28 กุมภาพันธ์ 2552 17:05 น.
จะไม่เด็ด.
หทัยครวญหวลกาลที่ผ่านสิ้น
ว่าด้าวดินฤาจินต์ที่ผินผัน
กระแสจิตนิมิตเปลี่ยนเทบเวียนวัน
ยังประหวั่นพรั่นใจในกาลกล.......(จะไม่เด็ด)
ด้วยเหมันต์ที่ผ่านเลยนั้นเย้ยยอก
กระซิบบอกกับใครได้แต่ฉงน
จริงหรือหลอกนอกใจกลับว่ายวน
สายระคนความเหงาเคล้าวันวาน...(จอมปราชญ์ ฯ)
ครวญคะนึงจึงผินมาถิ่นโลก
วิปโยคโศกแสนแร้นสังหาร
คิมหันต์นี้พลีเนื้อเพื่อกันดาร
จักโอบวานวันชื่นคืนเหมันต์...(จะไม่เด็ด)
สายใยนี้ผ่านปองสู่น้องรัก
คนึงพักต์เช้าสายให้ชวนฝัน
เพียงละเมอเพ้อพบก็สบวัน
พรอดรำพันนวลนั้นจนสุดภวังค์..(ลมแปรแขมร์เลอ)
หากทิวาราตรียังมีรัก
โปรดหันหักเหใจเมื่อภายหลัง
แม้กาลเปลี่ยนเวียนไปขอใจยัง
บานสะพรั่งในวังรักมิจักตรม...(จอมปราชญ์ฯ )
จนลุแล้วลุห้วงทบวงสินธุ์
ยังวาดจินต์ในครรลองครองเสกสม
หากถวิลได้กลายกลับรับระทม
ขอน้อมก้มหลบหน้าต่อฟ้าดิน..(จะไม่เด็ด)
25 กุมภาพันธ์ 2552 22:01 น.
จะไม่เด็ด.
สราเคียงขนาบนี้ ถึงใหน
ฤาสุดแว่นแคว้นไกล ใต้หล้า
เคียงกายไม่เคยไกล ใจพร่ำ ถึงนา
แม้นขาดเจ้าคงล้า จิตพร่า มัวหมอง
...แด่สหายสุราครับ
22 กุมภาพันธ์ 2552 18:09 น.
จะไม่เด็ด.
ที่ไกลกาลนานล่วงห้วงเวหน
ณ สายชลล้นหลั่งจากหว่างผา
สองนรีกระวีสินธุ์ประทินตา
ผิวผ่องทามัจฉากล้ำสิย้ำนวล
ล้ำแสงลอดสอดลงตรงกลางน้ำ
สองเย็นฉ่ำคร่ำธาราพนาสรวล
ณ หว่างนั้นคนธรรพ์หนุ่มกลุ้มกลัดครวญ
ร่ายกระบวนเพลงพาทย์วาดอารมณ์
ด้วยไฟสวาทคาดประมาณมิพลันได้
สองนางใจคล้ายสะกดระทดถม
สายเกลียวก่อนแต่ปางกาลปานขมวดปม
ให้จ่อมจมในภวังค์ทั้งสามใจ
สองนางนี้มีใจใคร่เสน่หา
คนธรรพ์พาดื่มด่ำย่ำเนินไศล
จนสุดแสงแดงรวีรพีไกล
สองนางใจเทิดกายถวายชีวา
จนผ่านห้วงมหรรณพพิภพสถาน
สองสาบานปันรักปักปันสหาย
ลางคนธรรพ์นั้นรุนแรงแฝงหทัย
สองนางใจต่างหมายปองครองผู้เดียว
เมื่อแสงรักบดมิดปิดทุกทั่ว
สองนางกลั้วกล้ำรักไม่จักเหลียว
ลืมสัมพันธ์เพื่อนสหายสลายเกลียว
ตัดขาดเสี้ยวสหายกาล...ประหารกัน
นี่แหละหนาว่ารักมักเกิดผล
ด้วยว่าดลจิตได้หลายสถาน
ดลกระทั่งเพื่อนตายให้วายปราน
หัตถ์ประหารปิดตำนาน..ของสองนาง
..อิอิแบบว่าอ่านแล้วอย่าเครียดนะครับ
22 กุมภาพันธ์ 2552 18:08 น.
จะไม่เด็ด.
ที่ไกลกาลนานล่วงห้วงเวหน
ณ สายชลล้นหลั่งจากหว่างผา
สองนรีกระวีสินธุ์ประทินตา
ผิวผ่องทามัจฉากล้ำสิย้ำนวล
ล้ำแสงลอดสอดลงตรงกลางน้ำ
สองเย็นฉ่ำคร่ำธาราพนาสรวล
ณ หว่างนั้นคนธรรพ์หนุ่มกลุ้มกลัดครวญ
ร่ายกระบวนเพลงพาทย์วาดอารมณ์
ด้วยไฟสวาทคาดประมาณมิพลันได้
สองนางใจคล้ายสะกดระทดถม
สายเกลียวก่อนแต่ปางกาลปานขมวดปม
ให้จ่อมจมในภวังค์ทั้งสามใจ
สองนางนี้มีใจใคร่เสน่หา
คนธรรพ์พาดื่มด่ำย่ำเนินไศล
จนสุดแสงแดงรวีรพีไกล
สองนางใจเทิดกายถวายชีวา
จนผ่านห้วงมหรรณพพิภพสถาน
สองสาบานปันรักปักปันสหาย
ลางคนธรรพ์นั้นรุนแรงแฝงหทัย
สองนางใจต่างหมายปองครองผู้เดียว
เมื่อแสงรักบดมิดปิดทุกทั่ว
สองนางกลั้วกล้ำรักไม่จักเหลียว
ลืมสัมพันธ์เพื่อนสหายสลายเกลียว
ตัดขาดเสี้ยวสหายกาล...ประหารกัน
นี่แหละหนาว่ารักมักเกิดผล
ด้วยว่าดลจิตได้หลายสถาน
ดลกระทั่งเพื่อนตายให้วายปราน
หัตถ์ประหารปิดตำนาน..ของสองนาง
..อิอิแบบว่าอ่านแล้วอย่าเครียดนะครับ
19 กุมภาพันธ์ 2552 21:51 น.
จะไม่เด็ด.
ภูมรินทร์บินทั่วฟ้า หมดเรี่ยวแรงอ่อนล้า
ผ่อนหน้าลงดิน
สุดชีวินสิ้นไร้ ขาดคู่รักอยู่ไซร้
ห่อนทิ้งกำสรวล
ทนกลิ่นหวลยอกเย้า ผกาช่างชวนเร่งเร้า
แต่เฝ้าติดตาม
..แบบว่าพี่แต่งได้แค่นี้ครับ ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่ารบกวนท่านอื่นชี้แนะด้วยครับ..ส่วนโคลง...สามสุภาพคงต้องไปศึกษา..แบบว่าลืมอะครับ...จริง ๆ ก็อยากแต่งเป็นเหมือนกันครับ