7 มกราคม 2553 12:43 น.

เพลินวาน

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

สามหนุ่มแต่หลายมุมเตรียมเต๊นท์ รถสปอร์ตไลน์เดอร  เป้าหมายจะไปเคาน์ดาวน์รับปีใหม่กันที่เขาเขียว บนยอดเขาใหญ่ ซึ่งมีสถานีเรด้าของทหารอากาศตั้งอยู่ ลงมติกันว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอร์ห้ามนำติดไปเด็ดขาด
แต่ว่า ก่อนจะออกเดินทางวันที่ 31  ธค.    52 ไม่กี่ชั่วโมงเพื่อร่วมกลุ่มอีกคนซึ่งเขามีโปรแกรมไปเที่ยวกับครอบครัวใหญ่ ทางหัวหิน โทรมาบอกว่า คุณปู่ ป่วยกระทันหัน ครอบครัวไปเที่ยวไม่ได้ ถ้าพวกเราจะเปลี่ยนใจไปกับเขา รวมเป็นสี่คน
คน ก็จะไม่ต้องคืนห้องสูทที่จองไว้ซึ่งไม่แนว่าจะคืนได้หรือเปล่า
           เราไม่ต้องคิดมากตอบโอเค เปลี่ยนใจทันที กลายเป็นว่า ต้องเคาน์ดาวน์กันที่กรุงเทพฯ รุ่งเช้าใส่บาตรทำบุญนิดหน่อยก่อจะออกเดินทางเพราะเขาจองห้องวันที่  1-2 มค.  53  ตอนเช้าวันปีใหม่เรารีบตื่นอย่างยากลำบากแต่เช้าเพราะเคาน์ดาวน์กันดึกมาก แล้วรีบไปวัดชลประทานรังสฤษธิ์ ฟังพระธรรมวิมลโมลี 
เจ้าอาวาสที่ขึ้นมาแทนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ และได้รับพระราชทานเลื่อนสมนศักดิ์จาก พระเทพปริยัติเมธี เมื่อ  5 ธค.   52  นี่เอง ท่านก็เทศน์สั่งสอนตามแบบของท่านจบแล้วใส่บาตรที่ลานหินโค้ง ก็พอดีเพื่อนเจ้าของโปรแกรมหัวหิน นั่ง
แท๊กซี่มาถึงตามนัดพอดี
           รถยนต์เคลื่อนจากวัดอย่างมีศิริมงคลเพราะรับพรจากพระมาหยก ๆ
คิดว่าคงถึงหัวหินบ่ายสองโมงได้เวลาเข้าพักโรงแรม ดูเอกสารจองแล้วชื่อ
โรงแรม Springfild @sea   resort  & spa  เพิ่งเปิดใหม่อยู่ห่างชะอำแปด กม.ยังไม่ถึงหัวหิน ราคา ไม่อยากบอกแพงหูฉี่ บอกไปกลัวไม่เชื่อ  
           มื้อเที่ยงแวะกินที่ ตุ๊โภชนา อ. เขาย้อย แวะซื้อของขบเคี้ยวที่ เพชรบุรี
รถแน่นถนนแต่ไปได้เรื่อย ๆ ถึงโรงแรมประมาณสองโมง ได้ห้องพักเลขที่ 512
เลขน่าแทงหวยจัง แต่คงไม่ได้แทงแล้ว เพราะรัฐบาลกำลังยึกยักเล่นแง่กับล๊อกเล่ย์อยู่ยังไม่รู้เป้าหมาย ถ้าเดินหน้าต่อไม่ยกเลิก ก็แสดงว่าสำเร็จตามเป้า
ถ้ายกเลิกให้ฟ้องร้องกันก็แสดงว่าไม่สำเร็จ  ห้องพักเป็นคล้าย ๆเรือนเดี่ยว
แต่ติดกันเพียงสี่ยูนิตที่แยกออกมาพิเศษ  มีสองชั้นครอบครัวใหญ่มาได้สบาย
เราสี่คนจึงแฮบปี้  มีสระอาบน้ำส่วนตัวฝากระจก  มีที่นั่งให้น้ำพ่นแบบสปา ครั้ง
ละสองคน ขณะที่เล่นน้ำอยู่ คนที่นอนอยู่ที่เก้าอี้นอนด้านล่างข้างฝากระจกก็จะ
มองผ่านกระจกเห็นทุกแง่มุม แต่ว่าของเราไม่น่าจะมองกันเลยเพราะรกรุงรังยุ่ม 
ยุ่มย่ามไปหมดถ้าเป็นผู้หญิงเล่นน้ำอยู่คงนอนดูกันเพลินไปเลยละไม่มีคนอื่นมาเห็นได้
            สภาพทั่วไปโรงแรมนี้มีลานจอดรถสองชั้น อาคารแต่ละหลังสูงแค่สี่ชั้นรูปแบบคลาสสิคงดงาม มีสระน้ำรวมกว้างใหญ่ ถึงสามช่วง มีสปาพ่นน้ำอยู่รอบ ๆ สระ น้ำพ่นแรงมากน้ำใสสะอาด มีสไลเดอร์ ให้เด็ก ๆ เล่นผู้ใหญ่ก็ไปเล่นด้วยครึก
ครื้นหน้าโรงแรมติดทะเลมีถนนกั้นเดินข้ามถนนก็ลงทะเลเลย  พวกเราไม่รอช้า
เล่นน้ำในสระส่วนตัวไม่สนุกก็เดินออกมาลงทะเล หาดทรายไม่ค่อยดีนัก แต่น้ำสะ
สะอาดฝรั่งเล่นกันมากส่วนใหญ่พักที่เดียวกัน มีเรือประมงพื้นบ้านจอดอยู่หลายลำ
ลำ  ขึ้นจากทะเลก็ลงสระรวมของโรงแรม สาว ๆ ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง วันพีช ทูพิช
เต็มขีดเลยละ บ้างว่ายน้ำ บ้างนั่งสปาให้น้ำพ่น บ้างเล่นโปโลน้ำมีเสาโกว์ลอยน้ำได้
บ้างก็เล่นสไลน์เดอร์ร่วมกับเด็ก ๆ พวกเราสนุกกันเต็มพิกัดจนบ่ายเย็น
เดินดูเห็นเขามีห้องสปา ห้องนวด ห้องอาหาร และจัดงานให้เด็ก สอยต้นกัลปพฤกษ์รับรางวัล มีกิจกรรมให้เด็กระบายสี พวกเราเล่นน้ำจนเบื่อจึงขั้นมาแช่น้ำอุ่นในอ่าง เตรียมแต่งตัวไปท่องราตรีหัวหิน
           เล่ามาตั้งนาน ยังไม่ได้กล่าวถึง เพลินวาน ตามหัวเรื่องเลย อดใจเดี๋ยว
จะถึงเรื่องของวันวาน  เรากะจะไปกินข้าวเย็นกันที่หัวหิน  แต่งตัวเสร็จขับรถ
มาหาที่จอดหน้าตลาดหัวหินแทบแย่ รถแน่น คนแน่น  เดินเข้าซอยที่จะไปรถไฟ ซอยนี้เคยขายอาหารมากมาย แต่ตอนนี้มีแต่เสื้อผ้า อาหารมีน้อย ไปอยู่ท้ายซอย
มากแต่ก็ตั้งหน้าตั้งตาจะขายแต่ฝรั่งคนไทยไม่สน จึงเดินกลับออกมาข้ามถนน
ไปทางท่าน้ำลงทะเลถึงอีกสี่แยกหนึ่งมีร้านอาหารคล้ายคนจีน ลูกค้าแน่นมาก
ไม่มีโต๊ะว่า คนยืนรอเข้าคิวหลายกลุ่ม พวกเราไม่ค่อยหิวก็เลยจองคิวไว้ รอชั่ว
โมงกว่าจึงได้ที่นั่ง อาหารเขาอร่อยจริงราคาไม่แพง  เราสั่งมาหลายอย่าง เช่น
ปลาเก๋า กุ้ง กั้ง ฯ หมดไปไม่เท่าไหร่ อิ่มหนำแล้วเดินเข้าไปทางท่าน้ำลงทะเล เลี้ยวทางซายผ่านโรงแรม ร้านค้าเยอะแยะ มีฝรั่งมากมาย ตั้งใจจะไปกินข้าว
เหนียวมะม่วงเจ้าดัง ปรากฏว่าคิวยาวเหลือเกินเขาขายไม่ทันเราไม่อยากรอ เดินเล่นกันใกล้สามทุ่มจึงขึ้นรถไปเที่ยวสถานที่ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า  เพลินวาน
             อยู่ตรงข้ามเยื้องพระราชวังไกลกังวล เพิ่งเปิดกิจการไม่นาน การก่อสร้าง ตบแต่ง แบบโยราณทั้งหมด เหมือนยกห้องแถว โรงแรม โรงรับจำนำ เก่า ๆ สมัยโบราณมาตั้งไว้ มีสองชั้น มีทางเดินต่อเนื่องได้ตลอด กิจการทุกอย่างทำได้จริงหมด ถ่ายรูป กินอาหาร กาแฟ ดัดผม ข้าวแกงมีบาร์แบบโบราณมีวงดนตรีร๊อกโบราณเครื่องดื่มผสมแก้วละร้อยบาท  ด้านท้ายมีหนังกลางแปลง ยิงเป้า ปาเป้า
โรงแรม ติดโคมเขียว ไว้ข้างหน้า แกล้งถามอาโก หน้าเคาเตอร์ ว่ามีบริการโคมเขียวแบบโบราณด้วยหรือเปล่า แกหัวเราะ แหะ ๆ บอกไม่มี โรงแรมเข้าสพักได้จริง
จริงมียี่สิบห้งสองฟาก ราคาห้องละ 3200             บาท เดอรลุค3700 บาทพักได้
ห้องละสองคน  สำรองที่พักได้จริง โทร 032-520311-2ต่อ   700ถ้าไม่เชื่อโทรเดี๋ยวนี้เลย  เราเดินเที่ยวดูของเก่า ๆ ดื่มอะไรนิดหน่อยแล้วก็กลับมานอนอย่างสุขขารมณ์
           ตื่นเช้าสักหกโมง พากันไปเดินชายหาดเล่นจนเหงือซึม กลับขึ้นห้องอา
หาร หรูหรามาก เรามีบัตรกินอาหารเช้าฟรีครบคนอยู่แล้วถามเขาว่าถ้ามีเพื่อนมาเพิ่ม เขาว่าได้แต่คิดหัวละประมาณ หกร้อยบาท  อาหารมีหลายอย่าง ทั้งไทย
จีน ฝรั่ง  มีข้าวต้มเครื่อง ข้าวต้มกับ ไข่ดาว ไข่ลวก สลัด แล้วแต่จะเลือกกิน
น้ำนมสด น้ำผลไม้หลายชนิด เราชอบน้ำกีวี่ อร่อยดี มีกาแฟทั้งโบราณและสมัยใหม่โดยเพาะ ไก่งวง อบเหลืองอร่าม มีคนคอยเฉือนให้ด้วย  คนไทยมีน้อย 
ฝรั่งกับจีนมาก  เรากินกันเต็มพิกัดอิ่มแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผาเป็นกางเกงว่ายน้ำ
พากันลงทะเล ฝรั่งเล่น สกุ๊ดเตอร์ พวกเขาเล่นเก่งมาก ไม่เห็นมีร้านให้เช่าสงสัย
เขานำมากันเอง  ตอนสาย ๆเราเห็นเรือประมงพื้นบ้านเข้ามาจอด มีคนหามอะไรไม่รู้ดูหนัก ๆ ลงจากเรือ  เราก็เข้าไปดู เป็นว่าหามอวนลงมา เป็นอวนที่พวกเขานำไปวางดักไว้ตอนกลางคืนกู้มาตอนเช้า ถามว่าได้อะไรบ้าง เขาว่ามีน้อยมาก ได้ปูม้าบ้างเล็กน้อย เราก็นั่งดูเขาแกะปูม้าออกจากอวน อวนสามหลัง ได้ปูม้าแค่ห้ากิโล
