยงผมมาให้คิดเอง
 ให้สู้เอง  ให้เชื่อในสิ่งที่จะทำ และต้องยอมรับผลที่จะตามมา 
แม่ผมอายุมากแล้ว แต่ก็ไม่ยอมอยู่เฉย ทำนู่น ทำนี่ อยู่ตลอดเวลา
ขอโทษน่ะครับ ที่บ้านผม ใช้ภาษาพ่อขุนกัน คือเวลาแม่บ่นก็พวกมึงน่ะ 
อย่างนั้นอย่างนี้ แกก็ว่าของแกไปเรื่อย เหนื่อยแกก็หยุดเอง
บางครั้งในช่วงชีวิตของผม มันก็มีสะดุดขาตัวเองล้มลง เจ็บบ้าง 
บางทีก็เจียนตายเหมือนกัน
อยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นสุขก็ต้องกลับมาบ้าน ซมซานกลับมาทุกที
แม่เห็นหน้าผมก็ไม่พูดอะไรมาก แกพุดออกมาคำนึง ....ยังไงก็กลับมาบ้านน่ะ....
ผมร้องไห้ไม่อายหมาเลย 
จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังกลับบ้านไปหาแม่ไปคุยกับแก ไปให้แกให้พร (ด่า) บ้าง
ไปช่วยงานบ้าง 
บางเวลา  ผมมานึกถึงคำพูดประโยคหนึ่ง
 ลูกสิบคนแม่เลี้ยงให้โตได้  ให้เรียนสูงๆได้ เมื่อเติบใหญ่ต่างก็ไป  มีชีวิต 
มีครอบครัวของตัวเอง จนบ้างครั้งลืมคิดถึงแม่
แต่แม่คนเดียว กลับไม่มีใครหันมามองแม่บ้างว่าจะอยู่อย่างไร ใครเคยคิดบ้างไหม ?

@@@@@@@@@@@@@@@@@@				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเรไร