29 กันยายน 2548 23:11 น.

ลำนำ "ความรัก"

แดดเช้า

เมื่อความรักโบกมือไหวๆ เรียกที่ปลายฟ้าสีทองส่องสว่างพร่างตา
ใครเลยจะไร้ซึ่งศรัทธา ... บันดาลใจ และแรงมุ่งหวัง
ฝันอันกระจ่างย่อมอยู่มิห่างไกลหัวใจผู้ได้รับการทักทายจากสายรัก

บนคืนวันที่เหน็บหนาว ร้าวราน แทบภินท์พังกับความเดียวดายกรายล้อมรอบกาย
ความรักเสกประกายฉายแสงอุ่นคุ้นเคยเป็นผ้าห่มปกคลุมให้คลายหวั่น
ใครเลยจะไม่ฝันถึงความหอมหวานแห่งวารวันอันงดงาม

บนคืนวันที่ร้อนระอุ แล้งร้าย อบอ้าว เคล้าด้วยความเหงาเศร้าตรมระทมกล้ำกลืน
ความรักหยิบยื่นปัดเป่าสายลมพรมน้ำทิพย์หยิบคำปลอบมอบเป็นกำนัล
หัวใจของใครเลยจะเฉยเมยไม่เปิดกว้างกระจ่างเผยเชยชื่นพร้อมรับ

เมื่อดอกไม้กรุ่นอุ่นฝันบานแย้มแต้มสีสันในอรุณอุ่นแห่งวันใหม่
ความรักนฤมิตความชื่นใจเป็นผีเสื้อปีกสวยกรายบินผินมาชมมวลดอกไม้
ดูดดื่มความอบอุ่นคุ้นเคยจากเยื่อใยเกสรดอกไม้ด้วยความดื่มด่ำอย่างเหลือประมาณ
หัวใจของใครเลย ... จะทนเฉยชาไม่แย้มยิ้มอิ่มใจไปกับสิ่งกำนัลอันเลอค่า ณ แดนสรวงแห่งสวนสวรรค์

โอ้ ... อานุภาพแห่งความรัก จักรวาลสานผืนหล้า แผ่นฟ้า หาดทราย สายลม ห่มห้อมคืนวันของมวลสรรพสิ่งเอาไว้
ภายใต้ความอบอุ่นแห่งรัศมีตะวันและนวลทองเย็นเบาแห่งจันทร์พราว
หากหัวใจ "ผู้รับ" ความรักยังคงโหยหา และเรียกร้องเกินไปนัก
ความรักจักต้องโบกมือจากลาไปไกลแสนไกล

ความรักมักอยู่ภายใต้ความดีงามแห่งการเป็นผู้ให้สรรพชีวิต
นอกเหนือดวงจิตดวงใจใดๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น
แผ่นดินโอบร่างหลังปลิดดวงจิตออกจากกาย
แผ่นฟ้าคุ้มครองลมหายใจในห้วงแห่งชีวิต
หากคิดเพียงแต่จะรับ มุ่งหมายทะยานอยากปรารถนา
ฟ้าฤๅดินย่อมสิ้นเมตตาแก่ดวงจิตอันกระหายอยากอันไร้ขีดจำกัด

และแล้ว ... ถ้าในสักวัน 
ความรักหนักแน่นของแผ่นดิน อ่อนโยนเพียงพิณบรรเลงเพลงฟากฟ้า 
ขับร้องทำนองประสานแห่งกระพริบระยิบดาวเดือน ปกป้องแกร่งเข้มเต็มดวงตะวัน พลันโบกมือลาลับกลับคืนสู่สุดปลายฟ้า
หัวใจเจ้าเอย ... ใครเลยจะไม่พรึงพรั่นสั่นสะท้าน สะท้อนห้วงอกสะทกหวั่นไหว

บนคืนวันที่แสนอบอ้าว เหงา เคล้าซึมเซื่อง เงื่องหงอย โศกระทมตรมเศร้า
ความรักหายหน้าไปพร้อมกับสายลมแผ่วเบา เย็นชาคล้ายไร้หัวใจรู้คิดรู้สึกรู้ชมรู้ชื่น
หัวใจของใครเลยจะไม่ปวดร้าวยิ่งยวดไปกว่าเดิม

เมื่อดอกไม้ผลิกลีบบาน แต่ไร้ความรักชื่นชมยินดี 
สาดถักทอแสงสีแห่งกลีบดอกไม้จะมีค่าเทียบเท่าอันใด
นอกเสียจากความสิ้นไร้อารมณ์ เยือกเย็นเร้นลึกให้รู้สึกพรั่นพรึง 

ในยามอุษาสางสว่างฟ้า ความรักโบกมือลาไม่มาทักทาย
แสงแรกแห่งตะวันฉายจะมีความคุ้นค่าใดเหลืออยู่บ้าง 
นอกเสียจากความแตกต่างระหว่างวัน กับมวลสรรพสิ่งชีวิตรู้คิดแปลกแยกแผกผิดจากกันโดยสิ้นเชิง
สัมพันธภาพทาบโยงแห่งโค้งฟ้าย่อมไร้ความหมายใด  เนื่องไร้อานุภาพแห่งรักคอยเชื่อมผูกพัน
การณ์เป็นเช่นนี้แล้ว .... ห้วงดวงใจใครเลยจะไม่รู้สึกแห้งโรยระโหยหา

รักษาความรักไว้ให้แน่นแฟ้นกับผืนโลกอันสุกสกาวด้วยดาวพราวพริบเพริศ แสงเลิศเลอแห่งจันทร์นวล ผืนหล้าและแผ่นฟ้าทั้งมวลจะผนวกความดีงามกลางท่ามห้วงใจของใครๆ
รักษาความรักไว้ให้แนบแน่นกับผืนฟ้ายามอรุณสาง เพื่อสร่างบรรเทาความเหงาให้จางกระจาย และคล้ายปลูกต้นกล้าแห่งความฝันให้พลันงอกงาม
รักษาความรักไว้ให้แน่นหนากับผืนหล้า ดินอุ่นละมุน ละเมียดละไมอันเป็นสายธารหล่อเลี้ยงสวนแห่งสวรรค์งามล้ำเกินคำบรรยาย ด้วยมีความรักเป็นผู้จุดประกายชีวิตสถิตมั่นอยู่กับสรวงดอกไม้ให้ไหวเคลื่อนเลื่อนไหลไปตามทำนองของชีวิต
เพื่อความสราญสุข ปลุกแรงบันดาลใจ ไขคำถามไถ่ทวงความเป็นจริงในห้วงแห่งความคำนึงอันซึ้งซาบ
เพื่อความเปรมปรีดาและรอยยิ้มอันชื่นมื่นของใครต่อใคร
อย่าให้ความรักโบยบินหายไปไหน ... ขอให้ความรักอยู่กับโลกและใครๆ ชั่วนิจนิรันดร์
เพื่อความสราญและรอยยิ้มอันชื่นมื่นของใครต่อใคร

วอนขอให้ช่วยกันรักษาความรักเอาไว้ .... ชั่วนิจนิรันดร์				
4 กันยายน 2548 01:30 น.

เส้นขอบฟ้ากับชายผู้ตามหาความฝัน

แดดเช้า

ชายคนหนึ่ง กับแมวตัวหนึ่ง
หอบสัมภาระเดินทางไปบนเส้นทางที่เขาวาดไว้เอง
และสัมภาระนั้นหนักขึ้นๆๆๆ ตามกระแสแห่งกาลเวลา
เขาแบกอดีต ปัจจุบัน อนาคตเอาไว้
เขาเก็บความผิดพลาด
เขาร้อยเรียงความดีงามไว้สวมเป็นเครื่องประดับคอ
จนคอที่เคยตั้งตรงต้องก้มลง แล้วมองรอยเท้าตัวเอง
คอยมองความผิดพลาดที่ปลายเท้า
มองหาความดีงามตามพื้นดิน
กับโลกใบแคบๆ และหลังที่งุ้มงอตามแรงของสัมภาระที่พกพานำไป

    แมวน้อย .... มองหน้านายของตัวเอง
ด้วยแววตาสนเท่ห์ยิ่งนัก มันเดินตามเขา
แต่หน้าของมันเชิดด้วยความหยิ่งทะนง
อย่างน้อย ... มันก็ยังเป็นแมวที่ไม่พกพาเรื่องราวใดๆ
ที่จะทำให้หัวใจที่พองในศักดิ์ศรีของตัวเองต้องยุบลง
แล้วเหี่ยวเฉาร่วงหล่นสู่พื้นดิน
มันเดินไปอย่างเคารพในความเป็นแมว
และไม่จำเป็นต้องขีดเส้นทางใดๆ ให้กับตัวเองเลย.				
3 กันยายน 2548 21:28 น.

นางปะแดะและนางแก้วหน้าม้า

แดดเช้า

คุณอ่านชื่อเรื่องแล้วคงจะเกิดจินตนาการกันไปต่างๆ นานา

อยากจะบอกคุณว่า มันไม่เลวร้ายอย่างที่คิดหรอกนะ นางแก้วหน้าม้า ก็ไม่ใช่นางอัปลักษณ์ที่หลงรักหนุ่มเจ้าชายผู้สูงส่ง หรือนางปะแดะก็ใช่จะเป็นนางผู้มีลักษณะอันไม่น่ายลปานที่คุณเคยได้รับรู้กันมา

อยากจะพูดถึงลักษณะเฉพาะตัวของ นางแก้ว คนนี้สักนิด ที่เรียกว่า นางแก้วหน้าม้า มีเหตุเนื่องมาจากตัวเธอเองที่นิยมแต่งผมหน้าม้า ทั้งที่หน้าก็บานแฉ่ง แถมตาตี่เป็นอาหมวยอีกต่างหาก ด้วยเธอเข้าใจตัวเธอเองว่าเธอเป็นลาว เพราะจมูกก็ไม่มีดั้ง ใช่ว่าเธอจะมีปากยื่นราวกับม้าดั่งนางแก้วที่คุณจินตนาการกัน

แก้วหน้าม้ากับนางปะแดะต่างก็เป็นเพื่อนของผม และต่างก็ไม่เคยรู้จักกัน ปะแดะมีลักษณะเอวบางร่างชะลูดเหมือนนางปะแดะไม่มีผิดเลย และเธอก็นิยมการทำทีท่ากะแดะให้สมกับสมัญญาอีกด้วย

วันหนึ่ง โลกใบนี้ช่างกลมและมีเรื่องราวที่ไม่คาดฝันเสมอ วันนั้นไม่รู้ว่าใครเขียนบทละครกำหนดเหตุบังเอิญให้นางแก้วหน้าม้ากับนางปะแดะมาพบเจอกัน เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ...


สายวันว่างจากการเรียน ผมมักจะเดินไปนั่งคนเดียวตรงมุมตึก หลีกเร้นหนีหายจากผู้คนเพื่อนที่จะได้แอบมองท้องฟ้าได้อย่างเต็มฟ้า (ด้วยไม่มีใครมาจับผิดคิดว่าเป็นบ้าไปแล้ว) แปลกไหม? ที่ผมมักจะคิดว่าท้องฟ้ามีเจ้าของเรื่อยเลย เพราะว่าพื้นดินทุกวันนี้มีเจ้าของจับจองกันไปแล้ว สักวันท้องฟ้าก็คงเหมือนพื้นดินอย่างแน่นอน

หากท้องฟ้าเป็นนางงาม คงเป็นนางที่เข้าใจยากน่าดูเลยนะ เข้าใจยากยิ่งกว่านางปะแดะและนางแก้วหน้าม้าของผมซะอีก

ลืมบอกไปว่าเหมือนกันมีใครต่อใครมองว่า ผมสับรางกับสองสาวผู้มีลักษณะเป็นนางในวรรณคดีไทยในหัวใจของผม บ้างก็ว่าผมใจร้ายหลอกผู้หญิง ว่ากันไปโน่น

หากจะยืนยันเพียงว่าเราเป็นเพียงเพื่อนกัน ก็มักไม่มีใครเชื่อ เพราะใครๆ ต่างก็รู้กันไปทั้งบางว่า สองนางนั่นหลงรักผมจนจะเป็นจะตายกันไปข้าง หากเธอทั้งสองรู้จักกัน คงต้องตายกันไปข้างจริงๆ อย่างที่ใครๆ ต่อใครว่ากันไว้

และวันนี้ก็เป็นวันแห่งสงครามและความรัก อาหมวยแก้วหน้าม้าเดินมานั่งเคียงข้างกับผม ส่วนนางงิ้วกะแดะปะแดะศรีก็รีบรี่เข้ามาทำทีเป็นเจ้าข้าวเจ้าของด้วยอีกคน

ยุ่งละซี ... แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นปรปักษ์กับความคาดคิดของผม (ว้า ... ไม่สนุกเลย คิดว่าจะมีศึกชิงพระเอกหนังกำลังภายในซะแล้ว) เธอทั้งสองคนกลับรู้จักกันและต่างก็แนะนำผมให้กันและกันรู้จักอย่างพร้อมเพรียง แล้วการณ์กลับเป็นว่า เป็นการสามัคคีชุมนุมที่ผมชื่นชมยินดีออกนอกหน้าแต่แอบเสียดายอยู่ลึกๆ

แก้วเองเหรอ? นี่อิเหนา แฟนฉันเองย่ะ
อ้าว ... เหรอ? ฉันว่าเขาชื่อขุนแผนแสนสนิท แฟนฉันต่างหากเล่า
แต่ฉันว่าเขาเหมือนอิเหนานะ ดูเขาชั่วๆ เลวๆ ยังไงก็ไม่รู้
ไม่นะ ... ปะแดะ ฉันว่าเขาน่ะขุนแผนมากกว่า ร้ายกาจจะตายไป เจ้าเล่ห์สารพัดอย่างเชียวล่ะ เธอไม่เคยรู้หรอกนะ ลีลาของเขาน่ะ  อื๋ยย ... ฉันไม่อยากจะว่าเลย เธอยังไม่เคยนะสิ
ทำไมจะไม่เคย ปะแดะเถียงทันควัน รู้สึกเธอจะไม่ยอมน้อยหน้าเลย
ฉันว่าเขาเหมือนอิเหนามากกว่า ไม่เชื่อไปห้องสมุดกันเลย แล้วจะได้เอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกันให้เห็นๆ  อิเหนา หรือ ขุนแผน
พอๆๆๆ แล้ว ผมชักทนฟังต่อไม่ไหว นี่คุณสองคนจะมาเถียงกัน ทะเลาะกันเรื่องอะไรกันนักกันหนา ผมอยากจะอยู่อย่างเงียบๆ นะ
ผมชักฉุน ไม่ได้ฉุนที่เธอสองคนมาเจ๊าะแจ๊ะจอแจตรงหน้ารบกวนความสงบของผมหรอก แต่ผมไม่ค่อยพอใจที่พวกเธอมาเพียงกันในเรื่องความชั่วทรามของผมที่เธอต่างแอบรู้มา โดยเฉพาะเรื่องลับๆ ที่ผมไม่อยากจะเปิดเผยให้ใครรู้
แหม ... คุณก็ อิเหนาของปะแดะ
ขุนแผนของแก้ว ข้างกายของผมมีสตรีสองนางเคล้าเคลียนัวเนีย ผมแสร้งทำทีท่าเป็นรำคาญเสียเต็มประดา แท้จริงแล้วแอบปลื้มและแอบภูมิใจตัวเอง
คุณจะไปไหนกันก็รีบไปซะเลย ผมอยากอยู่ของผมเงียบๆ เข้าใจไหม?
แหม ... ทำเป็นไล่ไปได้ ปะแดะยังไม่ไปไหนหรอก จะนั่งกะแดะอยู่ใกล้ๆ คุณนะ ทูนหัวของปะแดะ
แก้วก็เช่นกันนะคะ ในโลกไม่มีใครดีเท่าคุณอีกแล้ว


บอกแล้วว่าโลกมันกลม หรือมหาวิทยาลัยมันแคบก็ไม่อาจจะทราบได้ คณะอักษรศาสตร์มีนักศึกษาร่วมพันคน ไม่ค่อยมีใครรู้จักกันอย่างทั่วถึงนัก แต่เธอสองนางก็ยังมารู้จักกันจนได้ แล้วผมใจร้ายไหมเนี่ย ....


แก้วหน้าม้าก็เข้าสวมกอดผมอย่างแรง ทำให้ผมได้สัมผัสถึงความผิดปกติบางอย่างที่เธอไม่เคยมี แต่เธอกลับมีขึ้น ผมรู้สึกวูบวาบและรู้สึกแปลกใจ ปะแดะดูอวบอัดมากขึ้นจนผิดสังเกต พวกเธอไปทำอะไรมา ผมสนเท่ห์ในหัวใจ แต่ยังไม่เอ่ยปากถาม

แก้วเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาค่ะ คุณขุนแผน เธอตอบความคิดผมเหมือนรู้ใจ
ตอนนี้ปะแดะต้องทานยาทุกวันเช่นกันค่ะ เพื่อคุณอิเหนาคนเดียว เพื่อความสุขของคุณคนเดียว รายนี้ก็รู้ใจผมอีกคน 

ที่รู้แน่ๆ ว่า ตอนนี้ผมคงไม่ได้เป็นขุนแผนแสนสนิทหรือเป็นอิเหนาของใครทั้งนั้นแหละ ผมคงเป็นพระลอไปแล้ว โดยมีทั้งพระเพื่อนพระแพงอยู่เคียงข้างไม่ห่างอย่างนี้ เพราะชีวิตมันเป็นเช่นนี้เอง ผมเริ่มทำใจยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ได้ ทั้งที่เป็นห่วงสตรีทั้งสองคน เธอไปเกี่ยวข้องกับหมอกับยาทำไม ผมไม่เข้าใจ

คุณทั้งสองเป็นอะไรไป ไหนบอกผมหน่อยสิครับ ผมต้องมีส่วนในการรับผิดชอบคุณบ้างไหม แต่ผมยังไม่เคยล่วงเกินอะไรคุณมากเกินไปกว่าที่พวกคุณล่วงเกินผมเลยนะ เอ๊ย ... ไม่ใช่ ผมไม่เคยทำอะไรคุณเกินเลยไปกว่าการคบหากันฉันเพื่อนนะครับ ช่วยบอกคนเลวๆ อย่างผมหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณทั้งสอง ทำไมถึงต้องไปเกี่ยวกับหยูกกับยา ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับหมอ
ผมยังไม่หายตื่นตกใจ ตามประสาหนุ่มบริสุทธิ์