ยังเป็น ๆ ถามซื้อเขาเอากิโลละ 250บาท เราก็เอาทั้งหมด เขาแนะนำให้ไปจ้างป้านิดนึ่ง  เราจึงเอาปูมาหาป้านิด แกคิดค่านึ่งกิโลละยี่สิบบาท เลยนั่งดูแกนึ่ง แกต้องแช่น้ำแข็งให้ปูสลบก่อ บอกว่าถ้านึ่งตอนเป็นๆ ปูจะปล่อยก้าม ปล่อยขา ออกเหลือแต่ตัวไม่สวยไม่น่ากิน เลยให้แกหุงข้าวให้หม้อเล็กและทำน้ำจิ้มให้ด้วยกะจะไว้กินมื้อกลางวันแล้วพากันมาเล่นน้ำสระของโรงแรม ชื่นชมหุ่นเซ็กซี่ ของ ฝรั่ง จีน  โดยเฉพาะไทย ที่พูดกันรู้เรื่อง
         จนหนำใจดีแล้วก็ไปเอาปูนึ่งกับข้าวและน้ำจิ้มจากบ้านป้านิดข้างโรงแรม
มากินที่ศาลาเล็กหลังห้องพักข้างสระน้ำฝากระจก ชมทะเลไปด้วยกินไปด้วย ใครจะลงสระไปกินไปก็ได้ แต่มีแต่มารุมกินปู  อร่อยที่สุดตั้งแต่กินปูมาแกะเป็นบ้างไม่เป็นบ้างแต่ก็พยายามกันทุกคน เนื้อหวาน เจือเค็มนิด ๆ จิ้มน้ำจิ้มแล้ว ซี๊ด ๆ ๆ ๆ
อยากให้คนอ่านมากินด้วยจัง ตกลงมื้อนี้หมดปูม้าห้ากิโล ข้าวไม่หมดหม้อ พากันนอนผึ่งพุงจนบ่าย รีบกระวีกระวาดแต่งตัวไปเที่ยว พระราชนิเวศน์มฤคทายววันว
วันกันดีกว่าอยู่ไม่ไกลออกจากโรงแรมเข้าค่ายพระรามหกก็ถึง
          เคยมาชมแล้วครั้งหนึ่งแต่คราวนี้แปลกไปมาก ที่จอดรถอยู่ด้านนอก ต้องเสียค่าผ่านประตูเข้าไปคนละ 30 บาท สถานที่ได้รับการปรับปรุงโดย มูลนิธิ
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน   ส่วนพระราชฐานที่ประทับ ร่วมกับตำรวจตระ
เวณชายแดนค่ายพระรามหก จึงดูสะอาดเรียบร้อย ผ่านประตูเข้าไปต้องเดินชมไปเรื่อย ๆเพราะเปิดให้ขึ้นชมจากพระที่นั่งองค์สุดท้าย  ต้องรับบัตรคิว เป็นรอบ ๆ
รอบสุดท้ายเวลา 16.10น, พระราชนิเวศน์มฤคทายวันนี้งดงามยิ่งนัก สร้างด้วย
ไม้สักทองทาสีเหลือง ยากที่จะบรรยายความงดงาม จึงขอยกเอา บทประพันธ์
ของ พระยาอนุศาสนจิตกร  ใน  นิราศตามเสด็จ ประพันธ์ไว้เมื่อคราวตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว แปรพระราชฐาน พศ.2467   เพียงบางส่วน
ส่วนดังนี้

พระที่นั่งดังพิมาน                 มโหฬารดูสดใส
พร้อมพรั่งทั้งน่าใน                งามเงื่อนล้ำในอัมพร
นามสมุทพิมาน                    งามตระการประภัศร
อีกพิศาลสาคร                     ได้ลมดีมิได้ขาด
อีกองค์งามบวร                    สโมสรเสวกามาตย์