แหม ... คุณก็ สองนรีอุทานขึ้นพร้อมกัน
ปะแดะต้องกินยาคุมค่ะคุณอิเหนา
คุณไว้วางใจผมเถอะ ผมไม่ทำอะไรคุณ ทำไมคุณต้องป้องกันตัวขนาดนั้นด้วย
ยาคุมทำให้สวยค่ะ ทำให้เป็นผู้หญิงขึ้น ปะแดะอยากให้คุณเห็นว่าปะแดะเป็นสาวสวยขึ้น มีลักษณะของเบญจกัลยาณีที่ควรจะเป็น พูดพลางเอามือเสยผมแล้วเชิดหน้าขึ้น กระเพื่อมอกให้ชูเชิดขึ้นเหมือนจะโชว์ความเป็นผู้หญิงให้เห็น
ไม่เป็นไรนี่ครับ ... เราก็คบกันได้ ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงคุณเลยนะครับ ผมแสร้งทำเป็นคนดีทั้งที่ชอบให้ปะแดะอวบอัดขึ้นเพราะยาคุม
แก้วไปผ่าตัดหน้าอกมา และไปเสริมจมูกมาด้วยค่ะ 
ผมไม่เข้าใจพวกคุณเลย คุณไปทำอะไรกันเนี่ย  เสียเวลานะ
ไม่หรอกค่ะ ... เราทำแล้วมีความสุข แก้วหน้าม้าว่า
คุณยังไม่รู้จักตัวจริงของผม  ถ้าคุณรู้แล้ว ผมว่าคุณคงต้องตีจากและไม่เสียเวลามาทำอะไรเช่นนี้
นั่นน่ะสิคะ ... วันนี้แก้วอยากจะบอกอะไรคุณสักหน่อย คุณจะรับได้ไหมคะ
ปะแดะก็มีเรื่องจะบอกคุณเช่นกันค่ะ


ค่ะ คืองี้ แก้วนอนคิดตัดสินใจมานานแล้ว แก้วควรจะเปิดเผยตัวตนให้คุณรู้จักสักที เพื่อความสบายใจของตัวแก้วเอง แก้วเป็น ... เอ่อ เป็น กะเทย ค่ะ
ปะแดะก็เหมือนกันค่ะ .... อิเหนา ปะแดะกะแดะอยากเป็นผู้หญิงน่ะ ตอนนี้กินยาคุมเพราะว่าทำให้หน้าอกมันใหญ่ขึ้น จะได้อวบอั๋น และปะแดะก็จะได้เป็นผู้หญิงเต็มตัวสักที
แก้วไม่ได้ผ่าเฉพาะหน้าอกเท่านั้นหรอกนะคะ แก้วผ่าทุกส่วนเพื่อแสดงความเป็นผู้หญิงด้วยค่ะ ขุนแผนทูนหัวของแก้ว
แล้วผมก็ตัดสินใจบอกความจริงบางอย่างที่บรรจงปกปิดสังคมให้เธอทั้งสองฟังด้วยเช่นกัน ดังนี้

 "ไม่เห็นจะเป็นไรไปเลยจ้ะ คุณทั้งสองไม่ต้องห่วงเลยนะจ๊ะ เราเองก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกเธอสักเท่าไหร่นักหรอก เราแอบไว้ตั้งนานแล้ว คิดว่าไม่มีคนเข้าใจ เราก็เป็นพวกเดียวกันกับพวกเธอนั่นแหละนะจ๊ะ ถึงชอบคบหากับเธอทั้งสองคนไงล่ะ ไปกันเถอะ ... เราไปเดินตามถนนหนทางแล้วมองหนุ่มๆ หล่อๆ กัน ฉันจะได้ไม่ต้องมาหลบนั่งปลีกตัวอยู่คนเดียวอีกแล้ว ดีใจจังเลย


ตั้งแต่นั้นเป็นมา เราทั้งสามก็กลายเป็นดาวคณะที่แสนจะเพริศพริ้งพร่างพราวกลางเวหาแห่งคณะอักษรศาสตร์และแห่งมหาวิทยาลัยนี้โดยที่ไม่สตรีนางไหนกล้ามาเทียบรัศมี.				
Calendar
Lovers  2 คน เลิฟแดดเช้า
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดดเช้า
Lovings  แดดเช้า เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแดดเช้า
Lovings  แดดเช้า เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแดดเช้า