ตั้งอยู่หัวแหลมหาด              เฉลียงโปร่งโล่งสบาย
ดูเหนือเห็นชอำ                   ท้องคุ้งล้ำนัยน์ตาหมาย
ปลูกเรือนอยู่เรียงราย           แลเป็นจุดสุดสายตา
ดูใต้เห็นหัวหิน                     ริมวารินล้วนภูผา
แลลิ่วจนสุดตา                     ซ้อนต่อติดพิศพึงชม
ลมพัดเย็นสบาย                   ดูหาดทรายสระสวยสม
คลื่นซัดมาตามลม                ไม่แรงจัดซัดซ่าฟอง
                          ฯลฯ

   พวกเราได้ขึ้นชมพระราชนิเวศน์ เป็นกลุ่มสุดท้าย เริ่มตั้งแต่ด้านท้ย เรียกว่าฝ่ายใน  มีห้องแสดงเครื่องแต่งกายยุคก่อน ห้องพระสนมเอก ศาลาลงสรงของฝ่ายใน
ที่เสวยฝ่ายในฯ มาจนถึงฝ่ายน่า  ศาลาลงสรงของพระมหากษัตริย์ ท้องพระโรง
ห้องเสวยพระกระยาหารต้อนรับอาคันตุกะ ห้องบรรทม เรื่อยมาจนถึง สโมสรเสวกามาตย์ อยู่ท้ายสุดใกล้ทางออก เป็นคล้ายโรงละคร กว้างขวาง
       เมื่อชมจนหมดแล้วก็มาร้านค้าของที่ระลึก แล้วออกมาขึ้นรถกะจะไปกินอาหารเย็นที่เชิงเขาตะเกียบมีร้านอาหารทะเลสด ๆ ให้เลือก ผ่านหัวหินถึงเขาตะเกียบเลยขึ้นไปบนวัดเขาตะเกียบใกล้มืดแล้ว พวกลิง ที่เคยยั๊วเยี๊ย ก็ไปนอนกันหมด มีแต่กลิ่น ขี้เยี่ยวลิง คละคลุ้งไปหมด ขึ้นบรรไดไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุบนมนฑพ แล้วรีบลงมาร้านอาหารด้านล่าง มีเรือประมงพื้นบ้านจอดอยู่หลังร้านเป็นแถว สั่งอาหารพวกปลา กุ้ง ฯ ปูไม่เอาเพราะกินมาตอนกลางวันเยอะแล้วใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะกลับถึงโรงแรมก็สี่ทุ่มเข้าไปแล้ว บางคนยังโดดลงสระเล่นน้ำอีกแต่บางคนนอนดูหุ่นของพวกเล่นน้ำผ่านกระจกปลงสังเวชกันไป
รุ่งเช้า กินอาหารฟรีอีกหนึ่งมื้อเหมือนเดิม พักผ่อนนิดหน่อยก็เก็บข้าวของเชคเอ๊า
เอ๊าท์ ปรากฏว่ารองเท้าแตะที่เขาให้ไว้สำหรับเดินสระน้ำหายไปหนึ่งคู เขาเรียกค่าเสียหาย 290บาท เราก็พากันหารอบไปหมดไม่เจอ จนกระทั้งพบเจ้าหนาที่สระเขาเก็บเอาไว้เลยรอดตัวไป ความสนุกสนานฉลองปีใหม่ก็จบลงเพียงเท่านี้				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฤกษ์ ชัยพฤกษ์
Lovings  ฤกษ์ ชัยพฤกษ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฤกษ์ ชัยพฤกษ์
Lovings  ฤกษ์ ชัยพฤกษ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฤกษ์ ชัยพฤกษ์
>